PowerPoint_Chalotorn - คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Report
ข้อตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ดร.ชโลทร แก่นสันติสขุ มงคล
สัมมนาทางวิชาการประจาปี 2553
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เกริน่ นำ
 ปญั หำกำรเปลีย่ นแปลงสภำพภูมอิ ำกำศ เป็ นวิกฤตกำรณ์ทำงสิง่ แวดล้อมทีส่ ำคัญ ซึง่
น่ำจะมีผลให้เกิดกำรเปลีย่ นแปลงในระบบกำยภำพ ระบบนิเวศ และรวมถึง ระบบ
เศรษฐกิจและสังคมของโลก อย่ำงมำก
 ในปจั จุบนั มีขอ้ ตกลงพหุภำคีดำ้ นกำรเปลีย่ นแปลงสภำพภูมอิ ำกำศในระดับโลก อยู่ 2
ข้อตกลง คือ กรอบอนุ สญ
ั ญำสหประชำชำติวำ่ ด้วยกำรเปลีย่ นแปลงสภำพภูมอิ ำกำศ
(UNFCCC) และ พิธสี ำรเกียวโต
 เป้ำหมำยกำรเจรจำในปจั จุบนั : กำรหำข้อตกลงร่วมกันในกำรจัดกำรสภำพภูมอิ ำกำศ
หลังปี 2012
 ประเด็นปญั หำ: กำรจัดสรรระดับพันธกรณีสำหรับประเทศพัฒนำแล้ว (Annex I
countries: AI) และ ประเทศกำลังพัฒนำ (Non-Annex I countries: NAI)
วัตถุประสงค์/ภำพรวมของบทควำม
 สรุปทิศทำง/แนวโน้มทีเ่ กิดขึน้ ในกระบวนกำรเจรจำ ในประเด็นเกีย่ วกับ (ก) ระดับ
ควำมจำเป็ นในกำรลดกำรปล่อยก๊ำซเรือนกระจกรวม และ (ข) กำรกระจำยพันธกรณี
ระหว่ำงกลุม่ ประเทศพัฒนำแล้ว/ประเทศกำลังพัฒนำ
 ทดลองกำรคำนวณกำรจัดสรรพันธกรณี ภำยในกลุม่ ประเทศกำลังพัฒนำ (Non-Annex
I countries: NAI) และ เปรียบเทียบภำระของประเทศไทย
 พิจำรณำควำมเป็ นไปได้/ทำงเลือกของประเทศไทยในกำรลดกำรปล่อยก๊ำซ CO2 จำก
ภำคกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำ ตำมระดับพันธกรณีขำ้ งต้น
ข้อเสนอในแง่ภาพรวมความจาเป็ นระดับโลก
 ควรรักษำระดับกำรเพิม่ ขึน้ ของอุณหภูมเิ ฉลีย่ ของโลกในระดับไม่เกิน [1.5] [2] องศำ
เซลเซียส
 ควรรักษำระดับควำมเข้มข้นของก๊ำซเรือนกระจกในชัน้ บรรยำกำศทีร่ ะดับ [350] [400]
[450] ppm CO2-eq
 ปริมำณกำรปล่อยก๊ำซรวมของโลกควรจะหยุดกำรเพิม่ และเริม่ ลดลงภำยในปี [2015]
[2020] [2015 สำหรับประเทศพัฒนำแล้ว และ 2025 สำหรับประเทศกำลังพัฒนำ]
[ภำยใน 10-15 ปี]
 ปริมำณกำรปล่อยก๊ำซรวมของโลกควรจะต้องลดลงอย่ำงน้อย [50%] [85%] จำกระดับ
ในปี 1990 ภำยในปี 2050
ข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดสรรภาระพันธกรณี /ความมี
ส่วนร่วมระหว่างกลุ่มประเทศ
 ข้อเสนอของเป้ าหมายการลดการปล่อยก๊าซของประเทศพัฒนาแล้ว
 ประเทศพัฒนำแล้วควรลดกำรปล่อยก๊ำซลงในระดับ [25-40%] [25%] [30%]
[40%] [45%] [50%] จำกระดับกำรปล่อยก๊ำซในปี 1990 ภำยในปี 2020
 ประเทศพัฒนำแล้วควรลดกำรปล่อยก๊ำซลงในระดับ [80%] [95%] จำกระดับ
กำรปล่อยก๊ำซในปี 1990 ภำยในปี 2050
 ข้อเสนอของเป้ าหมายการลดการปล่อยก๊าซของประเทศกาลังพัฒนา
 ประเทศกำลังพัฒนำควรลดกำรปล่อยก๊ำซในระดับ [ทีม่ คี วำมแตกต่ำงอย่ำง
ชัดเจน (Substantial Deviation)] [15%-30%] จำกระดับกำรปล่อยในสภำวะ
เศรษฐกิจปกติ (Business as Usual, BAU) ภำยในปี 2020
เปรียบเทียบข้อเสนอกับผลการศึกษาของ IPCC
 เมือ่ พิจำรณำตัวเลขเป้ำหมำยต่ำงๆ ทีป่ รำกฏในข้อเสนอ พบว่ำตัวเลข
เป้ำหมำยหลักๆ ทีป่ รำกฏในข้อเสนอต่ำงๆ มีควำมสอดคล้องอย่ำงสูงมำก
กับข้อมูลตัวเลขทีป่ รำกฏในรำยงำน IPCC ฉบับล่ำสุด (IPCC Fourth
Assessment Report, IPCC-AR4)
 Table SPM.5: เป้ำหมำยกำรลดก๊ำซรวมของโลก
 Box 13.7: กำรกระจำยพันธกรณีระหว่ำง Annex I กับ Non-Annex I
เปรี ยบเทียบข้ อเสนอกับผลการศึกษาของ IPCC
Summary of Box 13.7 in IPCC-AR4
Scenario
Region
2020
2050
450 ppm Annex I
CO2-eq
Non-AI
-25% to -40% below
1990
-80% to -95% below
1990
550 ppm Annex I
CO2-eq
Non-AI
-10% to -30% below
1990
-40% to -90% below
1990
Deviation from
Baseline in some.
Deviation from
Baseline in most.
650 ppm Annex I
CO2-eq
Non-AI
0% to -25% below
1990
-30% to -80% below
1990
Baseline
Deviation from
Baseline in some.
Substantial Deviation Substantial Deviation
from Baseline in all.
from Baseline in
some.
Source: Adjusted from IPCC Working Group III, 2007 (Box13.7, p.776)
Revised Box 13.7
Scenario
Region
2020
2050
450 ppm Annex I
CO2-eq
Non-AI
-25% to -40% below
1990
-80% to -95% below
1990
-15% to -30% below
Business as Usual
Substantial Deviation
from Baseline in all.
550 ppm Annex I
CO2-eq
Non-AI
-10% to -30% below
1990
-40% to -90% below
1990
0% to -20% below
Business as Usual
Deviation from
Baseline in most.
650 ppm Annex I
CO2-eq
Non-AI
0% to -25% below
1990
-30% to -80% below
1990
+10% above to -10% Deviation from
below BAU
Baseline in some.
Source: den Elzen and Hohne (2008)
คาถาม
 ถ้ำกลุ่มประเทศกาลังพัฒนาทีเ่ ป็ น NAI ของ UNFCCC จะต้อง
ถูกกำหนดให้มพี นั ธกรณีรว่ มกันในกำรลดปริมำณกำรปล่อยก๊ำซ
เรือนกระจก ในปี 2020 ลงในระดับ 15% หรือ 30% จาก BAU
ผลของกำรจัดแบ่งภำระต่อพันธกรณีดงั กล่ำวจะมีผลกำรจัดสรรใน
ลักษณะใดได้บำ้ ง?
เกณฑ์ การจัดสรรพันธกรณี
*ข้อเสนอเกณฑ์กำรจัดสรรพันธกรณีทพ่ี จิ ำรณำในกำรวิเครำะห์ 4 ข้อเสนอ
(เกณฑ์อย่ำงง่ำย 2 เกณฑ์ และ เกณฑ์ทเ่ี น้นหลักควำมเป็ นธรรม 2 เกณฑ์)
1. Equal BAU Percentage
 ประเทศ NAI ทุกประเทศมีภำระต้องลดปริมำณกำรปล่อยก๊ำซเรือนกระจกรวมของตน
ในปี 2020 ลงในสัดส่วนที่เท่าเทียมกันเมือ่ เทียบกับปริมำณกำรปล่อยในกรณี BAU
(นันคื
่ อ ทุกประเทศจะต้องลด 15% หรือ 30% เท่ำเทียมกัน)
2. Equal 1990 Percentage
 ประเทศ NAI ทุกประเทศมีภำระต้องลดปริมำณกำรปล่อยก๊ำซเรือนกระจกรวมของตน
ในปี 2020 ลงในสัดส่วนที่เท่าเทียมกันเมือ่ เทียบกับปริมำณกำรปล่อยของตนในปี
1990
เกณฑ์ การจัดสรรพันธกรณี(ต่ อ)
3. Equal Emission Rights
 ประชำกรของโลกทุกคนควรมีสทิ ธิ ์เท่ำเทียมกันในกำรร่วมใช้ทรัพยำกรส่วนรวมของโลก
ดังนัน้ ประชากรของ NAI ทุกประเทศ ย่อมควรได้รบั สิทธ์ ิ ในการปล่อยก๊าซเรือน
กระจกต่อหัวประชากรในอัตรำทีเ่ ท่าเทียมกันทัง้ หมด
4. Contraction and Convergence (C&C)
 ตัง้ แต่ปี 2010 เป็ นต้นไปประเทศ NAI ทุกประเทศจะต้องค่อยๆ ปรับลดความ
แตกต่างของค่าเฉลี่ยการปล่อยก๊าซต่อหัวของตน เมือ่ เทียบกับค่ำเฉลีย่ รวมของ
ประเทศ NAI ทัง้ หมด ลงในอัตรา 25% ต่อทศวรรษ เมือ่ เทียบกับค่ำควำมแตกต่ำงที่
ดำรงอยูใ่ นปี 2010 ซึง่ จะมีผลทำให้คำ่ เฉลีย่ ของกำรปล่อยก๊ำซต่อหัวของ NAI ทุก
ประเทศจะถูกปรับค่ำจนมีค่าเท่าเทียมกันในปี 2050
*นิยำมเกณฑ์ 3&4 เป็ นกำรดัดแปลงจำกนิยำมข้อเสนอต้นแบบ เพือ่ ใช้ในกำรวิเครำะห์ NAI
ฐำนข้อมูล และ ข้อจำกัดของกำรวิเครำะห์
 ข้อมูลหลักของกำรวิเครำะห์: ข้อมูลของ International Energy Agency ใน 2 รำยงำน
 CO2 Emissions from Fuel Combustion 2009: Highlights
 World Energy Outlook 2009
(ร่วมกับกำรทำ Interpolation/Extrapolation เพือ่ เติมเต็มช่องว่ำงของข้อมูล)
 ข้อจำกัดของข้อมูล
 เป็ นข้อมูลและประมำณกำรกำรปล่อยก๊ำซ CO2 จำกภำคพลังงำน
 ข้อมูลประมำณกำรมีถงึ แค่ปี 2030
 ข้อมูลประมำณกำรรำยภูมภ
ิ ำค + ประเทศสำคัญ + ประเทศใน ASEAN
 ข้อจำกัดของกำรวิเครำะห์
 กำรแบ่งแยก AI/NAI ทำได้ไม่สมบูรณ์
 เป็ นกำรวิเครำะห์แบบบำงส่วน (เฉพำะ CO2; เฉพำะ NAI)
 วิเครำะห์เกณฑ์ควำมเป็ นธรรมหลำยๆ ข้อเสนอไม่ได้
สรุ ปผลของประเทศไทยภายใต้ เกณฑ์ การจัดสรรทัง้ 4 รูปแบบ
 กรณี 15% จาก BAU
 ได้รบั สิทธิ ์ในกำรปล่อยก๊ำซ CO2 ต่อหัวประชำกรในช่วงระหว่ำง 2.584 – 3.761 ตันต่อคน
 หรือเทียบเท่ำกับต้องมีภำระพันธกรณีในกำรลดกำรปล่อยก๊ำซจำกระดับ BAU ลงระหว่ำง 1542%
 กรณี 30% จาก BAU
 ได้รบั สิทธิ ์ในกำรปล่อยก๊ำซ CO2 ต่อหัวประชำกรในช่วงระหว่ำง 2.13 – 3.10 ตันต่อคน
 หรือเทียบเท่ำกับต้องมีภำระพันธกรณีในกำรลดกำรปล่อยก๊ำซจำกระดับ BAU ลงระหว่ำง 3052%
(***กรณี BAU อัตรำกำรปล่อยก๊ำซ CO2 ต่อหัวประชำกรของไทย = 4.425 ตันต่อคน ***)
กรณี ศึกษา
ภาคการผลิตพลังงานไฟฟ้ าของประเทศไทย
คาถาม
 ถ้ำประเทศไทยมีควำมจำเป็ นจะต้องลดกำรปล่อยก๊ำซ CO2 จำก
ภำคกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำลงในระดับ 15% หรือ 30% เมือ่ เทียบ
กับระดับกำรปลดปล่อยในกรณี BAU ในปี 2020 เรำจะมีทำงเลือก
และควำมเป็ นไปได้ในกำรจัดกำรภำคกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำของ
ประเทศไทยอย่ำงไรบ้ำง?
ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์
 แผนพัฒนำกำลังผลิตไฟฟ้ำ ฉบับ PDP 2010
 แผนพัฒนำกำลังผลิตไฟฟ้ำ ฉบับ PDP 2007: Revision 2
วิธีการคานวณปริมาณการปล่อย CO2
Revised 1996 IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas
Inventories ร่วมกับ ข้อมูลค่ำควำมร้อนสุทธิของเชือ้ เพลิงแต่ละประเภทจำก
รำยงำนไฟฟ้ำของประเทศไทย
การกาหนดนิยามของกรณี BAU
 ปญั หำกำรกำหนดขนำดกำรปลดปล่อยก๊ำซในกรณี BAU
 ควำมไม่แน่นอนของกำรพยำกรณ์ เพรำะเป็ นกำรคำดประมำณค่ำปริมำณกำรปล่อยก๊ำซที่
ควรจะเกิดขึน้ ในอนำคต ทีย่ งั ไม่ได้มกี ำรเกิดขึน้ จริงๆ
ั หำกำรตีควำมว่ำ สภำวะ BAU หรือ “สภำวะเศรษฐกิจปกติ ทีค่ วรจะเกิดขึน้ หำกไม่ได้
 ปญ
มีกำรดำเนินนโยบำยและ/หรือมำตรกำรทีม่ เี ป้ำหมำยเพือ่ ทีจ่ ะก่อให้เกิดกำรลดกำรปล่อย
ก๊ำซเรือนกระจก” คืออะไร?
 ทำงเลือกในกำรกำหนดกรณีอำ้ งอิง BAU
 ปริมำณกำรปล่อยก๊ำซ CO2 ภำยใต้แผน PDP2010
เอกสำร “นโยบำยและแนวทำงกำรปรับปรุงแผน PDP2010” ของกระทรวงพลังงำน ได้
มีกำรระบุให้ “คำนีงถึงกำรลดกำรปล่อยก๊ำซเรือนกระจกของโรงไฟฟ้ำใหม่” และ
“พิจำรณำกำรปรับลดปริมำณกำรปล่อยก๊ำซเรือนกระจกในกำรวำงแผน”
 ปริมำณกำรปล่อยก๊ำซ CO2 ภำยใต้แผน PDP2007R2
การกาหนดนิยามของกรณี BAU (ต่อ)
 ควำมแตกต่ำงของปริมำณกำรปล่อยก๊ำซ CO2: PDP2010 vs PDP2007R2
1) ควำมแตกต่ำงในค่ำพยำกรณ์ควำมต้องกำรไฟฟ้ำ

ปรับตำมควำมต้องกำรจริงปี 2552 และ ปรับลดพยำกรณ์ GDP ในอนำคต
==> เป็ นกำรปรับเพือ่ ควำมถูกต้องของข้อมูล ไม่ใช่ผลของนโยบำยกำรลดก๊ำซ
2) ผลของมำตรกำรประหยัดพลังงำน
รวมผลของโครงกำรหลอดผอมใหม่ T5
==> วัตถุประสงค์สว่ นหนึ่งของโครงกำร คือ เพือ่ ช่วยลดก๊ำซเรือนกระจก

3) ผลของกำรเปลีย่ นแปลงสัดส่วนของแหล่งพลังงำนในกำรผลิตไฟฟ้ำ

แผน PDP2010 ลดสัดส่วนกำรพึง่ พำก๊ำซธรรมชำติและถ่ำนหินนำเข้ำ และ เพิม่
สัดส่วนกำรพึง่ พำพลังงำนหมุนเวียน และ กำรซือ้ ไฟฟ้ำจำกต่ำงประเทศมำกขึน้
ทำให้ปริมำณกำรปล่อยก๊ำซ CO2 ตำมแผน PDP2010 มีคำ่ ลดต่ำลง
 แผน PDP2010: จะมีรฟฟ.นิวเคลียร์ในปี 2020 ... แต่เชื่อว่ำน่ำจะมีควำมล่ำช้ำ
ทางเลือกในการนิยามกรณี BAU ใหม่
1.
New BAU1: ถือว่ำควำมแตกต่ำง (1) ควรนับรวมใน BAU อยูแ่ ล้ว



2.
New BAU2 : ถือว่ำควำมแตกต่ำง (1) & (3) ควรนับรวมใน BAU อยูแ่ ล้ว



3.
ใช้คำ่ พยำกรณ์ควำมต้องกำรไฟฟ้ำใหม่ของ PDP2010 เป็นฐำน
ไม่รวมผลกำรประหยัดพลังงำนของโครงกำร T5
สมมติให้สดั ส่วนของแหล่งพลังงำนในกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำมีคำ่ เป็นไปตำมสัดส่วนทีป่ รำกฏใน
PDP2007R2
ใช้คำ่ พยำกรณ์ควำมต้องกำรไฟฟ้ำใหม่ของ PDP2010 แต่ไม่รวมผลโครงกำร T5
ใช้ปริมำณของแหล่งพลังงำนในกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำของ PDP2010 เป็นฐำน
สมมติให้โรงไฟฟ้ำนิวเคลียร์ไม่สำมำรถดำเนินกำรได้ทนั ในปี 2020 --> ใช้ถ่ำนหินนำเข้ำแทน
New BAU3 : ถือว่ำควำมแตกต่ำง (1) & (3) ควรนับรวมใน BAU อยูแ่ ล้ว



ใช้คำ่ พยำกรณ์ควำมต้องกำรไฟฟ้ำใหม่ของ PDP2010 แต่ไม่รวมผลโครงกำร T5
ใช้ปริมำณของแหล่งพลังงำนในกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำของ PDP2010 เป็นฐำน
สมมติให้โรงไฟฟ้ำนิวเคลียร์ไม่สำมำรถดำเนินกำรได้ทนั ในปี 2020 --> ใช้ก๊ำซธรรมชำติแทน
การพิจารณาทางเลือกในการลดก๊าซ CO2
 กำรเพิม่ ประสิทธิภำพกำรใช้พลังงำนไฟฟ้ำ เพือ่ ลดควำมต้องกำรในกำรผลิตพลังงำน
ไฟฟ้ำ (EE)
 กำรเพิม่ ปริมำณกำรใช้พลังงำนหมุนเวียนในกำรผลิตไฟฟ้ำ (RE)
 เพือ่ ให้สำมำรถลดกำรผลิตไฟฟ้ำจำกเชือ้ เพลิงฟอสซิล ได้แก่ ถ่ำนหินนำเข้ำ ลิกไนต์
หรือ ก๊ำซธรรมชำติ
กำรวิเครำะห์จงึ ต้องเริม่ จำกกำรประมำณกำรขนำดของ “ศักยภำพของกำรเพิม่
ประสิทธิภำพพลังงำน” และ “ศักยภำพของกำรใช้พลังงำนหมุนเวียน” ของประเทศไทยใน
ปี 2020
ประมาณการศักยภาพการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้
พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย
ประมาณการศักยภาพพลังงานหมุนเวียนเพื่อการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย
การพิจารณาทางเลือกต่างๆ ในการปฏิบตั ิ ตามเป้ าหมายพันธกรณี
15% และ 30%
ข้อสมมติ
1. กำรวิเครำะห์ครัง้ นี้จะจำกัดเฉพำะกำรวิเครำะห์ทำงเลือกในกำรจัดกำรควำม
ต้องกำรและกำรจัดหำพลังงำนไฟฟ้ำของประเทศไทย เพือ่ ให้บรรลุเป้ำหมำย
พันธกรณีในกำรลดก๊ำซ CO2 ในระดับทีก่ ำหนด เฉพำะในปี 2020 เท่ำนัน้
2. กำรวิเครำะห์ในครัง้ นี้จะจำกัดเฉพำะกำรวิเครำะห์ปริมำณกำรปลดปล่อยก๊ำซ
CO2 จำกกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำภำยในประเทศ (ไม่รวมส่วนกำรนำเข้ำ)
3. ใช้กรณี New BAU3 เป็ นฐำน: ค่ำควำมต้องกำรพลังงำนไฟฟ้ำจำกแหล่งผลิตใน
ประเทศ ก่อนกำรหักผลกำรใช้มำตรกำรเพิม่ ประสิทธิภำพพลังงำนเพิม่ เติม
สำหรับปี 2020 จะมีคำ่ อยูท่ ร่ี ะดับ 202,500 GWh (เท่ำกับกรณี New BAU3) เสมอ
การพิจารณาทางเลือกต่างๆ ในการปฏิบตั ิ ตามเป้ าหมายพันธกรณี
15% และ 30%
ข้อสมมติ (ต่อ)
4. ปริมำณกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำจำกน้ ำมันเตำ น้ ำมันดีเซล และ ไฟฟ้ำพลังน้ ำ ในปี
2020 มีคำ่ คงทีใ่ นระดับเดียวกับทีก่ ำหนดในแผน PDP2010 เสมอ นันคื
่ อ จะอยูท่ ่ี
ระดับ 0 GWh 21 GWh และ 6,065 GWh ตำมลำดับ
5. ศักยภำพของมำตรกำรกำรเพิม่ ประสิทธิภำพพลังงำนไฟฟ้ำและศักยภำพของกำรใช้
พลังงำนหมุนเวียนในกำรผลิตไฟฟ้ำของประเทศไทย ในปี 2020 จะมีคำ่ เท่ำกับ
31,620 และ 39,468 GWh ตำมลำดับ ซึง่ จะทำให้ศกั ยภำพรวมอยูท่ ่ี 71,088 GWh
6. กำรคำนวณปริมำณกำรปลดปล่อยก๊ำซ CO2 จะพิจำรณำเฉพำะในส่วนของกำรเผำ
ไหม้เชือ้ เพลิงเพือ่ กำรผลิตพลังงำน โดยจะใช้วธิ กี ำรคำนวณแบบ Tier 1 Method
ตำมทีก่ ำหนดไว้ใน Revised 1996 IPCC Guidelines for National Greenhouse
Gas Inventories
กรณี พนั ธกรณี 15% (เป้ าหมาย 81.76 ล้านตัน)
 ทางเลือก 15A
 ปรับลดกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำจำกเชือ้ เพลิงถ่ำนหินนำเข้ำลงให้เหลือเพียง 16426 GWh
(ลดลง 16379 GWh)
 เพิม่ กำรส่งเสริมและพัฒนำกำรใช้พลังงำนหมุนเวียนและกำรเพิม่ ประสิทธิภำพพลังงำน
(RE&EE) ในระดับ 44% ของศักยภำพทัง้ หมด
 ทางเลือก 15B
 ปรับลดกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำจำกเชือ้ เพลิงถ่ำนหินนำเข้ำลงให้เหลือเพียง 16426 GWh (ลดลง
16379 GWh)
 เร่งดำเนินกำรก่อสร้ำงโรงไฟฟ้ำนิวเคลียร์เพือ่ ให้ทนั กับกำหนดกำรเดิมทีร่ ะบุไว้ในแผน
PDP2010
 เพิม่ กำรส่งเสริมและพัฒนำกำรใช้พลังงำนหมุนเวียนและกำรเพิม่ ประสิทธิภำพพลังงำน
(RE&EE) ในระดับ 33% ของศักยภำพทัง้ หมด
พลังงำนไฟฟ้ำรวม = 188,662 GWh
พลังงำนไฟฟ้ำรวม = 192,072 GWh
พิจารณาทางเลือกสาหรับกรณี พนั ธกรณี ระดับ 15%
 ทัง้ สองทำงเลือก เป็ นทำงเลือกทีม่ คี วำมเป็ นไปได้ในระดับสูง เพรำะในแผน PDP2010
มีกำรคำดกำรณ์วำ่ ในปี 2020 จะมีกำรพึง่ พิงกำรใช้พลังงำนหมุนเวียนและกำรเพิม่
ประสิทธิภำพกำรใช้พลังงำนในระดับ 22% ของศักยภำพทัง้ หมดอยูแ่ ล้ว (พึง่ พำกำร
ผลิตไฟฟ้ำจำกพลังงำนหมุนเวียน 14730 GWh และ กำรประหยัดพลังงำนจำก
โครงกำร T5 เท่ำกับ 1170 GWh) ดังนัน้ กำรดำเนินมำตรกำรต่ำงๆ เพิม่ เติมเพือ่ เพิม่
ผลกำรพัฒนำศักยภำพดังกล่ำว ในระดับ 11-22% จึงน่ำจะถือว่ำมีควำมเป็ นไปได้
กรณี พนั ธกรณี 30% (เป้ าหมาย 67.33 ล้านตัน)
 ทางเลือก 30A
 ยกเลิกกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำจำกเชือ้ เพลิงถ่ำนหินนำเข้ำในปี 2020 ทัง้ หมด
 เพิม่ กำรส่งเสริมและพัฒนำกำรใช้พลังงำนหมุนเวียนและกำรเพิม่ ประสิทธิภำพ
พลังงำน (EE&RE) ในระดับ 67% ของศักยภำพทัง้ หมด
 ทางเลือก 30B
 ยกเลิกกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำจำกเชือ้ เพลิงถ่ำนหินนำเข้ำในปี 2020 ทัง้ หมด
 เร่งดำเนินกำรก่อสร้ำงโรงไฟฟ้ำนิวเคลียร์เพือ่ ให้ทนั กับกำหนดกำรเดิมทีร่ ะบุไว้ใน
แผน PDP2010
 เพิม่ กำรส่งเสริมและพัฒนำกำรใช้พลังงำนหมุนเวียนและกำรเพิม่ ประสิทธิภำพ
พลังงำน (EE&RE) ในระดับ 56% ของศักยภำพทัง้ หมด
กรณี พนั ธกรณี 30% (เป้ าหมาย 67.33 ล้านตัน)
 ทางเลือก 30C
 หยุดกำรขยำยกำลังกำรผลิตไฟฟ้ำจำกเชือ้ เพลิงถ่ำนหินเพิม่ เติมจำกทีม่ อี ยูใ่ นปจั จุบนั
(คงระดับกำรผลิตไฟฟ้ำจำกถ่ำนหินนำเข้ำไว้ทร่ี ะดับในปี 2553 ที่ 12320 GWh)
 คงปริมำณกำรผลิตไฟฟ้ำจำกก๊ำซธรรมชำติ แต่ปรับลดกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำจำก
เชือ้ เพลิงลิกไนต์ลงให้เหลือเพียง 5435 GWh
 เร่งดำเนินกำรก่อสร้ำงโรงไฟฟ้ำนิวเคลียร์เพือ่ ให้ทนั กับกำหนดกำรเดิมทีร่ ะบุไว้ในแผน
PDP2010
 เพิม่ กำรส่งเสริมและพัฒนำกำรใช้พลังงำนหมุนเวียนและกำรเพิม่ ประสิทธิภำพพลังงำน
ในระดับ 55% ของศักยภำพทัง้ หมด
กรณี พนั ธกรณี 30% (เป้ าหมาย 67.33 ล้านตัน)
 ทางเลือก 30D
 หยุดกำรขยำยกำลังกำรผลิตไฟฟ้ำจำกเชือ้ เพลิงถ่ำนหินเพิม่ เติมจำกทีม่ อี ยูใ่ นปจั จุบนั
(คงระดับกำรผลิตไฟฟ้ำจำกถ่ำนหินนำเข้ำไว้ทร่ี ะดับในปี 2553 ที่ 12320 GWh)
 คงปริมำณกำรผลิตไฟฟ้ำจำกเชือ้ เพลิงลิกไนต์ แต่ปรับลดกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำจำก
ก๊ำซธรรมชำติลงให้เหลือเพียง 104,017 GWh (ซึง่ ใกล้เคียงกับปริมำณกำรผลิตในปี
ปจั จุบนั )
 เร่งดำเนินกำรก่อสร้ำงโรงไฟฟ้ำนิวเคลียร์เพือ่ ให้ทนั กับกำหนดกำรเดิมทีร่ ะบุไว้ในแผน
PDP2010
 เพิม่ กำรส่งเสริมและพัฒนำกำรใช้พลังงำนหมุนเวียนและกำรเพิม่ ประสิทธิภำพพลังงำน
ในระดับ 78% ของศักยภำพทัง้ หมด
พลังงำนไฟฟ้ำรวม = 181,355 GWh
พลังงำนไฟฟ้ำรวม = 184,765 GWh
พลังงำนไฟฟ้ำรวม = 185,012 GWh
ทางเลือก 30D
นิวเคลีย ร์
7,666 GWh
4.31%
พลังงาน
หมุนเวีย น
30,652 GWh
17.23%
พลังน้ า
6,065 GWh
3.41%
ถ่านหินนาเข ้า
12,320 GWh
6.92%
ลิกไนต์
17,202 GWh
9.67%
น้ ามันเตาและ
ดีเซล
21 GWh, 0.01%
พลังงำนไฟฟ้ำรวม = 177,943
ก๊าซ
ธรรมชาติ/LNG
104,017 GWh
GWh 58.46%
พิจารณาทางเลือกสาหรับกรณี พนั ธกรณี ระดับ 30%
* ทางเลือกที่พิจารณาทัง้ หมดเป็ นทางเลือกที่เป็ นไปได้แต่ค่อนข้างมีปัญหา
 ทางเลือก 30A และ 30B (ค่อนข้างเป็ นไปได้ยาก)
 ยุตกิ ำรลงทุนก่อสร้ำงโรงไฟฟ้ำถ่ำนหินใหม่ รวมทัง้ ปลดระวำงโรงไฟฟ้ำถ่ำนหินทีม่ อี ยูใ่ นปจั จุบนั
ออกไปทัง้ หมดด้วย
 โรงไฟฟ้ำถ่ำนหินทัง้ หมดทีม่ อี ยูใ่ นปจั จุบนั เป็ นโรงไฟฟ้ำของผูผ้ ลิตเอกชน และเป็ นโรงไฟฟ้ำที่
ค่อนข้ำงใหม่ จึงน่ำจะเป็ นกำรยำกทีจ่ ะดำเนินกำรได้
 ทางเลือก 30C (มีความเป็ นไปได้)
 ปลดระวำงโรงไฟฟ้ำแม่เมำะของกำรไฟฟ้ำฝำ่ ยผลิต ซึง่ เป็ นโรงไฟฟ้ำทีม่ อี ำยุกำรใช้งำนมำ
ยำวนำน และประสบปญั หำกำรร้องเรียนเรือ่ งสภำพมลภำวะจำกชำวบ้ำนในพืน้ ทีพ่ อสมควร
 ทางเลือก 30D (มีความเป็ นไปได้มากที่สดุ )
 ไม่ตอ้ งมีกำรปลดระวำงโรงไฟฟ้ำก่อนกำหนด
 แต่มคี วำมเป็ นไปได้มำก/น้อยแค่ไหน ในกำรทีจ่ ะขยำยกำรพึง่ พำกำรใช้พลังงำนหมุนเวียนและ
กำรเพิม่ ประสิทธิภำพพลังงำนไปจนถึงระดับสูงมำกถึง 78% ของศักยภำพทัง้ หมด
ทำงเลือกกำรผลิตไฟฟ้ำ ในปี 2020
สัดส่ วนการผลิตพลังงานไฟฟ้า
PDP
2010
ทางเลือกภายใต้ พนั ธกรณี
BAU
ตามประเภทของเชื้อเพลิง (GWh)
พลังนา้
15A
15B
30A
30B
30C
30D
6,065
6,065
6,065
6,065
6,065
6,065
6,065
6,065
122,839
131,675
131,675
131,675
131,675
131,675
131,675
104,017
21
21
21
21
21
21
21
21
ลิกไนต์
17,202
17,202
17,202
17,202
17,202
17,202
5,435
17,202
ถ่ านหินนาเข้ า
32,806
32,806
16,426
16,426
-
12,320
12,320
7,666
-
7,666
7,666
7,666
ก๊าซธรรมชาติ/LNG
นา้ มันเตาและดีเซล
นิวเคลียร์
พลังงานหมุนเวียน
รวมการผลิตภายในประเทศ
การซื้อไฟฟ้าจากต่ างประเทศ
รวมการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด
7,666
-
-
-
14,730
14,730
17,272
13,016
26,392
22,136
21,829
30,652
201,330
202,500
188,662
192,072
181,355
184,765
185,012
177,943
35,626
35,626
35,626
35,626
35,626
35,626
35,626
35,626
236,956
238,126
224,288
227,698
216,981
220,391
220,638
213,569
13,838
10,428
21,144
17,734
17,488
24,557
81.76
81.76
67.29
67.29
67.33
67.33
ผลจากการอนุรักษ์ พลังงาน (GWh)
1,170
-
การปลดปล่อย CO2 (ล้านตัน CO2)
92.73
96.18
บทสรุป
 ประชาคมโลกมีควำมจำเป็ นอย่ำงเร่งด่วน ทีจ่ ะต้องร่วมมือร่วมใจกันในกำร
ดำเนินกำรปรับลดปริมำณกำรปล่อยก๊ำซเรือนกระจกลงมำอย่างมากและอย่าง
รวดเร็ว ทัง้ นี้เนื่องจำกระดับของอัตรำกำรปล่อยก๊ำซเรือนกระจกโดยรวมของโลกทีม่ ี
กำรปลดปล่อยกันอยูใ่ นปจั จุบนั มีคำ่ อยูใ่ นระดับทีส่ งู กว่ำระดับทีเ่ หมำะสมทีร่ ะบบ
กำยภำพของโลกจะสำมำรถรองรับได้ในระยะยำวอยูอ่ ย่ำงมำก
 ภำยใต้เกณฑ์ขอ้ เสนอในกำรจัดสรรพันธกรณีทน่ี ำมำใช้ในกำรวิเครำะห์ครัง้ นี้ทงั ้ หมด
เรำไม่พบว่ำมีเกณฑ์กำรจัดสรรใดเลย ทีเ่ ลือกจัดสรรให้ประเทศไทยต้องมีพนั ธกรณี (ใน
หน่วยของเปอร์เซ็นต์พนั ธกรณีเทียบกับ BAU) ในระดับทีต่ ่ำกว่ำค่ำพันธกรณีเฉลีย่ ของ
NAI
บทสรุป(ต่อ)
 ในกรณีของกำรลดกำรปล่อยก๊ำซ CO2 ในภำคกำรผลิตไฟฟ้ำ ประเทศไทยน่ำจะมี
ศักยภำพในกำรบรรลุเป้ำหมำยพันธกรณี ในระดับ 15% ของ BAU ภำยในปี 2020
ได้โดยไม่ย่งุ ยากมากนัก ขณะทีก่ ำรบรรลุเป้ำหมำยกำรลดก๊ำซ CO2 ในระดับ
พันธกรณี 30% ของ BAU จะเป็ นเรือ่ งทีม่ คี วำมยุ่งยากมากกว่ามาก แต่กย็ งั มี
ความเป็ นไปได้อยู่
ขอขอบคุณ
 สานักงานคณะกรรมการวิจยั แห่งชาติ
 สานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจยั
 สานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 อ.ประชา และ คณะทางานสัมมนา คณะเศรษฐศาสตร์
 คณาจารย์ และ เจ้าหน้ าที่ คณะเศรษฐศาสตร์ทกุ ท่าน
 คุณคมศักด์ ิ สว่างไสว และ คุณหิริพงษ์ เทพศีริอานวย ผูช้ ่วยวิจยั

similar documents