ppt กระบวนการประเมินภายนอกรอบสาม

Report
กระบวนการประเมิน
คุณภาพภายนอก
ประกอบดวย
้ 3 ระยะ ไดแก
้ ่
1) กอนการตรวจเยี
ย
่ ม
่
2) ระหวางตรวจเยี
ย
่ ม
่
3) หลังการตรวจเยีย
่ ม
ระยะกอนตรวจเยี
ย
่
ม
่
ขัน
้ ต ผู้รับผิด
อน
ชอบ
กิจกรรม
๑
คณะผู้
ประเมิน
ภายนอก
ประธานผู้
ประเมินเรียก
ประชุมเพือ
่
มอบหมายงาน
ให้ผู้ประเมิน
๒
คณะผู้
ประเมิน
ภายนอก
คณะผู้ประเมิน
จัดประชุม
วางแผน
เตรียมการ
๓
คณะผู้
ประเมิน
แจ้งสถานศึ กษา
เพือ
่ เตรียมความ
คาอธิบาย
๑. ประธานคณะผู้ประเมินประชุมชีแ
้ จง
แนวทางการดาเนินงานและมอบหมาย
งานเพือ
่ วิเคราะห ์ SAR
๒. คณะผู้ประเมินวิเคราะห ์ SAR และสรุป
ประเด็นการพิจารณาเพือ
่ เตรียมพรอม
้
ดาเนินการตอไป
่
คณะผู้ประเมินภายนอกรวมกั
นวางแผน
่
เตรียมการตรวจเยีย
่ มและกาหนดตาราง
การปฏิบต
ั งิ าน และมอบหมายภาระงาน
ให้แกผู
ดเจนและนัดวัน
่ ้ประเมินอยางชั
่
ตรวจเยีย
่ ม
๑. คณะผู้ประเมินแจ้งสถานศึ กษากอนเข
า้
่
ประเมินไมนอยกวา ๑ สั ปดาห
่
สถานศึ กษา
ขัน
้ ต ผู้รับผิด
อน
ชอบ
กิจกรรม
คาอธิบาย
๑
คณะผู้
ประเมิน
ภายนอก
คณะผู้ประเมิน
เดินทางไป
สถานศึ กษา
คณะผู้ประเมินเดินทางไปยังสถานศึ กษา
ตามกาหนดวัน เวลาที่
ไดนั
้ ดหมายกับสถานศึ กษา (เวลาการ
ตรวจเยีย
่ ม ๓ วัน)
๒
คณะผู้
ประเมิน
ภายนอก
คณะผู้ประเมิน
ประชุมชีแ
้ จง
แนวทาง
วัตถุประสงคของ
์
การประเมิน
พร้อมทัง้ แนว
ทางการประเมิน
๓
คณะผู้
ประเมิน
ภายนอก
คณะผู้ประเมิน
ดาเนินการ
ประเมินตามที่
วันแรกคณะผู้ประเมินประชุมชีแ
้ จงแก่
ผู้บริหารและบุคลากรของสถานศึ กษา
เพือ
่ ให้ทราบกระบวนการและวัตถุประสงค ์
ของการประเมินและแจ้งแผน/ตารางการ
ปฏิบต
ั งิ านตลอดจนการปฏิบต
ั ต
ิ นของ
สถานศึ กษาระหวางการตรวจเยี
ย
่ มและ
่
สถานศึ กษาเตรียมเอกสารหลักฐาน/ความ
พร้อมรับการประเมิน
๑. คณะผู้ประเมินดาเนินการประเมินตาม
ขอบขายและประเด็
นทีก
่ าหนด
่
๒. คณะผูประเมินนาขอคนพบทีไ่ ดมา
สถานศึ กษา
ขัน
้ ต ผู้รับผิด
อน
ชอบ
๑
คณะผู้
ประเมิน
ภายนอก
กิจกรรม
คณะผู้ประเมิน
จัดทาราง
่
รายงานฯ เพือ
่
ส่งให้
สถานศึ กษา
พิจารณา
คาอธิบาย
๑. คณะผู้ประเมินรวมกั
นจัดทาราง
่
่
รายงานผลการประเมินคุณภาพจาก
ข้อมูลหลักฐานทัง้ หมดทีร่ วบรวมได้
ตามกรอบของ สมศ.
๒. คณะผู้ประเมินเสนอรางรายงานผล
่
การประเมินตอสถานศึ
กษาภายใน
่
๒๐ วัน นับจากวันสุดท้ายของการ
เตรียมประเมินฯ เพือ
่ ให้สถานศึ กษา
รับรอง (ราง)
รายงานการประเมินฯ
่
๓. สถานศึ กษาไดรั
รายงานผล
้ บ (ราง)
่
การประเมินและพิจารณารับรอง
(ราง)
รายงานการประเมินฯ ภายใน
่
๒๐ วัน นับจากวันทีไ่ ดรั
้ บ หากพ้น
กาหนดเวลาดังกลาวจะถื
อวายอมรั
บ
่
่
(ราง)
รายงานการประเมินโดยไมมี
่
่ ขอ
้
ระยะหลังการตรวจเยีย
่ ม
สถานศึ กษา
ขัน
้ ต ผู้รับผิด
อน
ชอบ
กิจกรรม
คาอธิบาย
๓
สมศ.
สมศ.พิจารณา
สมศ.พิจารณารับรองมาตรฐานฯ พร้อม
รับรองรายงาน
จัดส่งสถานศึ กษา
และพิจารณา
และตนสั
้ งกัด
รับรองมาตรฐาน
สถานศึ กษา
๔
สมศ.
สมศ.รายงานผล
การประเมิน
คุณภาพและ
มาตรฐาน
การศึ กษา
ประจาปี
๑. สมศ.จัดทารายงานการประเมิน
คุณภาพฯ ตอคณะรั
ฐมนตรี
่
รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึ
กษาธิการ
่
เผยแพรรายงานต
อหน
่
่
่ วยงานที่
เกีย
่ วของและสาธารณชน
้
๒. กรณีทผ
ี่ ลการประเมินของสถานศึ กษา
ไมได
ก
่ าหนดให้สมศ.
่ มาตรฐานตามที
้
การเก็บรวบรวมขอมู
้ ล
การเก็บรวบรวมขอมู
้ ตอนทีส
่ าคัญสาหรับการ
้ ลเป็ นขัน
ประเมินฯ ซึ่งทาได้ ๓ วิธ ี คือ
๑. การศึ กษาจากเอกสาร (รายงานประจาปี , รายงานการ
ประเมินตนเอง, รายงานการประชุม, รายงานการวิจย
ั ที่
เกีย
่ วของกั
บสถานศึ กษานั้นๆ เอกสารรายงานผลที่
้
เกีย
่ วกับผลสั มฤทธิท
์ างการเรียน เป็ นต้น)
๒. การสั มภาษณ ์ (สั มภาษณบุ
้ ่
์ คคลเป้าหมาย ไดแก
ผู้บริหารสถานศึ กษา, ครู-อาจารย ์ นักเรียน นักศึ กษา
ผู้ใช้นักศึ กษา เป็ นต้น)
๓. การสั งเกต เป็ นการเก็บขอมู
ิ า
้ ลโดยตรงจากปฏิกริ ย
ทาทางของกลุ
มเป
่
่ ้ าหมาย หรือเหตุการณ ์ หรือ
ปรากฏการณ ์ หรือสภาพแวดลอมที
เ่ กิดขึน
้ ในขณะใด
้
ตัวอยางการเก็
บรวบรวมขอมู
่
้ ลรูปแบบ
ตางๆ
่
ดานผู
้
้เรียน
วิธก
ี า
ร
การดาเนินงาน
สั งเกต ๑. สั งเกตผู้เรียนในการตอบคาถามเพือ
่ ให้รู้จักคิดวาเด็
่ กสามารถตอบคาถาม
หรืออธิบายให้ผู้อืน
่ เขาใจได
หรื
้
้ อไม่
๒. สั งเกตผลงานทางวิชาการของผู้เรียนจากนิทรรศการแสดงผลงานผู้เรียน
๓. สั งเกตสภาพแวดลอมของชั
น
้ เรียน
้
๔. สั งเกตการมีส่วนรวมของเด็
กในการทากิจกรรมรวมกั
นในชัน
้ เรียน
่
่
๕. สั งเกตจากการทีผ
่ ้เรี
ู ยนประดิษฐคิ
ทยาศาสตรใน
์ ดคนการทดลองทางวิ
้
์
รายวิชาวิทยาศาสตร ์ เช่น ไขตกไม
แตก
โดยใช้วัสดุน้อยชิน
้ ทีส
่ ุด เป็ นตน
่
่
้
๖. สั งเกตการทากิจกรรมกลุมในห
่
้องเรียนวาผู
่ ้เรียนมีการช่วยกันอภิปรายและ
สรุปหัวขอที
่ รูมอบหมายหรือไม่
้ ค
๗. สั มภาษณผู
ยนวิชาวิทยาศาสตรว์ าเมื
่ นากระดาษ
์ ้เรียนในระหวางการเรี
่
่ อ
ลิตมัสจุมน
่ นเป็ นสี เหลืองเกิดจากสาเหตุใด และมีสารชนิด
่ ้าส้มสายชูจะเปลีย
ใดอีกทีจ
่ ะทาให้กระดาษลิตมัสเปลีย
่ นเป็ นสี เหลือง เพราะเหตุใด เป็ นตน
้
๘. สังเกตจากากรเรียนของผู้เรยนในการแสดงความคิดเห็นและการตอบคาถามในแต่ละรายวิชาที่เรียนผ่านไปแล้ ว
ตัวอยางการเก็
บรวบรวมขอมู
่
้ ลรูปแบบ
ตางๆ
่
ดานผู
้
้เรียน (ตอ)
่
วิธก
ี าร การดาเนินงาน
สั มภา
ษณ ์
ศึ กษา
เอกสา
ร
๑. ถามผู้เรียนดวยค
าถามทีข
่ น
ึ้ ตนด
“ทาไม” “เหตุใด” “อยางไร”
เพือ
่ ให้
้
้ วย
้
่
ผู้เรียนตอบโดยใช้ความคิด
๒. ทดสอบตัง้ โจทยปั
่ ให้ผู้เรียนตอบ เพือ
่ ตรวจสอบวาผู
์ ญหาเพือ
่ ้เรียน
สามารถแสดงความคิดดานวิ
เคราะห ์ สั งเคราะห ์ หรือจินตนาการไดเพี
้
้ ยงใด
๓. สั มภาษณผู
่ ให้แสดงความคิดเห็นเกีย
่ วกับการทดกิจกรรมและ
์ ้เรียนเพือ
ความกลาในการแสดงออกระหว
างท
ากิจกรรม
้
่
๔. สั มภาษณข
่ ไปของสถานศึ กษาจากผู้เรียนและถามความคิดเกีย
่ วกับ
์ อมู
้ ลทัว
สถานศึ กษาในฝันตามความคิดเห็นของผู้เรียน
๑. ดูจากโครงงานทีใ่ ห้ผู้เรียนจัดทาขึน
้
๒. ดูผลงานผู้เรยนจากแฟ้มสะสมงาน
๓. อานข
อเสนอแนะของผู
่ ต
ี อสถานศึ
กษาของตนเอง
่
้
้เรียนทีม
่
๔. อานรายงานการสอนและบั
นทึกการเรียนการสอนของครูประจาชัน
้
่
ตัวอยางการเก็
บรวบรวมขอมู
่
้ ลรูปแบบ
ตางๆ
่
ดานครู
้
วิธก
ี าร การดาเนินงาน
สั งเกต
สั มภา
ษณ ์
๑. สั งเกตการสอนของครูวามี
่ การจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนไดฝึ
้ กคิดวิเคราะห ์
สั งเคราะห ์ คิดจินตนาการหรือไม่
๒. สั งเกตกระบวนการเรียนการสอนในชัน
้ เรียน เช่น วิธก
ี ารนาเสนอและ
เข้าสู่บทเรียน รูปแบบและกิจกรรมทีจ
่ ด
ั เตรียม การใช้จิตวิทยาในการ
กระตุนและเร
้
้าความสนใจ
๓. สั งเกตพฤติกรรมผู้เรียนในห้องเรียน เช่น ปฏิสัมพันธระหว
างผู
์
่
้เรียนกับ
ครู การสนองตอบทางดานทั
กษะการพูดและการเขียน เป็ นตน
้
้
๔. สั งเกตแผนการสอนของครู เช่น ภาพรวมตลอดภาคเรียนเปรียบเทียบ
กับแผนการสอนรายชัว
่ โมงทีผ
่ ้ประเมิ
ู
นภายนอกทาการสั งเกต เป็ นตน
้
๑. สั มภาษณครู
ี ารสอนให้ผู้เรียนรู้จักคิด
์ ถงึ วิธก
๒. สั มภาษณครู
ู
ย
่ วกับการเตรียมการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร ์
์ ผ้สอนเกี
๓. สั มภาษณครู
ู
ย
่ วกับการวางแผนการสอนรายวิชาคณิตศาสตร ์
์ ผ้สอนเกี
การทาสื่ อการเรียนการสอนเพือ
่ ให้ผู้เรียน
ตัวอยางการเก็
บรวบรวมขอมู
่
้ ลรูปแบบ
ตางๆ
่
ดานครู
(ตอ)
้
่
วิธก
ี าร การดาเนินงาน
การศึ ก ๑. ศึ กษา วิเคราะห ์ แผนการสอนของครูวามี
่ การจัดกิจกรรมใดทีเ่ น้นให้ได้
ษา
ฝึ กการคิดวิเคราะห ์ คิดสั งเคราะห ์ คิดจินตนาการ
เอกสา ๒. ศึ กษานโยบาย ปรัชญา ปณิธาน/วิสัยทัศน พันธกิจ เปาหมาย
์
้
ร
แผนปฏิบต
ั ก
ิ ารของสถานศึ กษาวามี
่ การแสดงความตระหนักถึงการทาให้
ผู้เรียนเกิดคุณภาพดานการคิ
ดวิเคราะห ์ คิดสั งเคราะห ์ และคิดจินตนาการ
้
๓. ดูผลงานของผู้เรียนจากสมุดจด สมุดการบาน
เอกสารประกอบ โดย
้
การเปรียบเทียบเป้าหมายกับผลงานการสอน ผลสั มฤทธิผู
์ ้เรียนกับสิ่ งทีผ
่ ้สอน
ู
คาดหวังไว้กอนด
าเนินการสอน
่
๔. ดูสื่อการเรียนการสอนทีค
่ รูสรางขึ
น
้ และนาไปใช้ประกอบการเรียนการสอน
้
อยางหลากหลาย
่
๕. แบบประเมินผลการจัดการเรียนรู้
๖. โครงสรางหลั
กสูตร
้
ตัวอยางการเก็
บรวบรวมขอมู
่
้ ลรูปแบบ
ตางๆ
่
ดานผู
้
้บริหาร
วิธก
ี าร การดาเนินงาน
สั มภา
ษณ ์
๑. สั มภาษณผู
์ ้บริหารสถานศึ กษาวามี
่ การส่งเสริมสนับสนุ นการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอนทีเ่ น้นผู้เรียนเป็ น
สาคัญอยางไรบ
าง
่
้
๒. สั มภาษณผู
่ วกับพฤติกรรมโดยรวมของผู้เรียน
์ ้บริหารเกีย
ศึ กษา
เอกสา
ร
๑. ดูแผนการปฏิบต
ั งิ านและแผนการดาเนินงานของสถานศึ กษาในปี ปจ
ั จุบน
ั
และแผนงานในอนาคตลวงหน
่
้า
๒. การจัดตารางสอนของสถานศึ กษา
๓. ศึ กษารายงานประจาปี เพือ
่ ดูภาพรวมของสถานศึ กษา
างๆ
การเก็บรวบรวมข้อมูลดานต
่
้
๑. ดานสุ
ขภาพรางกาย
้
่
๑.๑
ทีห
่ ้องพยาบาลอาจดูวามี
ั ทึกเด็กป่วยบอยมาก
่ บน
่
น้อยเพียงใด
๑.๒ มีบน
ั ทึกน้าหนัก ส่วนสูงหรือไม่ ถ้ามีก็น่าจะดูไดว
้ า่
เป็ นไปตามเกณฑหรื
์ อไม่
๑.๓ วิชาพลศึ กษา ผลสั มฤทธิน
์ ่ าจะเป็ นตัวชีว้ ด
ั ดานสุ
ขภาพ
้
ได้
๑.๔ ภาพรวมในห้องเรียนมีเด็กลาป่วยบอยหรื
อไม่
่
๑.๕ การสั งเกตเด็กวามี
มาก
่ เด็กผอมมากๆ หรืออวนมากๆ
้
เกินไปหรือไม่ โดยเฉลีย
่
จะมีเด็กทีผ
่ อมมากกวาเกณฑ
ไม
่
์ เกิ
่ น ๒% ของ
จานวนผู้เรียน
๑.๖ มีกจ
ิ กรรมกีฬานอกหลักสูตรมากน้อยเพียงใด เช่น
กีฬาสี กีฬาระหวางร.ร.
่
การเก็บรวบรวมข้อมูลดานต
างๆ
้
่
๒. ดานสุ
ขภาพจิตใจ
้
๒.๑ สั งเกตสี หน้าเวลาเรียน / รับประทานอาหาร / เวลาทักทาย
วาร
อตึงเครียด
่ าเริ
่ งแจมใสหรื
่
๒.๒ ดูบน
ั ทึกวามี
ั หาพฤติกรรมชกตอย
ถูกลงโทษ
่ เด็กมีปญ
่
เพียงใด มีพฤติกรรมกาวร
าวหรื
อไม่ พูดจาหยาบคายหรือไม่
้
้
๒.๓ ดูวน
ิ ย
ั เด็กวามาสาย
ลา ขาดเรียน ติดเกมมากน้อยเพียงใด
่
๒.๔ มีร้านเกมอยูใกล
สถานศึ
กษาหรือไม่
่
้
๒.๕ สั มภาษณพ
ั หาระหวางเพื
อ
่ นๆ ในโรงเรียน
่ แม่ วามี
่ ปญ
่
์ อ
หรือไม่ มีปัญหาพฤติกรรม ถูกเพือ
่ นรังแกหรือเพือ
่ นลอหรื
อไม่
้
๒.๖ เด็กชอบมาโรงเรียนหรือไม่
๒.๗ เด็กมีวน
ิ ย
ั มีความรับผิดชอบดีหรือไม่
๒.๘ สั มภาษณพ
ว่ าเด็
อไม มีความเป็ นผู้นา
่
่ กกลาแสดงออกหรื
้
์ อแม
หรือไม่ ชอบช่วยเหลือเพือ
่ นหรือไม่ มีสานึกจิตอาสา
(volunteer) หรือไม่ บุคลิกภาพเป็ นอยางไร
่
๒.๙ หากมีชน
้ั มัธยมศึ กษาตอนปลายให้พิจารณาดูวามี
ั หาวัยรุน
่ ปญ
่
การตรวจสอบความถูกตองและความ
้
่ ถือของขอมู
น่าเชือ
้ ล
การตรวจสอบแบบ ๓ เส้า คือ การพิจารณา
ความถูกตอง
ความสอดคลอง
และความ
้
้
น่าเชือ
ี าร ดังนี้
่ ถือ จาก ๓ กลุม
่ ๓ วิธก
๑. ตรวจสอบข้อมูลจากกลุมผู
่ วของ
๓ กลุม
่ เกี
้ ย
้
่
ไดแก
้ ่
๑.๑ ผู้จัดการศึ กษา (คก.สถานศึ กษา, ผู้บริหาร
, ครู ตนสั
้ งกัด และสมาชิกสมาคมศิ ษยเก
่
์ า)
๑.๒ ผู้รับผลประโยชนโดยตรง
(นักเรียน,
์
ผู้ปกครอง)
๑.๓ ผูไดรับผลกระทบ (ชุมชน, สาธารณชน,
การตรวจสอบความถูกตองและความ
้
่ ถือของขอมู
น่าเชือ
้ ล
การตรวจสอบแบบ ๓ เส้า คือ การพิจารณา
ความถูกตอง
ความสอดคลอง
และความ
้
้
น่าเชือ
ี าร ดังนี้
่ ถือ จาก ๓ กลุม
่ ๓ วิธก
๒. ตรวจสอบขอมู
ี ารเก็บรวบรวมข้อมูล ๓
้ ลจากวิธก
วิธ ี ไดแก
้ ่
๒.๑ การศึ กษาวิเคราะหเอกสาร
หลักฐาน
์
ข้อมูลสถิต ิ
๒.๒ การสั งเกต
๒.๓ การสั มภาษณ ์

similar documents