Records for Research (R4R) in Psychiatric Hospital

Report
ทำไมต้องทำกำรวิจยั ?
อดีต
การแก้ไขปัญหาโดยประสบการณ์
ส่ วนตัว (Experience)
หรือ สามัญสานึก
(Common Sense)
ปัจจุบัน
การแก้ไขปัญหาโดยใช้ ทฤษฎี
และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
(Theories and Scientific
Evidence)
การวิจัย
(Research)
2
ความผิดพลาดในการหาความรู ้จากประสบการณ์
ปัจจัยนาเข้ า
?
ผลลัพธ์
 โปรแกรมล้ มเหลวเพราะอะไร? => แก้ ไขตรงไหน?
 โปรแกรมสาเร็ จเพราะอะไร? => ทาซ ้าหรื อขยายโปรแกรม
อย่างไร?
3
ความผิดพลาดในการหาสรุ ปความรู ้จากประสบการณ์
ค – คลาดเคลื่อน
อ - อคติ
ก - การกวน
4
คลาดเคลื่อน
จากการสรุปความจริงจากบางเหตุการณ์
100
100
100 100
100
(100+100) /2 = 100
5
100
60
100
100 100
(100+60) /2 = 80
อคติ 1
จากประสบการณ์ที่ไม่เป็ นตัวแทนของทังหมด
้
หาย
ผู้ป่วยนอก 600
ไม่ หาย รวม
400
1000
ผู้ป่วยนอก
หาย
ไม่ หาย
รวม
500
100
600
อัตราการหาย = (600/1000) * 100 = 60% อัตราการหาย = (500/600) * 100 = 83.33%
6
อคติ 1
จากประสบการณ์ที่ไม่เป็ นตัวแทนของทังหมด
้
หาย
ผู้ป่วยนอก 600
ไม่ หาย รวม
400
1000
ผู้ป่วยนอก
หาย
ไม่ หาย
รวม
500
100
600
อัตราการหาย = (600/1000) * 100 = 60% อัตราการหาย = (500/600) * 100 = 83.33%
7
อคติ 1 - ตัวอย่าง
จากประสบการณ์ที่ไม่เป็ นตัวแทนของทังหมด
้
 ผลมากขึ ้น
 ตัวอย่าง
 ผลน้ อยลง
 ตัวอย่าง
8
อคติ 2
จากการได้ ข้อมูล
รายงานแพทย์
เรื่องจริง
ผู้ป่วย
ทานยา
ไม่ ทาน
ยา
รวม
900
100
1000
ผู้ป่วย
ทานยา
ไม่ ทาน
ยา
รวม
990
10
1000
อัตราการทานยา= 900/1000) * 100 = 90% อัตราการทานยา= (990/1000) * 100 = 99%
9
อคติ 2 - ตัวอย่าง
จากการได้ ข้อมูล
 ผลมากขึ ้น
 ตัวอย่าง
 ผลน้ อยลง
 ตัวอย่าง
10
อคติ 3
จากการลาดับเหตุการณ์
ออกกาลัง
กาย
ป่ วย
ไม่ ป่วย
รวม
600
400
1000
อัตราการป่ วย= 600/1000) * 100 = 60%
11
ป่ วย
ไม่ ป่วย
รวม
ออกกาลัง
กายก่ อน
ป่ วย
100
400
500
ออกกาลัง
กายหลัง
ป่ วย
500
-
500
อัตราการป่ วย= (100/500) * 100 = 20%
อคติ 3 - ตัวอย่าง
จากการลาดับเหตุการณ์
 ผลมากขึ ้น
 ตัวอย่าง
 ผลน้ อยลง
 ตัวอย่าง
12
การกวน
ชอบสังคม
ผู้ชาย
13
ดื่มสุรา
การกวน - ตัวอย่ าง
ต้ นเหตุ
ผลลัพธ์
ต้ วกวน
ต้ นเหตุ
ผลลัพธ์
กำรวิจยั คืออะไร?
การศึกษาหาความรู้ หรือความจริง โดย
กระบวนการ ที่มีเหตุผล (ทางวิทยาศาสตร์ )
เป็ นที่ยอมรับในวงการ และมีจริยธรรม
กำรศึกษำแบบใดไม่ใช่วิจยั ?
การหาข้ อเท็จจริ ง
การหาความจริ งทัว่ ไป
หลักวิทยาศาสตร์
วิธีการเป็ นที่ยอมรับ
จริ ยธรรมในการศึกษา
การวิจยั
ควำมหมำยของ R4R
 กระบวนการหาความรู้ โดยใช้ ฐานข้ อมูลในงาน
ประจา
 เพื่อสนับสนุนข้ อมูลเชิงประจักษ์ ในการพัฒนางาน
ประจา
 การวิเคราะห์ ตามหลักวิชาการ แต่ ไม่ ยด
ึ ติดกับ
รู ปแบบการวิจัยที่ซับซ้ อน
 เป็ นต้ นทุนในการวิจัยต่ อเนื่องที่ซับซ้ อน
 เป็ นเครื่ องมือการพัฒนาคนให้ สามารถคิดเชิงระบบ
กำรวิจยั ทัวไป
่ vs. R4R
การวิจัยทั่วไป
Record for Research
Observation
Observation
Research Question
Research Question
Hypothesis
Data Exploration
Data Collection
Data Analysis
Hypothesis testing
Conclusion
7 ขั้นตอนการดาเนินงาน R4R







1. ตังค
้ าถาม
2. ทบทวนความรู้เดิม
3. กาหนดตัวแปร
4. หาแหล่งข้ อมูลในงานประจา
5. เก็บข้ อมูล
6. วิเคราะห์ข้อมูล
7. สรุปผล
1. ตั้งคาถาม
ตั้งคาถาม – จากปัญหา
สิง่ ที่คาดหวัง
- สิง่ ที่เป็ นอยู่
ตั้งคาถาม – จากความสนใจ
ตนเอง
หน่วยงาน
ผู้อื่น
ตั้งคาถาม – จากการสงสั ย
ทาไม
ทาไม
ทาไม
เลือกคำถำม
เป็ นไปได้
ประโยชน์
สาคัญ
เลือกเพรำะมีควำมเป็ นไปได้ที่จะทำได้สำเร็จ
Feasibility
- Data available
- Money/Funding
- Do no harm
หัวข้อวิจยั ไม่ควรกว้ำงเกิน
เลือกเพรำะปัญหำนัน้ มีควำมสำคัญในเชิงสำธำรณสุข
Importance
- High incidence
- High prevalence
- High mortality and/or fatality
- High disability (DALYs)
- High Economic impact
- Substantial Impact to QOL
Community Concern
HIGH PRIORITY
HEALTH PROBLEM
เลือกเพรำะประโยชน์ ที่จะได้รบั และกำรนำผลไปใช้
Benefits
- Your benefit
- Your workplace, community, institute benefit
- National or regional benefit
- Global benefit
OPTIMAL
POLICY
Research question
Research Question(s)
Pick topic
Research question
ตัวอย่ำงหัวข้อวิจยั R4R รพ. จิตเวชนครรำชสีมำรำชนครินทร์







ปั จจัยที่มีผลต่ อระยะเวลารอนัดพบแพทย์ ของผู้ป่วยใหม่ จติ เวชเด็กและวัยร่ น
ศึกษาผลการเข้ ากลุ่ม “พลังรั กครอบครั ว” ของญาติในการดูแลผู้ป่วยจิตเภทกับ
การกลับเป็ นซา้
ปั จจัยที่มีผลต่ อการฆ่ าตัวตายสาเร็จของผู้ป่วยจิตเวชหลังส่ งต่ อให้ ชุมชน
ศึกษาผลของโปรแกรมการฟื ้ นฟูสมรรถภาพการทางานในผู้ป่วยจิตเภทเรื อ้ รั ง
การพัฒนารู ปแบบการป้องกันผู้ป่วยหลบหนีของโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมา
ราชนครินทร์
การพัฒนาระบบสารสนเทศและตาแหน่ งภูมศิ าสตร์ ของโรงพยาบาลชุมชนตาม
โครงการระบบจิตแพทย์ พ่เี ลีย้ งร่ วมกับ Google map
สาเหตุและปั จจัยที่เกี่ยวข้ องของการผิดนัดในผู้ป่วยจิตเวช
2. ทบทวนความรู้
เลือกจำกองค์ควำมรูท้ ี่เกี่ยวข้อง/Research Gaps
Knowledge
: Scientific literature review
- Original research articles
- Review articles
- Meta-analysis
- Guidelines
: Expert consultation
: Conference/Meeting
Literature and related study review
Find out what is already be done
- Methodology
- Design
- Source of data
- Measurement tool
 Increase your confidence in your topic
 Comparing research on the topic
 New idea and approach
 Explanation and interpretation
 Other research contacts

3. กาหนดประเด็น
กำหนดประเด็น
เหตุ 1
ผล
เหตุ 2
กำรทบทวนสำเหตุ
คน
สาเหตุ
วิธีการ
ทรั พยากร
กำหนดประเด็น – ตัวอย่ำง
คาถาม: สาเหตุของการหลบหนีของผู้ป่วยในคืออะไร
ประเด็น
ตัวชี้วดั
เหตุ 1
เหตุ 2
ผล
นอนนาน
จานวนวันนอน
อาการสงบ
คะแนนอาการทาง
จิตต่า
หลบหนี
อุบัตกิ ารณ์ ของการ
หลบหนี
กำหนดวัตถุประสงค์
ชื่อโครงการ: ปั จจัยที่มีผลต่ อระยะเวลารอนัดพบแพทย์ ของผู้ป่วยใหม่ จติ เวชเด็ก
และวัยรุ่ น
คาถามการวิจยั : มีปัจจัยอะไรบ้ างที่ทาให้ ระยะเวลาการนัดพบแพทย์ ของผู้ป่วยใหม่
นานกว่ า 75 วัน

General objective


เพื่อศึกษาระบบนัดพบแพทย์ ของผู้ป่วยใหม่ จติ เวชเด็กและวัยรุ่ น
Specific objective


เพื่อศึกษาปั จจัยที่มีผลต่ อระยะเวลารอนัดพบแพทย์ ของผู้ป่วยใหม่
เพื่อประเมินระยะเวลาเฉลี่ยในการนัดพบแพทย์ ของผู้ป่วยใหม่
กำรตัง้ สมมุติฐำนทำงสถิติ
H0 = Null hypothesis
HA = Alternative hypothesis
ชื่อโครงการ: ปั จจัยที่มีผลต่ อระยะเวลารอนัดพบแพทย์ ของผู้ป่วยใหม่ จติ เวชเด็ก
และวัยรุ่ น
สมมุตฐิ านการวิจยั :
 ความรุ นแรงของโรค และปั จจัยของครอบครั ว เช่ น การศึกษาของผู้ปกครอง
รายได้ ของครอบครั ว มีผลต่ อระยะเวลารอนัดพบแพทย์ ของผู้ป่วยใหม่ จติ เวชเด็ก
และวัยรุ่ น
4. หาแหล่ งข้ อมูล
แหล่งข้อมูลในงำนจิตเวช
คาถาม: สาเหตุของการหลบหนีของผู้ป่วยในคืออะไร
เหตุ 1
เหตุ 2
ผล
ประเด็น
ตัวชี้วดั
นอนนาน
จานวนวันนอน
แหล่ งข้ อมูล
เวชระเบียน
อาการสงบ
คะแนนอาการทาง
จิตต่า
เวชระเบียน
หลบหนี
อุบัตกิ ารณ์ ของการ
หลบหนี
รายงาน
5. เก็บข้ อมูล
เลือกรูปแบบกำรวิจยั
Laboratory
Experimental
Animal
Human
X-sectional
Assigned
Exposure
Descriptive
Clinical
Research
Natural
Exposure
No comparison
group
Longitudinal
X - sectional
Observational
Comparison
group
Analytical
Cohort
(Prospective)
Case-control
(Retrospective)
รู ปแบบการศึกษาแบบสั งเกต
 การศึกษาแบบตัดขวาง (Cross sectional study)
การศึกษาย้ อนหลังแบบเปรียบเทียบคนป่ วยกับคนปกติ (Casecontrol study)
 การศึกษาโดยการติดตามการป่ วยในกลุ่มเสี่ ยงไปข้ างหน้า
(Cohort study)

43
Case-control Studies
เริ่ มต้ นที่ ... Disease
No Disease
(CASES)
(CONTROLS)
ผล
เก็บข้ อมูลการมี/ไม่มี Exposure ก่อนเกิดโรค
Exposed
44
Not
Exposed
Exposed
Not
Exposed
ที่มา:พญ.ดาริ นทร์ อารี ยโ์ ชคชัย สไลด์การบรรยายเรื่ องระบาดวิทยาภาคสนามสาหรับแพทย์ (2549)
เหตุ
Disease
(CASES)
No Disease
Case-control Studies :
การวิเคราะห์ ข้อมูล
(CONTROLS)
เก็บข้อมูลการมี/ไม่มี Exposure ก่อนเกิดโรค
Exposed
a
Not
Exposed
Exposed
c
b
Not
Exposed
d
มีปัจจัย
ไม่มีปัจจัย
45
ป่ วย
ไม่ป่วย
a
c
b
d
ที่มา:พญ.ดาริ นทร์ อารี ยโ์ ชคชัย สไลด์การบรรยายเรื่ องระบาดวิทยาภาคสนามสาหรับแพทย์ (2549)
Case-control Studies
มีปัจจัย
ไม่มีปัจจัย
ป่ วย
ไม่ป่วย
a
c
b
d
สัดส่ วนของการมีปัจจัยต่อการไม่มีปัจจัยในกลุ่มคนป่ วย = a / c
สัดส่ วนของการมีปัจจัยต่อการไม่มีปัจจัยในกลุ่มคนไม่ป่วย = b / d
Odds ratio
46
=
a/c ÷ b/d
= ad / bc
ที่มา:พญ.ดาริ นทร์ อารี ยโ์ ชคชัย สไลด์การบรรยายเรื่ องระบาดวิทยาภาคสนามสาหรับแพทย์ (2549)
ตัวอย่ างสมมุต:ิ Case-control Study กับการป่ วยซ้าของโรคจิตเทท
ป่ วยซ้ า
ใช้สารเสพติด
ไม่ใช้สารเสพติด
40
10
50
ไม่ป่วยซ้ า
20
80
100
Odds Ratio (OR) = ad/bc
40x
80
=
20 x 10
= 16
ผูป้ ่ วยซ้ ามีสดั ส่ วนของการใช้สารเสพติดเป็ น 16 เท่าของผูท้ ี่ไม่ป่วยซ้ า
47
ปรับปรุ งจาก: พญ.ดาริ นทร์ อารี ยโ์ ชคชัย สไลด์การบรรยายเรื่ องระบาดวิทยาภาคสนามสาหรับแพทย์ (2549)
Cohort study : การวิเคราะห์ ข้อมูล
เกิดโรค ไม่ เกิดโรค
มีปัจจัยเสี่ยง
a
b
a+b
ไม่ มปี ั จจัยเสี่ยง
c
d
c+d
a+c
b + d a+b+c+d
ความเสี่ ยงของการเกิดโรคในกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ ยง = a / ( a + b )
ความเสี่ ยงของการเกิดโรคในกลุ่มที่ไม่มีปัจจัยเสี่ ยง = c / ( c + d )
Risk ratio = a / ( a + b )
48
c
/
(
c
+
d
)
ที่มา:พญ.ดาริ นทร์ อารี ยโ์ ชคชัย สไลด์การบรรยายเรื่ องระบาดวิทยาภาคสนามสาหรับแพทย์ (2549)
ตัวอย่ างสมมุต:ิ Cohort study กับการฆ่ าตัวตายใน
ผู้ประสบทัยสึ นามิ
Non-exposed
ฆ่ าตัวตาย
ไม่ ฆ่า
Total
9
16
ไม่ ประสบ
7
113
RR = 6.2, 95%CI 2.5, 15.1
25
120
ประสบ
Case
Exposed
Case
Non-case
Non-case
ผูท้ ี่ประสบภัยมีความเสี่ ยงต่อการฆ่าตัวตายเป็ น 6 เท่าของผูท้ ี่ไม่ประสบภัย
49
ที่มา:พญ.ดาริ นทร์ อารี ยโ์ ชคชัย สไลด์การบรรยายเรื่ องระบาดวิทยาภาคสนามสาหรับแพทย์ (2549)
สร้ำงแบบเก็บข้อมูล
ชื่อ ___________________ สกุล_________________
HN_______________________________
อายุ__________________เพศ_________________
การวินิจฉัย________________________________
เหตุ 1 ________________________________
เหตุ 2 ________________________________
ผล ________________________________
ลงข้อมูลในตำรำง
id
1
2
3
4
5
.
.
.
HN
อายุ
เพศ
การ
วินิจฉัยโรค
เหตุ1
เหตุ 2
ผล
6. วิเคราะห์ ข้อมูล
Descriptive Analysis
A study of the amount and distribution of
disease within population by
person, place, and time
Who
Where
When
Disease frequency
สั ดส่ วน (ร้ อยละ) ของการดื่มเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์ ในช่ วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ของ
นักเรียน/นักศึกษา ในระดับมัธยมปลายและประโยควิชาชีพ จาแนกตาม เพศ และ
ประเททของโรงเรียน
รวมทั้งหมด
38.7
เพศ
ชาย
51.3
หญิง
ประเททของโรงเรียน
27.1
สามัญศึกษา
33.2
อาชีวศึกษา
48.9
54งที่มา: การสารวจสุ ขภาพจิตและการใช้สารเสพติดของวัยรุ่ นในสถานศืกษา 2547 กรมสุ ขภาพจิต
แหล่
ผลการสารวจสุ ขทาพจิตของลูกจ้ างในสถานประกอบการ
ทัว่ ประเทศ ปี 2547
ร้อยละ
48.1
50
45
40
35
30
25
20
15
10
5
0
55
35.5
32.8
29.5
23.3
26.9
24.3 23.9
ชาย
หญิง
รวม
9.6
ชาย หญิง รวม
ชาย หญิง รวม
ชาย หญิง รวม
เครี ยดสูง/รุ นแรง
ซึมเศร้ า
ใช้ แอลกอฮอล์ ทไ่ี ม่ เหมาะสม
ผลการสารวจคุณทาพชีวติ และทาวะซึมเศร้ าของผู้สูงอายุ
ทัว่ ประเทศ ปี 2546
29.5
24.8
30
20.6
20.9
25
17.5
ร้อยละ
20
13.8
ชาย
หญิง
รวม
15
10
5
0
56
ชาย
หญิง
คุณภาพชีวิตดี
รวม
ชาย
หญิง
ซึมเศร้ า
รวม
อุบัตกิ ารณ์ การเกิดความผิดปกติทางจิตในเหตุการณ์ อุทกทัย
จังหวัดอุตรดิตถ์ (หลังเหตุการณ์ 12 สั ปดาห์ )
จานวนผู้ประสบทัย
ทั้งหมด
รวม
215 (100%)
เพศ
- ชาย
114 (53.02%)
- หญิง
101 (46.98%)
คัดกรองปัญหาทางจิตด้ วย GHQ-12-Plus-R (ได้ ผลบวก)
120 (58.81%)
- GHQ-12 (จุดตัดที่ 2)
51 (23.72%)
- PTSD (8 ข้ อ)
59 (27.44%)
- Suicide risk
12 (5.58%)
- CAGE
68 (31.62%)
57
อุบัตกิ ารณ์ การเกิดความผิดปกติทางจิตในเหตุการณ์ อุทกทัย
จังหวัดอุตรดิตถ์ (หลังเหตุการณ์ 12 สั ปดาห์ ) [ต่ อ]
จานวนผู้ประสบทัย
การวินิจฉัยปัญหา/ความผิดปกติทางจิตโดยจิตแพทย์
58
รวม
70 (27.44%)
- PTSD
23 (10.70%)
- Major Depressive Disorder
7 (3.26%)
- Suicidality
1 (0.47%)
- Alcohol Use Disorder
25 (11.63%)
- Generalized Anxiety Disorder
2 (0.93%)
- Organic Psychosis
1 (0.47%)
Analytic study
HY POTHESIS
Expected Relationship between 2 (or more) Variables
INDEPENDENT
VARIABLES
CAUSE
DETERMINE
INFLUENCE
DEPENDENT
VARIABLE
ความสั มพันธ์ ระหว่ างปัจจัยการทางานกับความเครี ยด
ของลูกจ้ างในสถานประกอบการ
60
7. สรุปผล
กำรสรุปผลกำรศึกษำ
 ผลของความสัมพันธ์ ท่ พ
ี บ
 เกิดจากการสุ่มหรื อไม่
 อธิบายโดยอคติหรื อไม่
 อธิบายโดยอิทธิพลของตัวกวนหรื อไม่
 เป็ นสาเหตุของผลลัพธ์ หรื อไม่
หลักกำรและเทคนิคในกำรบริหำรงำนวิจยั
ผลสาเร็จของงานวิจัย
 วัตถุประสงค์ ท่ ช
ี ัดเจน
 การออกแบบและวางแผนที่เชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์
 กาหนดขอบเขตความรั บผิดชอบ
และความสัมพันธ์
ภายในให้ ชัดเจน
 การสื่อสารที่ดี ทัง้ ภายในและภายนอก
 ระบบการควบคุม ประเมินผลความก้ าวหน้ าของงานวิจัย
ตามวัตถุประสงค์ รวมทัง้ ค้ นหาและจัดการแก้ ไขปั ญหา
7 ขั้นตอนการดาเนินงาน R4R







1. ตังค
้ าถาม
2. ทบทวนความรู้เดิม
3. กาหนดตัวแปร
4. หาแหล่งข้ อมูลในงานประจา
5. เก็บข้ อมูล
6. วิเคราะห์ข้อมูล
7. สรุปผล
ตัวอย่ำงงำนวิจยั R4R
ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงระยะเวลำกำรรักษำในโรงพยำบำล
และอัตรำกำรกลับมำรักษำซำ้ ในผูป้ ่ วยจิตเภท
โรงพยำบำลจิตเวชนครพนมรำชนครินทร์

similar documents