markup_language

Report
Knowledge Markup
Techniques
1. 51030433
2. 51030440
3. 51033175
4. 51033304
5. 51033359
6. 51034936
7. 51037470
8. 51037579
9. 51037715
10. 51037722
รายชื่อสมาชิก
นายพันธกานต์
มัน่ จันทร์
นางสาวภาวินี
ณ นคร
นางสาวขวัญชีวา คาบน
นายธนวัฒน์
สังข์เกษม
นางสาวพรรณโสภิต นาดา
นางสาวจุฑารัตน์ มูลนะ
นางสาวกิ่งกนก
เทพลักษณ์
นายธนพัฒ
พรหมทา
นางสาวอณัศยา
วังสวัสดิ์
นางสาวอรพิน
แช่มคุ่ย
ภาควิชา วิทยาการคอมพิวเตอร์
Knowledge Markup Techniques
DTDs
DTDs คือ แฟ้ มข้ อมูลหรือหลายแฟ้ มข้ อมูลที่ใช้ งานร่ วมกันซึ่งบรรจุข้อกาหนด และ
กฎเกณฑ์ ของเอกสารชุ ดข้ อกาหนดเหล่ านี้ สาหรับการกาหนดรู ปแบบ element
ตัวอย่ างเช่ น หากต้ องการเอกสารทีม่ ี element <LIST> ทีม่ ี element <ITEM> บรรจุอยู่
ภายใน
DTDs (ต่ อ)
ข้ อกาหนดในแฟ้ มข้ อมูล DTD จะมีรูปแบบดังนี้
<!ELEMENT item (#pcdata)>
<!ELEMENT list (item)+>
ซึ่งอธิบายความหมายคือ element items บรรจุข้อความใดๆ และ element list บรรจุ
element item อีกที ดังนั้น DTD เป็ นรู ปแบบภาษา ซึ่งทาให้ สามารถตรวจสอบเอกสาร ที่
นาเอาข้ อกาหนด DTD ไปใช้ ว่ าถูกจัดสร้ างตามความต้ องการหรือไม่ ทาให้ ระบบการ
rendering สามารถเข้ าใจตัวเอกสารได้ ดี และดึงไปใช้ งานได้ ถูกต้ อง
RDF
RDF ย่ อมาจาก Resource Description Framework เป็ นมาตรฐานทีอ่ งิ มาจาก
ภาษา XML เพือ่ ใช้ อธิบายถึงทรัพยากรของเว็บ เช่ น ชื่อไตเติล้ ผู้เขียน วันเวลา เป็ นต้ น ซึ่ง
RDF นั้น ได้ รับการออกแบบเพือ่ ให้ คอมพิวเตอร์ หรือแอพพลิเคชั่นของคอมพิวเตอร์
สามารถสามารถอ่ านและเข้ าใจได้
RDF ประกอบด้ วย 2 ส่ วน คือ
• RDF Model
• RDF Syntax
RDF (ต่ อ)
RDF Data Model
• Resources แหล่ งข้ อมูลคือทุกอย่ างทีม่ ี URL มาเกีย่ วข้ อง ซึ่งรวมทั้ง WWW แต่ ละ
Element ของข้ อมูล XML ตัวอย่ างเช่ นระบุเป็ น
http://www.thaixml.com/RDF/draft.htm เป็ นต้ น
• Property คือแหล่ งข้ อมูลทีม่ ชี ื่อเฉพาะและมีคุณสมบัติเป็ น Property เช่ น ผู้แต่ ง หรือ Title
• Statement ประกอบด้ วย Resource Property และค่ าของข้ อมูล เช่ น "ผู้แต่ งของ
http://www.thaixml.com/essentials/rdf.htm คือ John" เป็ นต้ น
RDF (ต่ อ)
ตัวอย่ าง
• Statement
“Ora Lassila is the creator of the resource http://www.w3.org/Home/Lassila”
• Structure
Resource (subject) -> http://www.w3.org/Home/Lassila
Property (predicate)->http://www.schema.org/#Creator
Value (object)->”Ora Lassila”
RDF (ต่ อ)
จากตัวอย่ างจะเห็นว่ าแบบจาลองของ RDF อยู่บนพืน้ ฐานของความคิดในการ
สร้ างข้ อความสั่ งหรือ“Statement” ของทรัพยากร หรือ “Resource” ในรู ปแบบประธาน
ภาคแสดง และกรรม หรือ “Subject-Predicate-Object” ซึ่งเรียกว่ า A Triple in RDF โดย
• Subjectจะหมายถึง Resource
• Resource Predicate หมายถึงคุณลักษณะ หรือ “Property”
• Object ก็คอื ค่ าของคุณลักษณะ หรือ “Property Value”
RDF (ต่ อ)
RDF Syntax
• ไม่ มกี ารบังคับใช้ Syntax ทีเ่ ฉพาะเจาะจง
• รูปแบบทัว่ ไป
RDF (ต่ อ)
RDF Container
RDF Container ใช้ ในการอธิบายกลุ่มของสิ่ งต่ างๆซึ่งประกอบด้ วย 3 element ด้ วยกัน ได้ แก่
• Bag <rdf:Bag>-> ใช้ ในการอธิบายค่ าทีไ่ ม่ มกี ารเรียงลาดับ
• Sequence <rdf:Seq> -> ใช้ อธิบายค่ าทีม่ กี ารเรียงลาดับ
• Alternative <rdf:Alt> -> ใช้ อธิบายค่ าได้ เพียงค่ าเดียวเท่ านั้น โดยผู้ใช้ จะต้ องทาการเลือก
ค่ านั้นมา
RDF (ต่ อ)
RDF Schema
จากมาตรฐานของ RDF ซึ่งเป็ นวิธีการอธิบายรายละเอียดข้ อมูล ในส่ วนของการกาหนด
โครงสร้ าง ในการอธิบายข้ อมูลนั้น จะต้ องใช้ RDFS ( RDF Schema ) มาเป็ นส่ วนช่ วยใน
การนิยามหรือกาหนดโครงสร้ างการอธิบายข้ อมูล โดย RDFS จัดเตรียมโครงสร้ างสาหรับ
การบรรยายลักษณะของข้ อมูลในรูปแบบคลาส ( Class ) และ คุณสมบัติ ( property ) โดย
คลาสทีบ่ รรยายนั้นจะมีลกั ษณะคล้ ายกับคลาส ในการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ จาก
คุณสมบัติดงั กล่ าวจะทาให้ RDFS มีความสามารถในการบรรยายทรัพยากร มีลกั ษณะเป็ น
คลาสได้
RDF (ต่ อ)
• RDF Schema หรือ “RDFS” ใช้ ในการสร้ างคาศัพท์ ซึ่งกล่ าวถึงความ เกีย่ วข้ องกัน ของ
กลุ่มของ RDF Resources และความสั มพันธ์ ของ Resources เหล่ านั้น คาศัพท์ ของ RDFS
จะอธิบายคุณสมบัติซึ่งสามารถระบุต่อ RDF Resources ภายในโดเมนทีก่ าหนดให้ ซึ่ง
RDFS จะอนุญาตให้ สร้ างคลาส หรือ “Classes” ของ Resources ซึ่งสามารถแชร์ คุณสมบัติ
ร่ วมกัน การใช้ แบบ Triples แบบเดียวกันโดยใช้ RDF
•
RDFS Triples จะประกอบด้ วย Classes คุณสมบัติของ Classes และ Values ซึ่ง
กาหนดความสั มพันธ์ ระหว่ าง Resources ภายในโดเมนทีเ่ จาะจง Resources จะถูกกาหนด
เป็ น Instances ของ Classes และ Classes ก็จะเป็ น Resource ด้ วย และ Classes ใดๆ ก็จะ
สามารถเป็ น Subclasses ของ Classes อืน่ ๆ ได้ ด้วย โดยลาดับขั้นทีเ่ กีย่ วข้ องกันของข้ อมูล
จะถูกเครื่องตีความบนความหมายของ Resources ทีอ่ ยู่บนพืน้ ฐานของคุณสมบัติและ
Classes ของพวกมัน โดยรวมแล้ ว RDFS เป็ นภาษาคาศัพท์ พนื้ ฐานสาหรับแสดง
ความสั มพันธ์ ระหว่ าง Resources
HornML
HornML:Horn logic markup languages
เป็ น ภาษา markup ทีม่ กี ารเก็บความสั มพันธ์ ระหว่ าง element ต่ างๆ ซึ่งทาให้
สามารถนาไปสร้ างเป็ นกฎได้
ตัวอย่ างของ HornML
ถ้ าใน Prolog มีข้อเท็จจริงเป็ น
travel(john,channel-tunnel).
ซึ่งหมายความว่ า john เดินทางโดยใช้ channel-tunnel
ตัวอย่ างของ HornML (ต่ อ)
จะสามารถเขียนแทนด้ วย HornML ได้ ด้วย
<hn>
<relationship>
<relator>travel</relator>
<ind>john</ind>
<ind>channel-tunnel</ind>
</relationship>
</hn>
ตัวอย่ างของ HornML (ต่ อ)
มีกฎเป็ น
travel(Someone,channel-tunnel) :- carry(eurostar,Someone).
หมายความว่ า ใครคนหนึ่งจะเดินทางโดยใช้ channel-tunnel ถ้ า ใครคนนั้นใช้
บริการขนส่ งของ eurostar
ตัวอย่ างของ HornML (ต่ อ)
จะสามารถเขียนแทนด้ วย HornML ได้ ด้วย
<hn>
<relationship>
<relator>travel</relator>
<var>someone</var>
<ind>channel-tunnel</ind>
</relationship>
<relationship>
<relator>carry</relator>
<ind>eurostar</ind>
<var>someone</var>
</relationship>
</hn>
HornML (ต่ อ)
ID และ IDREF ใน HornML
ใช้ สาหรับการตั้งชื่อและอ้ างอิง element
ตัวอย่ างการใช้ ID
เราสามารถตั้งชื่อให้ กบั HornML ได้ ดงั นี้
<hn id="john-channel">
<relationship>
<relator>travel</relator>
<ind>john</ind>
<ind>channel-tunnel</ind>
</relationship>
</hn>
HornML (ต่ อ)
ตัวอย่ างการใช้ IDREF
ถ้ ามีข้อเท็จจริงทีซ่ ้ อนกันอยู่ เช่ น
belief(mary,travel(john,channel-tunnel)).
ก็สามารถเขียนเป็ น HornML ได้ คือ
<hn>
<relationship>
<relator>belief</relator>
<ind>mary</ind>
<prop idref="john-channel"/>
</relationship>
</hn>
HornML (ต่ อ)
DTDs : Defining Horn Logic in XML
DTD ของ HornML นั้นมีลกั ษณะ ดังนี้
<!ELEMENT kb
(hn*) >
<!ELEMENT hn
(relationship, relationship*) >
<!ELEMENT relationship
(relator, (ind | var | struc)*) >
<!ELEMENT struc
(constructor, (ind | var | struc)*)>
<!ELEMENT relator
(#PCDATA) >
<!ELEMENT constructor
(#PCDATA) >
<!ELEMENT ind
(#PCDATA) >
<!ELEMENT var
(#PCDATA) >
ซึ่งจะสามารถแทนค่ าเพือ่ แตก element ไปเรื่อยๆ
HornML (ต่ อ)
ซึ่งสามารถทาความเข้ าใจได้ จากตัวอย่ างต่ อไปนี้
1. เริ่มจากกาหนด knowledge base (kb)
kb
2. จาก DTDs <!ELEMENT kb (hn*) > สามารถแตก element ได้ เป็ น
<kb> hn* </kb>
HornML (ต่ อ)
3. จาก <!ELEMENT hn (relationship, relationship*) >
แตก element ต่ อได้ เป็ น
<kb> <hn> relationship relationship </hn> </kb>
HornML (ต่ อ)
4. จาก <!ELEMENT relationship (relator, (ind | var | struc)*) >แตก element ต่ อได้ เป็ น
<kb>
<hn>
<relationship>
<relator>#PCDATA</relator> <var>#PCDATA</var> <ind>#PCDATA</ind>
</relationship>
<relationship>
<relator>#PCDATA</relator> <ind>#PCDATA</ind> <var>#PCDATA</var>
</relationship>
</hn>
</kb>
HornML (ต่ อ)
5. แตก element ต่ อได้ เป็ น
<kb>
<hn>
<relationship>
<relator>travel</relator>
<var>someone</var>
<ind>channel-tunnel</ind>
</relationship>
<relationship>
<relator>carry</relator>
<ind>eurostar</ind>
<var>someone</var>
</relationship>
</hn>
</kb>
XML-QL
XML-QL คือ ภาษาทีม่ ลี กั ษณะโครงสร้ างคล้ ายคลึงกับ SQL ในส่ วนของ selectwhere และมีการยืมคุณสมบัติของ XML เข้ ามาใช้ งานร่ วมกัน โดยการใช้ งาน XML-QL มี
ลักษณะดังนี้
รูปแบบเต็มๆ
WHERE <book>
<publisher><name>Addison-Wesley</name></publisher>
<title> $t</title>
<author> $a</author>
</book>
IN "www.a.b.c/bib.xml"CONSTRUCT $a
XML-QL (ต่ อ)
XML-QL (ต่ อ)
XML-QL (ต่ อ)
RFML
Relational-Functional Markup Language RFML
เป็ น XML application สาหรับการเขียนโปรแกรมทีเ่ ปิ ดเผย Relfun-style และการ
แทนความรู้ RFML ได้ มกี ารนามาประยุกต์ ทาเป็ นเว็บ syntax ของการแสดงผลสาหรับ
การทางานเชิงสั มพันธ์ ฐานความรู้ และการคานวณ เป็ นส่ วนหนึ่งของระบบ Relfun
พืน้ ฐานของ Relational-Functional Markup Language : RFML
–
–
–
–
–
Web Knowledge ถือเป็ นนิยามของความสัมพันธ์ และฟังก์ชัน
Kernel ของ Relational-Functional Language เหมาะสาหรับ XML knowledge markup
ชุดภาษาค่อนข้ างจะเล็ก มีรูปแบบไม่ มากนัก
การแสดงผลเพียงพอต่ อการนาไปใช้ งานจริง
Relational (hn) and function (ft) เป็ นประโยคที่ใช้ ในการกาหนดรูปแบบของตัวดาเนินการ
RFML (ต่ อ)
RFML (ต่ อ)
RFML (ต่ อ)
RFML (ต่ อ)
RFML (ต่ อ)
RFML (ต่ อ)
C  Customer (ลูกค้า)
M  Merchant (ผูข้ าย)
I  Item (สิ นค้า)
P Price (ราคา)
SHOE
SHOE พืน้ ฐาน
จัดหา แจกจ่ าย ทีเ่ กีย่ วกับธรรมชาติ ประกอบด้ วย
• ประเภท:จัดระเบียบเกีย่ วกับลาดับชั้น,ด้ วยสิ่ งทีร่ ับช่ วงมาหลายอัน,สาหรับตัวอย่ างการแยก
ประเภท
• กฎความสั มพันธ์ :อนุประโยค Horn
Shoe เดิมใช้ เฉพาะใน HTML (ก่ อนจะมี XML) ในระหว่ างนั้นจะมีเฉพาะ XML DTD
SHOE (ต่ อ)
ตัวอย่ าง URLs/URIs
• ตัวอย่ างค่ าคงทีใ่ น SHOE จะแสดงผ่ าน URL/URI
• ในกฎของ Horn ตัวอย่ างล่ าสุ ดปรากฏสองตัวอย่ างทีส่ ามารถแสดงใน SHOE
• eurostar = http://www.eurostar.com/
• channel-tunnel = http://www.eurotunnel.com/
SHOE (ต่ อ)
XSLT
XSLT (Extensible Style Sheet Language Transformation)
XSLT คือ การแปลงเอกสาร XML ไปเป็ นเอกสารอืน่ ๆ (หรือเป็ นเอกสาร XML แต่
เปลีย่ นรูปแบบ) ตัวอย่ างเช่ น ข้ อความธรรมดา (plan text), HTML, spreadsheet, PDF
หรืออาจจะเป็ นคาสั่ ง SQL เพือ่ ใช้ ในการบันทึกลงฐานข้ อมูล โดย XSLT จะใช้ XPath ใน
การเข้ าถึงข้ อมูลในแต่ ละ element สาหรับในการทดลองนีจ้ ะกล่ าวถึงการแปลงเอกสาร
XML ไปเป็ น HTML เพือ่ ใช้ ในการแสดงผลบน browser โดยการแปลงดังกล่ าวกระทาโดย
browser ซึ่ง browser ในปัจจุบนั หลายตัวต่ างก็รองรับ XSLT อยู่แล้ ว
XSLT (ต่ อ)
• ในการทดลองนีจ้ ะให้ กาหนด style sheet เพือ่ กาหนดรูปแบบการแสดงผลข้ อมูลในไฟล์
XML บน browser ซึ่งมีข้นั ตอนดังนี้
• สร้ างไฟล์ XML และใส่ ข้อมูล
• สร้ างไฟล์ XSL และกาหนดว่ าข้ อมูลในแต่ ละ element ของเอกสาร XML จะแสดงผล
อย่ างไร
• แก้ ไขไฟล์ XML และระบุว่าจะให้ แสดงผลในโดยใช้ style sheet ตามไฟล์ XSL ไฟล์ ใด
XSLT (ต่ อ)
XSLT (ต่ อ)
• การกาหนดว่ าจะใช้ style sheet ไฟล์ ใดในเอกสาร XML ใช้ รูปแบบดังนี้
<?xml-stylesheet type="text/xsl" href="ชื่อไฟล์ XSL"?>
• ไฟล์ XSL ทีใ่ ช้ ในตัวอย่ างนีค้ อื ไฟล์ book.xsl โดยในการทดลองนีจ้ ะแนะนาการใช้ XSLT
ในระดับพืน้ ฐานเท่ านั้น
XSLT (ต่ อ)
XSLT (ต่ อ)
• ในการเขียน style sheet จะมีรูปแบบโดยทัว่ ไปดังนี้
<xsl:stylesheet version="1.0" xmlns:xsl="http://www.w3.org/1999/XSL/Transform">
<xsl:template match="/">
Insert content
...
</xsl:template>
</xsl:stylesheet>
XSLT (ต่ อ)
โดย tag ทีอ่ ยู่นอกสุ ดของการเขียน style sheet คือ tag <xsl:stylesheet> ถัดมาคือ
tag <xsl:template> ซึ่งใช้ ในการกาหนด template สาหรับเอกสารทีใ่ ช้ สาหรับแสดงผล
ข้ อมูลในไฟล์ XML ข้ อความทุกอย่ างทีต่ ้ องการจะแสดงผลร่ วมกับข้ อมูลในเอกสาร XML
ให้ ใส่ ไว้ ภายใน tag <xsl:template> นี้ และเนื่องจากการทดลองนีจ้ ะแสดงข้ อมูลในไฟล์
XSL บนเว็บเพจ ดังนั้นข้ อความทีต่ ้ องใส่ ใน tag <xsl:template> ก็คอื HTML tag นั่นเอง
แต่ อย่ างไรก็ตาม ในส่ วนของ template นีก้ จ็ าเป็ นจะต้ องระบุว่าแต่ ละ element ของเอกสาร
XML จะแสดงตรงส่ วนไหนของเว็บเพจ ซึ่ง XSLT จะใช้ XPath ในการระบุถึงค่ าในแต่ ละ
element ของเอกสาร XML โดยในทีน่ ีจ้ ะยกตัวอย่ าง XPath เพียง 2 tag นั่นคือ <xsl:foreach> และ <xsl:value-of>
XSLT (ต่ อ)
<xsl:for-each>
<xsl:for-each> ใช้ ในการวนรอบแสดงผลสิ่ งทีเ่ ป็ น content ของ tag โดยมีรูปแบบการใช้ งาน
ดังนี้ <xsl:for-each select="ชื่อ XML tag">
Inser content
...
</xsl:for-each>
ความหมายของ tag นีค้ อื "ในแต่ ละ element ของ XML tag ทีก่ าหนดให้ แสดงผล …"โดยส่ วน
ทีเ่ ป็ นชื่อ XML tag นั้น หาก XML tag ดังกล่ าวอยู่ภายใต้ tag อืน่ ให้ ระบุชื่อ parent tag
ด้ วย ตัวอย่ างเช่ นในไฟล์ book.xsl ในรูป ระบุชื่อ XML tag เป็ น booklist/book หมายถึง
tag <book> ทีอ่ ยู่ภายใต้ tag <booklist>
XSLT (ต่ อ)
และจาก code ในไฟล์ นีท้ มี่ กี ารใช้
<xsl:for-each>
<xsl:for-each select="booklist/book">
<!-- more code... -->
</xsl:for-each>
หมายถึง "ในแต่ element ของ book (ซึ่งอยู่) .ให้ แสดงผลดังนี…
้ " ซึ่งกาหนดให้ มี
การวนรอบแสดงผลโดยมีจานวนรอบเท่ ากับจานวน element ของ book ซึ่งเท่ ากับ 2
element นั่น (ดูจานวน element ของ book ได้ จากไฟล์ book.xml)
XSLT (ต่ อ)
XSLT (ต่ อ)
การเปิ ดไฟล์ XML ทีม่ กี ารกาหนด style sheet
• เมือ่ เราเขียนไฟล์ XML ทีร่ ะบุแล้ วว่ าต้ องการใช้ style sheet ไฟล์ ไหน เราก็สามารถเปิ ดไฟล์
XML ดังกล่ าวบน browser ได้ เลย ซึ่ง browser ทีร่ องรับ XSLT ก็จะแปลงเอกสาร XML
เป็ นเอกสารอืน่ ตาม style sheet ทีก่ าหนด ซึ่งในทีน่ ีเ้ มือ่ เปิ ดไฟล์ book.xml บน browser
ไฟล์ นีก้ จ็ ะถูกแปลงเป็ นเอกสาร HTML ตาม style sheet ทีก่ าหนดในไฟล์ book.xsl ซึ่งจะ
ได้ เอกสาร HTML ดังรูป ซึ่งเอกสาร HTML นีอ้ ยู่ในหน่ วยความจาของ browser โดยที่
ผู้ใช้ มองไม่ เห็น จากนั้น browser ก็จะแสดงผลเอกสาร HTML ดังกล่ าวได้ เป็ นเว็บเพจดังนี้
XSLT (ต่ อ)
XSLT (ต่ อ)
XSL
XSL คือ สไตล์ ชีทสาหรับจัดรู ปแบบเอกสารเช่ นกัน ซึ่งความยืดหยุ่นก็
ไม่ แพ้กบั ของ CSS หรืออาจจะมีมากกว่ าก็ได้ แต่ ว่าสไตล์ ชีทของทั้ง 2 ภาษานั้นมี
ความแตกต่ างกัน สาหรับ XSL จะใช้ วธิ ีการสร้ างแม่ แบบ ซึ่งบางวิธีจะคล้ ายกับของ
CSS ซึ่งแม่ แบบของ XSL ทีส่ ร้ างขึน้ นั้น จะนาไปใช้ ในการจัดเตรียมกลไกการ
จัดรูปแบบสารสนเทศ ให้ กบั ข้ อมูลเอกสารทีต่ ้ องการจัดสไตล์
XSL (ต่ อ)
XSL จะใช้ แพทเทิร์นในการระบุรายละเอียดต่ างๆ ให้ กบั Element ของ
XML ทีต่ ้ องการประยุกต์ ใช้ งานแม่ แบบ XSL ซึ่งการจับคู่กนั ระหว่ างแพทเทิร์นและ
Element ในลักษณะนี้ ทาให้ XSL เป็ นภาษาทีต่ ้ องมีการประกาศ (Declarative
Language) ซึ่งจะมีการทางานตรงข้ ามกับภาษากระบวนการ (Procedural
Language) เพราะฉะนั้นแพทเทิร์นใน XSL จะต้ องนิยามถึงรายละเอียดของแต่ ละกิง่
ในต้ นไม้ เอกสารทีต่ รงกับแพทเทิร์น ด้ วยการแสดงแต่ ละกิง่ เป็ นลาดับชั้ นในต้ นไม้
เอกสาร เช่ น Root/Node1 จะแสดงว่ า Element Node1 อยู่ภายใน Root Element การ
ทาความเข้ าใจโครงสร้ างของแม่ แบบ
XSL (ต่ อ)
การกาหนดสไตล์ ชีททีม่ หี ลายแม่ แบบจะใช้ คอนเทนเนอร์
<XSL:Stylesheet></XSL:Stylesheet> และภายในแท็กคู่นีจ้ ะมีคอนเทนเนอร์
<XSL:Template></XSL:template> กีค่ ู่กไ็ ด้ และสามารถนามาใช้ งานได้ อย่ างเป็ นอิสระ
จากกัน ซึ่งต่ อไปนี้ จะเป็ นตัวอย่ างของเอกสาร XML ทีจ่ ะทาให้ เข้ าใจการทางานมากยิง่ ขึน้
คิวรี (Query) คือ เครื่องมือประสิ ทธิภาพสู งในการจัดเตรียมวิธีการดึงข้ อมูลที่
ถูกต้ องให้ กบั แม่ แบบ ด้ วยการระบุตาแหน่ งของข้ อมูลได้ ตามทีร่ ะบุในแพทเทิร์นและตรง
ตามเงือ่ นไขและยังสามารถช่ วยในการจัดเรียง ข้ อมูลภายใน XSL ได้ อกี ด้ วย ในการใช้ ภาษา
สคริปต์ กบั XSL ถ้ าไม่ มกี ารระบุ Attribute language จะถือว่ าใช้ ภาษาสคริปต์ Javascript

similar documents