CBL Samrong - สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสำโรง

Report
โรคไขเลื
อ
ดออก
้
นพ.สุรศักดิ ์ เกษมศิ ร ิ
รพ.สำโรง อุบลรำชธำนี
เนื้อหำ
• โรคไข้เลือดออก
• กำรรักษำ
• กำรป้องกันและควบคุม
ไขเลื
้ อดออก
• Dengue fever
• Dengue hemorrhagic fever
• Dengue shock syndrome
สำเหตุ
• เกิดจำกเชือ
้ ไวรัสเดงกี (Dengue
virus)
มี 4 serotypes คือ DEN-1, DEN-2, DEN-3
และ DEN-4
• ทัง
้ 4 serotypes มี antigen รวมบำงชนิ
ด จึง
่
ทำให้มี cross reaction และ cross
protection ไดในระยะเวลำสั
้ นๆ
้
•
• เมือ
่ มีกำรติดเชือ
้ ไวรัสเดงกีชนิดหนึ่งจะมี
ภูมค
ิ ุ้มกันตอไวรั
สเดงกีชนิด นั้นตลอดไป
่
(long lasting homotypic immunity) และ
จะมีภม
ู ค
ิ ุ้มกัน cross protection ตอชนิ
ดอืน
่
่
(heterotypic immunity) ในช่วงระยะเวลำ
สั้ นๆ ประมำณ 6-12 เดือน
วิธก
ี ำรติดตอ
่
• โรคไขเลื
ิ ตอกั
้ อดออกเดงกีตด
่ นได้
โดยมียุงลำยบำน
้ (Aedes aegypti)
เป็ นแมลงนำโรคทีส
่ ำคัญ
• ในบำงพืน
้ ที่ จะมียุงลำยสวน
(Aedes albopictus) เป็ นแมลงนำ
โรครวมกั
บยุงลำยบำน
่
้
แมลงนำโรค : ยุงลำย
กำรติดตอ
่
ยุงลำยตัวเมียดูดเลือดผูป
้ ่ วย
วงจรกำรเกิด
โรค
ไข้เลือดออก
ยุงถำยทอดเชื
อ
้ ทำงไขได
่
่ ้
กัดเด็กในชุมชน โรงเรียน ศ
วงจรชีวต
ิ ของยุงลำย
ไข่
ยุงลำย
ลูก
น้ำ
7-10 วัน
4-5 วัน
1-2 วัน
ตัว
โมง่
1-2 วัน
ยุงลำ
ตัวผู
7 วัน
ย้
ตัวเมีย 30 - 45
วัน
ไขยุ
่ งลำย เหนือน้ำ 2-3
ซม.
น้ำถูกใช้หรือระเหย
หมดไป
แตไข
ี ต
ิ อยูได
่ ยั
่ งมีชว
่
ยุงลำยชอบวำงไข่
ทีใ่ ด
๔.๖
เมตร
๑.๒ %
๓.๐
เมตร
๐.๙
%
๑.๒
เมตร
๖๗.๘
%
๓๐.๑
%
๐
เมตร
แหลงเกำะพั
ก
่
ของ
ยุงลำย
ยุงลำยเกำะเสื้ อผำที
่ ้อย
้ ห
แขวน
ร้อยละ ๖๖.๕
ยุงลำย
เกำะขำง
้
ฝำ
ร้อยละ
๒.๕
ยุงลำยเกำะมุง้ เชือก
มุ้ง
ตำมเครือ
่ งเรือน โคม
สี วก
ิ ำ แสงธำรำทิพย ์ สำนักโรคติดไฟ
ตอน
่ ำโดยแมลง กรม
รอยละ ๓๑
หลังจำกดูดกินเลือดอิม
่ แลว
้ ยุงลำยจะ
หำทีเ่ กำะพัก
รอให้เลือดยอยและพั
ฒนำไขให
่
่ ้
เจริญเติบโต
ระยะฟักตัว และระยะติดตอ
่
•
ระยะฟักตัว
•
ระยะติดตอ
่
◦ ระยะเพิม
่ จำนวนของไวรัสเดงกี ในยุง
ประมำณ 8-10 วัน
◦ ระยะฟักตัวของเชือ
้ ไวรัสเดงกี ในคน
ประมำณ 3-14 วัน โดยทัว่ ไปประมำณ 58 วัน
◦ ระยะทีผ
่ ป
ู้ ่ วยมีไขสู
้ งประมำณวันที่ 2-4 จะ
มีไวรัสอยูในกระแสเลื
อดมำก ระยะนี้จะ
่
เป็ นระยะติดตอจำกคนสู
่
่
่ ยุง และระยะเพิม
จำนวนของเชือ
้ ไวรัสในยุงจนมำกพออีก
อำกำรและอำกำรแสดง
• โรคไข้เลือดออก
มีอำกำรสำคัญทีเ่ ป็ น
รูปแบบคอนข
่
้ำงเฉพำะ 4 ประกำร เรียง
ตำมลำดับกำรเกิดกอนหลั
ง ดังนี้
่
1. ไขสู
้ งลอย 2-7 วัน
2. มีอำกำรเลือดออก ส่วนใหญจะพบที
่
่
ผิวหนัง
3. มีตบ
ั โต กดเจ็บ
4. มีภำวะไหลเวียนโลหิตลมเหลว/ภำวะ
้
ช็อก
อำกำร
อำกำรของโรค
ไข
เลื
อ
ดออก
้
ไขสู
ประมำณ 2-7 วัน
ง
เฉี
ย
บพลั
น
้
เบือ
่ อำหำร หน้ำแดง ปวดศี รษะ รวมกั
บ
่
อำกำรคลืน
่ ไส้อำเจียน และอำจมีอำกำร
ปวดทองร
วมด
วย
้
่
้
บำงรำยอำจมีจุดเลือดสี แดงขึน
้ ตำมลำตัว
แขน ขำ อำจมีกำเดำออก หรือเลือดออก
ตำมไรฟัน และถำยอุ
จำระดำเนื่องจำก
่
เลือดออก และอำจทำให้เกิดอำกำรช็อคได้
ในรำยทีช
่ ็อคจะสั งเกตไดจำกกำรที
ไ่ ขลด
้
้
แตผู
ิ
่ ้ป่วยซึมลง ตัวเย็น หมดสติและเสี ยชีวต
นิยำมในกำรเฝ้ำระวังโรค
•
เกณฑทำงคลิ
นิก (Clinical Criteria)
์
แบงเป็
่ น 2 ชนิด
◦ ไข้เดงกี มีไขเฉี
บ อำกำรอืน
่ ๆ
้ ยบพลัน รวมกั
่
อยำงน
่
้ อย 2 อำกำร
• ปวดศี รษะอยำงรุ
่ นแรง ปวดกระบอกตำ ปวด
กลำมเนื
้อ ปวดกระดูกหรือขอต
ื่ มีอำกำร
้
้ อ
่ มีผน
เลือดออก tourniquet test ให้ผลบวก
◦ ไข้เลือดออก มีไขเฉี
้ ยบพลัน และ tourniquet
test ให้ผลบวกรวมกั
่ ๆ อยำงน
บ อำกำรอืน
่
่
้ อย 1
อำกำร
นิยำมในกำรเฝ้ำระวังโรค
•
•
ั ก
ิ ำร (Laboratory Criteria)
เกณฑทำงห
้องปฏิบต
์
ทัว่ ไป
◦ Complete Blood Count (CBC)
• มีจำนวนเม็ดเลือดขำวตำ่ (< 5,000 เซล/ลูกบำศกมิ
์ ลลิเมตร)
โดยมีสัดส่วน lymphocyte สูง (ในกรณีของไข้เดงกี)
• มีเกล็ดเลือดตำ่ กวำ่ 100,000 เซล/ลูกบำศกมิ
์ ลลิเมตร (ใน
กรณีของไข้เลือดออก)
• มีฮีมำโตคริตเพิม
่ ขึน
้ รอยละ
10 - 20 จำกเดิม (ในกรณีของ
้
ไข้เลือดออก)
◦ Chest x-rays (ในกรณีของไขเลื
้ อดออก)
- จะพบ pleural effusion ไดเสมอ
โดยส่วนใหญจะ
้
่
พบทำงดำนขวำ
แตในรำยที
ม
่ อ
ี ำกำรรุนแรงอำจพบได้
้
่
ทัง้ 2 ข้ำง แตข
่ ้ำงขวำจะมีมำกกวำข
่ ำงซ
้
้ำยเสมอ
นิยำมในกำรเฝ้ำระวังโรค
เกณฑทำงห
ั ก
ิ ำร (Laboratory
้องปฏิบต
์
Criteria)
• จำเพำะ
•
◦ ตรวจพบเชือ
้ ไดจำกเลื
อดในระยะไข้ โดยวิธ ี
้
PCR หรือกำรแยกเชือ
้ หรือ
◦ ตรวจ พบแอนติบอดีจำเพำะตอเชื
อ
้ ในน้ำเหลือง
่
คู่ (paired sera) ดวยวิ
ธ ี Hemagglutination
้
Inhibition (HI) > 4 เทำ่ หรือ ถ้ำน้ำเหลืองเดีย
่ ว
ต้องพบภูมค
ิ ุ้มกัน > 1: 1,280 หรือ
◦ ตรวจพบภูมค
ิ ุมกันชนิด IgM > 40 ยูนิต หรือ
ประเภทผูป
้ ่ วย(Case
Classification)
•
ผู้ป่วยทีส
่ งสั ย(Suspected case) หมำยถึง
ผู้ทีม
่ อ
ี ำกำรตำมเกณฑทำงคลิ
นิก ผู้ป่วยที่
์
เขำข
case) หมำยถึง ผู้ทีม
่ ี
้ ำย(Probable
่
อำกำรตำมเกณฑทำงคลิ
นิก และ มีลก
ั ษณะ
์
อยำงใดอย
ำงหนึ
่ง ดังนี้
่
่
◦ มีผลกำรตรวจเลือดทัว่ ไป
◦ มีผลกำรเชือ
่ มโยงทำงระบำดวิทยำกับผูป
้ ่ วย
รำยอืน
่ ๆ ทีม
่ ผ
ี ลกำรตรวจยืนยันทำง
ห้องปฏิบต
ั ก
ิ ำรจำเพำะ
•
ผู้ป่วยทีย
่ น
ื ยันผล (Confirmed case)
การรักษาโรคไข้ เลือดออก
•
กำรดำเนินโรคไข้เลือดออกแบงเป็
่ น3
ระยะ
o ระยะไข้ 2-7 วัน
o ระยะวิกฤต 24-48 ชัว
่ โมง
o ระยะฟื้ นตัว 2-7 วัน
การดูแลรักษาผูป้ ่ วย
1.
ในระยะไข้สูง จาเป็ นต้องให้ยาลดไข้ ควรใช้ยาพวกพาราเซตามอล ห้ามใช้ยาพวกแอสไพริ น เพราะจะทาให้เกร็ ดเลือดเสี ย
การทางาน จะระคายกระเพาะทาให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น และที่สาคัญอาจทาให้เกิด Reye syndrome ควรให้ยาลด
ไข้เวลาที่ไข้สูงเท่านั้น (มากกว่า 39 องศาเซลเซี ยส) การใช้ยาลดไข้มากไปจะมีภาวะเป็ นพิษต่อตับได้ ควรจะใช้การเช็ด
ตัวช่วยลดไข้ดว้ ย บางรายอาจมีการชักได้ถา้ ไข้สูงมาก โดยเฉพาะเด็กที่มีประวัติเคยชัก หรื อในเด็กอายุนอ้ ยกว่า 6 เดือน
2.
ให้ผปู ้ ่ วยได้น้ าชดเชย เพราะผูป้ ่ วยส่ วนใหญ่มีไข้สูง เบื่ออาหาร และอาเจียน ทาให้ขาดน้ าและเกลือโซเดียมด้วย ควรให้
ผูป้ ่ วยดื่มน้ าผลไม้หรื อ สารละลายผงน้ าตาลเกลือแร่ (โอ อาร์ เอส) ในรายที่อาเจียนควรให้ดื่มครั้งละน้อยๆ และดื่มบ่อยๆ
3.
จะต้องติดตามดูอาการผูป้ ่ วยอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้ตรวจพบและป้ องกันภาวะช็อกได้ทนั เวลา ช็อกมักจะเกิดพร้อมกับไข้
ลดลงประมาณตั้งแต่วนั ที่ 3 ของการป่ วยเป็ นต้นไป ทั้งนี้แล้วแต่ระยะเวลาที่เป็ นไข้ อาการนาของช็อก อาจจะมีอาการเบื่อ
อาหารมากขึ้น หรื อมีอาการถ่ายปัสสาวะน้อยลง มีอาการปวดท้องอย่างกะทันหัน กระสับกระส่ าย มือเท้าเย็น ให้รีบนาส่ ง
โรงพยาบาลทันที
การดูแลรักษาผูป้ ่ วย
4.
5.
เมื่อผูป้ ่ วยไปตรวจที่โรงพยาบาลหรื อสถานพยาบาลที่ให้การรักษาได้ แพทย์จะตรวจเลือดดู
ปริ มาณเกล็ดเลือดและ hematocrit และอาจนัดมาตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของเกร็ดเลือด
และ hematocrit เป็ นระยะๆ เพราะถ้าปริ มาณเกล็ดเลือดเริ่ มลดลงและ hematocrit
เริ่ มสูงขึ้น เป็ นเครื่ องชี้บ่งว่าน้ าเลือดรั่วออกจากเส้นเลือด และอาจจะช็อกได้ จาเป็ นต้องให้สาร
น้ าชดเชย
โดยทัว่ ไปไม่จาเป็ นต้องรับผูป้ ่ วยเข้ารักษาในโรงพยาบาลทุกราย โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในระยะแรก
ที่ยงั มีไข้ สามารถรักษาแบบผูป้ ่ วยนอก โดยให้ยาไปรับประทาน และแนะนาให้ผปู้ กครองเฝ้ า
สังเกตอาการ หรื อแพทย์นดั ให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลเป็ นระยะๆ
กำรวินิจฉัยในระยะแรก
• ตองนึ
กถึงโรคไขเลื
้
้ อดออกในผูป
้ ่ วยทุกรำย
ทีม
่ ไี ขสู
่ ๆไมชั
้ งลอย และมีอำกำรอืน
่ ดเจน
ทัง้ ในเด็กและในผูใหญ
้
่
• ในปัจจุบน
ั พบผูป
้ ่ วยผูใหญ
้
่ (อำยุ >15 ปี ) ติด
เชือ
้ ไวรัสเดงกีม
่ ำกกวำในเด็
ก คือ 60%
่
• ทำ Tourniquet test (TT) ทุกรำย อำจตอง
้
ทำซำ้ ถำยั
้ งให้ผลลบ ทัง้ นี้ TT จะให้ผลบวก
> 90% ในวันที่ 3 ของไขเป็
้
้ นตนไป
• ทำ CBC ทุกวัน เริม
่ ทำอยำงช
้ำในวันที่ 3 ของ
่
ไข้ (ประมำณ 2% ผู้ป่วยจะช็อกในวันที่ 3 ของ
โรค) เมือ
่ มีกำรเปลีย
่ นแปลงของ CBC จะช่วยใน
้
กำร management ผู้ป่วยดังตอไปนี
่
– WBC ≤ 5,000 cells/cumm. และมี Lymphocytosis
แสดงวำภำยในระยะ
24 ชัว
่ โมงขำงหน
่
้
้ ำไขจะลง
้
– Platelet count ≤ 100,000 cells/cumm. ถ้ำเป็ น
ผู้ป่วยไขเลื
กฤตทีม
่ ก
ี ำรรัว่
้ อดออกก็กำลังเขำระยะวิ
้
ของพลำสมำ ถ้ำ Platelet count < 50,000
cells/cumm. น่ำจะนึกถึงวำเป็
่ นผู้ป่วยไขเลื
้ อดออก>
ไข้เดงกี่ ผู้ป่วยไขเดงกี
ค
่ รึง่ หนึ่งอำจมี platelet count
้
< 100,000 cell/cumm.
กำรดูแลในระยะไขสู
้ ง
• ให้ยำลดไข้ paracetamol ถ้ำมีไขสู
่ ้น เช็ด
้ งเทำนั
ตัวดวยน
วยถ
ำไข
ไม
งให้ยำ ไมให
้ำอุนร
้
่ วมด
่
้
้
้ ลงหลั
่
่ ้
ยำถีก
่ วำ่ 4 ชัว
่ โมง (กำรให้ยำลดไข้ Aspirin,
NSAID, steroid จะทำให้มีเลือดออกในกระเพำะ
อำหำรอยำงรุ
่ นแรงได)้
• ให้รับประทำนอำหำรออน
ำย
่ ยอยง
่
่ ถ้ ำ
รับประทำนไดไม
่ งครึง่ หนึ่งของปกติ ต้อง
้ ถึ
แนะนำให้ดืม
่ นม น้ำผลไม้ หรือ น้ำเกลือแร่
• นัดตรวจติดตำมทุกวัน ตัง้ แตวั
่ นที่ 3 ของไขเป็
้ น
ต้นไป กำรทำ CBC เป็ นสิ่ งสำคัญทีส
่ ุดทีจ
่ ะช่วย
ในกำรบอกระยะของโรคไขเลื
่
้ อดออกได้ กอนที
่
Admition criteria
sever vomiting /
fatique
hemoconcentration 10 -20%
afebrile + clinical severe
shock : cold skin , sweating,oliguria
sever abdominal pain
bleeding
conciouse change
ผูป้ กครอง
กำรรับไวในโรงพยำบำล
้
• ในระยะไข้ มี Moderate/ severe dehydration,
มีเลือดออกมำก
• ออนเพลี
ยมำก รับประทำนอำหำรและดืม
่ น้ำไมได
่
่ ้
หรืออำเจียนมำก
• มีเลือดออก
• มี WBC ≤ 5,000 เซล/ลบ.มม. + มี
lymphocytosis + มี platelet ≤ 100,000 เซล/
ลบ.มม. และผูป
ย
้ ่ วยมีอำกำรออนเพลี
่
รับประทำนอำหำรไมค
่ อยได
่
้ มีอำเจียนมำก
(ผู้ป่วยบำงรำยทีม
่ ี WBC มำกกวำ่ 5,000
เล็กน้อย และมี Platelet สูงกวำ่ 100,000
เล็กน้อย ควรไดรั
้ บกำรพิจำรณำรับไวสั
้ งเกต
อำกำรเชนกัน)
• ไข้ลงและอำกำรเลวลง หรืออำกำรไมดี
ึ้
่ ขน
• อำเจียนมำก หรือปวดทองมำก
้
• มีอำกำรช็ อกหรือ impending shock
ไข้ลงและชีพจรเร็วผิดปกติ
capillary refill > 2 วินำที
ตัวเย็นชืน
้ เหงือ
่ ออก ตัวลำย กระสั บกระส่ำย
pulse pressure 20 mmHg. โดยไมมี
่ hypotension เช่น
100/80, 90/70 มม.ปรอท
– hypotension
– ปัสสำวะน้อยลง หรือไมปั
่ สสำวะเป็ นเวลำนำน 4-6 ชม.
–
–
–
–
• มีกำรเปลีย
่ นแปลงของกำรรูสติ
้ เช่น ซึม หรือเอะอะ
โวยวำย หรือพูดจำหยำบคำย (ต้องนึกถึงวำผู
่ ้ป่วยน่ำจะ
มีอำกำรทำงสมองรวมด
วย)
่
้
กำรให้ IV Fluid
• ระยะไข้
– ให้เฉพำะรำยทีม
่ ี moderate to severe
dehydration เมือ
่ แก้ dehydration แลว
้
ให้ลดปริมำณลงให้น้อยทีส
่ ุด โดยไมควร
่
เกิน M/2
– ให้ใน form 5%D/N/2 ถ้ำ WBC >
5,000 cells/cumm. / Platele count >
100,000 cells/cumm.
• ระยะวิกฤต (เมื่อ platelet count ≤ 100,000 cells/cumm.) 24-48
hours
– ปริ มาณ = M + 5% Deficit คิดตาม ideal body weight (IBW)
– ชนิด Isotonic salt solution : 5%DAR, 5%DLR, 5%D/NSS
– ปรับ rate ตามกราฟที่ผปู้ ่ วยมีภาวะช็อก หรื อไม่มี (rate ในผูป้ ่ วยผูใ้ หญ่ดูตามตาราง)
– ระยะเวลาที่ให้ IV fluid 24-48 ชัว่ โมง (ดูตามเวลาที่มี plasma leakage) ถ้าให้
เกินไปจนถึงระยะ reabsorption ผูป้ ่ วยอาจมีภาวะน้ าเกินได้
• การให้ IV fluid ในผูป้ ่ วยที่ช็อก ให้ปริ มาณ M+5%Deficit ใน
24 ชัว่ โมง
– เริ่ มที่ 10 ml/kg/hr ไม่ให้มากกว่านี้เพราะส่ วนเกินจะรั่วเข้าไปในท้องและ
ช่องปอด ทาให้ผปู้ ่ วยมี respiratory distress ในภายหลังได้
– ถ้าวัด BP ไม่ได้ (เป็ นผูป้ ่ วย high risk)ให้ rate free flow 10 -1
5 นาที หรื อจนกว่าจะเริ่ มวัด BP ได้ (ไม่เกิน 1 ชัว่ โมง) หรื อ 20
ml/kg/hr แล้วจึงลด rate เป็ น 10 ml/kg/hr
ข้อควรพิจารณาก่อนส่ งผูป้ ่ วยกลับบ้าน
•
•
•
•
•
ไข้ลงอย่างน้อย 24 ชม. โดยไม่ได้ใช้ยาลดไข้
รับประทานอาหารได้ดี
อาการทัว่ ไปดีข้ ึนอย่างชัดเจน
ปัสสาวะจานวนมาก (> 1-2 ซีซี/กก/ชม.)
Hct ลดลงจนเป็ นปกติ หรื อ stable Hct ที่ 38 - 40% ในรายที่
ไม่ทราบ baseline Hct อย่าง น้อย 2 วันหลังช็อก
กำรดูแลรักษำระยะไข้
•
•
•
•
•
•
•
ยวเทำนั
กำรลดไข้ ใช้paracetamol อยำงเดี
่ ้น
่
(10mg/kg/dose)
ให้ห่ำงกันอยำงน
ดตัวลดไข้
่
้ อย 4-6 ชม. และตองเช็
้
วยเสมอ
รวมด
้
่
ห้ำมให้ ASAหรือNSAIDเพรำะจะเกิดGI bleedไดง้ ำย
่
อำหำรออนย
อยง
ำย
่ งอำหำรสี ดำ แดง และ
่
่
่ หลีกเลีย
น้ำตำล
ดืม
่ นม น้ำผลไม้ และORS
IV fluid จะให้เมือ
่ มี moderate dehydration
Domperidone ถ้ำอำเจียน /H2 blocker ถ้ำมีHx PU
Antibiotics ไมควรให
่ risk ในกำรแพยำ
่
้เพรำะเพิม
้
กำรดูแลรักษำระยะวิกฤต
กำรวินิจฉัยภำวะช็อก/leak ให้เร็ว
ทีส
่ ุด
•
•
•
ยำกถำไม
ได
้
่ วั
้ ดBPหรือจับpulse เนื่องจำก
ช่วงแรกควำมรูสึ้ กตัวดี
ไขลง
้ แต่ ชีพจรเบำเร็ว
Pulse pressure แคบ เช่น 100/80,110/90
•
Capillary refill >2 sec
•
กระสั บกระส่ำย เอะอะโวยวำย พฤติกรรม
กำรดูแลรักษำระยะวิกฤต
•
•
ให้ IV fluid ให้เมือ
่ ขึน
้ 10-20%
่ มีHct เพิม
รวมกั
บ Plt ≤ 100,000/cu.mm
่
ชนิดของIV fluid ตองเป็
น isotonic
้
solution เทำนั
่ ้น
–
•
•
5%D/NSS, 5%DAR, 5%DLR แตถ
่ ำProlong
้
shock ไมควรมี
dextrose
่
ถ้ำเด็ก< 1 ปี ให้5%D/N/2 ไดแต
้ ถ
่ ้ำ shock
ให้5%D/NSSเหมือนกัน
ระยะเวลำให้ IVไมควรเกิ
น24-48ชม. ถ้ำ
่
ไมดี
ึ้ หลัง48 ชม.ควรระวัง complication
่ ขน
กำรดูแลรักษำระยะวิกฤต
•
•
•
เปลีย
่ นIV fluid เป็ น 5%D/NSS ถำPlt
้
≤ 100,000
กำรวินิจฉัยวำผู
่ ้ป่วย shock ให้ดูหลำย
อยำงประกอบกั
นไมใช
่
่ ่ ดู Hct สูงอยำง
่
เดียว
ผู้ป่วยDHF grade 3 ให้
load5%D/NSS 10cc/kg/hr
–
ไมจ
่ ำเป็ นตองให
้
้ถึง 20cc/kg/hr
ขอควรระวั
งในผู้ป่วยDHFในผูใหญ
้
้
่
1. ผู้ป่วยช็ อคจะมีควำมรูสึ้ กตัวดีและcompensate ไดดี
้
ถ้ำไมวั
่ ดBPหรือจับชีพจรจะไมรู่ ว
้ ำก
่ ำลังช็ อค
2. คำนึงถึงunderlying dis : IHD, PU, HT, DM, CRF,
anemia, G6PD deficiency , thalassemia,
Pregnancy
3. ถ้ำพบภำวะshock หำสำเหตุไมได
TT+ve และ
่ และมี
้
wbc<5000 นึกถึง DHF เสมอ
4. ในผู้หญิงต้องซักประวัตป
ิ ระจำเดือนเสมอ ถ้ำมีต้องให้
primalute N
5. ถ้ำปวดทองมำกและมี
ิ ำแกปวด
ประวัตP
ิ Uหรือประวัตย
้
้
ต้องคิดถึง GI bleeding เสมอต้องรีบให้เลือดถำให
้
้ iv
HIGH RISK PATIENT
•
•
•
•
อายุ<1ปี มักมี unusual manifestation +มี
น้าเกินได้ง่าย
ผู้ป่วยอ้วน มักมีปัญหาน้าเกินและภาวะหายใจ
ล้มเหลวอย่างรวดเร็ว
ผู้ป่วยที่มี massive bleeding
ผู้ป่วยที่มีอาการทางสมอง
กำรดูแลผูป
้ ่ วยระยะฟื้ นตัว
•
•
•
•
•
•
•
•
A: good appetite
B:BP stable , wide PP,bradycardia+full
C:convalescent rashตำมแขนขำพบ 30%ของ
case/isching
D:diuresis , hemodilution(38-40%)
หยุดให้ iv fluid
ให้lasix เมือ
่ มีข้อบงชี
่ ้
Bleeding precaution ให้ผู้ป่วยพัก ป้องกันกำรกระทบ
กระแทก
ห้ำมหัตถกำรทีร่ ุนแรง แปรงฟันอยำงระมั
ดระวัง
่
ถำยังไมอยำกทำนอำหำรอำจเกิดจำกทองอืด bowel
ขอควรพิ
จำรณำกอนให
้
่
้ผูป
้ ่ วย
กลับบำน
้
•
•
•
•
•
•
•
•
•
ไข้ลงอยำงน
้ อย 24 ชม.โดยไมได
่
้ ้ยำลดไข้
่ ใช
รับประทำนอำหำรไดดี
้
อำกำรโดยทัว่ ไปดีขน
ึ้ อยำงชั
ดเจน
่
ปัสสำวะจำนวนมำก≥ 2cc/kg/hr
Hct ลดลงจนปกติ/stableที่ 38-40%ในรำยทีไ่ มทรำบ
่
baseline
ถ้ำมีshock ต้องอยำงน
่
้ อย 2 วันหลังช็ อค
ไมมี
่ respiratory distress จำก pleural effusion /
ascitis
ไมมี
่ ๆเช่น dual infection
่ ภำวะแทรกซ้อนอืน
ถำ Plt <50,000 ตอนกลับบำนควรยำ้ ไมใหมีกำรกระทบ
กำรส่งตอผู
่ ้ป่วย
•
•
•
•
•
•
•
DHF grade 4
DHF with bleeding (hypermenorrhea)
Unusual manifestation :seizure ,conscious
change
With pregnancy or Infant
DHF with underlying dis.
DHF with fluid over lode
DHFgrade 3 ทีใ่ ห้ 5%D/NSS 10cc/kg 2ชม.
Hct ยังสูง
กำรดูแลกอนกำรส
่
่ งตอผู
่ ้ป่วย DHF
•
•
•
•
•
•
•
วยทุ
กครัง้
ควรมีแพทย/พยำบำลมำด
้
์
รถrefer ควรมีอุปกรณ ์ resuscitation พร้อมใช้
ควรติดตอมำที
โ่ รงพยำบำลรับrefer ทุกครัง้ กอน
่
่ refer
กำรเขียนใบreferต้องมีประวัตผ
ิ ้ป
ู ่ วย ,เวลำทีa
่ dmit เวลำ
ทีช
่ ็ อค ,dengue chart,I/O record รวมถึงน้ำทุกชนิดที่
กิน, ยำทุกชนิดทีไ่ ดรั
้ บ
ผู้ป่วยควรมีV/S stable กอน
่ refer ควรมี set control iv
ดวยทุ
กครัง้
้
Check iv กอนออกเดิ
นทำง และคอยดูแลให้ไดตำม
่
้
แผนกำรรักษำอยำงเคร
งครั
ดขณะเดินทำง
่
่
Record v/s เป็ นระยะในช่วงเดินทำงถำมี
ั หำให้โทร
้ ปญ
DUAL INFECTION
ก่ อนadmit
•
UTI
GI:diarrhea
pneumonia
•
BONE& MUSCLE
•
•
หลังadmit
•
thrombophlebitis
pneumonia
•
UTI
•
septicemia
•
CAUSE OF DEATH
•
Prolong shock
•
Fluid overlode: puffy eye lids,
tachypnea rapid and full pulse ,
wide PP แต่อาจพบ narrowing PPได้
ในคนอ้วน
,fine crepitation
/wheezing,rhonchi
•
Sever bleeding
สำเหตุของภำวะน้ำเกิน
•
•
ให้iv fluid ตัง้ แตระยะไข
่
้สูงวันแรกๆซึง่ ไมมี
่
ควำมจำเป็ น
ใช้ hypotonic solution (5%D/N/2 ,
5 %D/N/3)
•
ให้iv fluid มำกเกิน และให้นำนกวำระยะเวลำ
่
leakage
•
•
•
ไมคิ
่ ดถึงภำวะinternal bleeding ไมได
่ ให
้ ้เลือด
ไมใช
่ มีข้อบงชี
่ ้ colloid solution เมือ
่ ้
ผู้ป่วยอวนไม
ใช
้
่ ้ ideal BW
การป้องกันและควบคุมโรคไข้ เลือดออก
การปรับมาตรการควบคุมป้ องกันโรคไข้เลือดออกเพื่อรองรับการระบาด
ใหญ่
พ่น ULV โดยใช้เดลต้าเมทริ นเท่านั้น
พ่นวันที่ 1, 7, 14 ในกรณี เกิดผูป้ ่ วยระลอกสอง
(second generetion) อาจพิจารณาพ่นเพิ่มในกลาง
สัปดาห์แรก
มาตรการ 7 ป เพื่อกาจัดลูกน้ ายุงลาย
มาตรการ 7 ป เพื่อกาจัดลูกน้ ายุงลาย
มาตรการ 7 ป เพื่อกาจัดลูกน้ ายุงลาย
มาตรการ 7 ป เพื่อกาจัดลูกน้ ายุงลาย
มาตรการ 7 ป เพื่อกาจัดลูกน้ ายุงลาย
มาตรการ 7 ป เพื่อกาจัดลูกน้ ายุงลาย
มาตรการ 7 ป เพื่อกาจัดลูกน้ ายุงลาย
มาตรการ 7 ป เพื่อกาจัดลูกน้ ายุงลาย
มาตรการ 7 ป เพื่อกาจัดลูกน้ ายุงลาย
กำรป้องกันและควบคุม
แนวทำงที่ ดี
ทีส
่ ุด ้ องกั
คือ นโรค
กำรป
ลวงหน
ำ
่
้
โดยเฉพำะใน ชุมชน โรงเรียน ศูนยเด็
์ กเล็ก
วัด
โดยกำรกำจัดลูกน้ำยุงลำย ให้ดัชนีควำมชุก
กำรพนเคมี
ใช
เมื
อ
่
มี
ผ
ู
ป
วยสงสั
ย
หรื
อ
มี
ก
ำร
่
้
้
่
ลูกน้ำยุงลำย = 0
การป้องกันควบคุมโรค
ให้ ใช้ มาตรการ
3 ร.
55ป.ป.
1 ข.
มือเท้ าเย็น
ความชุ กลูกนา้
ยุงลาย
HI,CI= 0
ใช้ มาตรการ 5 ป
ปิ ด
เปลีย่ น
ปล่ อย
ปรับปรุง
ปฏิบตั ิจนเป็ นนิสัย
มาตรการ 3 ร.
ร : โรงเรือน
คือ บ้ านต้ องไม่ มลี ูกนา้ ยุงลาย
ร : โรงเรียน ศูนย์เด็ก ต้องไม่มลี ูกนา้ ยุงลาย
ร : โรงพยาบาล รพ.สต. ต้องไม่มลี ูกนา้ ยุงลาย
มาตรการ 1 ข.
ขัด
คือ ขัดขอบโอ่ งบริเวณเหนือน้า ทีย่ ุงลายวางไข่
ให้ หลุดออก แล้ วล้ างออก
(ยุงลายมักวางไข่ เหนือนา้ 2-3 ซม.และ
ไข่ จะอยู่ได้ นานมากกว่ า 2 เดือน)
กำรใช้ทรำยเคลือบสำรเคมี กำจัดลูกน้ำ
1. ในภำชนะ ทีเ่ ปลีย
่ นน้ำ
ไมได
่ ้
2.
น้ำ หรื
100
ลิำตร
1. 10
ใช้วิกรั
ธห
ี มว/ ำน
อ
ผ
่
้
ขำวบำงห
อ
1. ไมแนะน
่ ำใส่ซองยำ
่
เจำะรู
2. เพิม
่ ทรำยทุก 3 เดือน
หรือเมือ
่
มีลก
ู น้ำใหม่
กำรพนสำรเคมี
่
1. พนเฉพำะควบคุ
่ รับ
มกำรระบำด เมือ
่
รำยงำนมีผ้ป
ู ่ วย หรือสงสั ย
2. พนให
่
้เสร็จภำยใน 24 ชม.หลังรับแจ้ง
พรอมกั
บกำจัดลูกน้ำ ในหมูบ
ตองให
้
่ ำน
้
้
้
คำ่ HI,CI = 0
3. มีผ้ป
ู ่ วย 1 รำย ให้พนบ
่ ำนผู
้
้ป่วย และรัศมี
อยำงน
่ เี่ ด็ก
่
้ อย 100 เมตร และสถำนทีท
เดินทำงไป วันที่ 0, 3, 7, 14, 21 และทุก 7
วัน จนกวำจะไม
มี
่
่ ผป
ู้ ่ วยรำยใหมติ
่ ดตอกั
่ น
14 วัน
กำรควบคุมโรคไมได
่ ผล
้
คือ มีผ้ป
ู ่ วยเกิดขึน
้ ตอเนื
่
่ ่อง เกิน 28 วัน หลังวันเริม
ป่วยของรำยแรก
สำเหตุ......
1. คำดั
่ ชนีควำมชุกลูกน้ำยุงลำย ไมเท
่ ำกั
่ บ0
ตัง้ แตกำรควบคุ
มโรคครัง้ แรก (ไมเคร
ด
่
่ งครั
่
ในกำรทำลำย)
2. เน้นกำรพน
่ ไมเน
่ ้ นกำรกำจัดลูกน้ำให้ครบ
ทุกภำชนะในชุมชน
3. พนไม
ถู
ำน
ำป
่
่ กวิธ ี เน้นพนนอกบ
่
้ พนเข
่
้ ่ ำ ไม
ปิ ดประตูหน้ำตำง
่
สมุนไพร
ใช้ ไล่ยุง
1. ขยีใ้ บตระไคร้ หอม
2. จุดเทียนตระไคร้ หอมไล่ ยงุ
3. ใบ หรือผิวมะกรู ด วางไล่ ยงุ ใน
บ้ าน หรือห้ องนา้
กำรให้สุขศึ กษำแก่
ประชำชน
ให้ควำมรูแก
เน้นกำรรักษำเร็ว
้ ประชำชน
่
วิธก
ี ำรกำจัดแหลงเพำะพั
นธุ ์
่
ยุงลำย
ทำงกำยภำพ ไดแก
้ ่ กำรปิ ดภำชนะกักเก็บ
น้ำดวยฝำปิ
ด สำหรับภำชนะทีย
่ งั ไมได
้
่ ใช
้ ้
ประโยชนควรจะคว
ำ่ ไว้ สำหรับสิ่ งของทีไ่ ม่
์
มีประโยชนหรื
์ อสิ่ งของเหลือใช้ควรเผำหรือ
ฝังแลวแต
ควำมสะดวก
้
่
• ทำงชีวภำพ คือ กำรปลอยปลำกิ
นลูกน้ำลง
่
ในภำชนะเก็บกักน้ำ สำมำรถขอพันธุปลำ
์
ไดจำกส
ำนักงำนป้องกันควบคุมโรค ศูนย ์
้
ควบคุมโรคติดตอน
่ ำโดยแมลง และ
สำนักงำนสำธำรณสุขจังหวัด
•
กำรพนเคมี
กำจัดยุงตัวเต็มวัย
่
•
•
•
กำจัดยุงลำย ไมว่ ำจะใช
พนเคมี
้ในกรณีใด จะมี
่
่
ผลลดจำนวนยุงอยูเพี
่ ยงระยะสั้ น จำเป็ นตองมี
้
กำรควบคุมแหลงเพำะพั
นธุยุ
วยเสมอ
่
์ งลำยรวมด
่
้
เพือ
่ ส่งเสริมให้กำรควบคุมยุงลำยมีประสิ ทธิภำพ
ในระยะยำว
1.กำรพนฝอยละออง
(Ultra Low Volume or
่
ULV) น้ำยำเคมีจะถูกพนจำกเครื
อ
่ งพนโดย
่
่
แรงอัดอำกำศ ผำนรู
พน
่
่ กระจำยออกมำเป็ น
ฝอยละออง ขนำดเล็กมำก ซึง่ จะกระจำยอยูใน
่
อำกำศเพือ
่ ให้สั มผัสกับตัวยุง เครือ
่ งพนมี
่ ทง้ั แบบ
ติดตัง้ บนรถยนต ์ และแบบสะพำยหลัง
2.กำรพนหมอกควั
น น้ำยำเคมีจะถูกพนโดย
่
่
อำศั ยอำกำศรอนช
้
่ วยในกำรแตกตัวของสำรเคมี
ให้สุขศึ กษำแกประชำชน
่
•
•
•
•
ทยุ,
ทำงสื่ อมวลชน โดยกระจำยขำวทำงวิ
่
โทรทัศน,์ หนังสื อพิมพ,์ เสี ยงตำมสำย หอ
กระจำยขำวตำมหมู
บ
่
่ ำน
้
ทำงโรงเรียน ให้ควำมรูเรื
่ งโรคไขเลื
้ อ
้ อดออกแก่
เด็กนักเรียน หรืออำจให้ควำมรูแก
้ ่ ครูอำจำรยที
์ ่
สอนวิชำสุขศึ กษำ เน้นให้เด็กนักเรียนปฏิบต
ั ต
ิ ำม
่ ำน
รวมทัง้ นำไปถำยทอดให
้
่ บ
้แกที
่
แจกเอกสำรสุขศึ กษำ เช่นแผนพั
่ บ ติดโปสเตอร ์
รูปภำพ ตำมสถำนทีซ
่ ง่ึ ประชำชนมักจะมำชุมนุ ม
กันมำก ๆ
ให้สุขศึ กษำแกประชำชนที
ม
่ ำรับบริกำรทีส
่ ถำน
่
กำรควบคุมเมือ
่ เกิดโรคระบำด
•
•
ประกำศเตือนประชำชนให้ทรำบวำมี
่ โรค
ไข้เลือดออกระบำดในชุมชนนั้น พรอมกั
บให้สุข
้
ศึ กษำแกประชำชนให
ี ำรป้องกันตนเอง
่
้รูจั
้ กวิธก
และครอบครัวไมให
ี ฏิบต
ั ิ
่ ้ยุงลำยกัด ให้ควำมรูวิ
้ ธป
เมือ
่ เด็กป่วยหรือสงสั ยวำป
่ ่ วยเป็ นโรคไขเลื
้ อดออก
และวิธก
ี ำรควบคุมแหลงเพำะพั
นธุยุ
่
์ งลำยในบำน
้
และขอให้ประชำชนให้ควำมรวมมื
อกำจัดแหลง่
่
เพำะพันธุยุ
่ ำจมีหลงเหลืออยูในชุ
มชนให้
์ งลำยทีอ
่
หมดไป
กำรกำจัดลูกน้ำยุงลำยในบำนผู
ป
้
้ ่ วย และบริเวณ
กำรควบคุมเมือ
่ เกิดโรคระบำด
ำหรับกำรควบคุมกำรระบำด คือ
ใช้มำตรกำรเรงด
่
่ วนส
กำรพนเคมี
กำจัดยุงตัวเต็มวัย ทัง้ นี้ทม
ี ควบคุมโรคตองมี
่
้
ควำมพรอมในกำรควบคุ
มพำหะอยำงมี
ประสิ ทธิภำพเมือ
่
้
่
ไดรั
ู ่ วย โดยจะสำมำรถปฏิบต
ั ก
ิ ำรไดทั
้ บแจ้งวำมี
่ ผ้ป
้ นที
ลักษณะกำรพนเคมี
ควรปฏิบต
ั ต
ิ ำมกำรกระจำยของผู้ป่วย
่
ดังนี้
• หำกเกิดมีผ้ป
ู ่ วย ควรดำเนินกำรควบคุมแหลงแพร
โรค
่
่
ในบำนผู
(หมูบ
้ป่วย และ
้
่ ้ำนหรือชุมชน) โดยพนสำรเคมี
่
พืน
้ ทีร่ อบบำนผู
้
้ป่วยในรัศมีอยำงน
่
้ อย 100 เมตร ควรพน
่
อยำงน
ง้ หำงกั
น 7 วัน
่
้ อย 2 ครัง้ แตละครั
่
่
• หำกเกิดมีผ้ป
ู ่ วยกระจำยทัว่ ไปในชุมชนหรือหมูบ
่ ้ำน ควร
พนทุ
ให้มีบริเวณ
่ กหลังคำเรือนในชุมชน และควรพนเคมี
่
กัน
้ กลำง (Barrier Zone) ทีป
่ ลอดยุงรอบชุมชนนั้นดวย
้
•
ผลกำรสำรวจ
•พบตัวโมง่
แสดงวำ่
ไมได
มกำจัดทุก 7 วัน
่ ควบคุ
้
•พบลูกน้ำ
แสดงวำ่
ทำบำง
ไมท
้
่ ำบำง
้
•ถำมี
มำก
้
่
้ ฝนจะพบลูกน้ำหรือตัวโมงได
ขึน
้
หยุด

similar documents