การบริหารภาคอุตสาหกรรมไทย...สัมมนาวิชาการครั้งที่_37_มธ.

Report
ข้อคิดเห็นต่อบทความเรื่อง
“การบริหารภาคอุตสาหกรรมไทย ณ ทางแยก
ของการพัฒนา”
นิพนธ์ พัวพงศกร
สถาบันวิจยั เพื่อการพัฒนาประเทศไทย
สัมมนาทางวิชาการครังที
้ ่ 37 “เรื่อง Sustaining Thailand : ก้าวอย่างไรให้ประเทศไทยยังยื
่ น”
คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
30 ตุลาคม 2557
1
ประเด็น
1.บทความนี้ ให้องค์ความรูอ้ ะไรใหม่ๆ เรื่อง
การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย
2.ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
– ข้อจากัดของวิธีการวิเคราะห์ในบทความ
– คาอธิบายเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมยัง
ขาดประเด็นสาคัญบางประการ
2
1. บทความของดร.อาชนัน ให้องค์ความรู้อะไร
ใหม่เกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย
• ทาลายมายาคติที่เชื่อว่าอุตสาหกรรมไทยกาลังสูญเสีย
ความสามารถในการแข่งขัน โดยอาศัยข้อเท็จจริงบางประการ
– อุตสาหกรรมไทยมีส่วนแบ่งในตลาดโลกสูงขึน้
– ไทยยังมีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ที่เพิ่มสูงกว่าคู่แข่ง
– ไทยเป็ นฐานการผลิตสินค้าสาคัญของโลกบางชนิด
– เพิ่มเติม : หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540/41 การปฏิรปู
นโยบายเศรษฐกิจมหภาค และสถาบันการเงิน ทาให้
อุตสาหกรรมไทยมีความสามารถในแข่งขันเพิ่มขึน้ สามารถทา
รายได้จากการส่งออกมากพอใช้หนี้ ต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว
3
1. บทความของดร.อาชนันท์ ให้องค์ความรู้อะไรใหม่เกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย
–ไทยเป็ น Asian Assembly Factory อันดับสองรอง
จากประเทศจีน
–โครงสร้างการผลิต/การส่งออกของอุตสาหกรรม
ไทยยังไม่หลุดพ้นจากการพึ่งพาตลาดประเทศ
ตะวันตก (decoupling) เพียงแต่ช่องทางการค้า
เปลี่ยนจากช่องทางตรง เป็ นช่องทางอ้อมเท่านัน้
• ให้ความเห็นท้วงติงทางเลือกการพัฒนา
อุตสาหกรรม 3 ทาง (1) การพึ่งอุปสงค์ในประเทศ
(2) การพึ่งภาคบริการ (3) การพึ่งตลาดในภูมิภาค
4
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
• ข้อจากัดของวิธีการวิเคราะห์
–การวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันควร
เปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งทัง้ กลุ่มที่ตามหลัง/มี
สถานะใกล้เคียงกับไทย (เวียดนาม มาเลเซีย) และ
กลุ่มที่เจริญกว่า (ญี่ปนุ่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน)
–ข้อมูลที่ใช้เป็ นข้อมูลด้านการค้า ขาดการวิเคราะห์
ข้อมูลด้านการผลิตของภาคอุตสาหกรรม...แต่เข้าใจ
ได้ เพราะข้อจากัดของตัวเลขอุตสาหกรรมไทย
5
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
• จุดอ่อนของคาอธิบายการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย
–อ.อาชนันให้ภาพการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในแง่บวก
เป็ นหลัก
–คาอธิบายเรื่อพัฒนาการอุตสาหกรรมไทย ยังขาดประเด็น
สาคัญที่เชื่อมโยง ข้อเท็จจริงเรื่องอุตสาหกรรมไทยในตอน
ที่ 2 และยุทธศาสตร์การยกระดับความสามารถในการ
แข่งขันในตอนที่ 4
ควรมีบทวิเคราะห์จดุ อ่อนของอุตสาหกรรมไทยก่อน เพื่อให้
ได้นัยเชิงนโยบายที่ชดั เจนว่าควรมีนโยบายในการพัฒนา
ศักยภาพด้านการผลิต (supply-side capability) ใน
อุตสาหกรรมอะไร
6
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
–ประเด็นสาคัญที่ขาดหายไปมี 2 ประเด็น
(1) ทาไมอุตสาหกรรมส่งออกไทยจึงอ่อนแอไม่
สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สงู ขึน้ เมื่อเทียบกับ
ประเทศที่ประสบความสาเร็จในการพัฒนา
อุตสาหกรรม : Jongil Kim (2012) และฉลองภพ
(2) ความสาเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกิดจาก
ความสามารถด้าน diversification แต่ขาด
ความสามารถด้าน upgrading เพราะไม่มีกฎกติกา
แรงกดดัน และแรงจูงใจเพียงพอ : Richard Doner
2012
7
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
• ทาไมการส่งออกอุตสาหกรรมส่งออกไทยจึงไม่
สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สงู ขึน้ เมื่อเทียบกับ
ประเทศที่ประสบความสาเร็จในการพัฒนา
อุตสาหกรรมอย่างเกาหลีใต้ ญี่ปนุ่
–ข้อเท็จจริง : อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย
ชะลอตัวลง เพราะการลงทุนชะงักงัน เนื่ องจากในอดีต
การเติบโตทางเศรษฐกิจพึ่งพาการลงทุนเป็ นหลัก
ขณะที่อตั ราการเพิ่มของผลิตภาพทัง้ ระบบ (total factor
productivity) อยู่ในระดับตา่
–Kim (2012) ตอบคาถามข้อนี้ โดยศึกษาโครงสร้างการค้า
ด้วยวิธี product space analysis
8
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
Product space (Hidalgo,Klinger,Hausmann and Barabasi
2007) คือ เครือข่ายการผลิตในประเทศ ยิ่งโครงสร้างการผลิต
มีสินค้าที่คล้ายคลึงกันเป็ นจานวนมาก อุตสาหกรรมก็
สามารถผลิตสินค้าชนิดใหม่ๆ (เปรียบเสมือนลิงที่อาศัยอยู่
ในป่ า ถ้าเป็ นป่ าสมบูรณ์กล็ งทุนแสวงหาผลไม้ได้ง่าย ถ้าเป็ น
ป่ าเสื่อมโทรม ลิงอาจอดตาย)
ทฤษฎี product space network นี้ เป็ นความพยายามที่จะใช้
ข้อมูลโครงสร้างอุตสาหกรรมมาอธิบายว่าทาไมบางประเทศ
จึงสามารถรักษาอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่าง
สมา่ เสมอ แต่บางประเทศมีอตั ราเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอ
ตัว...เมื่อทราบเหตุผลแล้วก็สามารถคาดคะเนอัตราการ
เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตได้
9
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
–โดยสรุป Kim พบว่า
ไทยประสบความสาเร็จในการเปลี่ยนโครงสร้าง
การส่งออกไปสู่สินค้าhigh techในกลุ่ม “denser
area of product space” และสามารถกระจายการ
ผลิตสินค้าหลายชนิด....สอดคล้องกับอาชนัน
แต่เมื่อเปรียบเทียบกับโครงสร้างอุตสาหกรรม
ของญี่ปนกั
ุ่ บเกาหลีใต้ ปรากฏว่าอุตสาหกรรมไทย
มีพลังในการสร้างมูลค่าเพิ่มค่อนข้างตา่ (ณระดับ
เทคโนโลยีที่เป็ นอยู่)
10
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
–Kim พบว่าไทยจะหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้
ปานกลางก็ต่อเมื่ออุตสาหกรรมสามารถยกระดับ
การพัฒนา (upgrading) เช่นในอุตสาหกรรมที่ใช้
แรงงานมาก ต้องปรับตัวไปเป็ นการผลิตที่ใช้ทกั ษะ
และใช้กระบวนการผลิตที่มีต้นทุนตา่ ลง
–ไทยเคยมีนโยบายปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมในปี
2541 และการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้ าหมายในยุค
รัฐบาลทักษิณ เพื่อยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรม
แต่ไม่สาเร็จ
11
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
• การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม กับ growth
– โครงสร้างรายได้จากภาคอุตสาหกรรมไทยได้เพิ่มขึน้ จนใกล้เคียงกับ
เกาหลีใต้และไต้หวัน (ประมาณ 34%)
– แต่ไทยยังมีการจ้างงานในภาคเกษตรสูงผิดปรกติ และการจ้างงาน
ภาคอุตสาหกรรมค่อนข้างตา่ (15%)
 เกิดความเหลื่อมลา้ ระหว่างสาขาเศรษฐกิจสูง
– วิกฤตการณ์เศรษฐกิจในปี 2540/41 ทาให้การขยายตัวของรายได้และ
การจ้างงานอุตสาหกรรมหยุดชงัก
– ถ้าเราไม่สามารถกระตุ้นการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมได้อตั รา
การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยจะอยู่ในระดับตา่ เฉลี่ยไม่เกิน
4-5% เพราะการลงทุนอยู่ในระดับตา่ และผลิตภาพการผลิตทัง้ ระบบ
(TFP) จะเพิ่มช้ามาก ส่งผลกระทบต่อฐานะความเป็ นอยู่ของคนไทย
12
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
–ขณะเดียวกันการขยายตัวของอุตสาหกรรมใช้แรงงาน
หนาแน่ นในจีนและเวียดนาม ทาให้อตุ สาหกรรมที่ใช้
แรงงานเข้มข้นของไทย (อาหาร สิ่งทอ) ลดสัดส่วนลง
–แต่ไทยก็สามารถปรับตัวไปสู่อตุ สาหกรรมที่ใช้ทนุ
หนาแน่ น คือ อิเล็กทรอนิกคส์และรถยนต์
–โจทย์สาคัญของไทย ทาอย่างไร อุตสาหกรรมไทยจึงจะ
สามารถแข่งขันกับประเทศที่มีค่าจ้างตา่ ขณะเดียวกันก็
ไต่บนั ไดขึน้ ไปเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดสินค้าที่ใช้
เทคโนโลยีจากเกาหลี-ไต้หวัน
รวมทัง้ ดูดซับแรงงานจากภาคเกษตรและบริการสู่
ภาคอุตสาหกรรมเพื่อลดความเหลื่อมลา้ ของรายได้ต่อหัว
รายได้ต่อหัวระหว่างภาคเศรษฐกิจ
13
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
• ผลการวิเคราะห์โครงสร้างการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม
– โครงสร้างสินค้าส่งออกอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงคล้ายกับ
เกาหลีใต้และไต้หวันในอดีต
– สินค้าในหมวดเครื่องจัก (SITC7) มีสดั ส่วนเพิ่มขึน้ เป็ น 40%
ในปลายทศวรรษ 2540 เพราะสินค้าเกษตรและสิ่งทอลด
ความสาคัญลง
– สิ่งที่แตกต่างกับเกาหลีใต้ คือ สิ่งทอไทยลดความสาคัญลง
จนไม่ติด 10 อันดับแรกในปี 2552
– แต่ในเกาหลีใต้และไต้หวัน การส่งออกสิ่งทอยังทารายได้
กว่า 50% ในปลายทศวรรษ 2530
– ข้อสรุปของ Kim ตรงกับบทความของอาชนัน
14
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
• คาถาม คือ ศักยภาพของอุตสาหกรรมการ
ส่งออกของไทยอยู่ที่ไหน และไทยจะสามารถ
พัฒนาอุตสาหกรรมให้เต็มศักยภาพดังกล่าวได้
อย่างไร : ใช้ product space analysis
–Product space analysis ผูผ้ ลิตที่เดิมผลิตวิทยุ
สามารถเปลี่ยนไปผลิตทีวีได้ง่ายกว่าผูท้ ี่เคยผลิต
เสื้อผ้า เพราะเทคโนโลยีและการจัดการ
คล้ายคลึงกันมากกว่า
15
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
ความหลากหลายของสินค้าส่งออก
Diversification of Exports by Commodity Group in 2009
Source: UN COMTRADE DB
16
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
• จากตารางส่วนแบ่งตลาดของสินค้าอุตสาหกรรมส่งออกพบว่า
– (1) สินค้าส่งออกของไทยในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มีความหลากหลาย
(diversified) ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับเกาหลีใต้และญี่ปนุ่ อุตสาหกรรมไทยที่
หลากหลายน้ อย คือ เคมี (SITC6)
– (2) อุตสาหกรรมอาหาร (SITC 0) มีความหลากหลายกว่าเกาหลีใต้-ญี่ปนุ่
– (3) อุตสาหกรรมเครื่องจักร-รถยนต์ (SITC7) มีความหลากหลายมากเช่นกัน
– (4) แม้ว่าอุตสาหกรรมเบา (SITC6,8) จะมีความหลากหลาย แต่ยงั หลากหลาย
น้ อยกว่าเกาหลีใต้-ญี่ปนุ่ แสดงว่าไทยจาเป็ นต้องแสวงหา product niches ใน
อุตสาหกรรมเบา
– (5) โอกาสของไทยอยู่ที่ไหน : คานวณจาก (ก) ความใกล้เคียงกันของสินค้าคู่
ต่างๆ (proximity) ซึ่งวัดด้วยโอกาสที่ประเทศจะสามารถส่งออกสินค้าทัง้ คู่ได้
พร้อมๆกัน ยิ่งโอกาสค่า density ก็ยิ่งสูง (ข) สร้างดัชนี วดั ว่าประเทศได้ตกั
ตวงศักยภาพที่มีอยู่แต่ยงั ไม่ได้ถกู นามาใช้ประโยชน์
17
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
(6) สินค้ าที่ไทยมีโอกาสสูงสุดที่จะขยายการส่ งออกอยู่ในหมวดอาหาร
(0) เครื่องดื่ม (1) และสิ่งทอ (8) รอบลงมาคือ เครื่องจักร-รถยนต์ (7)
Density by Commodity Group in 2000
Source: http://www.chidalgo.com/productspace
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
– (7) ไทยมีศกั ยภาพที่จะผลิตสินค้าใหม่เพิ่มขึน้ (วัดจากค่าความ
ใกล้ชิดของสินค้าที่มี RCA เกิน 1) และไทยยังประสบความสาเร็จ
สามารถผลิตสินค้าใหม่ที่มีศกั ยภาพ เพราะสัดส่วนของสินค้า
ศักยภาพที่ยงั ไม่ได้ผลิตมีแนวโน้ มลดลงและลดตา่ กว่าประเทศอื่นๆ
Table 12: The Proportion of Unoccupied Products in Density
Source: Jongil Kim 2012.
19
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
–สินค้าใหม่ที่ไทยมีโอกาส และสามารถตักตวงโอกาส
ได้ คือ อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม วัตถุดิบ
เชื้อเพลิง เคมี และชิ้นส่วน (SITC 0,1,2,3,5,6)
–ในอุตสาหกรรมเครื่องจักร (SITC7) แม้ไทยจะสามารถ
ตักตวงโอกาสสูงในการผลิตสินค้าใหม่ๆ แต่ค่า
density (หรือ proximity) ค่อนข้างตา่
–นัย คือ ไทยต้องพยายามสร้างโอกาสใหม่ๆ โดยการ
เลือกขยายฐานผลิตสู่สินค้ากลุ่มใหม่ในหมวด 7 คือ
สินค้าที่ใช้เทคโนโลยีซบั ซ้อนมากขึน้
20
Table 13: Density with Unoccupied Products Only by
Commodity Group in 2000
Source: Jongil Kim 2012.
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
–Hausmann,et.al (2007) วัดระดับความซับซ้อน
ทางเทคโนโลยีของสินค้าต่างๆ จากระดับรายได้
ของประเทศผูส้ ่งออก และพบว่าประเทศที่มี
สินค้าส่งออกที่มีเทคโนโลยีซบั ซ้อนจานวนมาก
จะมีอตั ราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง
–ผลการศึกษาพบว่าสินค้าส่งออกไทยมีระดับ
ความซับซ้อนของเทคโนโลยีสงู ขึน้ จาก 75% ของ
ญี่ปนในปี
ุ่
2523 เพิ่มเป็ น 85% ในปี 2552
22
สินค้าที่มีความซับซ้อนมากขึน้ คือหมวด 5,6,7
Figure 8: Contribution of Each Commodity Group to Technological Sophistication
Source: Jongil Kim 2012.
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
แต่ความซับซ้อนทางเทคโนโลยีของสินค้าใน
หมวด 5,7 ยังห่างจากฐี่ปน/เกาหลี
ุ่
ใต้มาก
จึงควรมีนโยบายกระจายการผลิตสู่สินค้าชนิด
ใหม่ๆในหมวด 5,7
24
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
• ข้อสรุปของ product space analysis : ได้ผล
ใกล้เคียงกับอาชนัน แต่ให้นัยเพิ่มเติมต่อ
นโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม
–อุตสาหกรรมไทยได้ขยายตัวไปสู่สินค้าชนิดใหม่ๆ
ที่ใช้เทคโนโลยีเข้มข้นขึน้ และเป็ นสินค้าที่มี
เทคโนโลยีสลับซับซ้อนขึน้
–ไทยสามารถตักตวงโอกาสจากการกระจายการ
ผลิตไปผลิตสินค้าในหมวดที่ใกล้เคียงกับสินค้าที่
เคยผลิตอยู่ก่อน
25
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
–แต่ปัญหาสาคัญของอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี
ซับซ้อนของไทย คือ สินค้าส่วนใหญ่ยงั มีมลู ค่าเพิ่มใน
ระดับตา่ มาก เพราะตา่ กว่ามูลค่าเพิ่มของสินค้าใน
ญี่ปนถึ
ุ่ ง 4.5 เท่าตัว
สาเหตุ เพราะอุตสาหกรรมเหล่านี้ เป็ นกิจการของบริษทั
ต่างชาติ
–ไทยมีสินค้าส่งออกที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงมากเพียง
ไม่กี่ชนิด ไม่เพียงพอที่จะก่อให้เกิดการพัฒนา
อุตสาหกรรมในระดับที่ทาให้ความเหลื่อมลา้ ของ
รายได้ต่อหัวระหว่างสาขาเศรษฐกิจลดลง
..26
2. ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผูว้ ิ จารณ์
–ดังนัน้ ควรมีมาตรการสนับสนุนให้บริษทั ของ
คนไทยเข้าสู่อตุ สาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขึน้ สูง
–ความท้าทายที่สาคัญ คือ ไทย จะสามารถ
สร้างศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยได้
เพียงใด ศักยภาพนี้ เกิดจากการลงทุนยกระดับ
คุณภาพของคน เทคโนโลยี ความสามารถใน
การจัดการ และการลงทุนในโครงสร้าง
พืน้ ฐานที่สาคัญ....สร้างsupply side capability
27
3. ไทยประสบความสาเร็จด้าน industrial
diversification แต่ไม่มีสถาบัน กติกาและ
แรงจูงใจ แรงกดดันให้อตุ สาหกรรม
สามารถก้าวข้ามไปสู่การยกระดับการ
พัฒนาอุตสาหกรรม (industrial
upgrading)
28
3. ไทยประสบความสาเร็จด้ าน industrial diversification แต่ไม่สามารถก้ าวข้ ามไปสู่การยกระดับ
การพัฒนาอุตสาหกรรม (industrial upgrading)
• แนวคิดขัน้ ตอนการพัฒนากับ diversification / upgrading
(Imb and Wacziarg 2003)
– ระดับการพัฒนากับ diversification มีความสัมพันธ์แบบตัว Uควา่
– ประเทศรายได้ตา่ จะก้าวสู่ประเทศรายได้ปานกลางต้องสามารถ
กระจายสาขาการผลิตใหม่ๆได้ (diversification)
– ณ ระดับรายได้ต่อหัว $9,000 diversification จะเริ่มลดลง เกิด
industrial upgrading
– ความสาเร็จในการก้าวขึน้ เป็ นประเทศรายได้ปานกลางเกิดจาก
การระดมทรัพยากรที่แฝงอยู่มาใช้ อย่างเต็มที่เกิดการลงทุนใหม่
– ความสามารถนี้ มาจากการมีสถาบันประสานให้เกิดกิจกรรม
ใหม่ๆที่มีความเสี่ยง และขึน้ กับ factor endowment
29
3. ไทยประสบความสาเร็จด้ าน industrial diversification แต่ไม่สามารถก้ าวข้ ามไปสู่การยกระดับ
การพัฒนาอุตสาหกรรม (industrial upgrading)
diversification
9,000
รายได้ ตอ่ หัว ($)
30
3. ไทยประสบความสาเร็จด้ าน industrial diversification
• การจะยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมไม่สามารถ
อาศัยกลไกตลาดได้
– แต่ต้องมีสถาบัน/กฎกติกาใหม่เพื่อทาหน้ าที่ประสาน
กิจการต่างๆตัง้ แต่ต้นน้าถึงปลายน้าและให้ข้อมูลข่าวสาร
ต่างๆ (coordination failure & information costs)
• เงื่อนไขสาคัญที่จะทาให้ฝ่ายการเมืองมีแรงจูงใจในการ
สร้างสถาบันประสานการยกระดับการพัฒนา
อุตสาหกรรม คือ
– แรงกดดันจากวิกฤตที่เกิดขึน้ ต่อเนื่ อง
– แรงงานมีพลังต่อรอง
• แต่เงื่อนไขทัง้ สองไม่เกิดขึน้ ในประเทศไทย
31
3. ไทยประสบความสาเร็จด้ าน industrial diversification
• ถึงแม้ว่าไทยจะประสบวิกฤตเศรษฐกิจ 3 ครัง้
นับตัง้ แต่รฐั บาลพลเอกเปรม
– แต่การปฏิรปู นโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายการค้า และ
สถาบันการเงิน ทาให้เศรษฐกิจไทยฟื้ นตัวอย่างรวดเร็ว จนหมด
แรงกดดันต่อภาคการเมืองที่จะปฏิรปู สถาบันการจัดการทาง
เศรษฐกิจ
– BOI พยายามปรับระบบแรงจูงใจใหม่เพื่อเน้ นการส่งเสริม
อุตสาหกรรมที่ใช้ทกั ษะและเทคโนโลยี แต่ไม่สาเร็จ
– ประเภทกิจการที่ใด้รบั การส่งเสริมมีจานวนมาก
– การปรับเปลี่ยนแนวทางการส่งเสริมต้องสร้างศักยภาพของ
เจ้าหน้ าที่BOI และหลักเกณฑ์การประเมินใหม่
32
จานวนประเภทกิจการที่สามารถขอรับสิทธิประโยชน์ BOI
จานวน
กิจการ
กิจการ
กิจการที่ให้
ความสาคัญเป็ น
พิเศษ
กิจการเป็ น
ประโยชน์ ต่อ
ประเทศ
มาตรา
31(1)
31(2)
31(3)
มาตรา
36(1)
36(2)
งดเว้ นภาษี
อากร
เครื่องจักรขา
เข้ า
เว้ นภาษี
เงินได้
นิติ
บุคคล
สิทธิสาหรับ
อุตสาหกรรมอิ
เล็กทรนิกส์
เว้ นอากรเครื่องจักร
ตามสิทธิสาหรับ
อุตสาหกรรมอิ
เล็กทรนิกส์
สิทธิท่ ไี ม่
เกี่ยวข้ องกับ
อากร
สนับสนุน
ทางการเงิน
เกษตรกรรมและผลผลิต
จากการเกษตร
21
21
5
0
0
0
0
0
0
0
0
เหมืองแร่ เซรามิกส์ และ
โลหะขัน้ มูลฐาน
19
6
3
1
1
0
0
0
0
0
0
อุตสาหกรรมเบา
ผลิตภัณฑ์ โลหะ
เครื่องจักร และอุปกรณ์
ขนส่ ง
อุตสาหกรรม
อิเล็กทรอนิกส์ และ
เครื่องใช้ ไฟฟ้า
16
1
0
0
0
2
3
0
0
0
0
20
11
5
0
1
4
3
0
0
0
0
9
5
3
0
0
0
0
5
6
0
0
เคมีภัณฑ์ กระดาษ และ
พลาสติก
16
2
2
0
0
5
4
0
0
0
0
กิจการบริการและ
สาธารณูปโภค
28
14
11
0
2
10
8
0
0
5
1
3. ไทยประสบความสาเร็จด้ าน industrial diversification
• ความสาเร็จในการส่งเสริมให้บริษทั ข้ามชาติเข้ามาพัฒนา
อุตสาหกรรมส่งออก ทาให้บริษทั ไม่มีความจาเป็ นต้องลงทุน
พัฒนาฝี มือแรงงาน
– การลงทุนพัฒนาฝี มือแรงงานของบริษทั ข้ามชาติ ส่วนใหญ่เป็ น
OJT เฉพาะในกิจการจึงมี spillover ตา่
– บริษทั ข้ามชาติไม่มีแรงจูงใจพัฒนาศักยภาพของซัพพลายเออร์
ไทย เพราะสามารถซื้อชิ้นส่วนที่ต้นทุนตา่ จากต่างประเทศ
• แรงงานไทยรวมตัวไม่ได้อ่อนแอ ขาดอานาจต่อรองกับนายจ้าง
– การพัฒนาก่อให้เกิดตลาดแรงงานแบบทวิลกั ษณ์แรงงาน 60-70%
อยู่นอกระบบ เพราะภาคอุตสาหกรรม(โดยเฉพาะ MNC) จ้าง
แรงงานน้ อย
– นโยบายการจ้างงานแบบยืดหยุ่นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจทาให้
informal work force มีขนาดใหญ่
35
3. ไทยประสบความสาเร็จด้ าน industrial diversification
• แม้รฐั ไทยจะมีนโยบายพัฒนาฝี มือแรงงาน แต่ไม่
เคยประสบความสาเร็จ เพราะหน่ วยงานรัฐต่างคน
ต่างทา (fragmented) (Ritchie 2010)
• นโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติก็
เป็ นนโยบายแบบ “passive learning” ที่ไม่เกิด
spillover ต่อบริษทั ในประเทศ เพราะปัญหาของ
นโยบายพัฒนาแรงงานของรัฐแบบต่างคนต่างทา
36
3. ไทยประสบความสาเร็จด้ าน industrial diversification แต่ไม่สามารถก้ าวข้ ามไปสู่การยกระดับ
การพัฒนาอุตสาหกรรม (industrial upgrading)
– แต่การจะเติบโตแบบยังยื
่ น อุตสาหกรรมต้องมีความชานัญ
เฉพาะอย่าง มีสาขาการผลิตน้ อยลง แต่ระดับการพัฒนาลึก
ขึน้ สาขาการผลิตมีความเชื่อมโยงกัน
– การเปลี่ยนแปลงจาก diversification สู่ upgrading จะต้อง
อาศัยการสร้าง นวตกรรม การพัฒนาฝี มือแรงงานให้ปรับตัว
กับเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดจนการลงทุนในโครงสร้างพืน้ ฐาน
ใหม่ๆ เช่น IT
– กลไกตลาดจะไม่ก่อให้เกิดสิ่งเหล่านี้ เพราะปัญหาสารสนเทศ
และ coordination failure
– ดังนัน้ จึงต้องมีการสร้างกฎกติกา สถาบันใหม่ที่สร้างแรงจูงใจ
ระบบติดตามและมาตรการที่นักลงทุนเชื่อมัน่
37
ขอบคุณครับ
38

similar documents