การค้าที่ไม่เป็นธรรม

Report
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
หน่ วยการเรียนรู้ที่ 4 วิชา เศรษฐศาสตร์ ม.2
หนังสือเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน ชัน้ มัธยมศึกษาปี ที่
2
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551
ผู้จัดทา นายธนิตย์ พลายมาศ
ระบบเศรษฐกิจ
หมายถึง ความสั มพันธ์ ของหน่ วยเศรษฐกิจต่ าง
ภายใต้ ระเบียบกฎเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติ
ของสั งคมที่ยดึ ถือเป็ นแนวทางในการดาเนิน
กิจการทางเศรษฐกิจ
ความสาคัญของระบบเศรษฐกิจ
- ทาให้ เกิดการควบคุม ดูแลในการดาเนิน
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ
- ทาให้ เกิดการพึง่ พาซึ่งกันและกัน
- ทาให้ เกิดการแลกเปลีย่ นค้ าขายและบริการ
ระบบเศรษฐกิจ มี 3 รูปแบบคือ
1. ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม (capitalism)
2. ระบบเศรษฐกิจแบบสั งคมนิยม (socialism)
3. ระบบเศรษฐกิจแบบผสม (mixed economy)
1.ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม (capitalism)
- เอกชนเป็ นผู้มกี รรมสิ ทธิ์ในทรัพย์ สินต่ าง
- รัฐบาลทาหน้ าที่บริการสั งคม เช่ น การออก
กฏหมาย , การป้ องกันประเทศ
- ผู้ผลิตและผู้บริโภคจะมีอสิ ระในการเลือก
อย่ างเต็มที่
1.ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม (capitalism)
ข้ อดี
1. เอกชนและประชาชนมีแรงจูงใจในการดาเนิน
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ
2. ทรัพยากรถูกนามาใช้ อย่ างคุ้มค่ า
3. สิ นค้ ามีคุณภาพและราคาถูกลง
4. เจ้ าของปัจจัยการผลิตมีเสรีภาพในการใช้ ปัจจัยการผลิต
1.ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม (capitalism)
ข้ อเสี ย
1. เกิดการกระจายรายได้ ทไี่ ม่ เป็ นธรรม
2. เกิดการใช้ ทรัพยากรอย่ างสิ้นเปลือง
3. ธุรกิจรายใหญ่ มโี อกาสผูกขาดการผลิตสิ นค้ าและบริการ
2.ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม (socialism)
- รัฐบาลกาหนดและวางแผนกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจ
- รายได้ ทรี่ ัฐได้ นาไปช่ วยเหลือบุคคลรายได้ น้อย
ผ่ านการจัดสวัสดิการเพือ่ ส่ วนรวม
2.ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม (socialism)
ข้ อดี
1. เกิดการกระจายรายได้ อย่ างเป็ นธรรม
2. ประชาชนได้ รับสวัสดิการจากรัฐบาลอย่ างทัว่ ถึง
และเพียงพอ
2.ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม (socialism)
ข้ อเสี ย
1. ผู้ดาเนินการขาดแรงจูงใจเพราะไม่ ได้ เป็ นเจ้ าของกิจการ
2. ไม่ มเี สรีภาพในการทางาน
3. รัฐบาลจัดเก็บภาษีในอัตราสู ง เนื่องจากนาภาษีไปจัด
สวัสดิการให้ ประชาชนอย่ างทัว่ ถึง
3.ระบบเศรษฐกิจแบบผสม (mixed economy)
- เป็ นระบบที่ผสมกันระหว่ างระบบเศรษฐกิจ
แบบทุนนิยมและสั งคมนิยม
- มีการผลิต บริการ การโฆษณาและแข่ งขันเสรี
- รัฐควบคุมกิจการทีเ่ กีย่ วกับประชาชน เช่ น
สาธารณูปโภคและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
3.ระบบเศรษฐกิจแบบผสม (mixed economy)
ข้ อดี
1. การกระจายรายได้ และจัดสรรทรัพยากรอย่ างทัว่ ถึง
2. ผู้ใช้ แรงงานได้ รับค่ าจ้ างตามความสามารถ
3. เอกชนมีบทบาทในกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิม่ มากขึน้
4. ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกซื้อสิ นค้ าและบริการทีต่ นเอง
ต้ องการ
3.ระบบเศรษฐกิจแบบผสม (mixed economy)
ข้ อเสี ย
1. รัฐบาลไม่ สามารถสั่ งการแบบรีบด่ วนได้
2. การวางแผนจากรัฐเพือ่ ในเอกชนดาเนินการหรือ
ปฏิบัตติ ามเป็ นไปได้ ยาก
3. การดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกิจการขนาดใหญ่
ของรัฐมักขาดประสิ ทธิภาพ
การค้าระหว่างประเทศ
หมายถึง การซื้อขายแลกเปลีย่ นสิ นค้ าและบริการ
ระหว่ างประเทศ
สาเหตุที่ตอ้ งมีการค้าระหว่างประเทศ
- แต่ ละประเทศมีความได้ เปรียบในเรื่องการ
ผลิตและบริการที่แตกต่ างกัน
- เมื่อมีการแลกเปลีย่ นระหว่ างประเทศ ทาให้
ประเทศคู่ค้าได้ รับประโยชน์ มากขึน้
การค้าระหว่างประเทศ
แบ่ งออกเป็ น 2 ลักษณะ
1. การส่ งออก (export)
2. การนาเข้ า (import)
สาเหตุของการค้าและการกระจายทรัพยากรในโลก
1. ความแตกต่ างทางภูมศิ าสตร์
2. ความแตกต่ างทางทรัพยากรธรรมชาติ
3. ความแตกต่ างเกีย่ วกับความได้ เปรียบในการผลิต
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ
http://www.mfa.go.th/asean/
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ
แบ่ งออกเป็ น 5 ระดับ
1. เขตการค้ าเสรี (free trade area)
2. สหภาพศุลกากร (customs union)
3. ตลาดร่ วม (common market)
4. สหภาพเศรษฐกิจ (economic union)
5. สหภาพเหนือชาติ (supernational union)
ผลกระทบจากการพึง่ พาอาศัยกัน
ทางเศรษฐกิจในภูมภิ าคเอเซีย
มีผลกระทบ 2 รู ปแบบคือ
1. ประโยชน์ ของการค้ าระหว่ างประเทศ
2. ปัญหาที่เกิดจากการค้ าระหว่างประเทศ
ประโยชน์ของการค้าระหว่างประเทศ
-
การจัดสรรทรัพยากรอย่ างมีประสิ ทธิภาพ
ส่ งเสริมการออมและการลงทุนภายในประเทศ
ประชาชนมีมาตรฐานการครองชีพที่ดขี นึ้
มีการแข่ งขันกันประกอบการเพิม่ ขึน้
บรรเทาปัญหาด้ านการคลังของรัฐบาล
ปัญหาที่เกิดจากการค้าระหว่างประเทศ
- การขาดดุลการค้ า
- การเคลือ่ นย้ ายปัจจัยการผลิต
- การเลียนแบบการบริโภค
ตัวอย่างกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเซีย
- สมาคมประชาติแห่ งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)
- เขตการค้ าเสรีอาเซียน (AFTA)
- ความร่ วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก
(APEC)
การแข่งขันทางการค้า
หมายถึง การแข่ งขันในการดาเนินธุรกิจของ
ผู้ประกอบการทั้งทีเ่ ป็ นผู้ผลิตวัตถุดบิ ผลิตสิ นค้ า
ผลิตสิ นค้ าต่ อเนื่องหรือผู้จาหน่ ายสิ นค้ าทั้งค้ าปลีก
และค้ าส่ ง
การแข่งขันทางการค้าในประเทศ
แบ่ งออกเป็ น 4 ลักษณะ
1. การใช้ อานาจเหนือตลาด
2. การตกลงร่ วมกัน
3. การรวมธุรกิจ
4. การค้ าที่ไม่ เป็ นธรรม
การใช้อานาจเหนือตลาด
-
การกาหนดราคาเพือ่ กาจัดคู่แข่ งรายอืน่
การห้ ามขายสิ นค้ าของคู่แข่ ง
การเลือกปฏิบัติ
การกาหนดราคาขายปลีก
การขายพ่วง
การแข่ งขันทางการค้ าต่ างประเทศ
นโยบายการแข่งขันทางการค้า
- การใช้ อานาจเหนือตลาด
- การตกลงร่ วมกัน
- การค้ าที่ไม่ เป็ นธรรม
นโยบายการค้าระหว่างประเทศ
- นโยบายการค้ าเสรี
- นโยบายการค้ าคุ้มกัน
มาตรการกีดกันทางการค้า
-
การตั้งกาแพงภาษี (tariff wall)
การกาหนดโควตา (Quota)
การให้ การอุดหนุน (subsidies)
การทุ่มตลาด (dumping)
ข้ อตกลงการค้ าเสรี (free trade agreement)
ผลกระทบของการแข่งขันทางการค้า
1. ด้ านคุณภาพสิ นค้ า
2. ด้ านปริมาณการผลิต
3. ด้ านราคาสิ นค้ า
ข้อมูลอ้างอิง
หนังสื อเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน เศรษฐศาสตร์ ม. 2
บริษัท สานักพิมพ์วฒ
ั นาพานิช จากัด www.wpp.co.th
free powerpoint template
www.fppt.com
free picture
www.freedigitalphotos.net
www.absolutvistion.com

similar documents