(ครูสุนีรัตน์)

Report
ภาษาไทยพืน้ ฐาน ๖
ท ๓๓๑๐๒
เรื่อง ขัตติยพันธกรณี
ผู้สอน ครู สุนีรัตน์ วงศ์ พานิช
ขัตติยพันธกรณี หมายความว่ า เหตุอนั เป็ นข้ อผูกพันของกษัตริย์
พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ าเจ้ าอยู่หัว
ลักษณะคาประพันธ์ โคลงสี่ สุภาพ และ
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ (ไม่ เคร่ งครัดครุ – ลหุ)
พระนิพนธ์
สมเด็จพระเจ้ าบรมวงศ์ เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ
ลักษณะคาประพันธ์
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ (ไม่ เคร่ งครัดครุ – ลหุ)
ทีม่ าของ
วิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒
เมือ่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ าเจ้ าอยู่หัวเสด็จ
ขึน้ ครองราชย์ใน พ.ศ. ๒๔๑๑ ประเทศต่ างๆใน
เอเชียต้ องเผชิญกับการคุกคามจากชาติมหาอานาจ
โดยเฉพาะอังกฤษและฝรั่งเศสซึ่งกาลังขยายอิทธิพล
เข้ ามาอย่างเต็มที่ นอกจากทั้งสองชาติจะแข่ งขันกัน
แสวงหาผลประโยชน์ ทางการค้ า การเมืองและ
วัฒนธรรม ในประเทศไทยแล้ว ยังมีเป้ าหมายที่จะ
ยึดครองประเทศราชของไทย อันได้ แก่ กัมพูชา
ลาว และดินแดนในแหลมมลายูตอนเหนือด้ วย
หลังจากฝรั่งเศสได้ กมั พูชาและเวียดนามเป็ นอาณา
นิคม ก็เร่ งสารวจหัวเมืองลาวและพยายามจะขยาย
อาณาเขตของตนออกไปจนถึงฝั่งแม่ นา้ โขง
วิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ เกิดจากความ
ขัดแย้ งระหว่ างไทยกับฝรั่งเศสเรื่องเขตแดนทางด้ านหลวงพระบาง
เริ่มต้ นด้ วยการกระทบกระทัง่ กันของกาลังทหารทั้งสองฝ่ าย และต่ อมา
ได้ ขยายวงกว้ างออกไปถึงเรื่องคนในบังคับและธุรกิจของคนในบังคับ
ขณะทีค่ วามขัดแย้ งทวีความรุนแรงขึน้ เรื่อยๆ ผู้แทนทางการทูตของทั้ง
สองประเทศได้ พยายามเจรจาหาทางออกในการแก้ ปัญหาแต่ ไม่ สาเร็ จ
กองทัพเรือของฝรั่งเศสได้ รุกลา้ เข้ ามาถึงปากแม่ นา้ เจ้ าพระยา
จนเกิดการยิงต่ อสู้ กบั ทหารไทยที่
ประจาป้ อมพระจุลจอมเกล้ าและป้ อม
ผีเสื้อสมุทรทีป่ ากนา้ ในทีส่ ุ ดเรือของ
ฝรั่งเศสทั้งสองลาก็แล่นผ่ านเข้ ามา
จอดหน้ าสถานทูตฝรั่งเศสได้ ฝรั่งเศส
ยืน่ คาขาดหลายประการ เมือ่ รัฐบาล
ไทยให้ คาตอบล่าช้ า เรือรบฝรั่งเศสก็
แล่นไปปิ ดอ่าวไทย ทาให้ ไทยต้ องยอม
อ่อนข้ อให้ ฝรั่งเศสอย่างไม่ มีเงื่อนไข
วิกฤตการณ์ ครั้งนี้
จบลงด้ วยการลงนามในสนธิสัญญากรุ งเทพ
ระหว่ างรัฐบาลไทยกับฝรั่งเศส ทาให้ ไทยต้ องเสี ย
สิ ทธิเหนือดินแดนฝั่งซ้ ายแม่ นา้ โขงและเสี ยอานาจ
การปกครองคนในบังคับชาวอินโดจีนให้ แก่
ฝรั่งเศส นอกจากนีฝ้ รั่งเศสยังยึดครองจ.จันทบุรี
ไว้ ไว้ เป็ นประกันและเตรียมแผนการทีจ่ ะยึดครอง
ดินแดนอืน่ ๆของไทยต่ อไปด้ วย
ทีม่ าของเรื่องขัตติยพันธกรณี
เมือ่ ครั้งฝรั่งเศสรุ กร้าดินแดนไทย
ใน ร.ศ. ๑๑๒ พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้ าเจ้ าอยู่หัว เสี ยพระ
ราชหฤทัยจนประชวรหนักและ
หยุดเสวยพระโอสถ ระหว่ าง
ประชวรทรงพระราชนิพนธ์ โคลง
ฉันท์ ส่ งไปลาเจ้ านายพีน่ ้ องบาง
พระองค์ เช่ น
พระนางเจ้ าสุ ขุมาลมารศรี พระราชเทวี ซึ่ง
ทรงเฝ้ าพยาบาลพระอาการอยู่โดยตลอด และ
สมเด็จพระเจ้ าบรมวงศ์ เธอ กรมพระยาดารง
ราชานุภาพ ซึ่งมีพระยศเป็ นพระเจ้ าน้ องยาเธอ
เพือ่ บรรยายถึงความเหนื่อยยากและความกลัด
กลุ้มพระทัย
ในการรักษาบ้ านเมืองให้ รอดพ้นจากเงือ้ มมือ
ของฝรั่งเศส สมเด็จฯ กรมพระยาดารงรา
ชานุภาพพระนิพนธ์ ตอบเป็ นอินทรวิเชียร
ฉันท์ ๑๑ เพือ่ ให้ ทรงมีพลังพระราชหฤทัย
และทรงกลับมาเสวยพระโอสถต่ อไป
เนือ้ เรื่องย่ อ
บทพระราชนิพนธ์
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงขึ้นต้น
ด้วยการแสดงความกังวลพระทัยที่ทรงพระประชวรอย่าง
หนักเป็ นเวลานานทาให้เป็ นภาระของผูด้ ูแล ความกังวล
พระทัยนี้เมื่อประกอบกับความเจ็บ
ทั้งพระวรกายและ
พระทัยของพระองค์
รวมทั้งไม่สามารถปฏิบตั ิพระราช
กรณี ยกิจได้อย่างเต็มพระกาลัง โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในยาม
วิกฤติ จึงมีพระราชประสงค์ที่จะจากภพนี้เพื่อปลดเปลื้อง
ความทุกข์ ความเหน็ดเหนื่อยของผูท้ ี่เฝ้ ารักษาพยาบาลและ
ของพระองค์เองถึงกระนั้น พระองค์ทรงตระหนักดีวา่
พระองค์ยงั ไม่สามารถเสด็จไปภพ
หน้าตามพระทัยได้ เพราะทรงมี
ภาระหน้าที่อนั หนักยิง่ กว่าผูใ้ ดใน
แผ่นดิน คือต้องทรงปกป้ องรักษา
บ้านเมืองเอาไว้ให้แก่ประชาชน
ชาวไทยทุกคน ทรงใช้ อุปลักษณ์
เปรี ยบภาระหน้าที่ เป็ น ตะปูดอก
ใหญ่ที่ตรึ งพระบาทของพระองค์
ไว้มิให้ทรงพระดาเนิ นได้คล่อง
และไม่สามารถปลดเปลื้องความ
ทุกข์น้ นั ออกไปได้ ทรงราพึงถึง
ชีวติ คนเราว่ามีการเปลี่ยนแปลง
อยูเ่ สมอ
ดังคาโบราณที่วา่ ชั่วเจ็ดทีดเี จ็ดหน การเป็ น
เด็กมีความสุ ขคล้ายสัตว์เดรัจฉาน คือมีท้ งั
ทุกข์ สุ ข กล้าหาญ และหวาดกลัว บางคน
อาจบกพร่ องเพราะหลงลืมไปบ้างคล้ายคน
ใกล้จะตายและเสี ยสติ ทรงบรรยายความ
รู ้สึกเหนื่อยหน่าย หมดกาลังพระทัยที่จะ
ทรงรักษาพระองค์ อันเป็ นผลมาจากอาการ
ประชวรที่ดาเนินต่อเนื่องมายาวนาน แม้จะ
หายจากอาการพระประชวรและกลับมา
ได้อย่างเต็มที่กม็ ิใช่วา่ จะทรง
แก้ปัญหาที่ทรงกลัดกลุม้ ลง
ได้ เพราะการหาทางป้ องกัน
รักษาบ้านเมืองให้รอดพ้นจาก
เงื้อมมือของฝรั่งเศสเป็ นเรื่ อง
ยาก การที่ทรงมองไม่เห็น
ทางออกในการแก้ปัญหานี้
ก่อให้เกิดความกังวลอันใหญ่
หลวง คือทรงหวัน่ ว่า หาก
ทรงรักษาชาติไว้ไม่ได้และ
ต้องเสี ยเมืองไป
พระองค์จะทรงเป็ นเช่นเดียวกับ
สมเด็จพระมหิ นทราธิราชและ
สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ในคราว
เสี ยกรุ งศรี อยุธยาทั้งสองครั้งและ
จะทรงถูกครหานินทาตลอดไปว่า
ไม่สามารถประกอบพระราช
กรณี ยกิจที่สาคัญที่สุดของ
พระมหากษัตริ ย ์ คือ การปกป้ อง
รักษาชาติบา้ นเมืองเอาไว้
บทพระนิพนธ์
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม
พระยาดารงราชานุภาพ ตอบบท
พระราชนิพนธ์ โดยทรงเริ่ มต้น
พระนิพนธ์ของพระองค์ดว้ ยการ
ถวายกาลังพระทัยแด่พระบาท
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั
ด้วยการบรรยายให้เห็นว่า
พระองค์ในฐานะที่ทรงเป็ นพระ
บรมวงศานุวงศ์และเสนาบดีที่
ทรงปฏิบตั ิงานอย่างใกล้ชิด
ทรงตระหนักว่าพระประชวรนั้นหนัก
หนาสาหัสเพียงใด ทรงความวิตกกังวล
ห่วงใย และพร้อมที่จะสละเลือดเนื้อ
และชีวิตหากจะบรรเทาพระอาการ
ประชวรลงได้ ไม่เพียงแต่พระองค์ผู ้
ทรงอยูใ่ กล้เท่านั้น ประชาชนทัว่ ไปก็
เกิดความรู ้สึกเช่นเดียวกันต่อพระมหา
กษัตริ ยผ์ ทู ้ รงเป็ นที่รักยิง่ หลังจากถวาย
กาลังพระทัยแล้ว สมเด็จฯ กรมพระยา
ดารงราชานุภาพ ก็ถวายข้อคิดว่า คน
ไทยทุกหมู่เหล่าเปรี ยบเสมือนลูกเรื อ
ของเรื อสยาม ซึ่ งกาลังสับสน
ไม่รู้จะทาประการใด หากเรื อขาด กะปิ ตัน ที่ทรงเป็ นทั้งผูน้ าและศูนย์รวม
จิตใจของชาติ ลูกเรื อหรื อประชาชนทั้งหลายจะตกอยูใ่ นสภาวะเช่นไร
จากนั้นได้กราบทูลให้ทรงตระหนัก
ในสัจธรรมที่วา่ การดาเนินกิจการ
งานใดๆย่อมต้องพบอุปสรรค
ด้วยกันทั้งสิ้ น
โดยใช้ภาพพจน์
เปรี ยบเทียบ “บรรดากิจ” กับเรื อที่
แล่นไปในทะเล ซึ่ งต้องเผชิญกับ
พายุเป็ นธรรมดา การจะผ่านพายุไป
ให้พน้ ก็ตอ้ งร่ วมมือร่ วมใจพยายาม
อย่างถึงที่สุดทั้งกัปตันและลูกเรื อทุก
คน เมื่อทาเช่นนั้นแล้วแม้เรื อจะจม
ลง
ทุกคนก็ยงั มีความภูมิใจและ
ได้รับคาสรรเสริ ญ
เรื่ องความมานะบากบัน่ กล้าหาญ การ
นิ่งเฉยไม่ทาอะไรเลยไม่ก่อให้เกิดผลดี
แต่อย่างใดเพราะเรื อย่อมจะจมลง
แน่นอน
ทั้งยังจะถูกตาหนิอีกด้วย
ต่อจากนั้น สมเด็จฯ กรมพระยาดารง
ราชานุภาพได้ทรงอาสาที่จะถวายชีวิต
รับใช้ ปฏิบตั ิหน้าที่ตามพระราชบัญชา
ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยูห่ วั จนสุ ดกาลัง พระนิพนธ์จบลง
ด้วยการถวายพระพรให้ทรงฟื้ นจาก
อาการประชวรโดยเร็ ว และมีพระราช
หฤทัยที่ผอ่ งแผ้ว มีพระชนมายุยนื ยาว
เพื่อเกื้อกูลสยามรัฐต่อไป
ขัตติยพันธกรณี
ถอดความจากร้ อยกรองเป็ นร้ อยแก้ ว
พระราชนิพนธ์
เจ็บนานหนักอกผู้
คิดใคร่ ลาลาญหัก
ความเหนื่อยแห่ งสู จัก
ตูจักสู่ ภพเบือ้ ง
บริรักษ์ ปวงเฮย
ปลดเปลือ้ ง
พลันสร่ าง
หน้ านั้นพลันเขษม
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงพระราชนิพนธ์ ว่า
พระองค์ ทรงพระประชวรมานาน เป็ นทีห่ นักใจแก่ผู้ดูแลรักษา จึง
มีพระราชดาริที่จะเสด็จสวรรคตเพือ่ ปลดเปลือ้ งภาระของเขา
เป็ นฝี สามยอดแล้ ว
ปวดเจ็บใครจักหมาย
ใช่ เป็ นแต่ ส่วนกาย
ใครต่ อเป็ นจึง่ ผู้
ยังราย ส่ านอ
เชื่อได้
เศียรกลัด กลุ้มแฮ
นั่นนั้นเห็นจริง
ทรงเล่ าถึงพระอาการประชวรว่ าเป็ นฝี สามยอด และยังมี
ส่ าไข้ เป็ นผืน่ ไปทั่ว เจ็บปวดอย่ างไม่ น่าเชื่อ การประชวรครั้งนี้
มิใช่ แต่ พระวรกายแต่ ยงั ทรงกลัดกลุ้มพระราชหฤทัยด้ วย ผู้ใด
ได้ มาเป็ นเช่ นพระองค์ จงึ จะรู้ ถงึ ความเจ็บปวดว่ ามากเพียงใด
ตะปูดอกใหญ่ ตรึ้ง
จึง บ อาจลีลา
เชิญผู้ทเี่ มตตา
ชักตะปูนีใ้ ห้
บาทา อยู่เฮย
คล่ องได้
แก่ สัตว์ ปวงแฮ
ส่ งข้ าอัญขยม
ทรงเปรียบพันธกรณีที่มีต่อชาติบ้านเมืองในฐานะที่
พระองค์ เป็ นพระมหากษัตริย์ เป็ นตะปูดอกใหญ่ ทตี่ งึ พระบาท
ของพระองค์ ไว้ มิให้ ก้าวไปไหนได้ จึงขอให้ ผ้ ูทเี่ มตตาถอนตะปู
ดอกนีใ้ ห้ ด้วย (เปรียบพันธกรณีที่มีต่อชาติบ้านเมือง เป็ น
ตะปู)
ชีวติ มนุษย์ นี้
ทุกข์ และสุ ขพลิกแพลง
โบราณท่ านจึงแสดง
ชั่วนับเจ็ดทีท้งั
เปลีย่ นแปลง จริงนอ
มากครั้ง
เป็ นเยีย่ ง อย่ างนา
เจ็ดข้ างฝ่ ายดี
ชีวติ คนเรานั้นเปลีย่ นแปลงอยู่เสมอ มีท้งั ทุกข์ และสุ ข
สลับกันไป ดังคาโบราณทีว่ ่ า ชั่วเจ็ดทีดเี จ็ดหน (ข้ อความนี้
แสดงถึงความไม่ แน่ นอน)
เป็ นเด็กมีสุขคล้ าย
รู้ สุขรู้ ทุกข์ หาญ
ละอย่ างละอย่ างพาล
คล้ ายกับผู้จวนม้ วย
ดีรฉาน
ขลาดด้ วย
หย่ อนเพราะ เผลอแฮ
ชีพสิ้นสติสูญ
ในยามทีเ่ ป็ นเด็กมีความสุ ขเหมือนเดรัจฉาน รู้ สุข รู้ ทุกข์ รู้
กล้ า รู้ ขลาด ตามประสาเด็ก เด็กๆอาจพลั้งเผลอบกพร่ อง
ผิดพลาดเพราะความเป็ นเด็ก คล้ ายกับคนทีจ่ วนจะตาย
ฉันไปปะเด็กห้ า
โกนเกศนุ่งขาวยล
ถามเขาว่ าเป็ นคน
ไปที่หอศพเริ้ม
หกคน
เคลิบเคลิม้
เชิญเครื่อง
ริกเร้ าเหงาใจ
พระองค์ เสด็จไปพบเด็กแต่ งชุดขาวประมาณห้ าถึงหกคน
ทาหน้ าทีเ่ ป็ นคนเชิญเครื่องในพิธีศพ ทาให้ รู้ สึกเศร้ าพระราช
หฤทัย
กล้ วยเผาเหลืองแก่ กา้
แรกก็ออกอร่ อยจะ
นานวันยิง่ เครอะคระ
ทนจ่ อซ่ อมจิม้ จา้
เกินพระ ลักษณ์ นา
ใคร่ กลา้
กลืนยาก
แดกสิ้นสุ ดใบ
กล้ วยเผาจนเหลืองทีแรกก็อร่ อย ใครๆก็อยากกิน แต่ พอ
หลายวันเข้ าก็แข็ง กลืนยากจะเอาส้ อมจิม้ กีค่ รั้งก็ไม่ อ่อนลงได้
เจ็บนานนึกหน่ ายนิตย์
มะนะเรื่องบารุ งกาย
ส่ วนจิต บ มีสบาย
ศิระกลุ้มอุราตรึง
บทพระราชนิพนธ์ ตอนที่เป็ นอินทรวิเชียรฉันท์ มีพระราช
กระแสว่ า พระองค์ ทรงพระประชวรมานาน นึกเบื่อหน่ ายที่จะ
บารุ งรักษาพระวรกาย ส่ วนจิตใจก็ไม่ สบาย กลัดกลุ้มและอัดอั้น
ในพระราชหฤทัยยิง่ นัก
แม้ หายก็พลันยาก
จะลาบากฤทัยพึง
ตริแต่ จะถูกรึง
อุระรัดและอัตรา
ถึงแม้ จะหายประชวรก็ยงั ลาบากพระราชหฤทัยที่อดั อั้น
เพราะถูกบีบคั้น
กลัวเป็ นทวิราช
บ ตริป้องอยุธยา
เสี ยเมืองจึงนินทา
บ ละเว้ น ฤ ว่ างวาย
ทรงเกรงว่ าพระองค์ จะเหมือนกษัตริย์สองพระองค์ (คือ
พระมหินทราธิราชและพระเจ้ าเอกทัศน์ ) ทีไ่ ม่ คดิ ปกป้องกรุ งศรีอยุธยา จนต้ องเสี ยเอกราช ทาให้ เป็ นทีน่ ินทาไปตลอด
คิดใดจะเกีย่ งแก้
ก็ บ พบซึ่งเงื่อนสาย
สบหน้ ามนุษย์ อาย
จึงจะอุดแลเลยสู ญฯ
ทรงหาทางออกที่จะแก้ไขปัญหาบ้ านเมืองขณะนั้นมิได้ ยามพบ
หน้ าใคร ก็เป็ นที่อบั อายจึงไม่ ทรงปรารถนาที่จะดารงพระชนมชีพ
ต่ อไป
พระนิพนธ์
ขอเดชะเบือ้ งบาท
วรราชะปกศี–
โรตม์ ข้าผู้มั่นมี
มะนะตั้งกตัญญู
พระนิพนธ์ ของสมเด็จกรมพระยาดารงราชานุภาพ เป็ นอินทร วิเชียร์ ฉันท์ ท้งั หมด มีใจความว่ า ขอเดชะใต้ ฝ่าละอองธุลพี ระบาท ปก
เกล้าปกกระหม่ อม ข้ าพระพุทธเจ้ าผู้มีใจกตัญญู
ได้ รับพระราชทาน
อ่านราชนิพนั ธ์ ดู
ทั้งโคลงและฉันท์ ตู
ข้ าจึงตริดาริตาม
ได้ รับพระราชทานอ่านพระราชนิพนธ์ ท้งั โคลงและฉันท์
ข้ าพระพุทธเจ้ าจึงคิดตริตรองตาม
อันพระประชวรครั้ง
นีแ้ ท้ ท้งั ไผทสยาม
เหล่ าข้ าพระบาทความ
วิตกพ้นจะอุปมา
พระอาการประชวรของพระองค์ ในครั้งนี้ ปวงชนชาวสยาม
และเหล่ าข้ าพระบาทล้ วนแล้ วแต่ รู้ สึกวิตกกังวลเกินกว่าจะเปรียบได้
ประสาแต่ อยู่ใกล้
ทั้งรู้ ใช่ ว่าหนักหนา
เลือดเนือ้ ผิเจือยา
ให้ หายได้ จะชิงถวาย
ในฐานะเป็ นผู้ทอี่ ยู่ใกล้ ชิด รู้ ว่าคงไม่ หนักหนาอะไร ถ้ าจะ
เอาเลือดเนือ้ เจือยาถวายให้ พระองค์ หายประชวรได้ ก็ยนิ ดีจะ
ทูลเกล้ าฯถวาย
ทุกหน้ าทุกตาดู
บ พบผู้จะพึงสบาย
ปรับทุกข์ ทุรนราย
กันมิเว้ นทิวาวัน
ทุกผู้ทุกคนดูหน้ าตาไม่ สบาย ได้ แต่ คอยปรับทุกข์ กนั ไม่
เว้ นแต่ ละวัน
ดุจเหล่ าพละนา
วะเหว่ ว้ากะปิ ตัน
นายท้ ายฉงนงัน
ทิศทางก็คลางแคลง
เปรียบเหมือนชาวเรือทีข่ าดกัปตัน นายท้ ายก็ไม่ ร้ ู จะไป
ทิศทางไหนดี
นายกลประจาจักร
จะใช้ หนักก็นึกแหนง
จะรอก็ระแวง
จะไม่ ทนั ธุรการ
นายช่ างกลประจาเครื่องจักรเรือ ก็ไม่ รู้ จะทาอย่ างไรดี หากมัว
รีรอก็จะไม่ ทันการ
อึดอัดทุกหน้ าที่
ทุกข์ ทวีทุกวันวาร
เหตุห่างบดียาน
อันเคยใช้ นา้ ใจชน
ทุกคนทีท่ าหน้ าทีม่ ีแต่ ความอึดอัด ความทุกข์ เพิม่ ขึน้ ทุกวัน
เพราะขาดผู้นาเรืออันเป็ นทีไ่ ว้ วางใจ
ถ้ าจะว่ าบรรดากิจ
ก็ไม่ ผดิ ณ นิยม
เรือแล่ นทะเลลม
จะเปรียบต่ อก็พอกัน
หากจะเปรียบบรรดากิจการงานทั้งหลาย เหมือนการ
เดินเรือคงจะไม่ ผดิ
ธรรมดามหาสมุทร
มีคราวหยุดพายุผนั
มีคราวสลาตัน
ตั้งระลอกกระฉอกฉาน
เป็ นเรื่องปกติของมหาสมุทรทีจ่ ะมีคลืน่ ลม พายุบ้างเป็ น
ธรรมดา
ผิวพอกาลังเรือ
ก็แล่ นรอดไม่ ร้าวราน
หากกรรมจะบันดาล
ก็คงล่ มทุกลาไป
ถ้ าเรือพอมีกาลังก็จะต้ านลมได้ ทาให้ แล่ นไปได้ อย่ างปลอดภัย
ชาวเรือก็ย่อมรู้
ฉะนีอ้ ยู่ทุกจิตใจ
แต่ ลอยอยู่ตราบใด
ต้ องจาแก้ ด้วยแรงระดม
ชาวเรือย่ อมจะรู้ ดกี นั ทุกคน หากยังลอยลาอยู่ตราบใดก็จาต้ อง
ร่ วมแรงร่ วมใจกันจัดการแก้ ไขไปด้ วยกัน
แก้ รอดตลอดฝั่ง
จะรอดทั้งจะชื่นชม
เหลือแก้ กจ็ าจม
ให้ ปรากฏว่ าถึงกรรม
ถ้ าก็ได้ กจ็ ะรอดและได้ รับคาชื่นชม แต่ ถ้าเกินกาลังที่จะแก้ ก็
ต้ องล่ มและจมลง ก็ให้ ถือว่ าเป็ นกรรม
ผิวทอดธุระนิ่ง
บ วุ่นวิง่ เยียวยาทา
ทีส่ ุ ดก็สูญลา
เหมือนทีแ่ ก้ ไม่ หวาดไหว
หากนิ่งเฉยไม่ ขวนขวายที่จะแก้ ไขหรือทาอะไรเลย ในทีส่ ุ ด
ก็จะสู ญเสี ยเรือทั้งลาเหมือนกับทีแ่ ก้ ไขไม่ ได้
ผิดกันแต่ ถ้าแก้
ให้ เต็มแย่ จึงจมไป
ใครห่ อนประมาทใจ
ว่ าขลาดเขลาและเมาเมิน
แตกต่ างกันตรงทีว่ ่ า ถ้ ามีการแก้ไขอย่ างเต็มกาลังความ สามารถ
แล้วเรือยังจม ก็จะไม่ มีใครสบประมาทได้
เสี ยทีกม็ ีชื่อ
ได้ เลือ่ งลือสรรเสริญ
สงสารว่ ากรรมเกิน
กาลังดอกจึงจมสู ญ
ถึงจะพลาดพลั้งก็ยงั มีชื่อเสี ยงเลือ่ งลือได้ รับการสรรเสริญว่ าได้
ทาจนสุ ดความสามารถ เกินกาลังทีจ่ ะต้ านได้ เรือยังจมเป็ นเพราะ
กรรม
นีใ้ นนา้ ใจข้ า
อุปมาบังคมทูล
ทุกวันนีอ้ าดูร
แต่ ที่พระประชวรนาน
ในใจข้ าพระพุทธเจ้ า เปรียบเทียบบังคมทูล ทุกวันนีม้ ี
ความรู้ สึกเดือดร้ อนใจ นับแต่ พระองค์ ทรงพระประชวรมา
นาน
เปรียบตัวเหมือนอย่ างม้ า ที่เป็ นพาหนยาน
ผูกเครื่องบังเหียนอาน
ประจาหน้ าพลับพลาชัย
เปรียบตัวข้ าพระพุทธเจ้ าเหมือนอย่ างม้ า ทีเ่ ป็ นพาหนะผูก
เครื่องพร้ อม ประจาอยู่ทหี่ น้ าพลับพลา
คอยพระประทับอาสน์
กระหยับบาทจะพาไคล
ตามแต่ พระทัยไท
ธ จะชักไปซ้ ายขวา
คอยพระองค์ เสด็จขึน้ ประทับ และบังคับให้ ไปทางซ้ าย
หรือขวาตามแต่ พระทัยของพระองค์
ไกลใกล้ บ ได้ เลือก
จะกระเดือกเต็มประดา
ตราบเท่ าจะถึงวา –
ระชีวติ มลายปราณ
ไม่ ว่าจะไกลหรือใกล้ กไ็ ม่ เลือก แม้ จะลาบากเพียงใดก็จะ
พยายามเต็มที่ตราบชีวติ จะหาไม่
ขอตายให้ ตาหลับ
ด้ วยชื่อนับว่ าชายชาญ
เกิดมาประสบภาร –
ธุระได้ บาเพ็ญทา
ถึงจะวายพระชนม์ กจ็ ะตายตาหลับ ได้ ชื่อว่ าเกิดมาเป็ น
ลูกผู้ชาย แล้ วได้ บาเพ็ญพระกรณียกิจที่มีต่อชาติบ้านเมือง
ด้ วยเดชะบุญญา –
ภินิหาระแห่ งคา
สั ตย์ ข้าจงได้ สัม –
ฤทธดังมโนหมาย
ทรงขอให้ อานาจแห่ งคาสั ตย์ ของข้ าพระพุทธเจ้ าสั มฤทธิผล
ดังใจหมาย
ขอจงวราพาธ
บรมนาถเร่ งเคลือ่ นคลาย
พระจิตพระวรกาย
จงผ่ องพ้นทีห่ ม่ นหมอง
ขออาการทีท่ รงพระประชวรของพระองค์จงบรรเทาและหายไป พระ
หทัยและพระวรกายจงผ่ องแผ้ วแคล้วคลาดปราศจากความหม่ นหมอง
ขอจงสาเร็จรา –
ชะประสงค์ ที่ทรงปอง
ปกข้ าฝ่ าละออง
พระบาทให้ สามัคคี
ขอพระองค์ ทาการสาเร็จตามพระราชประสงค์ ได้ ปกเกล้าข้ าฝ่ าละออง
ธุลพี ระบาทให้ สามัคคีกนั
ขอเหตุทขี่ ่ ุนขัด
จะวิบัตพิ ระขันตี
จงคลายเหมือนหลายปี
ละลืมเลิกละลายสู ญ
ขอให้ เหตุทที่ าให้ ข่ ุนเคืองพระราชหฤทัยจงเสื่ อมสลายด้ วย
พระขันติธรรม
ขอจงพระชมมา –
ยุสถาวรพูน
เพิม่ เกียรติอนุกลู
สยามรัฐพิพฒ
ั น์ ผลฯ
ขอพระองค์ ทรงมีพระชนมายุยนื นาน เพือ่ เกือ้ กูลและสร้ าง
ความเจริญแก้ ประเทศสยาม
แบบฝึ กหัด
๑. เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ขอ้ ใดเป็ น
“ที่มา” ของเรื่ องขัตติยพันธกรณี
๑. ความขัดแย้งกับประเทศในแหลมอินโดจีนเมื่อ ร.ศ. ๑๑๒
๒. ความขัดแย้งในเรื่ องเขตแดนกับฝรั่งเศสใน ร.ศ. ๑๑๒
๓. กรณี พิพาทกับอังกฤษเรื่ องสิ ทธิสภาพนอกอาณาเขต
๔. การที่เรื อปื นของฝรั่งเศสปิ ดล้อมอ่าวไทย
๒. ชื่อเรื่ อง “ขัตติยพันธกรณี ” มีความหมาย
ตามรู ปศัพท์ อย่างไร
๑. เรื่ องราวอันเกี่ยวเนื่องด้วยกษัตริ ย ์
๒. หน้าที่ของกษัตริ ยช์ าตินกั รบ
๓. เหตุอนั เป็ นข้อผูกพันของกษัตริ ย ์
๔. กษัตริ ยผ์ ทู้ รงเป็ นแบบอย่างของปวงชน
๓. “...เสด็จพ่อตรัสเล่าว่า พอได้รับก็เขียนถวายตอบไปทันที
ไม่มีร่างเก็บไว้ แต่มีคนเขาบอกว่า พอทรงจบแล้วก็กลับ
เสวยพระโอสถต่อไป และกลับเสด็จออกได้ในไม่ชา้ ”
“เสด็จพ่อ” จากข้อความข้างต้น หมายถึงผูใ้ ด
๑. สมเด็จฯกรมพระยาดารงราชานุภาพ
๒. สมเด็จเจ้าฟ้ ากรมพระยานริ ศรานุวดั ติวงศ์
๓. พระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ
๔. พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมพระยานราธิปประพันธ์พงศ์
๔. ข้อใดไม่ใช่ค่านิยมที่ปรากฏในเรื่ องขัตติยพันธกรณี
๑. ผูน้ าไม่ควรแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น
๒. บุคคลพึงย่อมสละชีวติ เพื่อผูน้ าที่ทรงไว้ซ่ ึ งคุณธรรม
๓. พันธกรณี ที่มีต่อชาติบา้ นเมืองนั้นใหญ่หลวงยิง่ กว่าชีวติ
๔. บุคคลแม้จะอยูใ่ นตาแหน่งสูงเพียงใด ก็ยอ่ มหวังที่จะได้รับ
ความเมตตาและเห็นใจจากผูอ้ ื่น
๕. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั ทรงปฏิบตั ติ ามธรรมะข้อใด
เหตุการณ์เลวร้ายจึงคลีค่ ลายไปในทางที่ดี
๑. ทาน
๓. มุทิตา
๒. ขันติ
๔. จิตตะ
๖. ข้อใดไม่ใช่อาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระจุลจอม
เกล้าเจ้าอยูห่ วั ตามที่กล่าวไว้ในเนื้อเรื่ อง
๑. เป็ นฝี สามยอด
๒. ทรงถูกตะปูตาพระบาท
๓. ทรงมีอาการเจ็บปวดมาก และทรงเป็ นอยูเ่ วลานาน
๔. เป็ นไข้ส่าหรื อส่ าไข้ คือเป็ นเม็ดผืน่ ขึ้นตามพระวรกาย
เพราะพิษไข้
๗. ข้อใดไม่ใช่เหตุผลที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั
“คิดใคร่ ลาลาญหัก ปลดเปลื้อง”
๑. ความกังวลเกี่ยวกับพระราชโอรส
๒. ความเจ็บพระวรกายและพระหทัย
๓. ความกังวลในเรื่ องที่ประชวรหนักและนาน ทาให้
เป็ นภาระแก่ผรู ้ ักษา
๔. ความไม่สบายพระทัยที่ไม่อาจปฏิบตั ิราชกรณี ยกิจได้
อย่างเต็มพระกาลัง
๘. ข้อใดไม่ใช่เนื้อความเกี่ยวกับชีวติ มนุษย์ที่พระบาทสมเด็จพระ –
จุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงพระราชนิพนธ์ไว้
๑. ชีวติ มนุษย์มีแต่ความเปลี่ยนแปลง
๒. คนเราเกิดมาแล้วก็แก่ เจ็บ ตาย ไป
๓. มีสุขมีทุกข์สลับกันไปหลายครั้งหลายหน
๔. โบราณท่านจึงกล่าวไว้วา่ ชัว่ เจ็ดที ดีเจ็ดหน
๙. การแก้ปัญหาต่างๆ หากเราได้ทาอย่างเต็มที่แล้วไม่สาเร็ จ
ดังหวัง สมเด็จฯกรมพระยาดารงราชานุภาพ ทรงยกให้
เป็ นเรื่ องของอะไร
๑. ดวง
๓. โชคชะตา
๒. กรรม
๔. คนอื่นทาให้เป็ นไป
๑๐. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพทรง
ให้กาลังใจโดยเปรี ยบเทียบพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยูห่ วั ตามข้อใด
๑. เปรี ยบเหมือนสิ่ งศักดิ์สิทธิ์เป็ นที่กราบไหว้บูชา
๒. เปรี ยบเหมือนว่าวที่ตา้ นแรงลมให้ได้
๓. เปรี ยบเทียบบัวที่ตอ้ งโผล่พน้ โคลนตมให้ได้
๔. เปรี ยบเทียบกัปตันเรื อที่ตอ้ งนาเรื อฝ่ าคลื่นลมไปให้ตลอด
รอดฝั่ง
เฉลย
ข้ อ ๑) ๒
ข้ อ ๒) ๓
ข้ อ ๓) ๑
ข้ อ ๔) ๑
ข้ อ ๕) ๒
ข้ อ ๖) ๒
ข้ อ ๗) ๑
ข้ อ ๘) ๒
ข้ อ ๙) ๒
ข้ อ ๑๐) ๔
บรรณานุกรม
ศึกษาธิการ,กระทรวง.หนังสื อเรียนรายวิชาพืน้ ฐานภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์ .
กรุ งเทพมหานคร:ศึกษาภัณฑ์พาณิ ชย์, ๒๕๕๕.
สมศักดิ์ อัมพรวิสิทธิ์ โสภา. หลักภาษาและการใช้ ภาษาเพือ่ การสื่ อสารและ วรรณคดีวจิ ักษ์
ม.๖.กรุ งเทพมหานคร:บริ ษทั ภูมิบณ
ั ฑิตการพิมพ์ จากัด, ๒๕๕๓.
เสนีย ์ วิลาวรรณและคณะ.คู่มอื การสอนภาษาไทย ม.๖ เล่ม ๒ วรรณคดีและวรรณกรรม.
กรุ งเทพมหานคร:สานักพิมพ์วฒั นาพานิช จากัด,ม.ป.ป.
เอกรัตน์ อุดมพร.MINIภาษาไทย ม.๖หลักและการใช้ ภาษาเพือ่ การสื่ อสารและ
วรรณคดีวจิ ักษ์ .กรุ งเทพมหานคร:บริ ษทั สานักพิมพ์ พ.ศ.พัฒนา จากัด,
๒๕๕๖.

similar documents