บรรยาย อปท 30 ต ค 57(ปรับใหม่) - สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย

Report
ระเบียบกฎหมายของ ป.ป.ช.ที่
เกีย
่ วของกั
บการปฏิบต
ั งิ าน
้
ของผูบริ
น
่ และพนักงาน
้ หารทองถิ
้
ขาราชการท
องถิ
น
่ ทีค
่ วรรู้
้
้
เพือ
่ ความโปรงใส
ปลอดทุจริต
่
นายอุทศ
ิ
บัวศรี
ผู้ช่วยเลขาธิการ
คณะกรรมการ ป.ป.ช.
วันพฤหัสบดีท ี่ 30
ตุลาคม
2557
อาคารอิมแพค ฟอรัม
่ เมืองทองธานี อาเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุร ี
กรอบการ
บรรยาย
1. บทบาทและอ านาจหน้ าที่ข องเจ้ าหน้ าที่
ของรัฐ
2. กฎเกณฑที
ั ห
ิ น้าทีข
่ อง
์ ใ่ ช้กากับการปฏิบต
่ องรัฐ
เจ้าหน้าทีข
3. ระเบีย บ กฎหมายของคณะกรรมการ
ป.ป.ช.ทีเ่ กีย
่ วของกั
บการปฏิบต
ั ห
ิ น้าทีข
่ อง
้
เจ้าหน้าทีข
่ องเจ้าหน้าทีข
่ องรัฐในองคกร
์
ปกครองส่วนท้องถิน
่
4. ปัญ หาการทุ จ ริต ในองค กรปกครองส
่ วน 2
์
บทบาทและอานาจหน้าทีข
่ อง
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ
แนวความคิดพืน
้ ฐาน :
ประโยชนสาธารณะ
์
- รัฐโดยองคกรของรั
ฐหรือเจ้าหน้าที่
์
ของรัฐเป็ นผู้ดูแล
รักษาประโยชนส
์ ่ วนรวมหรือ
ประโยชนสาธารณะ
์
- แตในกรณี
ทป
ี่ ระโยชนส
่
์ ่ วนตัวของ
3
ความหมายของ"ผลประโยชนทั
์ บ
ซ้อน"
(Conflict of Interests)
เคนเนท เคอนาแฮน (Kenneth
Kernaghan)
“สถานการณ ์ซึ่ ง เจ้ าหน้ าที่ข องรัฐ มี
ผลประโยชน์ ส่ วนตนอยู่ และได้ ใช้
่ ละความรับผิดชอบ
อิทธิพลตามหน้าทีแ
ทางสาธารณะไปขัด กับ ผลประโยชน์
ส่วนตัว”
4
แซนดรา้
วิลเลียม
(Sandra William)
“การทีผ
่ ้ด
ู ารงตาแหน่งทางการเมือง
หรือข้าราชการ
ไดเปิ
้ ดโอกาสให้เงิน หรือ
ผลประโยชน์ส่วนตัวเขามามี
้
อิทธิพลตอหน
่ ละความรับผิดชอบ
่
้ าทีแ
ทีจ
่ ะตองมี
ตอ
้
่
สาธารณะ”
5
แพทริค บอเยอร ์ Patrick
Boyer
“ส ถาน การณ์ ที่ เ จ้ าห น้ าที่ ร ั ฐ มี
ผลประโยชน์ส่วนตัว
แ ล ะ ไ ด้ ใ ช้ อิ ท ธิ พ ล ห รื อ จ ะ ใ ช้
อิทธิพลของตาแหน่ง
ห น้ า ที่ ไ ป เ พื่ อ ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์
ส่วนตัว”
6
องคประกอบของ
์
ผลประโยชนทั
บ
ซ
อน
้
์
ไ ม เ คิ ล
แ ม็ ค โ ด นั ล ด ์
(Michael McDonald)
แ บ่ ง อ ง ค ์ ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ ทั บ ซ้ อ น
ออกเป็ น 3 ประการ
(1)เป็ นประเด็ น เกี่ย วกับ ผลประโยชน์ส่ วนบุ ค คลหรือ
ผลประโยชน์ ส่ วนตั ว ซึ่ ง ส่ วนใหญ่ มั ก
เกีย
่ วพันกับเงินและทรัพย์สิ นหรือรูปแบบอืน
่ ๆ ทีท
่ าให้
ผู้รับพึงพอใจ
(2)เป็ นเรื่อ งของการใช้ อ านาจหน้ าที่แ ละ ดุ ล พินิ จ ใน
การตัดสิ นใจ
7
ขอบขายของผลประโยชน
ทั
่
์ บ
ซ้อน
John Langford และ Kenneth Kernaghan
ประมวลการกระทา
ทีอ
่ ยู่ ในขอบขายของผลประโยชน
ทั
่
์ บซ้อน
เป็ น
7
ลักษณะ ดังนี้
(1) การรับผลประโยชนต
(accepting benefits)
์ างๆ
่
(2) การทาธุรกิจกับตัวเอง (self - dealing) หรือเป็ น
คูสั
่ ญญา (contracts)
(3) การทางานหลังจากออกจากตาแหน่งสาธารณะหรือ
หลังเกษียณ
(post – employment)
(4) การทางานพิเศษ (outside employment or
8
moonlighting)
รูปแบบความขัดแยงระหว
างประโยชน
ส
้
่
์ ่ วนตน
และประโยชน
ส
วนรวม
่
์
 การรับประโยชน์ ต่างๆ (Accepting Benefits)
รับของขวัญ/เงินสนับสนุน/เงินบริจาคจากลูกค้ าของ
หน่ วยงาน
 การทาธุรกิจกับตัวเอง (Self-Dealing) หรือเป็ น คู่สัญญา
(Contracts)
มีส่วนได้ เสียในสัญญาที่ทากับหน่ วยงานต้ นสังกัด
 การทางานหลังจากออกจากตาแหน่ งหน้ าที่สาธารณะ
หรือหลังเกษียณ (Post –Employment)
ลาออกจากหน่ วยงานเพือ่ ไปทางานในหน่ วยงานที่
ดาเนินธุรกิจประเภทเดียวกัน
 การทางานพิเศษ (Outside Employment or
Moonlighting)
ตั้งบริษทั ดาเนินธุรกิจที่แข่ งขันหรือรับงานจาก
หน่ วยงานต้ นสังกัด
 การรู้ข้อมูลภายใน (Inside Information)
ใช้ ประโยชน์ จากข้ อมูลภายในเพือ่ ประโยชน์ ของตนเอง
 การใช้ สมบัตขิ องหน่ วยงานเพือ่ ประโยชน์ ส่ วนตัว
(Using Employer, Property for Private advantage)
นาทรัพย์ สินของหน่ วยงานไปใช้ ในงานส่ วนตัว
 การนาโครงการสาธารณะลงในเขตเลือกตั้งเพือ่ ประโยชน์
ทางการเมือง (Pork-Barrrelling)
รมต.อนุมัตโิ ครงการไปลงในพืน้ ที่ตนเอง, ใช้ งบ
9
สาธารณะเพือ่ หาเสียง
บทบาทและอานาจหน้าทีข
่ อง
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ
หลักการใช้อานาจของเจ้าหน้าที่
ของรัฐ
- เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐมีความสั มพันธกั
์ บรัฐ ๒
สถานะ คือเป็ นผู้ใช้อานาจรัฐ และเอกชน
- เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐในฐานะผู้ใช้อานาจรัฐจะ
ทาอะไรไดต
กฎหมายให้อานาจ
้ องมี
้
- ในฐานะเอกชนจะทาอะไรก็ไดถ
มี
้ าไม
้
่
10
กฎเกณฑที
ั ห
ิ น้าทีข
่ อง
์ ใ่ ช้กากับการปฏิบต
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐมีกฎเกณฑที
์ ่
ใช้กากับการปฏิบต
ั ห
ิ น้าที่ ๓ ระดับ คือ
จริยธรรม ประโยชนทั
์ บซ้อน และ
ทุจริตตอหน
่
้ าที่
11
ความสั มพันธระหว
างจริ
ยธรรม ประโยชน์
่
์
ทับซ้อน และคอรรั
์ ปชัน
การทุจริต
CORRUPTI
ON
ผลประโยชน์
ทับซ้อน
CONFLICT
OF
INTERESTS
จริยธรรม
ETHICS
ทุกประเทศมีกฎหมายบัญญัต ิ
ไว้ชัดเจนทัง้ ในดานของการ
้
กระทาและบทลงโทษ
บางประเทศมีกฎหมายบัญญัตห
ิ ้าม
กระทาการแตอี
่ กหลายประเทศไม่
มีกฎหมายบัญญัตข
ิ อห
้ ้ามไว้
ขึน
้ อยูกั
่ บการพิจารณาของคน
ในแตละสั
งคม
่
12
อนุ สัญญาสหประชาชาติวาด
อต
่ วยการต
้
่ ้าน
การทุจริต ค.ศ.2003
• ข้อ 8 จรรยาบรรณสาหรับเจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ
1............................
2............................
3. เพือ
่ ความมุงประสงค
ในการปฏิ
บต
ั ต
ิ ามบทบัญญัต ิ
่
์
ของข้อนี้ รัฐภาคีแตละรั
ฐต้องพิเคราะหถึ
่ ที่
่
์ งแนวคิดริเริม
เกีย
่ วของขององค
การระดั
บภูมภ
ิ าค องคการระหว
าง
้
่
์
์
ภูมภ
ิ าคและองคการพหุ
พาคี เช่น จรรยาบรรณระหวาง
่
์
ประเทศสาหรับเจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ ซึ่งระบุในภาคผนวก
ของข้อมมติสหประชาชาติ เช่น จรรยาบรรณระหวาง
่
ประเทศสาหรับเจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ ซึ่งระบุในภาคผนวก
ของข้อมติสมัชชาสหประชาชาติ ทื่ 51/59 เมือ
่ วันที่ 13
12ธันวาคม 1996 ทัง้ นี้ ในกรณีทเี่ หมาะสมและโดย
จรรยาบรรณระหวางประเทศส
าหรับ
่
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ(๑)
• 1. หลักการทัว่ ไป
1. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ ตามทีก
่ าหนดใน
กฎหมายแตละประเทศ
เป็ นผูด
่
้ ารงตาแหน่งอัน
น่าเชือ
่ ถือ ซึง่ บงบอกถึ
งหน้าทีใ่ นการปฏิบต
ั ิ
่
เพือ
่ ประโยชนสาธารณชน
ดังนั้น ความ
์
ซือ
่ สั ตยอั
่ ุดของเจ้าหน้าทีข
่ องรัฐจึง
์ นเป็ นทีส
ไดแก
อ
่ สั ตยต
สาธารณชน
้ ความซื
่
์ อผลประโยชน
่
์
14
ของชาติ ดังทีแ
่ สดงออกผานทางสถาบั
น
่
จรรยาบรรณระหวางประเทศส
าหรับ
่
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ (๒)
• 2. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐถึงประกันวาตนจะปฏิ
บต
ั ต
ิ าม
่
บทบาทหน้าทีอ
่ ยางมี
ประสิ ทธิภาพและ
่
ประสิ ทธิผล ดวยความซื
อ
่ สั ตยสุ
้
์ จริต ตาม
กฎหมาย หรือนโยบายในการบริหาร
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐพึงกระทาเป็ นนิจเพือ
่ ประกันวา่
ทรัพยากรสาธารณะซึง่ ตนมีหน้าทีร่ บ
ั ผิดชอบจะ
ไดรั
ประสิ ทธิภาพและ
้ บการบริหารจัดการอยางมี
่
15
ประสิ ทธิผลมากทีส
่ ุด
จรรยาบรรณระหวางประเทศส
าหรับ
่
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ (๓)
• 3. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐพึงเอาใจใส่ มีความเป็ นธรรม
และปราศจากความลาเอียงในการปฏิบต
ั งิ านตาม
หน้าที่ โดยเฉพาะในความสั มพันธกั
์ บสาธารณชน
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐไมพึ
ั เิ ป็ นพิเศษตอ
่ งให้ การปฏิบต
่
กลุมหรื
อบุคคลใดโดยไมสมควร
รวมทัง้ ไมพึ
่
่
่ งใช้
อานาจหน้าทีท
่ ม
ี่ ข
ี องตนในทางมิชอบ
16
จรรยาบรรณระหวางประเทศส
าหรับ
่
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ (๔)
• 2. ผลประโยชนขั
์ ดกัน และการขาด
คุณสมบัต ิ
4. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐไมพึ
่ งใช้อานาจใน
ตาแหน่งหน้าทีข
่ องตนในการแสวงหา
ผลประโยชนส
์ ่ วนตนหรือผลประโยชนทาง
์
การเงินอันไมสมควรส
าหรับตนหรือสมาชิก
่
ในครอบครัวไมพึ
่ งประกอบธุรกรรมเขารั
้ บ
ตาแหน่งหรือหน้าทีห
่ รือมีผลประโยชนทาง
์
17
การเงิน การค้า หรือผลประโยชนอื
่ ใดใน
์ น
จรรยาบรรณระหวางประเทศส
าหรับ
่
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ (๕)
• 5. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ ตามขอบเขตทีก
่ าหนดโดย
ตาแหน่งหน้าทีข
่ องตนภายใตกฎหมายหรื
อนโยบาย
้
ในการบริหาร พึงแจ้งเกีย
่ วกับผลประโยชนทาง
์
ธุรกิจ การค้า และการเงิน หรือกิจการอันทาเพือ
่
ผลตอบแทนทางการเงิน ซึง่ อาจกอให
่
้เกิด
ผลประโยชนขั
ที
่ โี อกาสจะ
์ ดกันไดในสถานการณ
้
์ ม
เกิดหรือทีด
่ เู หมือนวาได
เกิ
่
้ ดกรณีผลประโยชนขั
์ ดกัน
18
ขึน
้ ระหวางหน
าที
แ
่
ละผลประโยชน
ส
วนตนของ
่
้
์ ่
จรรยาบรรณระหวางประเทศส
าหรับ
่
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ (๖)
• 6.เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐไมพึ
่ งใช้เงิน ทรัพยสิ์ น
บริการ หรือขอมู
้ ลซึง่ ไดมาจากการ
้
ปฏิบต
ั งิ าน หรือเป็ นผลมาจากการ
ปฏิบต
ั งิ าน เพือ
่ กิจการอืน
่ ใดโดยไม่
เกีย
่ วของกั
บงานในตาแหน่งหน้าทีโ่ ดยไม่
้
สมควรอยางเด็
ดขาด
่
19
จรรยาบรรณระหวางประเทศส
าหรับ
่
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ (๗)
• 7. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ พึงปฏิบต
ั ิ
มาตรการซึง่ กาหนดโดยกฎหมายหรือ
นโยบายในการบริหาร เพือ
่ มิให้
ผลประโยชนจากต
าแหน่งหน้าทีเ่ ดิม
์
อ
่ พนจาก
ของตนโดยไมสมควรเมื
้
่
ตาแหน่งหน้าทีไ่ ปแลว
้
20
จรรยาบรรณระหวางประเทศส
าหรับ
่
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ (๘)
• 3. การแสดงทรัพยสิ์ น
8. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ ตามตาแหน่ง
หน้าทีข
่ องตน และตามทีก
่ ฎหมาย
กาหนดหรือนโยบายในการบริหารได้
อนุ ญาต หรือบังคับไว้ พึงปฏิบต
ั ต
ิ าม
ขอบั
้ งคับในการแสดง หรือเปิ ดเผย
ทรัพยสิ์ นและหนี้สิน และหากเป็ นไปได้
ให้รวมถึงทรัพยสิ์ นและหนี้สินของภรรยา21
จรรยาบรรณระหวางประเทศส
าหรับ
่
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ (๙)
• 4. การรับของขวัญหรือของกานัล
9. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐไมพึ
่ งเรียกรอง
้
หรือรับของขวัญหรือของกานัลอืน
่ ไมว่ า่
ทางตรงหรือทางออม
ซึง่ อาจมีอท
ิ ธิพลตอ
้
่
การปฏิบต
ั งิ านตามบทบาท การ
ดาเนินงานตามหน้าทีห
่ รือการวินิจฉัยของ
22
ตน
จรรยาบรรณระหวางประเทศส
าหรับ
่
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ (๑๐)
• 5. ข้อมูลอันเป็ นความลับ
10. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐพึงปกปิ ดขอมู
่ ี
้ ลทีม
ลักษณะเป็ นความลับซึง่ อยูในความครอบครอง
่
ของตน เว้นแตมี
่ เหตุบงั คับให้จาตอง
้
ดาเนินการเป็ นอยางอื
น
่ โดยกฎหมายของ
่
ประเทศ การปฏิบต
ั ห
ิ น้าทีห
่ รือความจาเป็ นใน
การยุตธิ รรม ข้อจากัดนี้ให้ใช้บังคับตลอด
23
จรรยาบรรณระหวางประเทศส
าหรับ
่
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ (๑๑)
• 6. กิจกรรมทางการเมือง
11. กิจกรรมทางการเมือง หรือกิจกรรมอืน
่
ๆ ของเจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ ซึง่ อยูนอกเหนื
อ
่
องตาม
่ ก
ั ตองสอดคล
ขอบเขตของตาแหน่งทีจ
้
้
กฎหมายและนโยบายในการบริหาร โดยไม่
เป็ นไปในทางทีบ
่ น
่ ั ทอนความมัน
่ ใจของ
สาธารณชนตอการปฏิ
บต
ั งิ านตามหน้าทีค
่ วาม
่
รับผิดชอบโดยไมล
่ องรัฐผู24้
่ าเอียงของเจ้าหน้าทีข
APEC Conduct Principles for Public
officials (1)
• 1. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐจะตองเคารพและยึ
ด
้
มัน
่ ในรัฐธรรมนูญหรือหลักกฎหมายของ
ประเทศ,กฎหมายตาง
ๆ รวมถึงบรรทัด
่
ฐานทางกฎหมายและระเบียบขอบั
้ งคับทีใ่ ช้
อยูในประเทศของตน
่
25
APEC Conduct Principles for Public
officials (2)
• 2. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐจะตองใช
้
้ตาแหน่งทาง
ราชการของตนเพือ
่ ประโยชนของส
่ วนรวม
์
เทานั
ใช
่ แสวงหา
่ ้นและตองไม
้
่ ้ตาแหน่งเพือ
ผลประโยชนให
่
้ น
์ ้ตนเองหรือให้ผูอื
26
APEC Conduct Principles for Public
officials (3)
• 3. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐจะตองไม
ขอหรื
อรับ
้
่
ของขวัญ หรือ favor หรือ
ผลประโยชนใด
ๆ โดยทางตรงหรือ
์
ทางออมเพื
อ
่ แลกเปลีย
่ นกับการปฏิบต
ั ิ
้
หน้าทีห
่ รือการไมปฏิ
ั ห
ิ น้าที่ หรือทีอ
่ าจ
่ บต
ทาให้มีการรบกวนหรือแทรกแซงในการ
27
ปฏิบต
ั ห
ิ นาที่ หรือในการพิจารณาตัดสิ น
APEC Conduct Principles for Public
officials (4)
• 4. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐจะตองปกป
้
้ องและ
รักษาเงิน ทรัพยสิ์ น และบริการตาง
ๆ
่
ของทางราชการและจะตองใช
ติ
้ทรัพยสมบั
้
์
และบริการของทางราชการเหลานี
่
่ ้เพือ
วัตถุประสงคของทางราชการเท
านั
่ ้น
์
28
APEC Conduct Principles for Public
officials (5)
• 5. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐจะตองเปิ
ดเผยขอมู
้
้ ลทีไ่ ดมา
้
เพราะเหตุดารงตาแหน่งทางราชการให้แก่
บุคคลอืน
่ ควรจะไดรู้ เพื
่ ความโปรงใส
แตต
้ อ
่
่ อง
้
ใช้ขอมู
อ
่ วัตถุประสงคทางราชการ
้ ลดังกลาวเพื
่
์
เทานั
่ ้น
29
APEC Conduct Principles for Public
officials (6)
• 6. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐจะตองปฏิ
บต
ั ห
ิ น้าทีร่ าชการ
้
อยางมี
ประสิ ทธิภาพ ยึดมัน
่ ในสิ่ งทีถ
่ ก
ู ตองและ
่
้
ชอบธรรม ยุตธ
ิ รรม ไมล
่
่ าเอียง รวมถึงเมือ
ปฏิบต
ั ห
ิ น้าทีถ
่ ูกตองทางการเมื
องหรือเมือ
่ ทา
้
กิจกรรมอืน
่ ๆ
30
APEC Conduct Principles for Public
officials (7)
• 7. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐจะตองหลี
กเลีย
่ งการปฏิบต
ั ิ
้
หน้าทีท
่ อ
ี่ าจจะมีผลให้ตนหรือครอบครัวไดรั
้ บ
ผลประโยชนทางการเงิ
น หรือการไดมาซึ
ง่
์
้
ตาแหน่งหรือหน้าที่ หรือผลประโยชนทาง
์
การเงินการค้าหรือผลประโยชนอื
่ ๆใน
์ น
ลักษณะเดียวกันทีข
่ ด
ั แยง้ หรือออาจทาให้เห็ น
อยางมี
เหตุผลวาจะขั
ดแย้งกับหน่วยงาน และ/
่
่
APEC Conduct Principles for Public
officials (8)
• 8. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐจะตองเคารพและปฏิ
บต
ั ิ
้
ตามหลักเกณฑวิ
ี ารทีไ่ ดจั
้ เพือ
่ ความ
์ ธก
้ ดทาขึน
สะดวกในการรายงายการกระทาคอรรั์ ปชันตอผู
่ ้
มีอานาจทีเ่ กีย
่ วของและจะต
องท
า(รายงาน) ไม่
้
้
วาจะอยู
ในหน
่ วามรับผิดชอบทางราชการ
่
่
้ าทีค
ของตนหรือไม่ เพือ
่ ให้ผูอื
่ ตองรั
บผิดชอบใน
้ น
้
การกระทา(ของผูอื
่ ) นั้น
้ น
APEC Conduct Principles for Public
officials (9)
• 9. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐจะตองปฏิ
บต
ั ต
ิ ามขอก
้
้ าหนด
ให้ตนตองรายงานต
อผู
่ วของ
้
่ มี
้ อานาจหน้าทีเ่ กีย
้
ในเรือ
่ งการกระทาตาง
ๆ นอกเหนือจากการ
่
่ นอกเวลา
ปฏิบต
ั ริ าชการ เช่น การทาการอืน
ราชการการลงทุนทางการเงิน ภาวะทาง
การเงิน สิ นทรัพย ์ ของกานัล หรือสิ ทธิพเิ ศษ
อืน
่ ๆ
APEC Conduct Principles for Public
officials (10)
• 10. เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐจะตองปฏิ
บต
ั ต
ิ ามมาตรการ
้
ทีก
่ าหนดขึน
้ ตามกฎหมายหรือตามนโยบายของ
ฝ่ายบริหารเพือ
่ วาหลั
งจากลาออกจากตาแหน่ง
่
ราชการแลว
่ องรัฐจะตองไม
ได
้ เจ้าหน้าทีข
้
่ รั
้ บ
ประโยชนที
จากหน
์ ไ่ มสมควรได
่
้
่ วยงานราชการ
ทีต
่ นเคยปฏิบต
ั ริ าชการอยูก
้น
่ อนนั
่
กฎหมายทีก
่ าหนดการกระทาทีเ่ ป็ นการขัดกันระหวาง
่
ประโยชนส
์ ่ วนบุคคลและประโยชนส
์ ่ วนรวม ผู้ถูกบังคับ
ใช้และบทกาหนดโทษ (1)
ลาดั
บ
1.
กฎหมาย
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจั
กรไทย
่
พุทธศักราช 2550
มาตรา 265 มาตรา 266
มาตรา 265 มาตรา 266
มาตรา 267 มาตรา 268
มาตรา 265 มาตรา 266
มาตรา 267 มาตรา 268 และ
มาตรา 284 วรรคสิ บ
มาตรา 269
2.
พระราชบัญญัตจ
ิ ด
ั การหุ้นส่วนและ
หุ้นของรัฐมนตรี
พ.ศ. 2543
3.
พระราชบัญญัตป
ิ ระกอบ
ผู้ถูกบังคับใช้
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร,
สมาชิกวุฒส
ิ ภา,
นายกรัฐมนตรี,รัฐมนตรี,
ผู้บริหารทองถิ
น
่ ,สมาชิกสภา
้
ท้องถิน
่
นายกรัฐมนตรี และ
รัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรี และ
รัฐมนตรี
บทลงโทษ
พ้นจาก
ตาแหน่ง
พ้นจาก
ตาแหน่ง
พ้นจาก
ตาแหน่ง
พ้นจาก
ตาแหน่ง
พ้นจาก
ตาแหน่ง
กฎหมายทีก
่ าหนดการกระทาทีเ่ ป็ นการขัดกันระหวาง
่
ประโยชนส
์ ่ วนบุคคลและประโยชนส
์ ่ วนรวม ผู้ถูกบังคับ
ใช้และบทกาหนดโทษ (2)
ลาดั
บ
กฎหมาย
ผู้ถูกบังคับใช้
บทลงโทษ
3.1
มาตรา 100
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐที่
คณะกรรมการ ป.ป.ช.
ประกาศกาหนดตาแหน่ง
(ปัจจุบน
ั กาหนดตาแหน่ง
นายกรัฐมนตรี,รัฐมนตรี)
การกระทาของคูสมรสให
่
้ถือ
วาเป็
่ นการกระทาของ
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ
เป็ น
ความผิด
ฐานทุจริต
ตอหน
่
้ าที่
จาคุกไม่
เกินสามปี
หรือปรับไม่
เกินหก
หมืน
่ บาท
หรือทัง้ จา
ทัง้ ปรับ
3.2
มาตรา 103
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ
เป็ น
ความผิด
ฐานทุจริต
ตอหนาที่
กฎหมายทีก
่ าหนดการกระทาทีเ่ ป็ นการขัดกันระหวาง
่
ประโยชนส
์ ่ วนบุคคลและประโยชนส
์ ่ วนรวม ผู้ถูกบังคับ
ใช้และบทกาหนดโทษ (3)
ลาดั
กฎหมาย
ผูถูกบังคับใช
บทลงโทษ
้
บ
4.
4.1
4.2
4.3
4.4
้
กฎหมายเกีย
่ วกับการจัดตัง้ องคกรปกครอง
์
ส่วนทองถิ
น
่
้
พระราชบัญญัตอ
ิ งคการบริ
หารส่วนจังหวัด
์
พ.ศ. 2540 แกไขเพิ
ม
่ เติมถึง (ฉบับที่
สมาชิกสภาจังหวัด
้
4) พ.ศ. 2552
ผูบริ
หารส่วน
้ หารองคการบริ
์
จังหวัด
มาตรา 11
มาตรา 36,37,37/1
พระราชบัญญัตเิ ทศบาล พ.ศ. 2496
แกไขเพิ
ม
่ เติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ.
้
2552
สมาชิกสภาเทศบาล
ผูบริ
้ หารเทศบาล
มาตรา
18 ทวิ
มาตรา
48 จตุทศ
สมาชิกสภา อบต.
ผูบริ
้ หาร อบต.
พระราชบัญญัตส
ิ ภาตาบลและองคการ
สมาชิกสภาเมืองพัทยา
พนจาก
้
ตาแหน่ง
พนจาก
้
ตาแหน่ง
พนจาก
้
ตาแหน่ง
พนจาก
้
ตาแหน่ง
พนจาก
้
ตาแหนง
กฎหมาย ทีก
่ าหนดการกระทาทีเ่ ป็ นการขัดกันระหวาง
่
ประโยชนส
์ ่ วนบุคคลและประโยชนส
์ ่ วนรวม ผู้ถูกบังคับ
ใช้และบทกาหนดโทษ (4)
ลา
กฎหมาย
ผู้ถูกบังคับใช้
ดับ
4.5 พระราชบัญญัตริ ะเบียบบริหาร
ราชการกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. 2528
สมาชิกสภา
กรุงเทพมหานคร,
มาตรา 22 , มาตรา 58
สมาชิกสภาเขต
ผู้บริหาร
มาตรา 51,มาตรา 58
กรุงเทพมหานคร
บทลงโทษ
พ้นจาก
ตาแหน่ง
พ้นจาก
ตาแหน่ง
กฎหมายทีก
่ าหนดการกระทาทีเ่ ป็ นการขัดกันระหวาง
่
ประโยชนส
์ ่ วนบุคคลและประโยชนส
์ ่ วนรวม ผู้ถูกบังคับ
ใช้และบทกาหนดโทษ (5)
ลาดั
บ
กฎหมาย
5.
พระราชบัญญัตค
ิ ุณสมบัต ิ
มาตรฐานสาหรับกรรมการและ
พนักงานของรัฐ
รัฐวิสาหกิจ
พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิม
่ เติมจนถึง
(ฉบับที่ 6 ) พ.ศ. 2550
มาตรา5(8),(9),(10)
มาตรา
8 ตรี
(12)
พระราชบัญญัตธิ นาคารแหง่
ประเทศไทย พ.ศ. 2485 ซึง่
แก้ไขเพิม
่ เติมโดยพระราชบัญญัต ิ
ธนาคารแหงประเทศไทย
(ฉบับที่
่
4) พ.ศ. 2551
มาตรา 18(6),(7)
6.
ผู้ถูกบังคับใช้
กรรมการ
ผู้บริหาร
กรรมการ
ผู้วาการ
่
บทกาหนด
ลงโทษ
พ้นจาก
ตาแหน่ง
พ้นจาก
ตาแหน่ง
พ้นจาก
ตาแหน่ง
พ้นจาก
กฎหมายทีก
่ าหนดการกระทาทีเ่ ป็ นการขัดกันระหวาง
่
ประโยชนส
์ ่ วนบุคคลและประโยชนส
์ ่ วนรวม ผู้ถูกบังคับ
ใช้และบทกาหนดโทษ (6)
ลาดั
บ
กฎหมาย
7
ประมวลจริยธรรมของเจ้าหน้าที่
ของรัฐทุกประเภท ตาม
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจั
กร
่
ไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา
๒๗๙
ซึง่ ผูตรวจการแผ
นดิ
้
่ น
ซึง่ ผู้ตรวจการแผนดิ
่ นไดใช
้ ้
อานาจตามมาตรา ๒๘๐
กาหนดให้ทุกหน่วยงานนาเรือ
่ ง
การการกระทาทีเ่ ป็ นการขัดกัน
ระหวางประโยชน
ส
่
์ ่ วนบุคคลและ
ประโยชนส
์ ่ วนรวมซึง่ เป็ น๑ ใน
๙ ของคานิ
่ ้ตรวจการ
ู
่ ยมหลักทีผ
แผนดิ
่ นกาหนดไปกาหนดไวเป็
้ น
ผู้ถูกบังคับใช้
เจ้าหน้าทีข
่ องรัฐ
บทกาหนด
ลงโทษ
ผิดวินย
ั
และถอด
ถอนออก
จาก
ตาแหน่ง
กรณีผู้
ดารง
ตาแหน่ง
ระดับสูง
และ
นักการเมือ
งระดับชาติ
กระทาผิด
ผลการดาเนินการ(๑)
• ๑. คาวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๑๒- ๑๔/๒๕๕๓
วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
ลงวันที่ ๓
พฤศจิกายน ๒๕๕๓
วินิจฉัย ให้สมาชิกสภาสภา
ผู้แทนราษฎรสิ้ นสุดลง นับแตวั
่ าลรัฐธรรมนูญมี
่ นทีศ
คาวินิจฉัยจานวน ๖ คน
เนื่องจาก
๑.๑
กระทาการอันเป็ นการต้องห้ามตาม
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจั
กรไทย
มาตรา ๒๖๕
่
วรรคหนึ่ง (๒) จานวน ๓ คน
๑.๒ กระทาการอันเป็ นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ
แหงราชอาณาจั
กรไทย
มาตรา ๒๖๕ วรรคหนึ่ง
่
(๒)และวรรคสาม จานวน ๒
คน
41
ผลการดาเนินการ(๒)
๒. คาวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๙/๒๕๕๑ ลง
วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ วินิจฉัยให้
รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุ
ขสิ้ นสุดลง
่
เมือ
่ พนก
้ าหนดสามสิ บวันนับแตวั
่ นทีไ่ ดรั
้ บ
แตงตั
ตามรัฐธรรมนูญแหง่
่ ง้ เป็ นรัฐมนตรี
ราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๘๒
วรรค
หนึ่ง(๗) ประกอบมาตรา ๒๖๙ เนื่องจาก คู่
สมรสถือหุ้นในบริษท
ั จากัดเกินกวาร
้า
่ อยละห
้
โดยรัฐมนตรีมไิ ดแจ
้ ้งให้ประธานกรรมการ
ป.ป.ช.ทราบภายในสามสิ บวันนับแตวั
่ นทีไ่ ดรั
้ บ 42
ผลการดาเนินการ(๓)
๓.การวินิจฉัยให้นักการเมืองทองถิ
น
่ พ้นจากตาแหน่ง
้
เพราะการกระทาทีเ่ ป็ นการขัดกันระหวางประโยชน
ส
่
์ ่ วน
บุคคลและประโยชนส
์ ่ วนรวม
๓.๑ กรณีฝ่าฝื นบทบัญญัตต
ิ ามมาตรา 265
มาตรา 266 มาตรา 267 มาตรา 268 และ
มาตรา 284 วรรคสิ บ แหงรั
่ ฐธรรมนูญแหง่
ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐
( ๑) ผู้วาราชการจั
งหวัดนครราชสี มา สั่ งให้
่
นายก อบต.เมืองพลับพลา และนายก อบต.ทาอ
่ าง
่
พ้นจากตาแหน่ง เนื่องจากเป็ นหุ้นส่วนผู้จัดการในห้าง
หุ้นส่วนจากัด ซึ่งเป็ นการกระทาทีข
่ ด
ั ตอมาตรา
่
43
๒๖๗ ประกอบมาตรา ๒๘๔ วรรคสิ บของ
ผลการดาเนินการ(๔)
(๒) ผู้วาราชการจั
งหวัดกาญจนบุรไี ดสั
่
้ ่ งให้
นายก อบต.พังตรุ จ.กาญจนบุร ี พ้นจาก
ตาแหน่ง เนื่องจากเป็ นกรรมการผูมี
้ อานาจลง
นามผูกพัน บริษท
ั เหมืองศิ ลาสยาม จากัด
โดยบริษท
ั ดังกลาวเป็
นผูถื
่
้ อประทานบัตรของ
กระทรวงอุตสาหกรรม ซึง่ เป็ นการกระทาทีข
่ ด
ั
ตอมาตรา
๒๖๗ ประกอบมาตรา ๒๘๔
่
วรรคสิ บของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจั
กรไทย
่
พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงเป็ นการฝ่าฝื นตอความสบ
่
เรียบรอยตามมาตรา
๙๒ แห่ง พ.ร.บ.สภา 44
้
ผลการดาเนินการ(๕)
(๓.) รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยได
สั
่
้ ่ งให้
นายกเทศมนตรีเมืองคง จังหวัดนครราชสี มา
และนายกเทศมนตรีเมืองกาฬสิ นธุพ
์ นจาก
้
ตาแหน่งเนื่องจากเป็ นผูถื
้ อหุ้นและเป็ นหุ้นส่วน
ผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนจากัด ซึง่ เป็ นการ
กระทาทีข
่ ด
ั ตอมาตรา
๒๖๗ ประกอบมาตรา
่
๒๘๔ วรรคสิ บของรัฐธรรมนูญแหง่
ราชอาณาจักรไทย
พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงเป็ นการ
ฝ่าฝื นตอความสบเรี
ยบรอยตามมาตรา
๗๓
่
้
แห่ง พ.ร.บ.เทศบาล ๒๔๙๖แกไขเพิ
ม
่ เติมถึง 45
้
ผลการดาเนินการ(๖)
๓.๒ กรณีฝ่าฝื นบทบัญญัตข
ิ องกฎหมายจัดตัง้
องคกรปกครองส
น
่
์
่ วนทองถิ
้
(๑) นายกเทศมนตรีเมืองกาแพงเพชรจัดซือ
้ พัสดุ
จากบริษท
ั ตนเองทีต
่ นเองเป็ นกรรมการบริษท
ั
(๒) สมาชิกสภาเทศบาลตาบลหนองกี่ เป็ น
หุ้นส่วนผูจั
ั ทีเ่ ป็ นคูสั
้ ดการบริษท
่ ญญากับเทศบาล
ตาบลหนองกี่
(๓) สมาชิกสภาเทศบาลซึง่ เป็ นหุ้นส่วนผูจั
้ ดการ
บริษท
ั เขาซื
้ ซองสอบราคาและยืน
่ ซองสอบ
้ อ
46
ราคาในเทศบาลทีต
่ นเองเป็ นสมาชิก
กฎหมายทีก
่ าหนดการกระทาทีเ่ ป็ น
การทุจริตตอหน
่
้ าที่
๑. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗-๑๖๖
๒. พระราชบัญญัตป
ิ ระกอบรัฐธรรมนูญวาด
่ วยการ
้
ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒
และทีแ
่ กไขเพิ
ม
่ เติม
้
๓. พระราชบัญญัตม
ิ าตรการของฝ่ายบริหารในการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑
๔. พระราชบัญญัตวิ าด
ดเกีย
่ วกับการ
่ วยความผิ
้
เสนอราคาตอหน
่
่ วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒
47
47
ระเบียบ กฎหมายของคณะกรรมการ
ป.ป.ช.ทีเ่ กีย
่ วของกั
บ
้
การปฏิบต
ั ห
ิ น้าทีข
่ องเจ้าหน้าทีข
่ องรัฐใน
องคกรปกครองส
วนทองถิ
น
่
่
้
์
- ประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.ซึง่ ออกตาม
มาตรา ๑๐๐,๐๐๓
- ประกาศของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ซึง่ ออก
ตามมาตรา ๑๐๓/๗
- การยืน
่ แสดงบัญชีรายการทรัพยสิ์ นและ
หนี้สิน
48
ปัญหาการทุจริตในองคกรปกครองส
่ วน
์
ทองถิ
น
่
้
- จานวนเรือ
่ งรองเรี
ยนเกือบครึง่ หนึ่งเป็ นเรือ
่ งของ
้
อปท.
- เรือ
่ งส่วนใหญเป็
่ งจัดซือ
้ จัดจ้าง และการ
่ นเรือ
เรียกรับสิ นบน
- ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากความรูที
้ ไ่ มทั
่ นกับ
สถานการณที
่ นแปลงไป
์ เ่ ปลีย
49
ทิศทางและเป้าหมายในการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริต
ในองคกรปกครองส
น
่
่ วนทองถิ
้
์
- ระดับการทุจริตในภาพรวมของประเทศยังคง
อยูในระดั
บสูง
่
- ปัญหาเกิดจากการขาดความรูที
้ ไ่ มทั
่ นกับ
่ นแปลงไปและประสิ ทธิภาพ
สถานการณที
์ เ่ ปลีย
ในการบังคับใช้กฎหมาย
50
CPI คืออะไร
ดัชนีวด
ั ความโปรงใส
(Corruption Perception
่
Index : CPI) เป็ นดัชนีทจ
ี่ ด
ั ทาขึน
้ โดยการรวบรวมขอมู
้ ล
จากการสารวจ
และคาดั
างๆ
่ ชนีขององคกรต
่
์
ทีส
่ ารวจความคิดเห็นความพึงพอใจ
และการประเมิน
สภาพการณ์ทีเ่ กีย
่ วข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศ
ต่างๆ ทัว่ โลก แลวน
อมกั
บจัดเรียงลาดับ
้ ามาประเมินคาพร
่
้
เผยแพรเป็
่ งกระตุ
ุ่
นให
่ นขอมู
้ ลทีม
้
้เกิดการพัฒนาการตอต
่ าน
้
การทุจริตในการทาธุรกิจขามชาติ
้
ดัชนี CPI นี้เริม
่ นามาใช้ในปี พ.ศ. 2538 โดยการ
พัฒนาขององคกรระหว
างประเทศที
ม
่ ช
ี อ
ื่ วา่ Transparency
่
์
International หรือ TI ซึ่งตัง้ อยูในกรุ
งเบอรลิ
่
์ น ประเทศ
เยอรมัน
ปี 2538-2554 คะแนนมีคาสู
่ งสุด 10
หมายถึงประเทศนั้น
ไมมี
ั หาการทุจริตคอรรั์ ปชันเลย
่ ปญ
51
และยิง่ คาดั
ช
นี
ต
า
ลงแสดงว
าประเทศนั
้
น
ๆ
ยิ
ง
่
มี
ป
ญ
ั
หา
่
่
่
คอรรั
์ ปชัน
ของประเทศไทยตัง้ แตปี่ พ.ศ. 2538 2556
ตปี่ พ.ศ. 2555 มีการเปลีย
่ นคาดั
ี้ ด
ั จากคะแนนเต็ม 10 เป็ นคะแนนเต็ม 100 คะแนน
่ ชนีชว
์
52
ทีม
่ า :
สถานการณการทุ
จริตในภาพรวม
์
ดัชนี ชี้วดั ภาพลักษณ์ คอร์รปั ชัน ปี พ.ศ. 2556 (Corruption Perceptions Index 2013)
ประเทศ
อันดับใน
อาเซียน
2556
อันดับ
โลก
2556
อันดับโลก คะแนนปี
2555
2556
คะแนนปี
2555
สิ งคโปร ์
1
5
5
86
87
บรูไน
2
38
46
60
55
มาเลเซีย
3
53
54
50
50
ฟิ ลป
ิ ปิ นส์
4
94
105
36
34
ไทย
5
102
88
35
37
อินโดนีเซี
ย
6
114
118
32
32
เวียดนาม
7
116
123
31
31
ลาว
8
140
160
26
21
พมา่
9
157
172
21
15
53
2. สถานการณการทุ
จริตในภาพรวม
์
(ตอ
่ )
ค่าดัชนี CPI ของประเทศไทย
2011
2012
2013
Corruption Perception Index (CPI)
3.4
37/100
35/100
1 Bertelsmann Foundation Transformation Index 2012; BF (BTI)
เน้นเรื่ อง การลงโทษทางกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้อานาจหรื อตาแหน่งในทางที่ผิด ความสาเร็ จของ
ภาครัฐในการควบคุมการทุจริ ตคอร์รัปชัน่ และการมีกลไกเรื่ องความซื่อสัตย์สุจริ ตอยูใ่ นระบบ
3.9
45/100 *
40/100 *
2 IMD World Competitiveness Year Book 2012 ; (IMD)
รายงานอันดับความสามารถในการแข่งขันของสถาบันเพื่อการพัฒนาผูบ้ ริ หารสากล
3.9
38/100
36/100
3 Political Risk Services International Country Risk Guide ; (ICRG)
เน้นการคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในระบบการเมือง การเรี ยกหรื อรับสิ นบน และการเล่นพรรคเล่นพวกที่เกิดขึ้นใน
ระบบอุปถัมภ์
2.6
31/100 *
31/100 *
4 World Economic Forum Executive Opinion Survey (EOS) 2012 ; (WEF)
ผลสารวจความเห็นผูบ้ ริ หารจาก World Economic Forum
3.2
35/100
35/100
5 World Justice Project Rule of Law Index 2012 ; (WJP)
ดัชนีเปรี ยบเทียบหลักนิติรัฐ
3.8
33/100
33/100
6 Economist Intelligence Unit Country Risk Assessment ; (EIU)
เน้นเรื่ อง ความรับผิดชอบของภาครัฐ (Accountability) ในการบริ หารจัดการเงินทุน/งบประมาณ และ
ทรัพยากรอย่างมีประสิ ทธิภาพ การมีองค์กร ที่เป็ นอิสระตรวจสอบ การแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ธรรมเนียมการติด
สิ นบน ข้าราชการProfessional ที่ได้รับแต่งตั้งในระดับสูง
3.2
38/100
38/100
7 Global Insight Country Risk Ratings ; (GI)
วิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อม 6 ประการที่เป็ นปัจจัยเสี่ ยงของเศรษฐกิจมหภาคและเศรษฐกิจแต่ละสาขาได้แก่ เสี่ ยงด้าน
การเมือง ด้านเศรษฐกิจ ด้านกฎหมาย ด้านภาษี ด้านความมัน่ คง และความผิดพลาดในการบริ หารจัดการ
3.3
42/100
32/100
8 Political and Economic Risk Consultancy Asian Intelligence 2012 ; (PERC)
รายงานความเสี่ ยงทางเศรษฐกิจและการเมืองประจาปี 2012 ของเอเชียน อินเทลลิเจนซ์
3.2
35/100
39/100
54
2. สถานการณการทุ
จริตในภาพรวม
(ตอ)
่
์
คาคะแนน
CPI ทีป
่ ระเทศไทยไดรั
่
้ บ
?
สัตอบอะไร
งคมไทยยังคงเผชิ
ญกับ
ความรุนแรง
ของปัญหาคอรรั
์ ปชัน
สะท้อนถึงภาพลักษณ์
ของประเทศไทย
(ภาครัฐ)
ทีบ
่ ุคคลภายนอกมอง
การทุจริตเชิงนโยบาย
ความไมโปร
งใส
่
่
ในกระบวนการงบประมาณ
55
ความหมาย“การ
ทุจริต”
“Corruption” ความหมายของการคอรรั์ ปชัน
ตามอนุ สัญญาสหประชาชาติวาด
่ วยการ
้
ตอต
่ ้านการทุจริต (UNCAC) ค.ศ. 2003
คือ การหาประโยชนในทางมิ
ชอบเพือ
่ ตนเอง
์
และพวกพอง
ซึง่ มิไดจ
้
้ ากัดเฉพาะเจ้าหน้าที่
การทุจ่ วยงานของรั
ริตตอหน
บั
หลวง, การ
ในหน
แต้ อราษฎร
ยั
่
้ าที,่ ฐการฉ
์ งง
่ งหมายถึ
คอร
รั
ชัน (Corruption)
์ จปเอกชนด
พนักงานในธุ
ร
กิ
วย
้ านองเดียวกัน
ทัง้ 3 คามีความหมายท
56
บริบทของการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริต
สหประชาชาติไดก
้ าหนดให้มีอนุ สัญญาสหประชาชาติ
วาด
อต
่ วยการต
้
่ ้านการทุจริต ค.ศ. 2003 United Nation
Against Corruption 2003 (UNCAC) ซึ่งประเทศไทยได้
ลงนามให้สั ตยาบันเมือ
่ วันที่ 1 มีนาคม 2554 และมีผล
บังคับเมือ
่ วันที่ 31 มีนาคม 2554
• มาตรการสาคัญ :- ให้รัฐภาคดาเนินการ
- กาหนดให้มีองคกรรั
์ บผิดชอบการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริต โดยมีอส
ิ ระในการปฏิบต
ั ห
ิ น้าที่
- มีนโยบาย และยุทธศาสตรที
่ ด
ั เจนสนับสนุ นการมี
์ ช
ส่วนรวมทุ
กภาคส่วนโดยเฉพาะการป้องกันการทุจริต
่
- กาหนดให้การทุจริตคอรรั
์ ปชันเป็ นความผิดทาง
อาญา
- กาหนดกลไกความรวมมื
อระหวางประเทศเพื
อ
่ การ
่
่
57
•
บริบทของการป้องกันและปราบปราม
การทุจริต (ตอ)
่
 มาตรการสาคัญของอนุ สัญญาฯ ในด้านการ
ป้องกัน
ราชการ
- การเปิ ดเผยขอมู
้ ลขาวสารของทาง
่
- การมีส่วนรวมของสั
งคม
่
- การปรับปรุงจริยธรรมของขาราชการ
้
นักการเมือง
- การจัดซือ
้ จัดจ้าง และการบริหารการ
คลังของรัฐทีโ่ ปรงใส
่
- การป้องกันการทุจริตในภาคเอกชน
- ความเป็ นอิสระของศาลและอัยการ
58
ยุทธศาสตรชาติ
วาด
่ วยการป
้
้ องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่
์
2 (พ.ศ.วิ2556
สัยทัศน–
์ 2560)
“สั งคมไทยมีวน
ิ ย
ั โปรงใสยึ
ดมัน
่ ในคุณธรรม จริยธรรมและรวมป
่
่ ้ องกันและ
ปราบปรามการทุจริตเป็ นทีย
่ อมรับในระดับสากล”
พันธกิจที่ 2
พันธกิจที่ 1
สร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม
และจิตสานึกการต่อต้านการ
ทุจริตโดยเน้นการปรับเปลีย่ น
ฐานความคิดเพือ่ เห็นแก่
ประโยชน์สว่ นรวมของประเทศ
ให้แก่ทุกภาคส่วนในสังคมไทย
โดยเฉพาะกลุม่ นักการเมืองและ
เจ้าหน้าทีร่ ฐั
วัตถุประสงค์หลักที่ 1
พันธกิจที่ 3
พัฒนาความร่วมมือระบบการ
พัฒนาระบบบริหารและ
ประสานงานและบูรณาการการ
เครื่องมือทีม่ ปี ระสิทธิภาพ
ทางานระหว่างเครือข่ายการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ครอบคลุมพืน้ ทีเ่ ป้าหมาย โดย
กับทุกภาคส่วน และปรับปรุง
เป็ นนวัตกรรมทีเ่ ป็ นประโยชน์
กฎหมายเพือ่ ลดอุปสรรคใน
การบูรณาการและการดาเนินงาน ในการป้องกันและปราบปราม
ป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ทัง้ ภายในและระหว่างประเทศ
การทุจริต
วัตถุประสงค์หลักที่ 2
ยุทธศาสตร์ที่ 2
สนับสนุ นให้ภาคีทุกภาค
ส่วนสร้างองค์ความรู้
(Knowledge body) เพือ่ ให้
รูเ้ ท่าทันและร่วมกันป้องกัน
และปราบปรามการทุจริต
วัตถุประสงค์หลักที่ 3
เพือ่ พัฒนาระบบบริหารการต่อต้านการ
เพือ่ พัฒนาระบบ กลไก และ
เพือ่ ยกระดับจิตสานึกรับผิดชอบ
ทุจริตทีม่ ปี ระสิทธิภาพมีบรู ณาการ
มาตรการทีส่ นับสนุ นให้สาธารณะ
ในประโยชน์ของทุกภาคส่วน
เชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์ชาติฯกับแผน
โดยเฉพาะอย่างยิง่ นักการเมือง ยุทธศาสตร์ระดับองค์กรของหน่วยงาน และภาคประชาชนเข้ามามีสว่ นร่วม
ต่อต้านการทุจริตเกิดความไว้ว่าง
และบุคลากรในหน่วยงาน
ต่อต้านการทุจริตรวมทัง้ แนวทาง
ใจ และเชื่อมันในความปลอดภั
่
ย
ต่อต้านการทุจริต
ขับเคลื่อนและทิศทางประเมินผลทีช่ ดั เจน
ยุทธศาสตร์ที่ 1
พันธกิจที่ 4
ยุทธศาสตร์ที่ 3
วัตถุประสงค์หลักที่ 4
เพือ่ ยกระดับสมรรถนะการ
ดาเนินงานของหน่วยงานต่อต้าน
การทุจริตในด้านการต่อต้าน
ทุจริตให้เท่าทันสถานการณ์และ
ได้มาตรฐานสากล
ยุทธศาสตร์ที่ 4
ยุทธศาสตร์ท59ี่ 59
5
ยุทธศาสตร ์ 1
ปลูกและปลุก
จิตสานึกการ
ตอต
่ ้านการ
ทุจริต เน้นการ
ปรับเปลีย
่ นฐาน
ความคิดของคน
ในทุกภาคส่วน
ในการรักษา
มาตรการ/ ์
ผลประโยชน
แนวทาง
สาธารณะ
1.1 ส่งเสริม
การดาเนิน
ชีวต
ิ ตามหลัก
ปรัชญา
เศรษฐกิจ
พอเพียง
1.2 ส่งเสริม
การใช้และ
กาหนด
บทลงโทษใน
ประมวล
จริยธรรมแก่
ทุกภาคส่วน
1.3 การใช้
การศึ กษา
และศาสนา
เป็ นเครือ
่ งมือ
การปลูก-
ยุทธศาสตร ์ 2
บูรณาการทางาน
ของหน่วยงานใน
การตอต
่ านการ
้
ทุจริต และพัฒนา
เครือขายในประเทศ
่
มาตรการ/ แนวทาง
2.1 ประสานการ
ทางานและการ
บริหารระหวาง
่
องคกรตาม
์
รัฐธรรมนูญ
2.2 สรางความ
้
เขมแข็
งการบูร
้
ณาการความ
รวมมื
อระหวาง
่
่
ภาคีเครือขาย
่
หน่วยงาน
ภาครัฐ
ภาคเอกชน
ภาคประชาสั งคม
และประชาชน
ในการตอต
่ าน
้
การทุจริต
2.3 พัฒนาระบบ
ฐานขอมู
้ ลกลาง
2.4 ปรับปรุง
กฎหมายและการ
บังคับใช้
ยุทธศาสตร ์ 3
พัฒนาความ
รวมมื
อ
กับ
่
องคกรต
อต
์
่ าน
้
การทุจริต และ
เครือขาย
่
มาตรการ/
ระหวางประเทศ
่
แนวทาง
3.1 ประสาน
ความรวมมื
อ
่
กับหน่วยงาน/
องคกรต
อต
์
่ าน
้
การทุจริตและ
องคกรเอกชน
์
ในระดับ
นานาชาติ
3.2 ปรับปรุงและ
พัฒนา
กฎหมายให้
สอดคลองกั
บ
้
อนุ สัญญา
ระหวาง
่
ประเทศ
3.3 สรางความ
้
รวมมื
อ
โดยการ
่
เขา้
รวมปฎิ
ญญา
่
และการทา
บันทึกความ
เขาใจระหว
าง
้
่
ยุทธศาสตร ์ 4
พัฒนาระบบ
บริหารและ
เครือ
่ งมือในการ
ป้องกันและ
ปราบปรามการ
ทุจริต
มาตรการ/
แนวทาง
4.1 ส่งเสริมและ
สนับสนุ นการ
ศึ กษาวิจย
ั
เพือ
่ พัฒนา
มาตรการและ
เครือ
่ งมือใน
การป้องกัน
และ
ปราบปราม
การทุจริต
4.2 สรางเสริ
ม
้
ระบบแจง้
เบาะแสและ
การคุมครอง
้
พยาน การ
เสริมสราง
้
ศั กยภาพและ
การมีส่วน
รวมในการ
่
แกไขปั
ญหา
้
ทุจริตให้กับ
ภาคี
เครือขาย
่
ยุทธศาสตร ์ 5
เสริมสราง
้ ดาน
องคความรู
์
้ ้
การตอต
านการ
่
้
ทุจริตให้กับ
บุคลากร
ทุกภาคส่วน
มาตรการ/
แนวทาง
5.1 สรางองค
้
์
ความรูใน
้
การป้องกัน
และ
ปราบปราม
การทุจริต
โดยการ
ศึ กษาวิจย
ั
และพัฒนา
5.2 พัฒนา
ระบบการ
จัดการองค ์
ความรู้
5.3 สราง
้
บุคลากร
เชีย
่ วชาญ
เฉพาะสาขา
สาหรับ
ตรวจสอบ
และ
60
ปราบปราม
การทุจริต
การกาหนดเป้าหมาย ยุทธศาสตร ์ และตัวชีว้ ด
ั
เชือ
่ มโยงกับคาคะแนนดั
ชนี CPI และประเด็นการสารวจจาก 8 แหลงข
่
่ อ
้
เป้าหมายหลัก
เพิ
ม
่ ระดับของคา CPI ของประเทศไทยโดยตัง้ เปาไวที่
- ผู้มีอานาจหรือผู้ด่ ารงตาแหน่งทางการเมืองมีการทุจริตมีพฤติก้ รรม ้
การทุจริตลดลง ร้อยละ 50 ในปี 2560
เป้าหมาย
- เจ้าหน้าทีร่ ฐั มีพฤติกรรมการใช้ตาแหน่ง หน้าทีใ่ นทาง ทุจริต
รอง
ประพฤติมช
ิ อบลดลง
- ระดับการรับรูว
จริตเป็ นปัญหาส่งผลกระทบทางสั งคม
้ าการทุ
่
เศรษฐกิจสูงขึน
้
- ระดับการทุจริตอันเกิดจากภาคธุรกิจ/ การจายเงิ
นสิ นบนใน
่
กระบวนการตางๆลดลง
่
- ระดับความโปรงใสและการตรวจสอบการใช
ฐ
่
้จายงบประมาณภาครั
่
เพิม
่ ขึน
้
- ระดับการปราบปรามการทุจริตและบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทาผิดมี
61
ประสิ ทธิภาพเพิม
่ ขึน
้
61
การกาหนดเป้าหมาย ยุทธศาสตร ์ และตัวชีว้ ด
ั ใน
ยุทธศาสตรชาติ
ฯ ระยะที่ 2
์
วัตถุประสงค ์
หลักที่ 1
ยกระดับจิตสานึกรับผิดชอบในประโยชนของทุ
กภาคส่วน
์
โดยเฉพาะอยางยิ
่ ง่ นักการเมืองและบุคลากรในหน่วยงาน
ภาครัฐในการตอต
จริต
่ านการทุ
้
ยุทธศาสตรที
จริต
่ านการทุ
้
์ ่ 1 ปลูกและปลุกจิตสานึกการตอต
เน้นการปรับเปลีย
่ นฐานความคิดของคนในทุกภาค
ส่วนในการรั
สาธารณะ
์
ตัวกชีษาผลประโยชน
้วดั
1. จานวนหลักสูตรการเรียนการสอนและการฝึ กอบรมทีเ่ กีย
่ วข้องกับการปลูก
จิตสานึกดานการต
อต
การทุจริต
้
่ าน
้
2.ความสาเร็จของการพัฒนาระดับคุณธรรมและความโปรงใสใน
่
หน่วยงานภาครัฐ
62
การป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมช
ิ อบใน
ภาครัฐผลผลิต
นโยบาย
การปฏิบัติ
ผลลัพธ์
ผลกระทบ
(Policy Integration)
(Output)
(Outcome)
(Impact)
ลดปัญหาการทุจริตในสั งคมไทย
• เพิม
่
ประสิ ทธิภาพ
การแสวงหา
ขอเท็
จจริง
้
และการไต่
สวนวินิจฉัย
• การทุจริตใน
ภาครัฐไดรั
้ บ
การตรวจสอบ
• สรางความ
้
ตระหนักรู้
เรือ
่ งคุณธรรม
จริยธรรม
วัฒนธรรม
สุจริต การ
ป้องกันและ
ปราบปราม
การทุจริตใน
ทุกภาคส่วน
• ประชาชนและ
หน่วยงาน
ภาครัฐให้
ความรวมมื
อ
่
• ลดปัญหาการทุจริ ต
ในสังคมไทย
• การดาเนินงาน
ภาครัฐ มีความ
โปร่ งใสและ
มีธรรมาภิบาลตาม
หลักสากล
• ประเทศไทย
มีการบริ หารงาน
ที่โปร่ งใส
มีธรรมาภิบาล
• ประเทศชาติ มี
ภาพลักษณ์
คอร์ รัปชัน่ ดีข้ ึน
สร้ างกลไกการป้ องกัน
การทุจริตให้ เข้ มแข็งและ
มีประสิทธิภาพ
สร้ างความตระหนักรู้
ในการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริต
เสริมสร้ างความเข้ มแข็ง
ในการปราบปรามการ
ทุจริต
• เสริ มสร้างและสนับสนุน
ให้ใช้หลักธรรมาภิบาลใน
การบริ หารองค์กรให้
เจ้าหน้าที่ของรัฐยึดถือปฏิบตั ิ
ตามประมวลจริ ยธรรมในการ
ปฏิบตั ิหน้าที่
• บูรณาการการทางานของ
หน่วยงานภาครัฐ
• พัฒนาเครื อข่ายความ
ร่ วมมือกับภาคีทุกภาคส่ วน
ในประเทศ และพัฒนา
เครื อข่ายระหว่างประเทศ
• สนับสนุนให้ประชาชน
ทัว่ ประเทศมีส่วนร่ วมในการ
ป้ องกันการทุจริ ต
• สร้างจิตสานึก ค่านิ ยม
คุณธรรม จริ ยธรรม และ
วัฒนธรรมสุจริ ต
ให้ตระหนักรู้เรื่ องความ
ซื่อสัตย์สุจริ ตและการป้ องกัน
และปราบปรามการทุจริ ตใน
ทุกภาคส่ วน
• สนับสนุนและเชิดชู
ข้าราชการที่มีค่านิ ยมในการ
ต่อต้านการทุจริ ต
• เพิ่มประสิ ทธิ ภาพการ
แสวงหาข้อเท็จจริ ง
ตรวจสอบ และการไต่สวน
วินิจฉัย
• ตรวจสอบบัญชีแสดง
รายการทรัพย์สินและหนี้ สิน
• การสื บสวนและสอบสวน
การกระทาผิดเกี่ยวกับการ
ทุจริ ตและประพฤติมิชอบใน
ภาครัฐ
• เข้มงวดการบังคับใช้
กฎหมายในกระบวนการ
ตรวจสอบการป้ องกันและ
ปราบปรามการทุจริ ต
ป.ป.ช./ก.ยุติธรรม (ป.ป.ท.)
/ก.พ.ร./
ก.ศึกษาฯ/ ก.
แรงงาน
ก.พัฒนาสังคมฯ /
ก.
พลังงาน/ก.ศึกษาฯ / ส.
ผู้ตรวจการแผ่ นดิน
ป.ป.ช./สตช. /ป.ป.ง.
ปี 2558
813.6034 ลบ.
ปี 2558
715.9969 ลบ.
ปี 2558
590.8436 ลบ.
งบประมาณ
รวมทั้งสิ้น
ตัวชี้วดั :
- ดัชนีชี้วดั ภาพลักษณ์ คอร์ รัปชั่นของไทยเข้ าสู่
ระดับที่ดขี นึ้
- ความสาเร็จของการพัฒนาระดับคุณธรรมและ
ความโปร่ งใสในหน่ วยงานภาครัฐ
- เสริมสร้ างคุณธรรม จริยธรรม และ
ธรร
มาภิบาลในสถานศึกษา
สพฐ. : นักเรียน จานวน 7,243,713 คน
อาชีวฯ : สถานศึกษา จานวน 421 แห่ ง
สกอ. : สถานศึกษา จานวน 80 แห่ ง
ปี 2558 จานวน
2,106.1171 ล้านบาท
านักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ
่
กรอบการจัดทาแผนปฏิบต
ั ก
ิ ารและแผนการใช้งบประมาณ
รายจายฯ
พ.ศ.2558
่
ยุทธศาสตรชาติ
วาด
่ วยการป
้
้ องกันและปราบปรามการทุจริต
์
ระยะที่ 2
64
64
เป้าหมายการตอบสนองการเพิม่ คะแนนดัชนี CPI
(Thailand - Corruption Perceptions Index)
แหล่ง
สารวจ
เรื่องที่เกีย่ วข้ องกับปัญหาการทุจริตที่แต่ ละแหล่งข้ อมูลหลักสารวจ
BF-BTI เรื่องการปราบปรามการทุจริตและบังคับใช้ กฎหมายกับผู้กระทาผิดมีประสิทธิภาพ
มากน้ อยเพียงใด
คะแนน
ของไทย
ปี 2556
๔๐
GI
การดาเนินการทางธุรกิจต้ องเกีย่ วข้ องกับการทุจริตมากน้ อยเพียงใด
๓๒
EIU
ความโปร่ งใสและตรวจสอบได้ ในการใช้ จ่ายงบประมาณภาครัฐ
๓๘
IMD
การติดสินบนและการทุจริตมีอยู่หรือไม่ และมากน้ อยเพียงใด
๓๖
WEF
ภาคธุรกิจต้ องจ่ ายเงินสินบนในกระบวนการต่ างๆ มากน้ อยเพียงใด
๓๕
PERC
ระดับการรับรู้ว่าการทุจริตเป็ นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่ อสถาบันต่ างๆ ทางสังคม
เศรษฐกิจ และการเมือง มากน้ อยเพียงใด
๓๙
WJP
เจ้ าหน้ าที่รัฐมีพฤติกรรมการใช้ ตาแหน่ ง หน้ าที่ในทางมิชอบมากน้ อยเพียงใด
๓๓
ICRG
ผู้มีอานาจหรือตาแหน่ งทางการเมืองมีการทุจริตโดยใช้ ระบบอุปถัมภ์ และระบบเครือญาติ และ
ภาคการเมืองกับภาคธุรกิจมีความสัมพันธ์ กนั มากน้ อยเพียงใด
๓๑
ยุทธศาสตร์
ย.๒บูรณาการ
ย.๔ ป้องปราม
ย.๓ประสานต่ างประเทศ
ย.๒ บูรณาการ
ย.๒ บูรณาการ
ย.๔ ป้องปราม
ย.๑ปลูก-ปลุก-ปรับเปลีย่ น
ย.๕ สร้ างองค์ ความรู้
ย.๑ ปลูก-ปลุก จิตสานึก
ย.๔ ป้องปราม
ย.๑ปลูก-ปลุก จิตสานึก
ย.๕ สร้ างองค์ ความรู้
ย.๑ปลูก-ปลุก จิตสานึก
ย.๔ ป้องปราม
ย.๑ปลูก-ปลุก จิตสานึก
ย.๒ บูรณาการ
ย.๔ ป้องปราม
เป้าหมายยุทธศาสตรชาติ
์
การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2556 - 2560) และต
เป้าหมายหลัก
เป้าหมายมีไว้
พุ่งชน
เพิม
่ ระดับของคา่ CPI ของประเทศไทยโดยตัง้ เป้าไวที
้ ่
ร้อยละ 50 ในปี 2560
เป้ าหมายรอง
1. ผูมี
้ อานาจ/ผูด
้ ารงตาแหน่งทางการเมืองมีการทุจริตลดลง
2. เจ้าหน้าทีร่ ฐั มีพฤติกรรมการใช้ตาแหน่งหน้าทีใ่ นทาง
ทุจริต
ประพฤติมช
ิ อบลดลง
3. ระดับการรับรูว
จริตเป็ นปัญหาส่งผลกระทบทาง
้ าการทุ
่
สั งคม
เศรษฐกิจสูงขึน
้
4. ระดับการทุจริตอันเกิดจากภาคธุรกิจ / การจายเงิ
นสิ นบน
่
ใน
กระบวนการตางๆ
ลดลง
่
ยุทธศาสตร์ชาติ
ยุทธศาสตร์สานักงาน
ป.ป.ช.
1,4
1, 2
1,4
1, 2
1,2,5
1,5
2,3,4
2,3
1,2,4
1,2,4
2,4,5
2,3,5
66
แนวทางการแกไขปั
ญหา
้
1.การสรางค
านิ
่ งของคุณธรรม
้
่ ยม ในเรือ
จริยธรรม และ
การ
ตอต
จริตให้กับกลุมเด็
่ านทุ
้
่ กและเยาวชน
• เด็กปฐมวัย
• เด็กและเยาวชนในระบบการศึ กษา
ภาคบังคับ
• เยาวชนระดับอาชีวศึ กษา
• เยาวชนระดับอุดมศึ กษา
• เยาวชนนอกระบบการศึ กษา
2. เจตนารมณ ์ ที่ แ น่ วแน่ ทางการเมื อ ง
(Political Will) การบริหารจัดการภาครัฐ
อ ย่ า ง โ ป ร่ ง ใ ส เ ป็ น ธ ร ร ม ก า ร พั ฒ น า
มาตรการทางกฎหมายทีเ่ ป็ นสากลและการ
บัง คับ ใช้ อย่ างเคร่ งครัด และการพัฒ นา
ภารกิจ หรื อ กลไกต่ อต้ านการทุ จ ริต เพื่ อ
ป้ องกั น และปราบป รามการทุ จ ริ ต แล ะ
อาชญากรรมข้ามชาติ
• ผู้ ด า ร ง ต า แ ห น่ ง ท า ง ก า ร เ มื อ ง
3.การมีส่วนรวมและความเข
มแข็
งของ
่
้
เครือขายทุ
กภาคส่วน
่
• กลุมเครื
อขายประชาสั
งคม ส่งเสริม
่
่
ก า ร ร ว ม ก ลุ่ ม แ ล ะ ส ร้ า ง เ ค รื อ ข่ า ย
เสริ ม สร้ างจิ ต ส านึ ก ส่ งเสริ ม การ
ตอต
่ ้านการทุจริต
• ประชาชน ปลุกจิตสานึก มีวน
ิ ย
ั
เคารพกฎหมาย ตอต
่ ้านทุจริต
• ภ า ค ธุ ร กิ จ เ อ ก ช น ก า กั บ
ควบคุมดูแลกิจการให้เป็ นองคกรที
่ม ี
์
ความรับ ผิด ชอบต่อสั งคม โดยน า
หลักบรรษัทภิบาล (CG) และความ
รั บ ผิ ด ช อ บ ต่ อ สั ง ค ม ( CSR)
ตลอดจนประมวลจริย ธรรม มาใช้
อยางจริ
งจัง ไมละเมิ
ดกฎหมาย ให้
่
่
ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ใ น ก า ร ขั บ เ ค ลื่ อ น
ยุ ท ธศาสตร ชาติ
ฯ ตลอดจนขยาย
์
67
เครื อ ข่ ายแนวร่ วมปฏิบ ัต ิ ในการ
6767
ตอต
่ ้านการทุจริต และขอบเขตการ
วัตถุประสงคในการน
าเครือ
่ งมือประเมินคุณธรรม
์
และความโปรงใส
่
มาใช้ในการประเมินหน่วยงานภาครัฐ
๑. เพือ
่ ให้ทราบสถานะระดับคุณธรรมและความโปรงใสของ
่
หน่วยงานของรัฐแตละแห
งว
่
่ ามี
่ การดาเนินงานเป็ นไปตาม
หลักธรรมาภิบาลและเจ้าหน้าทีใ่ นองคกรในภาพรวม
์
ปฏิบต
ั ต
ิ ามประมวลจริยธรรมหรือไมอยู
บใด มี
่ ในระดั
่
ข้อบกพรองในองค
ประกอบข
อใด
เพือ
่ ทีจ
่ ะไดปรั
่
้
้ บปรุง
์
แก้ไขให้ดีขน
ึ้
• ๒.เพือ
่ ช่วยยกระดับคา่ CPI ของประเทศไทยให้สูงขึน
้ ให้
ไดระดั
บ ๕๐ จากคะแนนเต็ม ๑๐๐ ในปี พ.ศ.
้
๒๕๖๐ ตามเป้าหมายทีก
่ าหนดไวตามยุ
ทธศาสตรชาติ
้
์ 68วา่
ดวยการป
้
้ องกันและปราบปราม ระยะที่ ๒
กรอบแนวคิด การประเมิน คุ ณ ธรรม
และความโปร่ งใสการด าเนิ น งาน
(Integrity
&
Transparency
Assessment)
หน
วยงานภาครั
ฐ
่
ประกอบดวยการวั
ด
องค
ประกอบที
ส
่
าคั
ญ
5
้
์
องคประกอบ
ไดแก
์
้ ่
69
กรอบแนวคิดการประเมินคุณธรรมและความ
โปรงใสการด
าเนินงาน
่
EIT และ
EBIT
ความโปรงใส
่
(Transparency)
EIT และ
EBIT
EIT
EIT
Integrity &
Transparency
Assessment
การทุจริตคอรรั์ ป
ชัน
(Corruption)
ประสบการณตรง
์
(Experience)
มุมมองการรับรู้
(Perception)
EIT
EIT
IIT
IIT และ
EBIT
IIT
หมายเหตุ:
EIT คือ External Integrity & Transparency Assessment
IIT คือ Internal Integrity & Transparency Assessment
EBIT คือ Evidence Base Integrity & Transparency Assessment
IIT
IIT
70
เกณฑการให
้คะแนนคุณธรรมและความ
์
โปรงใสในการด
าเนินงานของหน่วยงาน
่
ภาครัฐ
 คาดั
าเนินงาน มี
่ ชนีคุณธรรมจริยธรรมและความโปรงใสการด
่
คาคะแนนระหว
าง
0 – 100 คะแนน โดยคา่ 100 คะแนน
่
่
หมายถึง ระดับการมีคุณธรรมและความโปรงใสการด
าเนินงาน
่
สูงมาก ขณะที่ 0 คะแนน หมายถึงระดับการมีคุณธรรมและ
ความโปรงใสารด
าเนินงานตา่ มาก
่
 สาหรับเกณฑการให
้ คะแนนคาดั
่ ชนีคุณธรรมและความโปรงใส
่
์
80-100
คะแ
น
= งเป็
และค
ปร่งงในี
สก
การด
าเนิ
นนงาน
แบ
5รรม
ระดั
บวามโดั
้ ารดาเนินงานสูงมาก
่ มีระดนบัคุณธ
60-79.99คะแนน
40-59.99คะแนน
20-39.99คะแนน
0-19.99คะแนน
=
=
=
=
มีระดบัคุณธรรมและความโปร่งใสการดาเนินงานสูง
มีระดบัคุณธรรมและความโปร่งใสการดาเนินงานปานกลาง
มีระดบัคุณธรรมและความโปร่งใสการดาเนินงานตา
่
มีระดบัคุณธรรมและความโปร่งใสการดาเนินงานตา
่ มาก
71
การประเมินผล: คุณธรรม จริยธรรม
ความโปรงใส
่
72
ช่องทางการรองเรี
ยน แจ้ง
้
เบาะแสการทุจริต
- สายดวน
ป.ป.ช. 1205
่
- ตู้ ปณ. 100 เขตดุสิต
กรุงเทพฯ
- Facebook สานักงาน ป.ป.ช และ
www.nacc.go.th
- สานักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง
และ สานักงาน
ป.ป.ช.73
73 73
ช่องทางการรองเรี
ยน แจ้ง
้
เบาะแสการทุจริต
www.nacc.go.th
Facebook สานักงาน
ป.ป.ช.
74
ขอบคุณ

similar documents