ดูงาน

Report


สาเหตุ
เกิดจากการมีฮอร์โมนสเตอรอยด์ในเลือดสูงกว่าปกติ
•ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการใช้ยาสเตอรอยด์ นานๆ มักจะพบมากในวัย
กลางคน
•ส่วนน้อยอาจเกิดจากต่อมหมวกไต สร้างฮอร์โมนสเตอรอยด์มากผิดปกติ
ซึ่งอาจเป็นเพราะมีเนื้องอกของต่อมหมวกไตหรือเนื้องอกของส่วน
อื่น ๆ (เช่น มะเร็งปอด รังไข่ ตับ หรือ ไต) ที่สร้างฮอร์โมนออกมาก
กระตุน้ ให้ตอ่ มหมวกไตทางานมากเกินไป
อาการ
 มักจะค่อย
ๆ เกิดขึน้ ช้า ๆ ในระยะแรกจะพบว่าผูป้ ่วยหน้า
อูม จนหน้ากลมเป็นพระจันทร์และออกสีแดงเรื่อๆ มีก้อน
ไขมันเกิดขึน้ ทีต่ น้ คอด้านหลัง แลดูเป็นหนอก ซึ่งทางภาษา
แพทย์ เรียกว่า อาการหนอกควาย (buffalo’s hump)
 รูปร่างอ้วน โดยจะอ้วนมากตรงเอว (พุงป่อง) แต่เขนขา
กลับลีบเล็กลง ผู้ป่วยจะรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และ
ซึมเศร้า
 ผิวหนังบางและมีจาเขี
้ ยวพรายย้าง่ายเวลาถูกกระทบ
กระแทก
อาการ
 มักมีสิวขึ้นและมีขนอ่อนขึ้นทีห่ น้า
ลาตัวและแขนขา
กระดูกอาจผุกร่อน มักทาให้มีอาการปวดหลัง (เพราะ
กระดูกสันหลังผุ)
 อาจมีความดันโลหิตสูง หรือ มีอาการของเบาหวาน
 ผู้หญิงอาจมีเสียงแหบห้าว และมีขนมากแบบผูช้ าย
ประจาเดือนมักจะออกน้อยหรือไม่มาเลย
 ผู้ป่วยอาจไม่มีความรู้สึกทางเพศ อาจมีอารมณ์
แปรปรวน หรือกลายเป็นโรคจิต
การวินิจฉัย
1. อาจจะด้วยการตรวจหาคอร์ตซิ อลในปัสสาวะซึ่งเก็บหนึง่
วัน 2. อาจใช้วิธฉี ีดเด็กซาเมทาโซนไปบล็อกสมองไม่ให้ผลิต
ฮอร์โมนกระตุ้นต่อมหมวกไตแล้วดูระดับสะเตียรอยด์ เพราะเมือ่ ไม่
มีฮอร์โมนกระตุน้ ต่อมหมวกไตต้องลดการผลิตสะเตียรอยด์ลง ถ้า
สะเตียรอยด์ไม่ลด แสดงว่ามีเนือ้ งอกหรืออะไรอย่างอืน่ มาช่วย
ผลิตด้วย
3. เจาะเลือดหรือตรวจน้าลายดูระดับคอร์ตซิ อลตอนห้าทุ่ม
เพราะรอบปกติของร่างกายจะผลิตสะเตียรอยด์ตาสุ
่ ดในตอนดึก
การวินิจฉัย
4. ฉีดเด็กซาเมทาโซนไปบล็อกการปล่อยฮอร์โมนกระตุน้ ต่อมหมวกไต
แล้วเจาะดูระดับสะเตียรอยด์ หลังจากนัน้ จึงฉีดฮอร์โมน CRH ซึ่งกระตุน้
ต่อมใต้สมองให้ปล่อยฮอร์โมนกระตุน้ ต่อมหมวกไต (ACTH) แล้วเจาะดู
ระดับคอร์ตซิ อลอีกที วิธีนี้เรียกว่า dexamethasont – CRH test
เมื่อพิสจู น์ได้วา่ เป็นคุชงิ่ ซินโดรมแล้ว ก็ต้องมาหาสาเหตุดว้ ยการตรวจ
ภาพต่อมหมวกไตด้วย CT หรือ MRI เพื่อดูวา่ มีเนื้องอกหรือไม่ ในกรณีที่
สงสัยก็อาจจะตรวจภาพของต่อมใต้สมองด้วย
การรักษา
 กรณีได้รับสะเตียรอยด์จากภายนอก
เช่น ยาหม้อ ยา
เมือง ยาลูกกลอน ก็เลิกกินซะ
 กรณีสะเตียรอยด์เกิดจากเนื้องอกภายใน ก็รักษาด้วยการ
ผ่าตัดออก
สาเหตุ
กลุ่มอาการโซลลิงเจอร์-เอลลิสัน คือ โรคที่เกิดจาก
ความผิดปกติของฮอร์โมนแกสตรินที่เพิ่มขึน้ ทาให้กระเพาะ
อาหารหลัง่ กรดไฮโดรคลอริกออกมามากเกินไป ซึ่งมีสาเหตุ
มาจากเนือ้ งอกตรงบริเวณตับอ่อนที่เป็นอวัยวะทีท่ าหน้าที่
ผลิตฮอร์โมนแกสตริน
อาการ
 อาการปวดท้อง
(Epigastric pain) ที่จะหายไปเมื่อได้รับ
ประทานอาหาร
 อาเจียนเป็นเลือดในบางครั้ง (Hematemesis)
 ประสบกับความไม่สะดวกในการรับประทานอาหาร
 ถ่ายเป็นมันขาวขุ่น มีกลิ่นเหม็นมาก (Steatorrhea)
 ท้องร่วง
การรักษา
ยายับยัง้ ปั๊มที่หลัง่ โปรตอน (Proton pump inhibitor)
และยาลดการหลัง่ กรด (H2 blocker) ถูกใช้เพือ่ ชะลอการหลัง่
กรดให้ช้าลง การรักษาให้หายขาดทาได้โดยการผ่าตัดเนือ้ งอก
ออกไป หรือทาการเคมีบาบัด
โรค gigantism อาจเรียกอีก
อย่างนึงว่า ภาวะยักษ์ ที่เรียกว่า
ภาวะยักษ์ เพราะผูป้ ่วยมีอาการ ตัง
สูงใหญ่กว่าคนปกติ แต่สัดส่วนของ
ร่างกาย เท่าเดิมทุกอย่าง มักจะเกิด
ตั้งแต่เด็ก
สาเหตุ
ในวัยเด็กได้รับ ฮอร์โมนชนิดหนึง่ ที่ผลิตจากต่อมใต้สมอง
ที่ชื่อ Growth Hormone (GH) มากเกินไป ซึ่งฮอร์โมนนี้จะทา
หน้าที่สร้างความเจริญเติบโตของร่างกาย เมื่อร่างกายมีการผลิต
Growth Hormone (GH) มากจนเกินไป ก็ทาให้รา่ งกายใหญ่โต
ดังรูป โดยผู้ป่วยในส่วนมาก จะมีความสูงเกิน 200
เซนติเมตร (2 เมตร)
อาการ
รูปร่างสูงใหญ่ อาจสูงได้ถึง 270
เซนติเมตร แต่หากเกิดตอนโตเต็มทีแ่ ล้ว
คือหลังอายุ 18 ปี จะทาให้กระดูกใบหน้า
กระดูกนิว้ มือ นิ้วเท้า โตผิดปกติ ใบหน้า
เป็นรูปสามเหลีย่ ม หน้าจั่ว จมูกใหญ่
กระดูกแก้มโหนก เรียกว่า อะโครเมกาลี่
(Acromegaly)
การรักษา
1.รักษาด้วยยา มีทั้งกินและฉีด ยากินคือ บรอมโมคริบตีน
2.รักษาโดยการผ่าตัดสมองผ่านทางช่องจมูก ซึ่งมักจะทา
หลังจากทีร่ กั ษาด้วยยาแล้วไม่ได้ผล หรือมีปญั หาก้อนเนื้อ
กดทับประสาทตา
3.รักษาโดยการฉายรังสี เพื่อให้ก้อนเนื้องอกยุบ
เบาจืด เป็นภาวะทีร่ ่างกายไม่สามารถเก็บรักษา สมดุล
ของน้าในร่างกาย ทาให้มีอาการถ่ายปัสสาวะออกบ่อยมาก
และกระหายน้ามากคล้ายโรคเบาหวาน แต่ปัสสาวะจะมี รส
จืด จึง เรียกว่า เบาจืด โรคนี้พบได้นอ้ ยมาก พบได้ทั้งเด็ก
และผูใ้ หญ่
สาเหตุ
เกิดจากต่อมใต้สมองสร้างฮอร์โมนต้านการขับปัสสาวะ
ที่มีชื่อว่า เอดีเอช หรือมี ชื่อเรียกอีกชือ่ หนึง่ ว่า เวโซเพรส
ซิน ได้น้อยกว่าปกติ ฮอร์โมนนีม้ ฤี ทธิช์ ว่ ยให้ร่างกายเก็บกัก
น้า โดยยับยัง้ ไม่ให้ไตขับปัสสาวะ ออกมากกว่าปกติ เมื่อ
ร่างกายขาดฮอร์โมนนีก้ จ็ ะมีการขับปัสสาวะ ออกมากกว่า
ปกติ หรือเป็นผลจากการใช้ยาบางชนิด
อาการ
 ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะออกบ่อยและมาก
กระหายน้าและดืม่ น้า
มาก ชอบดื่มน้าเย็นมากเป็นพิเศษ ปากมักจะแห้งอยูเ่ สมอ
 จะมี อาการอยูต่ ลอดเวลาทัง้ กลางวันและกลางคืน แม้นอนหลับ
ตอนกลาง คืนก็มักจะลุกขึ้นมาปัสสาวะและดืม่ น้าคืนละหลายครั้ง
 ผู้ป่วยมักถ่าย ปัสสาวะวันละเกิน 5 ลิตร (ถ้าเป็นรุนแรงอาจมาก
ถึงวันละ 20 ลิตร) ปัสสาวะมักจะไม่มีกลิ่น ไม่มีสีและมีรสจืด
การรักษา
การรักษาโรคนีใ้ นคน ไข้เบาจืดทีป่ สั สาวะไม่บ่อย
มาก ประมาณวันละ 2-3 ลิตร ควรทาแค่เพียงดืม่ น้า
ทดแทนก็พอ คือ ไม่ต้องใช้ยาเลย แต่ถ้าคนไข้มอี าการ
รุนแรงมาก กล่าวคือ มีอาการกระหายน้าบ่อย ปัสสาวะ
บ่อยมาก กรณีนจี้ าเป็นจะต้องใช้ยาช่วย และการปฏิบตั ิ
ตัวทีถ่ ูกต้องก็เป็นสิง่ ที่สาคัญสาหรับคนไข้โรคนี้
สาเหตุ
เบาหวาน เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมน
อินซูลนิ ไม่เพียงพอ อันส่งผลทาให้ระดับน้าตาลในกระแสเลือดสูงเกิน
โรคเบาหวานจะมีอาการเกิดขึ้นเนื่องมาจากการที่ร่างกายไม่สามารถใช้
น้าตาลได้ อย่างเหมาะสม ซึ่งโดยปกตินาตาลจะเข้
้
าสูเ่ ซลล์ร่างกายเพือ่ ใช้
เป็นพลังงานภายใต้การควบคุม ของฮอร์โมนอินซูลนิ ซึ่งผู้ที่เป็น
โรคเบาหวานร่างกายจะไม่สามารถนาน้าตาลไปใช้งานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
อาการ
 ปวดปัสสาวะบ่อย
ครั้งขึ้น เนื่องจากในกระแสเลือดและ
อวัยวะต่างๆมีนาตาลค้
้
างอยู่มาก ไตจึงทาการกรองออกมาใน
ปัสสาวะ ทาให้ปัสสาวะหวาน
 กระหายน้า และดืม
่ น้าในปริมาณมากๆต่อครั้ง
 อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายไม่มีเรีย
่ วแรง
 เบื่ออาหาร
อาการ
 น้าหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
โดยเฉพาะถ้าหากน้าหนักเคย
มากมาก่อน อันเนื่องมาจากร่างกายไม่สามารถนาน้าตาลไปสร้าง
พลังงานได้เต็มที่จึงต้องนา ไขมันและโปรตีนจากกล้ามเนือ้ มาใช้
ทดแทน
 ติดเชื้อบ่อยกว่าปรกติ
 สายตาพร่ามองไม่ชัดเจน
 อาการชาไม่ค่อยมีความรู้สกึ
 อาจจะมีอาการของโรคหัวใจ และโรคไต
การรักษา
1. ควบคุมระดับน้าตาลในเลือดให้อยูใ่ นระดับที่เหมาะสมตลอด
ชีวิต
2. ป้องกันหรือชะลอโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น (สมอง ใจ ไต ตา
ขา แผล)
3. เพิ่มคุณภาพชีวิตของผูป้ ่วย คือให้มีชวี ิตอยูไ่ ด้อย่างปกติสุข
และมีคุณภาพ
4.นอกจากนีเ้ รายังจาเป็นต้องควบคุมระดับความดันโลหิต โดย
ระดับความดันโลหิตที่
แหล่งอ้างอิง
http://th.wikipedia.org/wiki
http://board.palungjit.com/f9/%.html
http://www.suriyothai.ac.th/th/node/2175
http://visitdrsant.blogspot.com
http://www.chaiwbi.com
สมาชิกกลุ่ม 6
1. น.ส. กิตติพร เหลืองรุ่งรัส
เลขที่ 7ก. (จัดเรียงข้อมูล)
2. น.ส. พัฒนียา ปาอ้าย
เลขที่ 10ก. (จัดเรียงข้อมูล)
3. น.ส. ศุภรัตน์ ณรงค์หนู
เลขที่ 6ข. (หาข้อมูล)
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1

similar documents