ทฤษฎีเชาว์ปัญญา

Report
ความหมายของเชาว์ ปัญญา
ประวัติความเป็ นมาของ
การวัดเชาว์ ปัญญา
ไอคิว
ทฤษฎีเชาว์ ปัญญา
การวัดเชาว์ ปัญญา
พวกเด่ นทาง
ปัญญา
เชาว์ ปัญญา
ความเป็ นปัญญา
อ่อน
วิธีการศึกษา
เครื่องมือทีใ่ ช้ วดั
ความสามารถทาง
เชาว์ ปัญญา
ทฤษฎีการวัด
เชาว์ ปัญญา
ความหมายของเชาว์ ปัญญา
ศาสตราจารย์แม็คนีมาร์ แห่งมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ค ได้ศึกษาและ
ให้คาจากัดความของคาว่า เชาว์ปัญญา ซึ่ งแบ่งออกเป็ น 4 กลุ่ม ดังต่อไปนี้
กลุ่มที่ 1 ความสามารถใน
การปรับตัวให้เข้ากับ
สิ่ งแวดล้อม
กลุ่มที่ 2
ความสามารถ
ในการแก้ปัญหา
กลุ่มที่ 3
ความสามารถในการ
คิดแบบนามธรรม
กลุ่มที่ 4
ความสามารถ
ในการเรี ยนรู้
ประวัติความเป็ นมาของการวัดเชาว์ ปัญญา
ปี ค.ศ.1904 Charles Spearman นักจิตวิทยาชาว
อังกฤษได้ศึกษาทดลองความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถ
ทางประสาทและผลการเรี ยนซึ่ งทาให้ Spearman เชื่อว่า
ความสามารถทางสมองต้องมีอะไรอย่างหนึ่ งเป็ นตัวกลาง จาก
ผลการทดลองสรุ ปได้วา่ แบบทดสอบวัดความฉลาดของบุคคล
จะมีตวั กลางที่เป็ นเครื่ องแสดงความสามารถทัว่ ไปเป็ นหลักอยู่
เสมอ
วิธีการศึกษา
สามารถจาแนกวิธีการศึกษาเกี่ยวกับเชาว์ปัญญาออกเป็ น 2 วิธีการ คือ
1. วิธีการทางจิตมิติ
(Psychometric approach)
2. วิธีการศึกษาพัฒนาการด้ านเชาว์ ปัญญา
(Cognitive developmental approach)
ทฤษฎีเชาว์ ปัญญา
ทฤษฎีเชาว์ปัญญามีอยู่ 2 แนว คือ
1. ทฤษฎีโครงสร้างเชาว์ปัญญา
2. ทฤษฎีพฒั นาการทางเชาว์ปัญญา
ทฤษฎีการวัดเชาว์ ปัญญา
ทฤษฎีการวัดเชาว์ปัญญาแบ่งออกเป็ น 3 ทฤษฎี ดังนี้
1. ทฤษฎีสององค์ ประกอบ ( Two factor Theory) ของ Spearman
2. ทฤษฎีสมรรถภาพสมองขั้นพืน้ ฐาน( Mental Abilities Theory )
3. ทฤษฎีโครงสร้ างทางปัญญาของ Guilford
การวัดเชาว์ ปัญญา
การวัดความสามารถทางเชาว์ปัญญามีวิธีการวัด
อยูห่ ลายวิธี เครื่ องมือที่ใช้วดั ก็มีอยูห่ ลากหลายชนิด ยกตัวอย่าง
2 วิธี ดังนี้
1. การวัดขั้นพัฒนาการของเชาว์ ปัญญา
2. การวัดแบบจิตมิติ
เครื่องมือที่ใช้ วดั ความสามารถทางเชาว์ ปัญญา
แบบทดสอบมาตรฐานที่ใช้วดั เชาว์ปัญญาทัว่ ไป แบ่งออกเป็ น
2 ประเภท คือ
1. แบบทดสอบเชาว์ ปัญญารายบุคคล
2. แบบทดสอบเชาว์ ปัญญาแบบกลุ่ม
ข้ อควรระวังในการทดสอบเชาว์ ปัญญา
1. ผูท้ ดสอบต้องเป็ นผูท้ ี่มีความรู ้และความชานาญเกี่ยวกับเครื่ องมือ
วัดที่ใช้ และต้องเตรี ยมเครื่ องมือที่ใช้ให้พร้อมล่วงหน้าการทดสอบ
2. ผูถ้ กู ทดสอบต้องให้ความร่ วมมือ มีความพร้อมทั้งร่ างกายและ
จิตใจที่จะแสดงความสามารถของตนออกมาเต็มที่ ผูถ้ กู ทดสอบจะต้องไม่รู้
คาตอบและฝึ กทาแบบทดสอบที่ใช้ทดสอบมาล่วงหน้า
3. สภาพแวดล้อมขณะทาการทดสอบ ต้องทาการทดสอบในช่วงที่
ปราศจากสิ่ งรบกวน มีบรรยากาศผ่อนคลายไม่ถกู ขัดจังหวะ รบกวนสมาธิ ผถู้ กู
ทดสอบ
ไอ.คิว (I.Q)
ไอ.คิว หรื อ (I.Q) ย่อมาจาก Intelligence Quotient คือ ดรรชนีที่
จะระบุให้ทราบถึงระดับสติปัญญาของบุคคล
การจัดประเภทของ ไอ.คิว ตามแบบทดสอบ WISC
ฉลาดมาก
มีระดับ I.Q = 130 ขึ้นไป
ฉลาด
มีระดับ I.Q = 120-129
ค่อนข้างฉลาด
มีระดับ I.Q = 110-119
ปกติหรื อปานกลาง
มีระดับ I.Q = 90-109
ค่อนข้างโง่
มีระดับ I.Q = 80-89
โง่คาบเส้น
มีระดับ I.Q = 70-79
บกพร่ องทางสมอง
มีระดับ I.Q = น้อยกว่า69
ลักษณะเฉพาะ
ของคนปัญญา
อ่อน
ลักษณะของ
ปัญญาอ่อนกับ
ปัญหาทางด้ าน
การเรียน
ความเป็ น
ปัญญาอ่อน
ขณะ
ตั้งครรภ์
สาเหตุของ
ปัญญาอ่อน
สาเหตุจาก
พันธุกรรม
หลัง
คลอด
สาเหตุจาก
สิ่ งแวดล้ อม
ขณะ
คลอด
พวกเด่นทางปัญญา
ได้แก่พวกที่มีระดับ ไอ.คิว. ตั้งแต่ 130 ขึ้นไป พวกนี้จะมี
ลักษณะไม่เหมือนทัว่ ไป และมักมีบทบาทพิเศษในสังคม
นักจิตวิทยาหลายท่านมีความเห็นสอดคล้องกันว่า เด็กปัญญา
หลักแหลมส่ วนใหญ่จะมีลกั ษณะดังนี้
1. มีประสาทการรับรู ้อนั ว่องไวเป็ นพิเศษ
2. มีความอยากรู ้อยากเห็นอย่างเข้มข้น
3. มีความสามารถแก้ไขปั ญหาและมีความเข้าใจสิ่ งต่างๆ ในระดับสูง
4. มีแรงผลักดันและวิริยะพากเพียร
5. มีแรงผลักดันที่จะประกอบกิจดาเนิ นงานให้สมบูรณ์ปราศจากที่ติ
ผลของพันธุกรรมที่
มีต่อเชาวน์ ปัญญา
เพศและความ
แตกต่ างทาง
เชาวน์ ปัญญา
ปัจจัยต่ างๆ ทีม่ ีผลต่ อ
เชาว์ ปัญญาของมนุษย์
ขนาดของครอบครัวและ
สถานภาพทางเศรษฐกิจและ
สั งคมทีม่ ีผลต่ อเชาวน์ ปัญญา
ผลของสิ่ งแวดล้ อม
ทีม่ ีต่อเชาวน์ ปัญญา
อายุและความ
แตกต่ างทาง
เชาวน์ ปัญญา
สุ ขภาพและ
เชาวน์ ปัญญา

similar documents