Bitmap & vector

Report
ภาพที่ถกู นามาใช้งานบนระบบคอมพิวเตอร์เกิดจาก ?
การรวมกันของจุดสี ที่เรียกว่า พิกเซล ซึ่ งอยู่ในรูปแบบ
ดิจิตอล คุณภาพของการแสดงภาพขึ้นอยู่กบั ความละเอียด
ของภาพ และประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ เช่น จอภาพ การ์ด
ิ กที่นามาใช้
จอ และเครื่องพิมพ์ เป็ นต้น โดยทัวไปภาพกราฟ
่
งานแบ่งเป็ น 2 ประเภท คือ
1.ภาพ 2 มิติ (2D Image)
2.ภาพ 3 มิติ (3D Image)
กราฟิ กแบบ 2 มิติ เป็ นภาพที่พบเห็นโดยทัว่ ไป เช่น ภาพถ่าย รูปวาด ภาพ
ลายเส้น สัญลักษณ์ กราฟ รวมถึงการ์ตูนต่างๆ ในโทรทัศน์
 ที่สร้างและนามาใช้งานกับคอมพิวเตอร์แบ่งได้ 2 ประเภท
ภาพบนคอมพิวเตอร์ หรือกราฟิ กคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกได้เป็ น 2
ประเภทคือ ภาพแบบบิตแมป (bitmap) และภาพแบบเวกเตอร์ (vector)
ความเข้าใจความแตกต่างของกราฟิ ก ทัง้ สองประเภทจะช่วยให้สามารถเลือกใช้งานได้
อย่างยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และตรงตาม จุดประสงค์สูงสุดในการใช้งาน
Bitmap ในทางเทคนิ คเรียกว่า “Raster Image” เป็ นการแสดงผล
ภาพทางกราฟิ กในรูปแบบที่ประกอบขึ้นจากกรอบสีเ่ หลี่ยมจุดเล็กๆ มีลกั ษณะเป็ นตะแกรงเรียง
ประกอบขึ้นเป็ นภาพ ลักษณะคล้ายๆ กับการปูกระเบื้อง เรียกว่า พิกเซล (Pixels) ที่มีจานวน
คงที่ตายตัวตามการสร้างภาพที่มี Resolution (ตัวกาหนดค่าความละเอียดของจานวน
pixels) แต่ละพิกเซลก็จะมีค่าของตาแหน่ งและค่าสีของตัวเอง ด้วยเหตุท่ีพกิ เซลมีขนาดเล็ก
เราจึงเห็นว่าภาพ มีความละเอียดสวยงาม
ภาพแบบ Bitmap จึงเหมาะสาหรับงานกราฟิ กในแบบที่ตอ้ งการให้แสงเงา
ในรายละเอียด เป็ นไฟล์ท่เี หมาะกับการทางานกับภาพเหมือนจริงประเภทภาพถ่าย เพราะ
Bitmap มี Channel พิเศษ เรียกว่า Alpha Channel ซึ่งเป็ น 32
bit หรือ true color คือสีสมจริง เช่น ภาพที่นามาใช้กบั PhotoShop
จะเป็ นภาพเหมือน ภาพถ่าย เพราะไฟล์ท่ไี ด้จาก PhotoShop เป็ น Bitmap
ในระบบวินโดวส์คอื ไฟล์ท่มี ีนามสกุล .BMP,
.PCX. , .TIF, .GIF, .JPG, .MSP, .PCD เป็ นต้น
สาหรับโปรแกรมที่ใช้สร้างกราฟิ กแบบนี้ คือ โปรแกรม Paint ต่างๆ เช่น
Paintbrush, PhotoShop, Photo scape เป็ นต้น
Bitmap
เนื่ องจาก Bitmap มีค่า Pixel จานวนคงที่จงึ ทาให้มี
ข้อจากัดในเรื่องการขยายขนาดภาพ การเปลี่ยนขนาดภาพทาโดยเพิม่ หรือลด
Pixel จากที่มีอยู่เดิม เมื่อขยายภาพให้ใหญ่ข้ ึน ความละเอียดของภาพจึง
ลดลง และถ้าเพิม่ ค่าความละเอียดมากขึ้นก็จะทาให้ไฟล์มีขนาดใหญ่และเปลือง
เนื้ อที่หน่ วยความจามากขึ้นตามไปด้วย ภาพที่ขยายโตขึ้นจะมองเห็นเป็ นตาราง
สีเ่ หลี่ยมเรียงต่อกัน ทาให้ขาดความสวยงาม
การขยายขนาดของภาพ bitmap เกินขนาดจริงหรือทาการลดจานวน pixel ก็ทาให้
รายละเอียดของภาพลดลงได้
คือ รูปแบบภาพกราฟิ กที่ประกอบด้วย เส้นสาย ลวดลายต่าง ๆ ที่ถกู สร้างขึ้นจากสมการ
ทางคณิ ตศาสตร์ในการคานวณ จุดตัดและต่อกันของแกน x/y/z ผ่านโปรแกรมทางกราฟิ ก
ทาให้สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้งา่ ย เช่น การย้ายภาพจากที่หนึ่ งไปอีกที่หนึ่ ง โดยโปรแกรมจะ
คานวณจุดตาแหน่ งใหม่และแสดงผลให้โดยอัตโนมัติ ไฟล์ภาพแบบนี้ จะเหมือนการ์ตูนหรือภาพเขียน
ประเภทผลงานกราฟิ กที่นิยมใช้โปรแกรมที่สร้างภาพแบบ vector ในการสร้างได้แก่
การออกแบตัวอักษร , งานออกแบบโลโก้ , โปสเตอร์ขนาดใหญ่
ลักษณะเด่นของ Vector คือ สามารถยืดหรือหดภาพเท่าใดก็ได้ โดยที่ภาพจะไม่แตก
ความละเอียดของภาพไม่เปลี่ยนแปลง คงคุณภาพของภาพไว้ได้เหมือนเดิม และยังสามารถขยาย
เฉพาะความกว้างหรือความสูง เพื่อให้มองเห็นเป็ นภาพผอมหรืออ้วนกว่าภาพเดิมได้ดว้ ย และไฟล์มี
ขนาดเล็กกว่าภาพ Bitmap ภาพแบบ Vector จึงเหมาะสาหรับงานแบบวาง
Layout งานพิมพ์ตวั อักษร Line Art หรือ Illustration
ไฟล์รูปภาพแบบ Vector ในระบบวินโดวส์คอื ไฟล์ท่มี ีนามสกุล .EPD, .WMF,
.CDR, .AI, .CGM, .DRW, .PLT เป็ นต้น โดยมีโปรแกรมประเภทวาดรูป
(Drawing Program) เช่น CorelDraw หรือ AutoCAD เป็ น
โปรแกรมสร้าง ขณะที่บนแมคอินทอชใช้ Illustrator และ Freehand
1.การแสดงผลของภาพอาจไม่ละเอียดไม่เป็ นธรรมชาติเท่า bitmap
2. คอมพิวเตอร์จะใช้เวลาในการแสดงภาพมากกว่า เนื่ องจากต้องทาตาม
คาสัง่ ที่มีจานวนมากกว่า
Bitmap
1. ลักษณะภาพประกอบขึ้นด้วยจุดต่างๆ มากมาย
2. ภาพมีจานวนพิกเซลคงทีจ่ งึ ต้องการค่าความ
ละเอียดมากขึ้นเมือ่ ขยายภาพ โดยจะคานวณค่าสีที
ละ pixels ทาให้ภาพแตกเมือ่ ขยายภาพให้ใหญ่
3. เหมาะสาหรับงานกราฟิ ก ในแบบต้องการให้แสง
เงาในรายละเอียด
Vector
1. ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็ นตัวสร้างภาพ
โดยรวมเอา Object (เช่น วงกลม เส้นตรง)
ต่างชนิดมาผสมกัน
2. สามารถย่อและขยายขนาดได้มากกว่า โดย
สัดส่วนและลักษณะของภาพยังเหมือนเดิม ความ
ละเอียดของภาพไม่เปลีย่ นแปลง
3. เหมาะสาหรับงานแบบวาง Layout งาน
พิมพ์ตวั อักษร Line Art หรือ
Illustration
4. แสดงภาพบนจอทันที เมือ่ รับคาสัง่ ย้ายข้อมูลจาก
4. คอมพิวเตอร์จะใช้เวลาในการแสดงภาพมากกว่า
หน่วยความจาทีเ่ ก็บภาพไปยังหน่วยความจาของ
เนื่องจากต้องทาตามคาสัง่ ทีม่ จี านวนมากกว่า
จอภาพ
 เป็ นภาพประเภทหนึ่ ง ของภาพเวกเตอร์
ซึ่ งมีลักษณะมุ มมองของภาพที่
เหมือนจริง อยู่ในรู ปทรง 3 มิติ (3D) มีพนื้ ฐานการสร้ างมาจากภาพ 2 มิติ
(มีเพียงแกน X และ Y ) โดยเพิม่ ความลึกให้ กบั ภาพทีส่ ร้ าง (เพิม่ แกน Z)
ภาพ 2 มิติ
ภาพ 3 มิติ
สีเกิดจากอะไร
ในปัจจุบนั แหล่งกาเนิ ดสีจะมีอยู่ 3 ชนิ ดคือ
เกิ ด จาการหัก เหของแสงผ่ า นแท่ ง แก้ว ปริ ซึ่ ม
ซึ่งจะประกอบไปด้วย 3 สีคอื แดง เขียว น้ าเงิน เรียกรวมว่า rgb นามา
ผสมกันจนเกิดเป็ นสีตา่ งๆ ตัวอย่างอุปกรณ์ท่แี หล่งกาเนิ ดสีจากแสงแบบนี้ เช่น
โทรทัศน์ และ มอนิ เตอร์คอม
(แม่ส)ี
หลักการใช้สแี ละแสงในคอมพิวเตอร์
สีท่ใี ช้ในงานด้านกราฟิ กทัว่ ไปมี 4 ระบบ คือ
1. RGB
2. CMYK
3. HSB
4. LAB
RGB
เป็ นระบบสีท่ปี ระกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง, สีเขียวและสีน้ าเงิน เมื่อนามา
ผสมกันทาให้เกิดสีต่างๆ บนจอคอมพิวเตอร์มากถึง 16.7 ล้านสี ซึ่งใกล้เคียงกับสีท่ี
ตาเรามองเห็นปกติ สีท่ีได้จากการผสมสีข้ ึนอยู่กบั ความเข้มของสี โดยถ้าสีมีความ
เข้มมากเมื่อนามาผสมกันจะทาให้เกิดเป็ นสีขาว จึงเรียกระบบสีน้ ี ว่าแบบ Additive
หรือการผสมสีแบบบวก
CMYK
เป็ นระบบสีท่ีใช้กบั เครื่องพิมพ์ท่ีพมิ พ์ออกทางกระดาษหรือวัสดุผิวเรียบอื่นๆ
ซึ่งประกอบด้วยสีหลัก 4 สีคอื สีฟ้า,สีม่วงแดง,สีเหลือง,และสีดา เมื่อนามาผสมกัน
จะเกิดสีเป็ นสีดาแต่จะไม่ดาสนิ ทเนื่ องจากหมึกพิมพ์มีความไม่บริสุทธิ์ จึงเป็ นการ
ผสมสีแบบลด หลักการเกิดสีของระบบนี้ คือ หมึกสีหนึ่ งจะดูดกลืนแสงจากสีหนึ่ ง
และสะท้อนกลับออกมาเป็ นสีต่าง ๆ
HSB
เป็ นระบบสีแบบการมองเห็นของสายตามนุ ษย์ ซึ่งแบ่งออกเป็ น 3 ส่วนคือ
Hue คือสีต่างๆ ที่สะท้อนออกมาจากวัตถุแล้วเข้าสูส่ ายตาของเรา
Saturation คือความสดของสี โดยค่าความสดของสีจะเริ่มที่ 0 ถึง 100 แต่ถา้ กาหนดที่
100 สีจะมีความสดมาก
Brightness คือระดับความสว่างของสี โดยค่าความสว่างของสีจะเริ่มที่ 0 ถึง 100
กลับสูห่ น้าหลัก
LAB
เป็ นระบบสีท่ไี ม่ข้ ึนกับอุปกรณ์ใดๆ โดยแบ่งออกเป็ น 3 ส่วน คือ
L เป็ นการกาหนดความสว่างซึ่งมีค่าตัง้ แต่ 0 ถึง 100 ถ้ากาหนดที่ 0 จะกลายเป็ นสีดา
แต่ถา้ กาหนดที่ 100 จะเป็ นสีขาว
A เป็ นค่าของสีท่ไี ล่จากสีเขียวไปสีแดง
B เป็ นค่าของสีท่ไี ล่จากสีน้ าเงินไปเหลือง
ในการสร้างสรรค์ ภาพวาดระบายสี และงานกราฟิ ก เพื่อให้เข้าถึง
กลุ่มเป้ าหมาย ได้อย่างมีประสิ ทธิภาพ การเลือกใช้สีกบั ภาพวาดระบายสี
และงานกราฟิ ก จึงมีความสาคัญ อย่างยิง่ ที่ กราฟิ กดีไซน์ ควรจะเลือกใช้สี
ให้ถูกต้องเหมาะสม กับการนาเสนอ ในงานกราฟิ ก โดยทัว่ ไปจะแยก
โทนสี ออกเป็ น สี โทนเย็น ซึ่งจะสื่ อถึงความ สุ ภาพ มัน่ คง เยือกเย็น
และสี โทนร้ อน ซึ่งจะสื่ อถึงความ ร้อนแรง สนุก ดูอบอุ่น
สีรอ้ น
สีเย็น
และสี โทนร้ อน
สี โทนเย็น
สีนนั ้ มีความสาคัญอย่างยิง่ ในการทางานกราฟิกต่างๆ การเลือกสีให้เข้ากับ
เนื้อหาของงาน จะทาให้งานทีท่ าออกมามีความน่าเชื่อถือยิง่ ขึน้ และยัง
ส่งผลอย่างมากกับความสวยงามของงานทีอ่ อกมาด้วย
สีฟ้า
ให้ความรูส้ กึ สงบ สุขมุ สุภาพ หนักแน่น เคร่งขรึม เอาการเอางาน ละเอียด
รอบคอบ สง่างาม มีศกั ดิ ์ศรี สูงศักดิ ์ เป็ นระเบียบถ่อมตน สามารถลดความตื่นเต้น
และช่วยทาให้มสี มาธิ แต่ถา้ มีสนี ้าเงินเข้มเกินไป ก็จะทาให้รสู้ กึ ซึมเศร้าได้
สีเขียว
เป็ นสีในวรรณะเย็น จะสร้างความรูส้ กึ เย็นสบาย ใช้เป็ นสีทช่ี ว่ ยผ่อนคลาย
ความเครียดได้ ให้ความรูส้ กึ สงบ เงียบ ร่มรืน่ ร่มเย็น การพักผ่อน การผ่อนคลาย
ธรรมชาติ ความปลอดภัย ปกติ ความสุข ความสุขมุ เยือกเย็น
สีเหลือง
เป็ นสีแห่งความเบิกบาน เร้าอารมณ์ และเรียกร้องความสนใจ
ให้ความรูส้ กึ แจ่มใส ความสดใส ความร่าเริง ความเบิกบานสดชื่น ชีวติ ใหม่
ความสด ใหม่ ความสุกสว่าง การแผ่กระจาย อานาจบารมี ให้ลองสังเกตดูวา่
วันทีท่ อ้ งฟ้ามืดครึม้ ปราศจากแสงแดด เราจะรูส้ กึ หงอยเหงา หดหู่ แต่พอมีแสงแดด
ท้องฟ้าสว่าง มีสเี หลือง เราจะรูส้ กึ มีชวี ติ ชีวาขึน้
สีแดง
เป็ นสีทส่ี ร้างความตื่นเต้น และกระตุน้ สมอง สีแดงปานกลางแสดงถึง
ความมีสขุ ภาพดี ความมีชวี ติ ความรัก ความสาคัญ ความอุดมสมบูรณ์ ความมังคั
่ ง่
สีแดงจัดมีความหมายแฝงด้านกามารมณ์ นอกจากนี้สแี ดงยังสร้างความรูส้ กึ รุนแรง
ให้ความรูส้ กึ ร้อน กระตุน้ ท้าทาย เคลื่อนไหว ตื่นเต้น เร้าใจ มีพลัง มันจะใช้กนั กรณี
ทีเ่ กีย่ วกับความตื่นเต้น หรืออันตราย
สีม่วง
ให้ความรูส้ กึ มีเสน่ห์ น่าติดตาม เร้นลับ ซ่อนเร้น มีอานาจ มีพลังแฝงอยู่
ความรัก ความเศร้า ความผิดหวัง ความสงบ ความสูงศักดิ ์ เป็ นสีทป่ี ลอบโยน และช่วยลด
ความเครียด แต่เดิมสีมว่ งได้มาจากสัตว์มกี ระดอง,เปลือก ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
มีช่อื ว่า Purpura จึงได้ช่อื ภาษาอังกฤษว่า Purple
สีส้ม
ให้ความรูส้ กึ ร้อน ความอบอุ่น ความสดใส มีชวี ติ ชีวา วัยรุน่ ความคึกคะนอง
การปลดปล่อย ความเปรีย้ ว การระวัง เป็ นสีทเ่ี ร้าความรูส้ กึ ปรกติควรใช้แต่น้อยเมือ่
เทียบกับสีอ่นื สังเกตว่าคนทีอ่ ยูใ่ นห้องสีสม้ จะอยูไ่ ด้ไม่นาน
สีน้าตาล
ให้ความรูส้ กึ อบอุ่น ได้พกั ผ่อน แต่ควรใช้รว่ มกับสีสม้ เหลือง หรือสีทอง
เพราะถ้าใช้สนี ้าตาลเพียงสีเดียว อาจทาให้เกิดความรูส้ กึ หดหูไ่ ด้
สีเทา
ให้ความรูส้ กึ เศร้า อาลัย ท้อแท้ ความลึกลับ ความหดหู่ ความชรา
ความสงบ ความเงียบ สุภาพ สุขมุ ถ่อมตน สีน้ีมขี อ้ ดีคอื ทาให้เย็น แต่สร้างความรูส้ กึ
หม่นหมองได้ ควรใช้รว่ มกับสีทม่ี ชี วี ติ โทนสว่างอย่างน้อยหนึ่งสี
สีขาว
ให้ความรูส้ กึ บริสทุ ธิ ์ สะอาด สดใส เบาบาง อ่อนโยน เปิ ดเผย การเกิด
ความรัก ความหวัง ความจริง ความเมตตา ความศรัทธา ความดีงาม ให้ความรูส้ กึ
รืน่ เริง โดยเฉพาะเมือ่ ใช้กบั สีแดง เหลือง และส้ม
มีอยู่หลายรูปแบบ แต่หลายวิธีจะชี้ไปที่วตั ถุประสงค์เดียวหลักๆ
คือ ใช้สีเพื่อเพิ่มความโดดเด่นในภาพ และสร้างให้เกิดอารมณ์ความรู้สึก
ตามที่ต้องการ
***เทคนิคการเลือกใช้สีมีสตู รสาเร็จในการเลือกใช้คือ การโยง
ความสัมพันธ์จากวงล้อสี ก่อนทางานทุกครัง้ แล้วเลือกสีหลักๆ
ที่ต้องการไว้ใช้ทางาน (เราต้องดูว่าสีไหนรวมกับสีไหนสวย)
Mono สีเอกรงค์ เป็ นการใช้สีในแบบโทนใกล้เคียงกัน เช่นจุดเด่น
เป็ นสีแดง ดังนัน้ สีส่วนที่เหลืออาจเป็ น ส้ม เหลือง หรือน้าตาล
โดยลดทอนหรือเพิ่มความเข้มเข้าไปเพื่อสร้างมิติ
สี complement หรือ การใช้สีตดั กันหรือสีตรงข้าม ซึ่งจะเป็ นสีที่อย
ตรงข้ามกันในวงล้อสี เช่น ฟ้ า กับ ส้ม ซึ่งจะให้ผลของการสร้างจุดสนใจ
แต่ควรจะใช้ในเปอร์เซ็นต์ที่ 20/ 80หรือ 70/30
สี Analogus หรือโครงสี ข้างเคียง คือสี ทอี่ ยู่ติดกัน อยู่ข้างเคียงกัน ในวงจรสี
จะเป็ นทีล่ ะ 2 หรือ 3 หรือ 4 สี กไ็ ด้ แต่ ไม่ ควรมากกว่ านีเ้ พราสี อาจจะหลุดจากความ
ข้ างเคียง หรือหลุดออกจากโครงสี นีไ้ ด้

similar documents