SRRT_Trian C.Dip_Oct 8 2010

Report
โรคคอตีบ
(Diphtheria)
มาตรการเร่ งด่ วน
• ฝึ กทักษะการสอบสวนโรคเชิงลึก และการค้นหาผูป้ ่ วยผูส้ มั ผัส สาหรั บทมม SRRT
ระดับอาเภอ-ตาบล พร้อมศึกษาเรม ยนรู ้มาตรการจากพื้นทม่ระบาดขณะนม้
• ขยายศักยภาพการตรวจเพาะเชื้อ C. diphtheriae และยืนยันด้วย
Biochemistry ในโรงพยาบาลจังหวัด หรื อศูนย์วิทย์ฯ ทม่เกม่ยวข้อง
• เพิ่มความครอบคลุมการได้รับวัคซมน DTP ในเด็กอายุนอ้ ยกว่า ๗ ปม ทม่มมอายุเกิน
จากเกณฑ์อายุน้ นั ๆ ก่อน (Catch up)
• ตั้งศูนย์บญั ชาการควบคุมป้ องกันการระบาดของโรคคอตมบในจังหวัดใกล้เคมยง
พื้นทม่ระบาด
• ค้นหาพื้นทม่จาเป็ นต้องได้รับ dT ล่วงหน้าเพื่อลดอัตราป่ วยตายในกลุ่มเสม่ ยง
• รายงานจานวนผูป้ ่ วย พาหะ พร้อมทั้งพื้นทม่สาหรับประเมินความเสม่ ยง และเข้า
ควบคุมโรคแล้ว เป็ นรายสัปดาห์
กลยุทธ์ สาหรับป้ องกันการระบาดของโรคคอตีบ
• ค้นหา และกาหนดพื้นทม่เป้ าหมายให้ชดั เจน ได้แก่
– พื้นทม่เสม่ ยง ควรได้รับการป้ องกันด้วยวัคซมนก่อน
– พื้นทม่ระบาด (พบผูป้ ่ วย – ทานยา 14 วัน – ติดตามอาการ 14 วัน)
– พื้นทม่ติดตามต่อเนื่อง (หลังติดตามกินยา 14 วัน – เฝ้ าระวังต่อ 14 วัน)
– พื้นทม่ระยะปลอดภัย (รอพบผูป้ ่ วยรายใหม่)
• การให้นิยามผูป้ ่ วย ผูส้ มั ผัส พาหะ กาหนดนิยามโรค
• เน้นการรักษาติดตามอาการและการกินยาในผูป้ ่ วย พาหะ และให้ยาป้ องกัน
ในกลุ่มผูส้ มั ผัสและกลุ่มเสม่ ยง
ต. โพนสูง อ.ด่ านซ้ าย จ.เลย 1 ราย
ช 9 yr
Onset
Contact history
19/9/55
ผู ้สัมผัสผู ้ป่ วยรำยก่อนหน ้ำในชุมชน
17 – 30 Sep 2012
ต. ศรี สงคราม อ.วังสะพุง จ.เลย 2 ราย
Onset
Loei
Contact history
ช 12 yr
17/9/55
ึ ษำสงเครำะห์
โรงเรียนศก
ช 13 yr
17/9/55
ึ ษำสงเครำะห์
โรงเรียนศก
Pitsanulok
ต. นาซา อ.หล่ มเก่ า จ.เพชรบูรณ์ 7 ราย
Petchaboon
ตำบลทีพ
่ บผู ้ป่ วยมำก่อน
ั ดำห์ลำ่ สุด
2 สป
ตำบลใหม่ทพ
ี่ บผู ้ป่ วยใน
ั ดำห์ลำ่ สุด
2 สป
ผู ้ป่ วยรำยใหม่ใน
ั ดำห์ลำ่ สุด
2 สป
Onset
Contact history
ช 6 yr
18/9/55
ญ 11 yr
19/9/55
ญ 10 yr
19/9/55
- ก ำ ร ร ะ บ ำ ด ใ น เ ด็ ก นั ก เ รี ย น
โรงเรียนแก่งโตน ม.2 ต.นำซำ
อ.หล่ม เก่ำ ซ งึ่ มีเ ด็ ก จำก ต.กก
้ ข ้ำมมำเรียน
สะทอน อ.ด่ำนซำย
ื แบบเชำไป-เย็
้
หนั งสอ
นกลับ
ญ 11 yr
19/9/55
ญ 10 yr
19/9/55
ช 5 yr
23/9/55
ช 5 yr
23/9/55
- ทั ้ง สองต ำบลนี้ ส ำมำรถเดิน
ข ้ำมสะพำนไปมำได ้สะดวก
- โรงเรียนมีเด็ก อ.1 – ม.3 รวม
410 คน
- SRRT
ในพื้น ที่แ ละ สคร.9
กำลัง catch up
เครื่องมือควบคุมป้ องกันโรคคอตีบ
• Diphtheria toxoid: กลุ่มเสม่ ยง ลดการป่ วยตาย
• Diphtheria anti-toxin: ลด complication
• Antibiotics: Erythromycin, Roxithromycin, PGs
ช่วยกาจัดและลดจานวนเชื้อในลาคอ
• Non-pharmaceutical: mask, alcohol gel
• Person: isolation, ติดตามอาการ การกินยา และสอบสวนโรค
ระบบบัญชาการเพือ่ ป้องกันการระบาดโรคคอตีบ
จังหวัดเลย กันยายน – พฤศจิกายน ๒๕๕๕
ระดับจังหวัด/อำเภอ คณะกรรมการตอบโต้ การระบาดโรคคอตีบ
ส่ วนบังคับบัญชาการ
- เป็ นผู้ตัดสินใจ ตอบสนองเหตุการณ์
- มอบหมายงาน
- รับคาแนะนาทั่วไปจากหน่ วยรับผิดชอบ
หน่ วยปฏิบัตกิ ารสอบสวน
วิเคราะห์ ข้อมูลและรายงานโรค
หน่ วย Logistic
และประสานงาน ทีมบริหารจัดการ
(เลขาฯ การประชุม)
หน่ วยปฏิบัตกิ ารติดตาม
อาการผู้ป่วยและการกินยา
หน่ วยปฏิบัตกิ ารด้ านวัคซีน
และรายงานผลสาเร็จ
ทีมข้ อมูล และ ทีมสอบสวนโรค ทีมติดตามอาการ ทีมสุขศึกษา และ
Mop-up dT
รายงานโรค
เคลื่อนที่เร็ว
ผู้ป่วย/ผู้สัมผัส
ทีมติดตาม dT/
DTP coverage
บทบาทหน้ าที่ หน่ วย Logistic และประสานงาน
•
•
•
•
•
คน เงิน ของ
เอกสาร
ประสานงาน
แผ่นพับประชาสัมพันธ์ สื่ อวิทยุ กระจายเสม ยง
กาหนดการประชุม war room และชม้แจงหน่วยปฏิบตั ิการฯ
บทบาทหน้ าที่ หน่ วยปฏิบัติการสอบสวน (หน่ วยจู่โจม)
วิเคราะห์ ข้อมูลและรายงานโรค (หน่ วย)
• รับรายงาน และสอบสวนโรคเฉพาะราย ในรพ. / รพ.สต. /สถานพยาบาลอื่น
• สอบสวนโรคเคลื่อนทม่เร็ ว เพื่อค้นหาผูป้ ่ วย ผูส้ ัมผัสใกล้ชิด และแหล่งโรค
• ชม้เป้ าหมาย
– ผูป้ ่ วย ผูส้ ัมผัส ทม่ตอ้ งติดตามอาการและการกินยา
– พื้นทม่สาหรับให้วคั ซม น สาหรับพื้นทม่เสม่ ยงสาหรับให้วคั ซม นป้ องกัน และพื้นทม่ระบาด
สาหรับให้วคั ซม นควบคุม
• รวบรวมผลตรวจทางห้องปฏิบตั ิการฯ ทุกวัน
• รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และรายงานสถานการณ์การระบาด
บทบาทหน้ าที่
หน่ วยปฏิบัติการติดตามอาการ และการกินยา
• รับส่ งข้อมูลจากหน่วยปฏิบตั ิการสอบสวนโรค เน้นกลุ่มเป้ าหมายทม่
รับประทานยา รายชื่อผูป้ ่ วยติดตามอาการแทรกซ้อน
– ติดตามการกินยาของผูส้ ัมผัส ผูป้ ่ วย พาหะ
– ให้สุขศึกษาสาหรับผูท้ ม่รับประทานยา
• รายงานสถานการณ์พ้นื ทม่ติดตามต่อเนื่อง
• รวบรวมข้อมูล และสรุ ปผลการดาเนินการรายวัน/สัปดาห์
บทบาทหน้ าที่ หน่ วยปฏิบัติการด้ านวัคซีน
และรายงานผลสาเร็จ
• รับส่ งข้อมูลจากหน่วยปฏิบตั ิการสอบสวนโรค เน้นกลุ่มเป้ าหมายทม่ตอ้ ง
ได้รับวัคซมน สาหรับพื้นทม่เสม่ ยง และพื้นทม่ระบาด
• ค้นหาความครอบคลุมของวัคซมนสะสมในพื้นทม่หมู่บา้ น ของแต่ละตาบล
เพื่อพิจารณาพื้นทม่เสม่ ยง
• บริ หารจัดการวัคซมน การเก็บ การฉมด และ cold chain
• ติดตามการฉมดวัคซมนครบตามกลุ่มเป้ าหมาย จานวนครั้ง และอาการแทรก
ซ้อน
• รวบรวมข้อมูล และสรุ ปผลจานวนพื้นทม่ทม่ได้รับวัคซมน รายวัน/สัปดาห์
สิ่ งทีค่ วรเรียนรู้สาหรับทีม
การเก็บ รวบรวม และวิเคราะห์ขอ้ มูล
การสอบสวนโรค เน้นสอบถาม ประวัติสัมผัส และผูส้ ัมผัสใกล้ชิดทุกวง
การค้นหาผูป้ ่ วยเพิ่มเติม ในหมู่บา้ น
ขั้นตอน และวิธมติดตามอาการ การกินยา จานวนวัน สาหรับควบคุมการ
ระบาดของโรค
• การค้นหาเด็กทม่เหลือทม่ควรได้รับวัคซมนตามเกณฑ์อายุน้ นั
• การให้วคั ซมนทั้งในเด็ก และผูใ้ หญ่ และติดตามอาการหลังฉมด
•
•
•
•
นิยำมผู้ป่วยโรคคอตีบ (Case Definition)
• ผู้ป่วยสงสัย (Suspect) ได้ แก่ ผู้ป่วยที่มีอาการ 2 ใน 4 ดังนี ้ ไข้ เจ็บคอ
คอแดง และมีแผ่ นขาวในลาคอ/จมูก หรื อเป็ นแผลสงสัยเกิดจากเชื ้อคอตีบบน
ผิวหนัง (กรณี ไข้ และเจ็บคอ ต้ องไม่มีน ้ามูกไหลด้ วย)
• ผู้ป่วยน่ าจะเป็ น (Probable) ได้ แก่ ผู้ป่วยสงสัยคอตีบเสียชีวิต หรื อผู้ป่วยสงสัยที่
มีผลเพาะเชื ้อเบื ้องต้ นเป็ นบวก ในสารเลี ้ยงเชื ้อ Tellurite blood agar และกาลัง
ตรวจยืนยันเชื ้อคอตีบและยีนผลิต Toxin
• ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed) ได้ แก่ ผู้ป่วยสงสัย หรื อ ผู้สมั ผัสผู้ป่วยที่มีอาการไข้
หรื อ เจ็บคอ หรื อ มีแผ่นขาวในลาคอหรื อจมูกหรื อแผลที่สงสัยเชื ้อคอตีบและผล
การตรวจเพาะเชื ้อพบ C. diphtheriae และพบพบยีนผลิต Toxin (กรณีรายที่ 3
ขึ ้นไปในหมูบ่ ้ านเดียวกัน เมื่อพบเชื ้อ C. diphtheriae ให้ รวมด้ วย)
Diphtheria – Clinical features
• Clinical manifestations:
– 85-90% Sore throat
– 50-85% low grade fever
– 26-40% dysphagia
– 50% membrane
• Toxin mediated
– myocarditis, polyneuritis, renal tubular necrosis and
other systemic toxic effects
• Fatality rate 5–10%, but in <5 or >40 year olds, could
be 20%
นิยำมผู้ป่วยโรคคอตีบ (Case Definition)
• พาหะ (Asymptomatic case / Carrier) คือ ผู้ที่ตรวจพบเชื ้อ C. diphtheriae แต่
ไม่เคยมีประวัติเป็ นไข้ หรื อเจ็บคอหรื อมีแผ่นขาวในคอ/จมูก ก่อนการตรวจเพาะ
เชื ้ออย่างน้ อย 10 วัน
• ผู้สัมผัสใกล้ ชดิ ผู้ป่วย (Contacts) ได้ แก่ ผู้ที่อาศัย หรื ออยู่ใกล้ ชิดผู้ป่วย ในรัศมี
1 เมตร ได้ แก่ สมาชิกครอบครัวบ้ านเดียวกัน เพื่อนร่วมชันเรี
้ ยนนัง่ ใกล้ กนั เพื่อน
ร่วมงานที่นงั่ ใกล้ กนั หรื อดื่มเหล้ าด้ วยกัน เพื่อนบ้ านที่ใกล้ ชิดกัน
• การคัดกรองผู้ป่วยเพิ่มเติม
• จากชุมชนที่พบผู้ป่วยคอตีบ หรื อผู้ป่วยสงสัยคอตีบ
• จากผู้สมั ผัสใกล้ ชิดผู้ป่วยคอตีบ หรื อผู้ป่วยสงสัยคอตีบ ทังวงที
้ ่ 1 และ 2
– ให้ ทา TS ให้ ยาปฏิชีวนะ และติดตามอาการและการกินยาจนครบกาหนด
มาตรการในผู้ป่วย (Case management)
• ให้ Diphtheria Antitoxin (DAT) และยำปฏิชีวนะตำมมำตรฐำนกำร
รักษำ และติดตำมอำกำรตำมมำ เช่น กล้ ำมเนื ้อหัวใจอักเสบ
• แยกผู้ป่วยจนกว่ำ ผลเพำะเชื ้อให้ ผลลบติดต่อกัน 2 ครัง้ ห่ำงกันอย่ำง
น้ อย 24 ชัว่ โมง ภำยหลังหยุดให้ ยำปฏิชีวนะ
• เพื่อเสริมภูมิค้ มุ กันสำหรับผู้ป่วยคอตีบ ให้ Diphtheria Toxoid
จำนวน 3 ครัง้ แก่ผ้ ปู ่ วยทุกรำย โดยเริ่มให้ วคั ซีนเข็มแรกก่อนผู้ป่วยกลับ
บ้ ำนระยะห่ำงระหว่ำงเข็มขึ ้นกับอำยุผ้ ปู ่ วยดังนี ้
– ถ้ ำผู้ป่วยอำยุ ≥ 7 ปี ให้ dT สูตร 0, 1, 6 เดือน
– ถ้ ำผู้ป่วยอำยุ < 7 ปี ให้ DT สูตร 0, 2, 4 เดือน
มาตรการในผู้สัมผัส (Close contact)
• ค้ นหำผู้สมั ผัสใกล้ ชิด ได้ แก่ ผู้ที่ได้ สมั ผัสติดต่อคลุกคลีกบั ผู้ป่วยในช่วง 14
วัน นับจำกวันเริ่มป่ วยของผู้ป่วยรำยนี ้ ติดต่อจำกกำรไอ จำม พูดคุยกัน
ในระยะใกล้ ชิด หรื อใช้ ภำชนะร่วมกัน
• ติดตำมดูอำกำรทุกวันเป็ นเวลำ 14 วัน ว่ำมีอำกำรโรคคอตีบหรื อไม่ ถ้ ำมี
อำกำรให้ กำรรักษำแบบผู้ป่วยทันที และให้ เพำะเชื ้อจำกลำคอ (Throat
swab) ก่อนให้ ยำ erythromycin 40-50 mg/kg/day รับประทำน ≥7 วัน
– กรณีไม่ มีอาการ และเพำะเชื ้อได้ ผลบวก ให้ ดำเนินกำรแบบเป็ นพำหะ
– กรณีมีอาการ และเพำะเชื ้อได้ ผลบวก ให้ ดำเนินกำรแบบผู้ป่วยคอตีบ
– กรณีมีอาการ แต่เพำะเชื ้อได้ ผลลบ ให้ แพทย์ตรวจวินิจฉัยอีกครัง้
มาตรการในผ้ ูสัมผัส (Close contact)
• ไม่แนะนำให้ ฉีด DAT ในผู้สมั ผัสโรค เพื่อลดกำรแพ้
• ให้ วคั ซีน DTP หรื อ dT ตำมเกณฑ์อำยุทนั ที โดยพิจำรณำจำกประวัติ
กำรได้ รับวัคซีน DTP ในอดีตดังนี ้
– กรณีเด็กไม่เคยได้ รับวัคซีน หรื อได้ ไม่ครบ 3 ครัง้ หรื อไม่ทรำบ ให้ DTP
สูตร 0, 1, 2 เดือน
– กรณีที่เด็กได้ รับวัคซีนครบ 3 ครัง้ แล้ ว แต่ยงั ไม่ได้ รับกำรกระตุ้นภำยใน 1 ปี ให้
ฉีด dT 1 เข็ม
– กรณีที่เด็กได้ รับวัคซีน 4 ครัง้ แต่ครัง้ สุดท้ ำยนำนเกิน 5 ปี ให้ ฉีด dT 1 เข็ม
– กรณีที่เด็กได้ รับวัคซีน 4 ครัง้ ครัง้ สุดท้ ำยไม่เกิน 5 ปี หรื อได้ รับวัคซีนครบ 5 ครัง้
แล้ ว ไม่ต้องให้ วคั ซีนอีก
มาตรการในพาหะ (Carrier)
• ช่วงที่เป็ นผู้สัมผัสใกล้ ชิด ให้ รับประทำนยำ erythromycin เป็ นเวลำ 3 วัน
และเก็บตัวอย่ำง Throat swab ส่งตรวจเบื ้องต้ น
• เมื่อผลเพำะเชื ้อจำกลำคอเบื ้องต้ นเป็ นบวก สงสัยเชื ้อ C. diphtheriae และยัง
ไม่มีอำกำร จัดเป็ นพาหะ ให้ รับประทำนยำ erythromycin ต่ออีก 7 วัน
• เมื่อผลเพำะเชื ้อยืนยันจำกกรมวิทยำศำสตร์ กำรแพทย์ พบเชื ้อ C. diphtheriae
ที่มียีนผลิตสำร Toxin ให้ รับประทำนยำ erythromycin ต่ออีก 3 วัน และให้ สง่
เพำะเชื ้อในสำรเลี ้ยงเชื ้อ Loffler blood agar ซ ้ำอีก 2 ครัง้ ห่ำงกัน 24 ชัว่ โมง
• ถ้ ำผลเพำะเชื ้อจำกลำคอเป็ นผลบวกให้ ยำ erythromycin รับประทำนต่อไป
และเพำะเชื ้อจำกลำคอช ้ำอีกครัง้ จนเป็ นผลลบ
• ให้ วคั ซีนเช่นเดียวกับมำตรกำรในผู้สมั ผัส
• ติดตำมผลกำรเพำะเชื ้อและรับประทำนยำอย่ำงใกล้ ชิดเป็ นเวลำ 14 วัน
ค้ นหาผู้ป่วยเพิม่ เติม และติดตามอาการและกินยา
ผู้ป่วยสงสัยคอตีบ
ค้ นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม
ในหมู่บ้าน ต่ อเนื่อง 14 วัน
หมู่บ้าน
ผู้ป่วย
หมู่บ้าน
ใกล้ เคียง
หมู่บ้าน
Exposed
ค้ นหาผู้สัมผัสใกล้ ชดิ
ร่ วมบ้ าน ร่ วมงาน
ค้ นหาผู้สัมผัส
ใกล้ ชดิ ของผู้
ที่มีอาการป่ วย
ค้ นหาผู้สัมผัส
ใกล้ ชดิ ของผู้
ที่ไม่ ป่วย
ติดตามสอบถามอาการป่ วยทุกคน และตามการกินยา จนครบ 14 วัน
กิจกรรมที่ต้องดาเนินการ
ผู้ป่วยสงสัยคอตีบ
ค้ นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม
ในหมู่บ้าน ต่ อเนื่อง 14 วัน
หมู่บ้าน
ผู้ป่วย
หมู่บ้าน
ใกล้ เคียง
หมู่บ้าน
Exposed
ค้ นหาผู้สัมผัสใกล้ ชิด
ร่ วมบ้ าน ร่ วมงาน
ค้ นหาผู้สัมผัส
ใกล้ ชิดของผู้
ที่มีอาการ
ป่ วย
ค้ นหาผู้สัมผัส
ใกล้ ชิดของผู้
ที่ไม่ ป่วย
กำรให้ ยำปฏิชีวนะ DAT
กำรให้ วคั ซีนในหมูบ่ ้ ำนที่พบผู้ป่วย หมุบ่ ้ ำนข้ ำงเคียง และหมูบ่ ้ ำนที่เกี่ยวข้ อง
กำรติดตำมอำกำร และกำรกินยำ
แนวทางการตรวจ
วินิจฉัยและให้ ยา
ปฏิชีวนะสาหรั บ
ผู้ป่วยสงสัยคอตีบ
แนวทางการตรวจ
วินิจฉัยและรั กษา
ผู้สัมผัสใกล้ ชดิ ผู้ป่วย
แนวทางการตรวจ
วินิจฉัยและให้ ยา
ปฏิชีวนะสาหรั บ
พาหะ
สรุป
ถ้ าท่ านพบหรื อรั บรายงานผู้ป่วยสงสัยคอตีบ 1 ราย
ท่ านจะทาอย่ างไรต่ อไป ?
ระบาดวิทยา (Epidemiology) ศึกษาอะไร
เวลา (Time)
การกระจายของโรค
ระบาดวิทยา
ปัจจัยทม่มมอิทธิพลต่อโรค
บุคคล (Person)
สถานทม่ (Place)
สาเหตุ (Cause)
ปัจจัยเสม่ ยง (Risk factor)
26
ขั้นตอนการสอบสวนโรคทางระบาดวิทยา
ตรวจสอบปั ญหาที่เกิดขึน้
2. เตรี ยมการปฏิบัตงิ าน
3. ยืนยันการวินิจฉัยโรค และการระบาด
4. กาหนดนิยามผู้ป่วยค้ นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม
5. ศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา -ตามบุคคล เวลา สถานที่
6. สร้ างสมมุตฐิ านการเกิดโรค
7. ศึกษาระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์ –ทดสอบสมมุตฐิ าน
8. มีการศึกษาเพิ่มเติม ถ้ าจาเป็ น
9. ควบคุมและป้องกันโรค
10. นาเสนอผลการสอบสวน
1.
Throat swab
(posterior pharyngeal swab)
Indication for sampling: Resp. symptom (direct detection)
How to take the sample:
• Hold tongue away with tongue depressor
• Locate areas of inflammation and exudate
posterior pharynx, tonsillar region of
throat behind uvula
in
• Avoid swabbing soft palate; do not touch tongue
• Rub area back and forth with cotton or
Dacron swab
WHO/CDS/EPR/ARO/2006.1
ขอบคุณครับ
สรุ ปสถานการณ์ การระบาดของโรคคอตีบ
จังหวัดเลย เพชรบูรณ์ หนองบัวลาภู
ณ วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๕
โดย สานักงานสาธารณสุขจังหวัด เลย เพชรบูรณ์ หนองบัวลาภู
สานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๖ และ ๙
และสานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
สถานการณ์ ทางระบาดวิทยาโรคคอตีบ
• ณ วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๕ พบผูป้ ่ วยคอตมบจากจังหวัดเลย ๔๖ ราย เพชรบูรณ์
๑๐ ราย และหนองบัวลาภู ๓ ราย รวม ๕๙ ราย
– เป็ นชาย ๒๘ ราย หญิง ๓๑ ราย
– ค่ามัธยฐานอายุ ๑๒ ปม (๑ปม ๕ เดือน - ๗๒ ปม )
– ผูป้ ่ วยเสม ยชมวิต ๒ ราย
• แบ่งเป็ นพื้นทม่สาหรับประเมินความเสม่ ยง และเข้าควบคุมโรคแล้ว (แสดงระดับ
หมู่บา้ น/พื้นทม่เฉพาะ) ได้แก่
– พืน้ ทีร่ ะบาด (พบผูป้ ่ วย/พาหะรายใหม่) ๑๒ จุด
– พืน้ ทีต่ ิดตามต่ อเนื่อง (หลังผูป้ ่ วย/พาหะทานยา ไม่พบเชื้ออมก ๑ เดือน) ๑๘ จุด
– พืน้ ทีร่ ะยะปลอดภัย (ไม่พบผูป้ ่ วย/พาหะหลังติดตามอมก ๑ เดือน) ๑ จุด
– พืน้ ทีเ่ สี่ ยง ควรได้รับการป้ องกันด้วยวัคซมนก่อน -ยังประเมินไม่ ได้ -
จานวนผู้ป่วยคอตีบตามวันเริ่มป่ วย แยกรายที่พบใน
สถานพยาบาล และที่ค้นหาเพิ่มเติม (จากข้ อมูล ๕๙ ราย)
จานวนผูป้ ่ วย (ราย)
8
7
6
5
4
3
2
1
ผูป
้ ่ วยร ับร ักษาในสถานพยาบาล
เลย (๒๘ รำย)
เพชรบูรณ์ (๔ รำย)
หนองบัวลำภู (๑ รำย)
ผูป
้ ่ วยค้นหาเพิม
่ เติมในชุมชน
เลย (๑๘ รำย)
เพชรบูรณ์ (๖ รำย)
หนองบัวลำภู (๒ รำย)
20 22 24 26 28 30 2 4 6 8 10 12 14 16 18 20 22 24 26 28 30 1 3 5 7 9 11 13 15 17 19 21 23 25 27 29 31 2 4 6 8 10 12 14 16 18 20 22 24 26
มิถุนำยน
กรกฎำคม
สงิ หำคม
กันยำยน
ว ันเริม่ ป่ วย
จำนวนผูป
้ ่ วยคอตีบแยกตำมกลุม
่ อำยุ
ณ วันที่ ๒๕ กันยำยน ๒๕๕๕ (จำกข ้อมูล ๕๙ รำย)
20
18
16
14
12
10
8
6
4
2
0
หนองบ ัวลำภู
เพชรบูรณ์
เลย
0-4
5-9
10-14
15-19
20-24
25-29
30-34
35-39
40-44
45-49
50-54
55-59
≥60
จานวนผู้ป่วยคอตีบตามวันเริ่มป่ วยแยกรายพืน้ ที่
จานวนผู้ป่วย
จานวนพาหะ
3
1
1
1
4
3
1
3
1
10
8
14
4
3
6
1
10
1
13
1
1
1
จานวนผู้ป่วยต่ อพาหะ = ๕๙ : ๓๑
ระบาดวิทยา (Epidemiology) ศึกษาอะไร
เวลา (Time)
การกระจายของโรค
ระบาดวิทยา
ปัจจัยทม่มมอิทธิพลต่อโรค
บุคคล (Person)
สถานทม่ (Place)
สาเหตุ (Cause)
ปัจจัยเสม่ ยง (Risk factor)
34
ระบำดวิทยำก ับงำนสำธำรณสุข
1. กำรเฝ้ำระว ังทำงระบำดวิทยำ
2. กำรสอบสวนทำงระบำดวิทยำของ
โรค/ภ ัยสุขภำพ
ึ ษำวิจ ัยทำงระบำดวิทยำ
3. กำรศก
35
ขั้นตอนการสอบสวนโรคทางระบาดวิทยา
ตรวจสอบปั ญหาที่เกิดขึน้
2. เตรี ยมการปฏิบัตงิ าน
3. ยืนยันการวินิจฉัยโรค และการระบาด
4. กาหนดนิยามผู้ป่วยค้ นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม
5. ศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา -ตามบุคคล เวลา สถานที่
6. สร้ างสมมุตฐิ านการเกิดโรค
7. ศึกษาระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์ –ทดสอบสมมุตฐิ าน
8. มีการศึกษาเพิ่มเติม ถ้ าจาเป็ น
9. ควบคุมและป้องกันโรค
10. นาเสนอผลการสอบสวน
1.
โรคคอตมบ
(Diphtheria)
โรคคอตีบ
• เป็ นโรคติดเชื้อเฉมยบพลันของระบบทางเดินหายใจ ซึ่งทาให้เกิดการ
อักเสบ มมแผ่นเยือ่ เกิดขึ้นในลาคอ
• ในรายทม่รุนแรงจะมมการตมบตันของทางเดินหายใจ จึงได้ชื่อว่าโรคคอตมบ
ซึ่งอาจทาให้ถึงตายได้
• พิษ (exotoxin) ของเชื้อจะทาให้มมอนั ตรายต่อกล้ามเนื้อหัวใจ และ
เส้นประสาทส่ วนปลาย
สาเหตุ
• เกิดจากเชื้อแบคทมเรม ย Corynebacterium diphtheriae (C.
diphtheriae) ซึ่งมมรูปทรงแท่งและย้อมติดสม แกรมบวก
• มมสายพันธุ์ทม่ทาให้เกิดพิษ (toxigenic) และไม่ทาให้เกิดพิษ
(nontoxigenic)
• พิษทม่ถูกขับออกมาจะไปทม่กล้ามเนื้อหัวใจ
และปลายประสาท ทาให้เกิดการอักเสบ
ระบาดวิทยา
• โรคติดต่อชนิดนม้ เชื้อจะพบอยูใ่ นคนเท่านั้นโดยจะพบอยูใ่ นจมูกหรื อลาคอของ
ผูป้ ่ วยหรื อผูต้ ิดเชื้อ โดยไม่มมอาการ (carrier)
• ติดต่อกันได้ง่ายโดยการได้รับเชื้อโดยตรงจากการไอ จามรดกัน หรื อพูดคุยกันใน
ระยะใกล้ชิด เชื้อจะเข้าสู่ ผสู ้ ัมผัสทางปากหรื อทางการหายใจ บางครั้งอาจติดต่อกัน
ได้โดยการใช้ภาชนะร่ วมกัน เช่น แก้วน้ า ช้อน หรื อ สูบบุหรม่ รือใช้อุปกรณ์เสพยา
ร่ วมกัน หรื อ การดูดอมของเล่นร่ วมกันในเด็กเล็ก
• ทั้งผูป้ ่ วยและผูต้ ิดเชื้อทม่ไม่มมอาการสามารถแพร่ เชื้อได้
• ส่ วนใหญ่ของผูป้ ่ วยทม่พบจะอยูใ่ นชนบทหรื อในชุมชนแออัด ซึ่ งมมเด็กทม่ยงั ไม่ได้รับ
วัคซม นหรื อได้รับไม่ครบเป็ นจานวนมาก
• อัตราป่ วยตาย (case-fatality rate) ประมาณร้อยละ 10-30
ระยะฟักตัวและการแพร่ เชื้อ
• ระยะฟักตัวของโรคส่ วนใหญ่อยูร่ ะหว่าง 2-5 วัน อาจพบนานกว่านม้ได้
• เริ่ มแพร่ เชื้อได้ต้ งั แต่ก่อนเริ่ มป่ วย และเชื้อจะอยูใ่ นลาคอของผูป้ ่ วยทม่
ไม่ได้รับการรักษาได้ประมาณ 2 สัปดาห์ แต่บางครั้งอาจนานถึงหลาย
เดือนได้
• ผูท้ ม่ได้รับการรักษาเต็มทม่เชื้อจะหมดไป ภายใน 1-2 สัปดาห์
อาการและอาการแสดง
• เริ่ มด้วยมมอาการไข้ต่าๆ มมอาการคล้ายหวัดในระยะแรก ไอ เจ็บคอ เบื่ออาหาร
ในเด็กโตอาจจะบ่นเจ็บคอคล้ายกับคออักเสบ บางรายอาจจะพบต่อม
น้ าเหลืองทม่คอโตด้วย
• ในคอพบแผ่นเยือ่ สม ขาวปนเทาติดแน่นอยูบ่ ริ เวณทอนซิล และบริ เวณลิ้นไก่
แผ่นเยือ่ นม้เกิดจากพิษทม่ออกมาทาให้มมการทาลายเนื้อเยือ่ และทาให้มมการตาย
ของเนื้อเยือ่ ทับซ้อนกันเกิดเป็ นแผ่นเยือ่ (membrane) ติดแน่นกับเยือ่ บุ
ในลาคอ
• หากแผ่นเยือ่ อาจจะเลยลงไปในหลอดคอ จะทาให้ทางเดินหายใจตมบตัน
หายใจลาบาก ถึงตายได้
• ตาแหน่งอื่นทม่จะพบมมการอักเสบและมมแผ่นเยือ่ ได้ ได้แก่ ในจมูก ผิวหนัง เยือ่
บุตา ในช่องหู
Diphtheria – Clinical features
• Clinical manifestations:
– 85-90% Sore throat
– 50-85% low grade fever
– 26-40% dysphagia
– 50% membrane
• Toxin mediated
– myocarditis, polyneuritis, renal tubular necrosis and
other systemic toxic effects
• Fatality rate 5–10%, but in <5 or >40 year olds, could
be 20%
Colonisation
Normal flora
Respiratory pathogens
that can be carried
Transient colonisation
α haemolytic streptococci
S. pyogenes
Enterobactericiae
Neisseria species
S. pneumoniae
Pseudomonads
Diphtheroids
H. influenzae
Candida
Anaerobic cocci
C. diphtheriae
Fusobacteria
Bacteroides
Micrococci
Milky white patches over tonsils
Infectious mononucleosis
Enlarge and injected tonsils
Acute tonsillitis
Dirty white patches
over tonsils and
posterior pharyngeal wall
Diphtheria
การรักษา
• ให้ Diphtheria antitoxin (DAT)
• ให้ยาปฎิชมวนะ
– ยาฉม ด ได้แก่ เพนนิซิลิน ฉม ดเข้ากล้าม 1 ครั้ง ถ้าแพ้เพนนิซิลิน
– ยากิน ได้แก่ Erythromycin หรื อ Roxithromycin
• เจาะคอในเด็กทม่มมโรคแทรกซ้อนจากการอุดกลั้นของทางเดินหายใจ
• โรคแทรกซ้อนทางหัวใจและทางเส้นประสาท ให้การรักษาประคับประคอง
ตามอาการ
• ผูป้ ่ วยเด็กโรคคอตมบจะต้องพักเต็มทม่ อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ เพื่อป้ องกันโรค
แทรกซ้อนทางหัวใจ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นปลายสัปดาห์ทม่ 2
การป้ องกัน
• ต้องแยกผูป้ ่ วยจากผูอ้ ื่นอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังเริ่ มมมอาการ หรื อตรวจเพาะเชื้อ
ไม่พบเชื้อแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง
• ผูป้ ่ วยทม่หายจากโรคคอตมบแล้ว อาจไม่มมภมู ิคุม้ กันโรคเกิดขึ้นเต็มทม่ จึงอาจเป็ นโรค
คอตมบซ้ าอมกได้ ดังนั้นจึงต้องให้วคั ซม นป้ องกันโรค (DTP หรื อ dT) แก่ผปู ้ ่ วยทม่
หายแล้วทุกคน
• ผูใ้ กล้ชิดผูป้ ่ วย เนื่องจากโรคคอตมบติดต่อกันได้ง่าย ดังนั้นผูส้ ัมผัสโรคทม่ไม่มม
ภูมิคุม้ กันโรคจะติดเชื้อได้ง่าย จึงควรได้รับการติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด โดยทา
การเพาะเชื้อจากลาคอ และติดตามดูอาการ
• ในผูท้ ม่สัมผัสโรคอย่างใกล้ชิด ต้องเก็บตัวอย่าง ให้ยาปฏิชมวนะ พร้อมทั้งเริ่ มให้
วัคซม น และติดตามเฝ้ าระวังอาการอย่างใกล้ชิด
• การให้วคั ซม นป้ องกันโรคคอตมบแก่เด็กตาม EPI

similar documents