`การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค` วันที่ 29 สิงหาคม 2557

Report
การสร้างเสริมภูมค
ิ ม
ุ ้ ก ันโรค
ี และ
กลุม
่ โรคติดต่อทีป
่ ้ องก ันได้ดว้ ยว ัคซน
ื้ เฉียบพล ันของระบบหายใจในเด็ก
โรคติดเชอ
้ หา
เนือ
 ความรูท
้ ว่ ั ไปเกีย
่ วก ับการสร้างเสริมภูมค
ิ ม
ุ ้ ก ันโรค
ี
 มาตรฐานคุณภาพการให้บริการว ัคซน
มาตรฐานการบ ันทึกข้อมูลในแฟ้มงานสร้างเสริม
ภูมค
ิ ม
ุ ้ ก ันโรค
การสร้างเสริมภูมค
ิ ม
ุ ้ ก ันโรค
้ เอง (Active Immunization)
ภูมค
ิ ม
ุ ้ ก ันทีร่ า่ งกายสร้างขึน
การติดเชอื้ ตามธรรมชาติ (natural infection)
การให้ว ัคซนี (immunization)
ภูมค
ิ ม
ุ ้ ก ันทีไ่ ด้ร ับมา (Passive Immunization)

ได้ร ับภูมค
ิ ม
ุ ้ ก ันตามธรรมชาติ

่ อิมมูโนโกบุลน
ได้ร ับสารภูมค
ิ ม
ุ ้ ก ัน เชน
ิ , พลาสมา, เซรุม
่
ี
ชนิดของว ัคซน
กลุม
่ ที่ 1 ท็อกซอยด์ (toxoid)
ิ้ พิษ แต่ย ังสามารถ
ผลิตโดยนาพิษของแบคทีเรียมาทาให้สน
่ ว ัคซน
ี คอตีบ
กระตุน
้ ให้รา
่ งกายสร้างภูมค
ิ ม
ุ ้ ก ันได้ เชน
ี บาดทะย ัก
ว ัคซน
้ ้ องก ันความรุนแรงของโรคทีเ่ กิดจากพิษ (toxin) ของ
ใชป
ื้ แบคทีเรีย แต่ไม่ป้องก ันการติดเชอ
ื้
เชอ
 ถ้าเคยฉีดมาแล้วหลายครงั้ หรือร่างกายมี
้
ภูมค
ิ ม
ุ ้ ก ันสูงอยูก
่ อ
่ นแล้ว อาจเกิดปฏิกริ ย
ิ ามากขึน
ทาให้มอ
ี าการบวม แดง เจ็บบริเวณทีฉ
่ ด
ี และมีไข้ได้
้ื ตาย (inactivated หรือ killed vaccine)
ี ชนิดเชอ
กลุม
่ ที่ 2 ว ัคซน
แบ่งออกเป็นกลุม
่ ย่อยได้ 2 กลุม
่ คือ
ี ทีท
2.1 ว ัคซน
่ าจากแบคทีเรียหรือไวร ัสทงต
ั้ ัวทีท
่ าให้ตายแล้ว (whole cell
vaccine หรือ whole virion vaccine)
สว่ นใหญ่ม ักจะทาให้เกิดปฏิกริ ย
ิ าบริเวณทีฉ
่ ด
ี บางครงอาจมี
ั้
ไข้ดว้ ย
อาการม ักจะเริม
่ หล ังฉีด 3-4 ชว่ ั โมงและจะคงอยูป
่ ระมาณ 1 ว ัน
บางครงอาจนานถึ
ั้
ง 3 ว ัน
ี ในกลุม
ี ไอกรน ว ัคซน
ี อหิวาตกโรค
ต ัวอย่างของว ัคซน
่ นี้ ได้แก่ ว ัคซน
ี โปลิโอชนิดฉีด ว ัคซน
ี พิษสุน ัขบ้า ว ัคซน
ี ไวร ัสต ับอ ักเสบเอ
ว ัคซน
ี ไข้สมองอ ักเสบเจอีชนิดนา้
ว ัคซน
้ื ตาย (inactivated หรือ killed vaccine)
ี ชนิดเชอ
กลุม
่ ที่ 2 ว ัคซน
2 . 2 ว ัค ซ ี น ที่ ท า จ า ก บ า ง ส่ ว น ข อ ง แ บ ค ที เ รี ย ห รื อ ไ ว ร ัส
ทีเ่ กีย
่ วก ับการสร้างภูมค
ิ ม
ุ ้ ก ัน (subunit vaccine)
ี ในกลุม
ว ัคซน
่ นี้ ม ักมีปฏิกริ ย
ิ าหล ังฉีดน้อย
ี ในกลุม
่ ว ัคซน
ี ต ับอ ักเสบบี ว ัคซน
ี ไข้หว ัดใหญ่
ว ัคซน
่ นี้ เชน
ี ฮบ
ิ (Haemophilus influenzae type b)
ว ัคซน
วค
ั ซ ีน ไอกรนชนิด ไร้เ ซลล์ (acellular
vaccine)
ี ไข้ท ัยฟอยด์ชนิดวีไอ (Vi
ว ัคซน
ี นิวโมคอคค ัส
ว ัคซน
pertussis
vaccine)
้ื ตาย (inactivated หรือ killed vaccine)
ี ชนิดเชอ
กลุม
่ ที่ 2 ว ัคซน
 ว ัคซนี กลุม่ นีม้ ักจะต้องเก็บไว้ในตูเ้ ย็น
ห้ า ม เ ก็ บ ใ น ตู ้ แ ช่ แ ข็ ง เ พ ร า ะ จ ะ ท า ใ ห้
ื่ มคุณภาพ
แอนติเจนเสอ
ี ชนิดเชอ
ื้ เป็นอ่อนฤทธิ์ (live attenuated vaccine)
กลุม
่ ที่ 3 ว ัคซน
 ทาจากเชอ้ื ทีย่ ังมีชวี ติ อยูแ่ ต่ทาให้ฤทธิอ์ อ่ นลงแล้ว
ี โปลิโอชนิด กิน ว ัคซน
ี MMR ว ัคซน
ี สุกใส
เช่น ว ัคซน
ี BCG ว ัคซน
ี ไข้ท ัยฟอยด์ชนิดกิน
ว ัคซน
 เมือ่ ให้เ ข้าไปในร่างกายแล้วจะย งั ไม่มปี ฏิกริ ยิ าท นั ที
ม ักมีอาการไข้ประมาณ ว ันที่ 5 ถึงว ันที่ 12 หล ังฉีด
 ต้องเก็ บไว้ในอุณหภูมติ า่ ตลอดเวลา (cold
chain)
ื้ จะตาย การให้ว ค
ี จะ
้ เช อ
เพราะถ้า อุ ณ หภูม ส
ิ ู ง ขึน
ั ซน
ไม่ได้ผล
ี
กลุม
่ เป้าหมายการให้ว ัคซน
เด็กก่อนว ัยเรียน
เด็กแรกเกิด
เด็กน ักเรียน
ั้
ึ ษาปี ที่ 1
ชนประถมศ
ก
กลุม
่ เป้าหมาย
หญิงมีครรภ์
เด็กน ักเรียน
ั้
ึ ษาปี ที่ 6
ชนประถมศ
ก
ว ัตถุประสงค์
1
2
การกวาดล้างโรคโปลิโอให้หมดไป
กาจ ัดโรคบาดทะย ักในทารกแรกเกิด ให้เหลือไม่เกิน 1 ต่อ 1,000
ี รายอาเภอ
เด็กเกิดมีชพ
3
4
5
กาจ ัดโรคห ัดในผูป
้ ่ วย ให้เหลือไม่เกิน 1 ต่อประชากรล้านคน ภายในปี 2563
ลดอ ัตราป่วย

คอตีบ
< 0.015 ต่อประชากรแสนคน (10 ราย)

ไอกรน
< 0.08 ต่อประชากรแสนคน (50 ราย)

โรคไข้สมองอ ักเสบเจอี
< 0.15
ต่อประชากรแสนคน (90 ราย)
อ ัตราการเป็นพาหะโรคต ับอ ักเสบบี ในเด็กอายุตา
่ กว่า 5 ปี < ร้อยละ 0.25
ี
มาตรฐานคุณภาพการให้บริการว ัคซน
กระบวนการให้บริการ





เตรียมกลุม
่ เป้าหมายผูม
้ าร ับบริการ
คาดประมาณจานวนผูม
้ าร ับบริการในแต่ละกลุม
่ เป้าหมาย
ี
วิธก
ี ารให้ว ัคซน
การจ ัดทาทะเบียนข้อมูลผูร้ ับบริการ
ี ตามเกณฑ์
การติดตามกลุม
่ เป้าหมายให้มาร ับว ัคซน
การเตรียมความพร้อมกรณีฉุกเฉิน

ี เบือ
ี กรณีเกิด
้ งต้นแก่ผร
การเตรียมการเพือ
่ กูช
้ พ
ู ้ ับว ัคซน
anaphylaxis

ี
การจ ัดเตรียมว ัสดุอป
ุ กรณ์ และยาทีจ
่ าเป็นในการกูช
้ พ
ี
วิธก
ี ารให้ว ัคซน
ตารางสร้างเสริมภูมค
ิ ม
ุ ้ ก ันโรค
ี
ชนิดว ัคซน
อายุ
แรกเกิด
BCG, HB
2 เดือน
OPV1, DTP1 - HB1
4 เดือน
OPV2, DTP2 - HB2
6 เดือน
OPV3, DTP3 - HB3
9 เดือน
MMR1
18 เดือน
OPV4, DTP4, JE1, JE2
2.5 ปี
JE3
4 ปี
OPV5, DTP5
7 ปี (ป. 1)
MMR2
12-16 ปี (ป. 6)
dT
หญิงมีครรภ์
ี )
้ ก ับประว ัติร ับว ัคซน
dT 3 ครงั้ (ขึน
ี HB กรณีเด็กคลอดจากแม่ทเี่ ป็นพาหะ (HBsAg+ve)
การให้ว ัคซน
อายุ
แรกเกิด
ี
ชนิดว ัคซน
HB1
HB1
1 เดือน
HB2
HB2
2 เดือน
DTP - HB1
HB3
DTP - HB2
HB4
4 เดือน
6 เดือน
DTP – HB3
HB5
ี แก่เด็กทีม
ี ล่าชา้
กาหนดการให้ว ัคซน
่ าร ับว ัคซน
ี ในชว
่ งอายุ 1 ปี แรก
กรณีพลาดการได้ร ับว ัคซน
่ งอายุ 1-6 ปี
ชว
ครงที
ั้ ่
้ ไป
ตงแต่
ั้
อายุ 7 ปี ขึน
เดือนที่
ี
ว ัคซน
เดือนที่
ี
ว ัคซน
0
(เมือ
่ พบเด็กครงแรก)
ั้
DTP-HB1,OPV1
MMR
BCG*
0
(เมือ
่ พบเด็กครงแรก)
ั้
dT1,OPV1
MMR
BCG*
1
DTP-HB2, OPV2
1
HB1
1
2
JE1
JE1, JE2**
3
2
JE2
2
dT2,OPV2
HB2
4
4
DTP-HB3, OPV3
7
HB3
12
dT3,OPV3,JE3
5
12
DTP4,OPV4,JE3
*ให้ในกรณีทไี่ ม่มห
ี ล ักฐานว่าเคยได้ร ับเมือ
่ แรกเกิดและไม่มแ
ี ผลเป็น
ื้ HIV ทีม
* ไม่ให้ในเด็กติดเชอ
่ อ
ี าการของโรคเอดส ์
ั
้
** ให้ 2 ครงั้ ห่างก ัน 2 สปดาห์
เพือ
่ เร่งให้มภ
ี ม
ู ค
ิ ม
ุ ้ ก ันเร็ วขึน
หมายเหตุ :
ี ทุกชนิด ถ้าไม่สามารถเริม
 ว ัคซน
่ ให้ต ามกาหนดได้
ก็เริม
่ ให้ท ันทีทพ
ี่ บครงแรก
ั้
ี ทีต
 ว ัคซน
่ อ
้ งให้มากกว่า 1 ครงั้ หากเด็ กเคยได้ร ับ
วค
ั ซ ี น มาบ้า ง แล้ว และไม่ ม าร บ
ั ครง
ั้ ต่ อ ไปตาม
ก าหนดน ด
ั ให้ว ค
ั ซ ีน คร งั้ ต่อ ไปน น
ั้ ได้ท น
ั ทีเ มือ
่ พบ
เด็ก โดยไม่ตอ
้ งเริม
่ ต้นครงที
ั้ ่ 1 ใหม่
กราฟแสดงการตอบสนองของภูมต
ิ า้ นทาน
ี ในเด็กน ักเรียน
การให้ว ัคซน
น ักเรียน ป.1
ว ัคซนี MMR ทุกคน
 ว ัคซนี บีซจี ี มีขอ้ กาหนดในการให้ด ังนี้
ี ในอดีตระบุวา่ ได้ร ับว ัคซน
ี บีซจ
ี ี
 ถ้าเด็กมีบ ันทึกประว ัติการได้ร ับว ัคซน
(สมุดบ ันทึกสุขภาพแม่และเด็กหรือทะเบียน/บ ัญชเี ด็ก)
ี อีก (ถึงแม้จะไม่มรี อยแผลเป็นจากบีซจ
ี ี ก็ ตาม)
ไม่ตอ
้ งให้ว ัคซน
ี บีซจ
ี ี ในอดีตไม่ได้
หากตรวจสอบประว ัติการได้ร ับว ัคซน
ี ี ไม่ตอ
ี อีก
แต่เด็กมีรอยแผลเป็นบีซจ
้ งให้ว ัคซน
ี ี และไม่มบ
ี บีซจ
ี ี
ถ้าเด็กไม่มรี อยแผลเป็นจากบีซจ
ี ันทึกว่าได้ร ับว ัคซน
ี บีซจ
ี ี 1 ครงั้
ในอดีตจากสมุดบ ันทึกสุขภาพแม่และเด็ก ต้องฉีดว ัคซน
 ว ัคซนี dT/OPV
ี ในอดีต
ให้สอบถามประว ัติการได้ร ับว ัคซน
ข้อพิจารณาในการให้ dT /OPV ป.1
ประวัติการได้รับ
วัคซีนDTP/OPV
(ครัง)
จานวนครังที่ต้อง
ได้รับ
กาหนดการให้วัคซีน
ไม่เคยได้รับ/
ไม่แน่ใจ
3
ป.1 จานวน 2 ครัง ห่างกัน
อย่างน้อย 1 เดือน แล้วติดตามให้
เมื่อเด็กเรียน ป.2 อีก 1 ครัง
1
2
ป. 1 จานวน 1 ครัง แล้วติดตามให้
เมื่อเด็กเรียน ป. 2 อีก 1 เข็ม
2, 3, 4
1
ป. 1 จานวน 1 เข็ม
5
0
-
น ักเรียน ป. 6
ว ัคซนี dT ทุกคน
ี ในหญิงมีครรภ์
การให้ว ัคซน
ี ป้องก ัน dT จาแนกตามประว ัติการได้ร ับ
การได้ร ับว ัคซน
ี ทีม
่ นประกอบของว ัคซน
ี บาดทะย ัก
ว ัคซน
่ ส
ี ว
(DTP-HB/DTP/dT/TT)
/
3
0, 1, 6
1
2
0, 6
2
1
3
10
0
3
10
1
2
6
-
ี
วิธก
ี ารให้ว ัคซน
ทางปาก
ฉีดเข้าในหน ัง
ฉีดเข้าใต้หน ัง
้
ฉีดเข้ากล้ามเนือ
Oral route
ใชเ้ พือ
่ กระตุน
้ ภูมค
ิ ม
ุ ้ ก ันเฉพาะที่
้ ับว ัคซน
ี เชอ
ื้ เป็น เชน
่ โปลิโอ
ใชก
ท ัยฟอยด์
้ ละกระแสเลือด
เกิดภูมใิ นลาไสแ
Intradermal
BCG, Rabies
กระตุน
้ เซลล์ในผิวหน ัง
ึ ไปท่อนา้ เหลือง
ดูดซม
ื่
กระตุน
้ ภูมค
ิ ม
ุ ้ ก ันชนิดเซลล์เป็นสอ
Intradermal
ฉีดทามุม
15 องศา
ี
ว ัคซน
ปริมาณ
น้อย
เข็ม 26
ยาว ½ นิว้
Subcutaneous route
ึ เร็ว
ไม่ตอ
้ งการให้ดด
ู ซม
ั
ี ทีไ่ ม่มส
หรือ เป็นว ัคซน
ี ารดูดซบ
่ MMR JE
เชน
Subcutaneous
พิจารณา
ตาแหน่ง
ทีฉ
่ ด
ี
ฉีดเข้า
ั้
ชนใต้
หน ัง
ฉีด
หน้าขา
ฉีดทามุม
45 องศา
เข็ม 26
ยาว ½
นิว้
Intramuscular route
ั
ี ดูดซม
ึ ดีและว ัคซน
ี นนมี
เมือ
่ ต้องการให้ว ัคซน
ั้ สารดูดซบ
ี ทีใ่ ห้ทางกล้ามเนือ
่ DTP-HB / DTP / HB /dT
้ เชน
ว ัคซน
หากฉีดผิดตาแหน่งอาจทาให้เกิดไตแข็ง
ฉีดทีต
่ น
้ แขน
ฉีดทีห
่ น้าขา
Intramuscular
้ ล ังเปิ ดขวดว ัคซน
ี
ระยะเวลาทีใ่ ชห
้ ายในเวลา (ชว่ ั โมง)
หล ังเปิ ดขวด/ ผสมแล้วให้ใชภ
ภายใน 2 ชว่ ั โมง
BCG
ภายใน 6 ชว่ ั โมง
ภายใน 8 ชว่ ั โมง
MMR
HB DTP-HB
OPV DTP JE dT
เลือกเข็มฉีดยาและไซริงค์
ี ทีฉ
ี
เหมาะสมก ับขนาดว ัคซน
่ ด
ี และวิธก
ี ารให้ว ัคซน
เข็ม draw วัคซีน ไม่ควรใหญ่กว่า
เบอร์ 21
No.
2
1
ขนาด 3 มล. ขนาด 1 มล.
No.20 No.18
ไซริงค์ขนาด 1 มล.
ไซริงค์ขนาด 3 มล.
้ ับว ัคซน
ี ใชก
ี ทีม
สามารถใชไ้ ด้ก ับทุกว ัคซน
่ ข
ี นาดต่อโด๊ส
้ ไป
ตงแต่
ั้
0.5 มล.ขึน
ี ไข้สมองอ ักเสบเจอีจาแนกตามสายพ ันธุ ์
ว ัคซน
ี และขนาดฉีด
ขนาดบรรจุ อายุผร
ู ้ ับว ัคซน
ชนิดของ
สายพ ันธุ ์
Beijing
strain
Nakayama
strain
ขนาดบรรจุ
ต่อขวด
0.5 มล.
1.0 มล.
อายุผร
ู ้ ับ
ี
ว ัคซน
ขนาดฉีด
ครงละ
ั้
น้อยกว่า 3 ปี
0.25 มล.
้ ไป
3 ปี ขึน
0.5 มล.
น้อยกว่า 3 ปี
0.5 มล.
้ ไป
3 ปี ขึน
1.0 มล.
การเก็บรักษาวัคซีนในขณะให้บริการ
 ควรให้บริการในที่รม่
 เก็บวัคซีนในกระติกหรือกล่องโฟมที่มีอุณหภูมิอยูใ่ นช่วง +2 ถึง +8°c
 วางขวดวัคซีนให้ต้งั ตรง
 ห้ามวางขวดวัคซีนสัมผัสกับ ice pack หรือน้ าแข็งโดยตรง
 ดูดวัคซีนใส่ไซริงค์แล้วให้บริการทันที ห้ามเตรียมไว้เป็ นจานวนมาก
 ห้ามมีเข็มปั กคาขวดวัคซีน ในระหว่างที่รอให้บริการ
 วัคซีนเชื้อเป็ นชนิดผงแห้งที่ผสมน้ ายาละลายแล้ว ต้องเก็บไว้ไม่ให้
โดนแสง
 หลังเปิ ดใช้แล้วให้เก็บวัคซีนแต่ละชนิด ตามคาแนะนา
กลุ่มโรคติดต่ อที่ป้องกันได้ ด้วยวัคซี น
การจ ัดทาทะเบียนข้อมูลผูร้ ับบริการ
ื่ นามสกุล อายุ ทีอ
* บ ันทึก ชอ
่ ยู่ ชนิด และ ครงที
ั้ ไ่ ด้ร ับ
ี ในกลุม
ว ัคซน
่ เป้าหมาย
กลุม
่ เด็กแรกเกิด
ั้ ป.1 และ ป.6
กลุม
่ น ักเรียนชน
กลุม
่ เด็กก่อนว ัยเรียน
กลุม
่ หญิงมีครรภ์
การจ ัดทาทะเบียนข้อมูลผูร้ ับบริการ
ี (lot.no.) และลาด ับขวดว ัคซน
ี ของ
* บ ันทึกเลขทีว่ ัคซน
ผูร้ ับบริการในแต่ละราย เพือ
่ ใชใ้ นการตรวจสอบผูไ้ ด้ร ับ
ี ร่วมขวดร่วม lot.no. เดียวก ัน
ว ัคซน
ี ตามเกณฑ์
การติดตามกลุม
่ เป้าหมายให้มาร ับว ัคซน
ี ของกลุม
 มีทะเบียนติดตามการได้ร ับว ัคซน
่ เป้าหมาย
ทีเ่ ป็นปัจจุบ ัน
ี ทงที
 มีการบ ันทึกว ันทีก
่ ลุม
่ เป้าหมายได้ร ับว ัคซน
ั้ ่
ได้ร ับจากสถานบริการตนเองและสถานบริการอืน
่
 มีระบบติดตามกลุม
่ เป้าหมายทีไ่ ม่มา
การจ ัดเตรียมว ัสดุอป
ุ กรณ์และยาทีจ
่ าเป็น
ี กรณีเกิด Anaphylaxis หรือมีอาการรุนแรง
ในการกูช
้ พ
1.
ี ต้องผ่านการอบรมวิธก
ี เบือ
้ งต้น
ผูฉ
้ ด
ี ว ัคซน
ี ารกูช
้ พ
2.
ี /ผูป
ให้ความรูแ
้ ละข้อมูลแก่ผร
ู ้ ับว ัคซน
้ กครองเด็ก
3.
ั
ี พ ักรอสงเกตอาการ
จ ัดเตรียมสถานทีใ่ ห้ผร
ู ้ ับว ัคซน
4.
ั
ี พ ักสงเกตอาการ
ให้ผร
ู ้ ับว ัคซน
อย่างน้อย 30 นาที
5.
่ ยเหลือเบือ
ี กรณีเกิด
้ งต้นแก่ผร
มีแผน/ผ ัง การชว
ู ้ ับว ัคซน
anaphylaxis หรือมีอาการรุนแรง
6.
่ ผูป
มีแผน/ผ ัง การสง
้ ่ วยไปร ับการร ักษาต่อ
่ ต่อกรณีเกิด
แผนการสง
Anaphylaxis ภายหล ัง
ี
ได้ร ับว ัคซน
ี ให้
เมือ
่ เกิดอาการภายหล ังได้ร ับว ัคซน
แจ้ง ผอ.รพ.สต. ทราบ
(คุณ.........โทร.......)
เพือ
่ 1. ประสานคนข ับรถ Refer
(คุณ ...... โทร.........)
2. ประสานห้องฉุกเฉิน
รพ.......... (โทร.................)
่ ต่อผูป
3. สง
้ ่ วยโดยเจ้าหน้าที่
พยาบาล
การจ ัดเตรียมว ัสดุอป
ุ กรณ์และยาทีจ
่ าเป็น
ี กรณีเกิด Anaphylaxis หรือมีอาการรุนแรง
ในการกูช
้ พ
1. Adrenaline (Epinephrine)
2. IV Set
3. Normal saline or Ringer’s Lactate
4. Ambu Bag
5. Face mask
6. Endotracheal Tube (เบอร์ 3.5 or 4 สาหร ับเด็ก)
7. Laryngoscope
Adrenaline (1:1000)
ก่อนฉี ดทุกครัง้ ต้องได้รบั ความเห็นชอบจากแพทย์ก่อน
Ambu bag สาหร ับเด็กและผูใ้ หญ่
Oxygen face mask
สาหร ับเด็กและผูใ้ หญ่
สาหร ับเด็กทารก
อย่ างน้ อยควรมีเบอร์ 3.5 และ 4.0
Endotracheal tube
Stylet
Laryngoscope
ขอบคุณค่ะ

similar documents