21492 - phanphit.ac.th

Report
เสียง (Sound) หรือ ออดิโอ
(Audio)
จัดทำโดย
เด็กหญิงชนิตกำนต์ ท้ำวแก่น
จันทร์ เลขที่ 17
เด็กหญิงธิดำ ลำกะรินทร์
เลขที่ 22
เด็กหญิงปรียำนำฎ ร่วม
มัลติมีเดีย ซึ่งสำมำรถถ่ำยทอดอำรมณ์ไปยังผูช้ มได้
เช่น กำรใช้เสียงระทึกใจเพื่อทำให้เกิดควำมตื่นเต้น
หรือเสียงนกร้องเพื่อสร้ำงบรรยำกำศตำมธรรมชำติ
ทำควำมรู้จกั กับเสียง (Sound)
เสียง (Sound) อยู่ในรูปแบบของพลังงำน (Energy)
เหมือนกับพลังงำนควำมร้อน (Heat) และพลังงำนแสง
(Light) ที่ สำมำรถถ่ำยทอดจำกที่หนึ่ งไปยังอีกที่ หนึ่ ง
ผ่ำนตัวกลำงที่เกิดจำกกำรสัน่ (Vibrating) ของวัตถุ และ
แปลงพลังงำนที่อยู่ในรูปแบบคลื่นที่ประกอบด้วย
ระดับควำมดังและชนิดของเสียงได้ ดังนี้
ควำมดังของเสียง
ชนิดของเสียง
0
เสียงที่แผ่วเบำที่สดุ ที่หมู นุษย์ได้ยิน
30
เสียงกระซิบ หรือเสียงในห้องสมุดที่เงียบ
สงัด
60
เสียงพูดคุยตำมปกติ เสียงจักรเย็บผ้ำ หรือ
เสียงพิมพ์ดีด
85
เสียงตะโกนข้ำมเขำ หรือพืน้ ที่โล่งกว้ำง
90
เสียงเครื่องตัดหญ้ำ เสียงเครื่องจักรใน
โรงงำน หรือเสียงรถบรรทุก
ของเสียง และระยะเวลำของกำรได้ยิน ดังรำยละเอียดใน
ตำรำงส่วนวิธีกำรป้ องกันที่ดีที่สดุ คือ กำรหลีกเลี่ยงเสียงที่ดงั
จนเกินไป
องค์ประกอบของระบบ
เสียง
กำรนำเสียงจำกธรรมชำติมำใช้งำนบนคอมพิวเตอร์ต้อง
ผ่ำนกระบวนกำรบันทึก (Record) จัด (Manipulate) และเล่นเสียง
(Playback) แต่ก่อนที่ จะผ่ำนกระบวนกำรเหล่ำนี้ จำเป็ นต้องรับ
และแปลงเสียงให้อยู่ในรูปแบบที่เหมำะสม โดยใช้เครื่องมือ
สำหรับประมวลผลและแปลงเสียงต้นฉบับให้เป็ นสัญญำณ
สำยไม่โครโฟนสู่เครื่องขยำยเสียง และสำมำรถบันทึกเสียงได้
ด้วยกำรแปลงพลังลังงำนเสียงให้เป็ นพลังงำนไฟฟ้ ำ
สำมำรถแบ่งแบ่งชนิดของไมโครโฟนตำมลักษณะโครงสร้ำง
ได้เป็ น 2 ได้แก่ ไดนำมิกไมโครโฟน (Dynamic Microphone) และ
คอนเดนเซอร์ไมโครโฟน (Condenser Microphone)
- ไดนำมิคไมโครโฟน (Dynamic Microphone)หรือ มูฟวิ่งคอยล์
ไมโครโฟน (Moving Coil Microphone)
- คอนเดนเซอร์ไมโครโฟน (Condenser Microphone)
นอกจำกนี้ ยงั สำมำรถแบ่งชนิดของไมโครโฟนตำมทิศ
ทำงกำรรับเสียงได้เป็ น 3 ชนิด ได้แก่
- ไมโครโฟนชนิดรับเสียงรอบทิศทำง (Omni Directional Microphone)
กับไมโครโฟนหรือเครื่องขยำยเสียง
สำมำรถแบ่งลำโพงออกเป็ น 2 ชนิดได้แก่ ลำโพงแบบไดนำมิก
(Dynamic Speaker) และลำโพงชนิดเสียงทุ้ม (Woofer) กับลำโพลง
ชนิดเสียงแหลม (Tweeter)
- ลำโพงแบบไดนำมิก (Dynamic Speaker)
- ลำโพงชนิดเสียงทุ้ม (Woofer) และลำโพงชนิดเสียงแหลม
(Tweeter)
อุปกรณ์ ผสมสัญญำณเสียง
(Audio Mixer)
ซึ่งกำรแก้ไขและจัดกำรแทร็กเสียงต่ำงๆ จะไม่ส่งผล
ดนตรีแบบดิจิตอล (Digital Audio)
กำรเข้ำรหัสเสียงลงบน CD เพลงทัวไปให้
่
มีคณ
ุ ภำพสูง
จะต้องได้มำตรฐำน ISO 10149 หรือที่เรียกว่ำมำตรฐำน “Red Book”
มำตรฐำนนี้ ได้กำหนด Sampling Rate ไว้ที่ 44.1 KHz และ Sampling Size
อยู่ที่ 16 บิต ซึมำตรฐำนดังกล่ำวยังถูกใช้มำจนถึงปัจจุบนั
โดยทัวไปเสี
่
ยงดิจิตอลจะอยู่ในช่วงควำมถี่ 44.1 kHz, 22.5 kHz
และ 11.025 kHz ซึ่งมีขนำดกำรสุ่มสัญญำณ (Sampling Size) เป็ น 8
และ 16 บิต โดยที่อตั รำกำรสุ่มและขนำดกำรสุ่มที่สงู กว่ำจะให้
คุณภำพของเสียงที่ดีกว่ำ แต่จะต้องใช้เนื้ อที่บนฮำร์ดดิสก์
เพื่อเก็บข้อมูลมำกขึน้ โดยคุณภำพของสัญญำณดิจิตอลจะ
ขึน้ อยู่กบั ปัจจัยต่ำงๆ ดังนี้
Transmission) และอุปกรณ์ บน
ั ทึกเสียง (Audio Recording Device)
กำร์ดเสียง (Sound Card)
กำร์ดเสียง (Sound Card) เป็ นอุปกรณ์ควบคุมเสียงที่สำมำรถเพิ่มลงใน
สล็อต PCI หรือ PCI Express บนเมนบอร์ดของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยจะ
เชื่อมต่อละทำงำนร่วมกับอุปกรณ์ต่ำงๆ บนคอมพิวเตอร์ แต่ใน
ปัจจุบนั ได้มีกำรผลิตกำร์ดเสียงที่ใช้เชื่อมต่อจำกภำยนอกผ่ำนพอร์ต
ต่ำงๆได้
องค์ประกอบสำคัญของ
กำร์ดเสียงมี ดังนี้
องค์ประกอบพืน้ ฐำนที่อยู่ภำยในกำร์ดเสียง ได้แก่
กำรประมวลผลไฟล์เสียงมีอยู่ 2 ชนิด ดังนี้
- Wave File เป็ นไฟล์ของคลื่นเสียงในรูปแบบอนำล็อก
- MIDI File เป็ นไฟล์ที่ต้องกำรชิปสำหรับสังเครำะห์เสียงแบบมิดี้
อุปกรณ์ถ่ำยทอดสัญญำณเสียง (Audio
Transmission)
กำรถ่ำยทอดข้อมูลเสียงระหว่ำงอุปกรณ์ที่ต่ำงกัน ต้องอำศัยอุปกรณ์ที่
ใช้ถ่ำยทอดสัญญำณเสียงระหว่ำงผูร้ บั และผูส้ ่ง ซึ่งมีรปู แบบเดียวกัน
โดยอุปกรณ์สำหรับถ่ำยทอดสัญญำณเสียงที่สำคัญมีดงั นี้
- Phone Audio Jack
- RCA Jack
- XLR Audio Connector
- Compact Disc Digital Audio System
- Digital Audio Tape (DAT)
- Digital Data Storage (DDS)
- Digital Compact Cassette (DCC)
แล้วทำกำรทดสอบเสียงที่ได้ และนำไฟล์เสียงไปใช้งำนต่อไป
กำรบันทึกหรือกำรนำเข้ำข้อมูลเสียง
กำรบันทึกเสียง เป็ นกำรนำเสียงที่ได้จำกกำรพูด กำรเล่นเครื่อง
ดนตรีหรือเสียงจำกแหล่งต่ำงๆ เช่นเสียงน้ำตก ฟ้ ำร้อง หรือเสียงสัตว์
มำทำกำรจัดเก็บลงในหน่ วยควำมจำ เพื่อนำไปใช้งำนตำมต้องกำร
โดยคุณภำพเสียงที่บนั ทึกจะขึน้ อยู่กบั ฮำร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์มที่ใช้ใน
กำรบันทึก ซึ่งเสี่ยงที่ได้จำกกำรบันทึกสำมำรถแบ่งได้เป็ น 2 รูปแบบ คือ
Synthesize Sound เป็ นเสียงที่เกิดจำกตัววอเครำะห์เสียง ที่ เรียกว่ำมิดี้ โดย
ข้อมูลของตัวโน้ ตจะถูกส่งไปยัง Synthesize Chip เพื่อทำกำรแยกเสียงว่ำเป็ น
เสียงดนตรีชนิดใด ส่วนเสียงอีกรูปแบบคือ Sound Data เป็ นเสียงที่ได้จำก
กำรแปลงสัญญำณอนำล็อกเป็ นสัญญำณดิจิตอล ซึ่งมีขนำดของไฟล์
ใหญ่กว่ำเสียงชนิดแรก
สิ่งสำคัญก่อนบันทึกเสียง คือ จะต้องทำกำรเลือก Sampling Rate
จัดสรรเวลำของกำรแสดงผลให้สมั พันธ์กบั องค์ประกอบต่ำงๆ ที่ใช้งำน
ร่วมกับเสียง
รูปแบบไฟล์เสียง
กำรจัดเก็บไฟล์เสียงสำมำรถทำได้หลำยรูปแบบ โดยรูปแบบของกำรบีบ
อัดไฟล์เสียงจะมี 2 วิธี คือ “Lossless Compression” เป็ นไฟล์เสียงที่รกั ษำข้อมูลไว้อย่ำง
ครบถ้วน ไม่มีกำรสูญหำยของข้อมูล ไฟล์ชนิดนี้ จะมีขนำดใหญ่ แต่คณ
ุ ภำพ
เสียงดี ส่วนอีกวิธี คือ Lossy Compression วิธีนี้จะตัดข้อมูลเสียงบำงส่วนออกไป ทำ
ให้รำยละเอียดของเสียงหำยไป แต่ไฟล์จะมีขนำดเล็ก โดยไฟล์เสียงแต่ละชนิด
จะมีรำยละเอียด
รูปแบบกำรบีบอัดข้อมูล และลักษณะกำรนำไปใช้งำนที่ต่ำงกัน ดังนี้
- WAV (Waveform Audio)
- AIFF (Audio Interchange File Format)
- MIDI (MIDI)
- AU (Audio)
- MP3 (MPEG Layer III)
- VOC (Voice)
ซอร์ฟแวร์สำหรับเล่นไฟล์ออดิโอ
ในปัจจุบนั ซอร์ฟแวร์ที่ใช้เล่นไฟล์เสียงมีอยู่มำกมำย ซึ่งบำง
ซอร์ฟแวร์กส็ ำมำรถแสดงได้ทงั ้ ภำพและเสียง โดยหัวข้อนี้ จะกล่ำวถึง
ซอร์ฟแวร์ต่ำงๆที่สำคัญ ดังนี้
- Windows Media Player
- Winamp
- Multimedia System (XMMS)
- RealPlayer
- Musicmatch Jukebox
- JetAudio
- iTunes
- Quintessential Player
- Sonique
- XMPlay
- Beep Media Player (BMP)
- MusikCube
วัตถุประสงค์หลักในกำรนำเสียงเข้ำมำประยุกต์ใช้กบั
งำนด้ำนมัลติมิเดีย คือ เพื่อให้เข้ำใจถึงเนื้ อหำที่ ต้องกำรนำ
สนอและลดกำรสื่อสำรข้อมูลในรูปแบบที่ซำ้ ซ้อน (Redundancy)
รวมถึงเพิ่มโอกำสกำรสื่อสำรข้อมูลผ่ำนช่องทำงที่
หลำกหลำยยิ่งขึน้ ก่อนจะนำเสียงมำใช้ควรทำควำมเข้ำใจ
เกี่ยวกับเสียงประเภทต่ำงๆดังนี้
เสียงที่นำมำใช้กบั งำนด้ำนมัลติมิเดียมีหลำยประเภท
ได้แก่ เสียงพูด (Speech) เสียงเพลง (Music) เสียงเอฟเฟ็ กต์ (Sound
Effect)
พิเศษประกอบกำรนำเสนอ หรือเสียงพูด
2.) เป็ นต้น ซึ่งต้องกำหนดตำแหน่ งหรือเวลำในกำรแสดงเสียงให้
เหมำะสมด้วย
3.)ตัดสินใจว่ำจะใช้เสียงแบบมิดี้ หรือใช้เสียงแบบดิจิตอลที่ ไหนและ
เมือ่ ไหร่
4.)พิจำรณำว่ำจะสร้ำงข้อมูลเสียงขึน
้ มำเองหรือซื้อสำเร็จรูปมำใช้งำนจึง
จะเหมำะสม
5.)นำไฟล์เสียงมำทำกำรปรับแต่งให้เหมำะสมกับมัลติมิเดียที่ ออกแบบ
แล้วนำมำรวมเข้ำกับงำนมัลติมิเดียที่ทำกำรผลิต
6.) ทดสอบกำรทำงำนของเสียงให้มนใจว่
ั ่ ำ เสียงที่นำเสนอมี
ควำมสัมพันธ์กบั ภำพในงำนมัลติมเดียที่ผลิตขึน้ หำกไม่สมั พันธ์กนั
ต้องทำตำมขัน้ ตอนที่ 1 ถึง 4 ซำ้ แล้วให้ทดสอบใหม่จนกว่ำจะได้ผลลัพธ์
ที่ดีที่สดุ
เสียง(Audio) เป็ นองค์ประกอบหนึ่ งที่นิยมนำมำใช้กบั งำนด้ำน
มัลติมีเดีย ซึ่งสำมำรถถ่ำยทอดบรรยำกำศและอำรมณ์ต่ำงๆไปยังผูช้ ม
ได้ ดังนัน้ กำรเลือกใช้เสียงกับงำนมัลติมีเดียอย่ำงเหมำะสมย่อมสร้ำง
ควำมรู้สึกที่ดีและน่ ำประทับใจแก่ผชุ้ มงำนนำเสนอได้
- เสียง(Audio) อยู่ในรูปของแบบพลังงำน(Energy)
- คลื่นเสียงประกอบด้วยคุณสมบัติทำงฟิสิกส์
- เสียงจำกธรรมชำติที่สำมำรถนำมำใช้บนคอมพิวเตอร์
- อุปกรณ์ สำคัญที่ควบคุมสำหรับกำรทำงำนและเล่นไฟล์เสียง
- กำรจัดเก็บไฟล์เสียงในมัลติมีเดีย
- ซอฟต์แวร์ใช้งำนเกี่ยวกับภำพและเสียง
- กำรนำเสียงมำประยุกต์ใช้งำนกับมัลติมีเดีย
เอกสำรอ้ำงอิง
ทวีศกั ด์ ิ กำญจนสุวรรณ (2552).เทคโนโลยี
มัลติมีเดีย (Multimedia Technology). กรุงเทพ:หจก.
ไทยเจริญกำรพิมพ์.
>’< ขอบคุณคะ่
>’<

similar documents