กลุ่ม 1-3-7-10-13 - STREE-KM

Report
การเลือกหน่วยประมวลผลกลาง(CPU)
• การเลือกการเลือกหน่วยประมวลผลกลาง(CPU)เป็ นสิ่ งแรกที่คานึงถึง
เพราะซีพียเู ป็ นตัวที่กาหนดอุปกรณ์อื่นๆ ความเร็ วของเครื่ องขึ้นอยูก่ บั
ซีพียแู ทบทั้งสิ้ น การเลือกซีพียมู ีวิธีพิจารณาการเลือกดังนี้
1.ความเร็ วของซีพียู
ความเร็ วของซีพียใู ช้สญ
ั ญาณนาฬิกาเป็ นตัวกาหนดมีหน่วยเป็ น เฮิรตซ์
(Hz) ในปัจุบนั ซีพียนู ้ นั มีความเร็ วระดับ กิกะเฮิรตซ์(GHz) ยิง่ มีค่ามากยิง่
ทาให้ทางานเร็ วมากเท่านั้น
เช่น Intel Core 2 Duo 2.66GHz
2.หน่วยความจาแคช
• หน่วยความจาแคช (Cache) เป็ นหน่วยความจาหนึ่งที่ทาหน้าทีเ่ ก็บข้อมูล
ที่ซีพียใู ช้บ่อยๆ เพื่อส่ งให้ซีพียู ซึ่งจะทางานร่ วมกับแรมเพื่อเป็ นการ
เชื่อมต่อข้อมูลระหว่า2อุปกรณ์ให้เชื่อมต่อกัน ยิง่ แคชมากก็ยงิ่ เร็ ว มี3
ระดับ ดังนี้
• แคชระดับที่1 (L1) เป็ นแคชขนาดเล็กสุ ด 32-128 KB
แลอยูใ่ กล้ชิดCPUสุ ด
• แคชระดับที่2(L2) มีขนาดใหญ่ข้ ึนทาการเก็บข้อมูลจาก
แรมเป็ นหลัก
• แคชระดับ3(L3) คัน่ ระหว่างแรมกับL2 มีขนาดใหญ่ประมาณ2-8MB
และอยูใ่ กล้บสั เพื่อถ่ายโอนข้อมูลไปส่ วนต่างๆได้เร็ วขึ้น
3.บัส
• บัส(BUS) คือการนาไฟฟ้าเดินข้ อมูลจากจุดหนึง่ ไปจุดหนึ่ง บัสใน
คอมพิวเตอร์ หมายถึงบัสข้ อมูล(Data bus) มีหน่วยเป็ น เฮิรตซ์
(Hz) จะมีคา่ FSB เช่น FSB 1066 เป็ นต้ น
4.ผูผ้ ลิตซีพียู
• มี2ค่ายหลักๆ ได้แก่
1.Intel เป็ นผูผ้ ลิตรายแรกและรายใหญ่ที่สุดในโลก
ซี พียทู ี่ทาง Intel ผลิตดังนี้คือ
1.CELERON-D
เป็ นซี พียทู ี่อยูใ่ นตลาดระดับล่าง โดยจะออกแบบให้ใช้กบั การทางานพื้นฐาน
ต่างๆ และมีราคาที่ต่า เหมาะสาหรับผูใ้ ช้งานที่ไม่ตอ้ งการอะไรมากนัก ใช้โปรแกรม
ทางด้านพื้นฐานเป็ นพอ ทั้ง ดูหนังฟังเพลง หรื อแค่เล่นอินเตอร์เน็ต เล่นเกมส์เฟร
ชบาง สามารถใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาเลยครับ
2. CELERON-Duo Core
สาหรับ CELERON-Duo Core นีไ้ ด้ พฒ
ั นามาจาก CELERON-D รุ่ นเดิม แต่เปลี่ยน
มาผลิตจากที่เป็ น ซิ งเกอร์คอร์มาเป็ น ดูอลั คอร์ เพื่อเพิ่มประสิ ทธิภาพให้การทางานดีข้ ึน
3.INTEL Duo Core
เป็ นซีพียทู ี่มีความเร็ วมากกว่า CELERON ตอบสนองการใช้งานได้
มากกว่า โดยได้พฒั นาจาก ซีพียรู ุ่ น Pentiumนั้นเอง โครงสร้างก็เป็ น
แบบ Duo Core คือมีลกั ษณะเป็ น 2 หัว
4.INTEL CORE 2 DUO
เป็ นซีพียทู ี่พฒั นามาจาก INTEL Duo Core โดยจะมีเลข 2 ก็หมายถึง
พัฒนามาเป็ นรุ่ นที่ 2 นัน่ เองครับ โดยจะมีการเพิ่ม L 2 เพิ่มขึ้นจาก Duo
Core มีอยู่ 2MB มาเป็ น 3MB และมีความเร็ วบัสเพิ่มขึ้นด้วย
5.INTEL CORE 2 QUAD
เป็ นซีพียทู ี่ได้มีการพัฒนาจาก INTEL CORE 2 DUO โดยการนา
INTEL CORE 2 DUO มารวมกันเป็ น เป็ น 1ตัวได้ท้ งั หมดถึง 4 หัวเลย และ
ยังช่วยการใช้พลังงานที่ลดลงกว่า เดิมอีกด้วย
6. CORE 2 QUAD Extreme
เป็ นการนาเอา INTEL CORE 2 DUO มารวมตัวกันโดยเป็ นการ
แยกการทางานโดยอิสระ และมีการแบ่งการทางาน ของ L2 เป็ น 2 ส่ วน
ซึ่งเป็ น ซีพียทู ีมีราคมสูงมาก
7.Intel Core i7
เป็ นซีพียทู ี่ ใหม่ล่าสุ ดที่เริ่ มขายแล้ว ซึ่งยังมีราคาที่สูงอยู่ และถือ
ได้วา่ เป็ น ซีพียทู ี่มีความเร็ วสูงที่สุดเลยก็วา่ ได้ โดยมีการเพิ่ม แคชระดับ
L3 ที่นามาใช้ถึง 4-8 MB และมีการลองรับ Dual Channel DDR3 เป็ น
ครั้งแรก ซึ่งจะต้องทางานกับแรม 3 แผงขึ้นไป เพราะฉะนั้นเราต้องใช้
แรม 3 แผงเป็ นอย่างต่า
2. AMD เป็ นผูผ้ ลิตที่นอกเหนือจาก Intel ที่เข้ามาแย่งตลาดกัน โดยจะมี
ราคาที่ถูกกว่าเมือเปรี ยบเทียบกับประสิ ทธิภาพ โดยจะมีซีพียขู องด้วย
AMD ดั้งนี้
1. SEMPRON
Sempron เป็ นซีพียทู ี่อยูใ่ นตลาดระดับล่างของ AMD เป็ นซีพียทู ี่มา
ราคาถูกและตอบสนองการใช้งานด้านพื้นฐานต่างๆได้ดี
2. AMD 940 X2
เป็ นซีพียู ที่มีความเร็ วมากกว่า Sempron ขึ้นมาอีกหน่อย เพราหรับ
คนที่ใช้งานพื้นฐานทัว่ ไปและก็เล่นกราฟิ กบาง เป็ นหรื อเกมส์บา้ ง
พอสมควร ที่ราคาไม่แพง รองรับ HyperTransport
3. PHENOM X3
เค้าบอกว่า 3 หัวดีกว่า 2 หัว ก็เลยได้มีการผลิต 3 หัวออกมาจา
หน่วยกัน โดยพัฒนามาจากCPU AMD 940 X2 เพิ่มมาอีก 1หัว
4. PHENOM X4
สาหรับตัวนี้มีการเพิ่มมาอีก 1 หัวเพื่อเพิ่มไประสิ ทธิภาพในการ
ทางานแต่ราคานั้นสูง
HyperTransport เป็ นเทคโนโลยีของ AMD ที่ใช้ในการติดต่อสื่ อสาร
กันได้อย่างอิสระ ระหว่าง คอร์ต่าง ๆ และหน่วยความจาภายใน
เครื่ อง ซึ่งสามารถ ปรับความกว้างของการรับ/ส่ งของของข้อมูล เป็ น
ระบบบัสที่พฒั นาขึ้นให้มีประสิ ทธิภาพสูงกว่า FBS
การเลือกเมนบอร์ด(Main board)
• เมนบอร์ดเป็ นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีความสาคัญเช่นกัน เพราะเป็ น
แผงวงจรที่เชื่อมต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ภายในทั้งหมด ที่สาคัญจะมี
อุปกรณ์ที่สาคัญหลายอย่างที่ติดมาพร้อมกับเมนบอร์ด เพราะฉะนั้น
คุณภาพในการใช้งานขึ้นอยูก่ บั การเลือกซื้อด้วย โดยจะมีข้ นั ตอนการ
เลือกซื้อดังต่อไปนี้
1.ซ็อกเก็ต
ซ็อกเก็ตมีตาแหน่งที่ติดตั้ง ซี พียู ซึ่ งจะเลือกซ็อกเก็ตแบบไหนนั้นขึ้นอยูก่ นั ที่เราเลือก
ซื้ อซี พียดู ว้ ย ไม่วา่ จะเป็ นซ็อกเก็ตไหนเราก็ตอ้ งที่จะเลือกซี พียนู ้ นั ก่อน ถึงที่จะเลือก
ในขั้นต่อไปได้ ซึ้ งได้ทาการเปรี ยบเทียวกับการเลือกซื้ อ ซี พียู ก่อนหน้านี้แล้ว
2.. ซิ ปเซ็ต
ซิ ปเซ็ตมีความสาคัญอย่างยิง่ เพราะเป็ นสิ่ งที่รองรับเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงรองรับ
อุปกรณ์ต่างๆด้วย ควนที่จะคานึงถึงตรงนี้ก่อนครับ ว่าเข้ากับอุปกรณ์อะไรบ้าง โดย
จะมีซิปเซตอยู่ 2 แบบก็คือ
- North Bridge
เป็ นซิ ปเซตที่ควบคุมการทางานที่ควบคุมอุปกรณ์หลักใหญ่ๆ เลยได้แก่
ซี พียู แรมและ สล็อตของการ์อจอด้วย
- South Bridge
เป็ นซิ ปเซต ที่ควบคุมอุปกรณ์ที่นอกเหนือจาก North Bridge ที่ควบคุม
อยู่ จะเป็ นอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ และสล็อตต่างๆด้วย
ยีห่ ้ อของซิปเซต
ยีห่ อ้ ของซิปเซตก็มีความสาคัญเช่นกันเพราะเทคโนโลยีต่างๆ เริ่ มต้นจากตรงนี้เพราะฉะนั้น
แล้วแต่ล่ะยีห่ อ้ งจะมีความสามารต่างกันเช่นกัน จะขอยกตาอย่างผูผ้ ลิตของซิ ปเซตต่างๆ ดังนี้
-ของ SiS เป็ นซิปที่มีจาหน่ายมานานแล้ว เคยได้รับความนิยมในช่วงหนึ่งและมีราคาค่อยข้างที่
จะถูกด้วย แต่ในช่วงหลังมีคู่แข่งที่มีเทคโนโลยีที่เหนือกว่า
-ของ VIA ซึ่งชิปนี้ได้รับความนิยมเมื่อก่อนเช่นกัน แต่ในปัจจุบนั ก็ยงั นิยมใช้อยูใ่ นเรื่ องของ
เทคโนโลยีแล้วก็ถือว่ายังไม่พฒั นาเท่าที่ควร แต่กส็ ามารถใช้งานได้ในระดับหนึ่งเหมาะสาหรั
บการใช้งานพื้นฐานทัว่ ไปได้
-ของ Intel สาหรับคนที่ใช้ซีพียขู อง Intel เท่านั้น หากเปรี ยบเทียบแล้วคนที่ซีพียขู องอิน
เทล ต้องขอบอกว่าเป็ นซิปเซตที่ดีที่สุด เพราะในเรื่ องของเทคโนโลยีแล้ว และก็ประสิ ทธิภาพ
การใช้งาน ถืดว่าดีที่สุด
-ของ nVidia ส่ วนใหญ่แล้วจะใช้กบั ซีพียขู อง AMD เป็ นส่ วนมาก และจะเน่นในเรื่ องของการ
สนับสนุนอุปกรณ์ใหม่ๆได้ดีมาก
3.สล็อกต่ างๆ
เป็ นสิ่ งสาคัญมากในการเลือกซื้อเช่นกัน เพราะว่าจะเลือกแบบมี ที่ใส่ แรม
หรื อสล็อก PCI มาแค่ไหนขึ้นอยูก่ บั ความต้องการว่าจะมีอุปกรณ์ใดมาเสริ ม
อีกหรื อไม่
4.หน่ วยความจารอมไบออส
ไบออส BIOS (Basic Input Output System) หรื ออาจเรี ยกว่าซีมอส (CMOS)
เป็ นชิพหน่วยความจาชนิด หนึ่งที่ใช้สาหรับเก็บข้อมูล และโปรแกรมขนาด
เล็กที่จาเป็ นต่อการบูตของระบบคอมพิวเตอร์ โดยในอดีต ส่ วนของชิพรอม
ไบออสจะประกอบด้วย 2 ส่ วนคือ ชิพไบออส และชิพซีมอส ซึ่งชิพซีไปออส
จะทาหน้าที่ เก็บข้อมูลพื้นฐานที่จาเป็ นต่อการบูตของระบบคอมพิวเตอร์
ส่ วนชิพซีมอสจะทาหน้าที่ เก็บโปรแกรมขนาดเล็ก ที่ใช้ในการบูตระบบ และ
สามารถเปลี่ยนข้อมูลบางส่ วนภายในชิพได้ ชิพไบออสใช้พ้นื ฐานเทคโนโลยี
ของรอม ส่ วนชิพซีมอสจะใช้เทคโนโลยีของแรม
5.ยีห่ ้ อ
ในปัจจุบนั มียหี่ อ้ ต่างๆมากมายที่ ผลิตเมนบอร์ดขึ้นมาใช้งานเป็ นจานวนมาก
หลายยีห่ อ้ เราควรที่จะคานึงถึงประสิ ทธิภาพเป็ นสาคัญ เพราะบางยีห่ อ้
อาจจะราคาถูกแต่ไม่ได้คุณภาพเลย รวมไม่ถึงความเสถียนของเมนบอร์ด
ด้วย อาจจะไปยังเว็บบอร์ดต่างๆ หรื อเว็บที่เค้ารี วิว ให้เรารู ้ถึง
ประสิ ทธิภาพ รวมไปถึงการสอบถามไปยังคนที่ได้ลองใช้แล้วเป็ น
อย่าง สมควรซื้อหรื อไม่ และการทางานว่าเป็ นอย่างไร และก็การรับประกัน
จากตัวแทนจาหน่ายด้วย ส่ วนมากในปัจจุบนั จะรับประกันถึง 3 ปี เพราะใน
บางครั้งทางร้านเองก็อาจจะไม่สามารให้ขอ้ มูลได้ตรงกับข้อมูลจริ งถ้ายังไง
เราควรที่จะหาข้อมูลจากเว็บไซต์ผผู ้ ลิตโดยตรงจะถูกต้องกว่า
การเลือกซื้อแรม(RAM)
• 1.ประเภทของแรม
1.1 DDR 2
สาหรับ DDR 2 นันมี
้ ความนิยมเป็ นอย่างยิ่งในขนาดนี ้ถือเป็ นแรมตลาด เพราะในปั จจุบนั นี ้เมนบอร์ ด
เองก็สามารถรองรับการทางานของแรมชนิดนี ้ได้ หมดแล้ ว แล้ วราคาในขณะนี ้ก็มีราคาที่ไม่แพงเลยเมื่อ
เทียบกับชนิดอื่นๆ และในเรื่ องของความเร็วก็สามารถใช้ ได้ เร็ วมากเลยที่เดียว มีความเร็วตังแต่
้ 4001,066 MIz ใช้ แรงดันไฟฟ้ า 1.8 V
1.2 DDR3
เป็ นแรมประเภทมี่พงึ่ มาใหม่ลา่ สุดเลย ซึง่ มีความเร็วสูงสุด ถึง 1,600-2,000 MHz แล้ วใช้
แรงดันไฟฟ้ าแค่เพียง 1.5 V เท่านัน้ ถือได้ ว่ามีความเร็วสูงกว่าทุกประเภทแต่ปัจจุบนั นี ้ได้ มี DDR4
มาแล้ วเอาไว้ คราวหน้ าตอนที่มีคนใช้ เยอะๆ จะมาเล่าให้ ฟังนะครับ ส่วนราคาตอนนี ้ยังสูงอยู่ แต่ถ้าใคร
ต้ องการซื ้อหรื อมีตงั พอไม่ขดั ครับ เพราะว่ากาลังจะเป็ นที่นิยมกันแล้ ว แต่ต้องดูด้วยว่าเมนบอร์ ดของ
เรานันรองรั
้
บหรื อไม่ เพราะว่ายังมีเมนบอร์ ดที่ยงั ไม่รองรับอีกเยอะครับ ที่สาคัญ DDR3กับ DDR2
ใช้ สล็อตเดียวกันไม่ได้ เพราะฉะนันแล้
้ วไม่ต้องกลัวว่าจะใส่ผิด
2.หน่ วยความจา
แรมนั้นมีหน่วยความจาหลัก ที่จาเป็ นต้องการความจาสู งเพื่อประสิ ทธิภาพ
ของการทางานเครื่ องคอมพิวเตอร์ดว้ ย โดยหน่วยความจาของแรมนั้น มี
หน่วยเป็ น GHz ยิง่ มีความจามากก็ทาให้เครื่ องเราเร็ วขึ้นไปด้วย ราคมของ
แรมที่มีความจุสูงๆ เดี่ยวนี้ราคาไม่แพงมากนัก แต่กค็ วรที่จะดูวา่ ขนาดไหน
เหมาะกับเรา เพื่อจะได้ไม่สิ้นเปลืองมากกว่าปกติ
3.ความเร็ว
ความเร็ วหรื อว่า บัสของแรมนั้นก็มีความสาคัญเพาะเป็ นส่ วนหนึ่งที่ช่วยให้
การถ่ายโดนข้อมูลได้เราขึ้น ซึ่งก็ได้กล่าวไปแล้วา่ ประเภทของแรมนั้นก็มี
ความเร็ วที่แตกต่างกัน แล้วก็ตอ้ งขึ้นอยูก่ บั เมนบอร์ดเราอีกนั้นล่ะว่าจะ
รองรับได้มากแค่ไหน หรื อถ้าใครซื้อแรมชนิดไหนก็ได้ที่มีความเร็ วสู งไปที่
เมนบอร์ดจะรองรับก็สามารถจะใส่ ได้เมื่อซื้อแรมที่เป็ นประเภทเดียวกัน
เท่านั้นแต่ความเร็ วของแรมก็เท่ากับ เมนบอร์ดรองรับ และใครที่ซ้ือแรมมา
2 ตัวแต่ มีความเร็ วเท่ากัน มันก็จะใช้แรมที่มีความเร็ วต่ากว่านั้นเอง
4.ก็การเลือกยี่ห้อ
การเลือกยี่ห้อนันแล้
้ วผู้ใช้ ไม่วา่ กันแต่จะมีการรับประกันที่แต่ตา่ งกันไม่
มาก อย่างเช่นการเครมที่ไหม้ ได้ ไม่ได้ รวมทังราคาของแรมด้
้
วย
การเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์ (Hard disk)
1.ประเภทของ ฮาร์ ดดิสก์
ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ๆ กันอยูใ่ นปัจจุบนั มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน คือ (สาหรับ
ฮาร์ดดิสก์ที่เชื่อมต่อภายนอกจะขอกล่าวในลาดันถัดไป)
- แบบ IDE เป็ นฮาร์ดดิสก์ ที่จะบอกว่ารุ่ นเก่าแล้วก็วา่ ได้ เพราะว่ามีรุ่นใหม่ที่
เร็ วกว่าประหยัดทั้งพื้นที่ประทั้งพลังงานได้ดีกว่า และเมื่อเปรี ยบเทียบแล้วจะ
ราคาแพงกว่า SATA ด้วยซ้ า
- แบบ SATA เป็ นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามามนตอนนี้และได้มีความนิยมเป็ น
อย่างมาก เพราะว่าในเมนบอร์ดรุ่ นใหม่น้ นั ก็ลองรับได้หมดแล้ว และมีราคา
ที่ถูกกว่า ฮาร์ดดิสก์ แบบSATA
ภาพHarddisk แบบIDE และแบบ SATA
2.ขนาดของความจุ
ความจุของฮาร์ดดิสก์หรื อพื้นจัดเก็บข้อมูล นั้นมีความสาคัญว่าเราจะใช้งาน
ประเภทใดและต้อง เลือกความจุขนาดใดใครที่ชอบทางานด้านมัลติมีเดียก็
ต้องเลือกความจุมากๆ ปัจจุบนั นี้มีความจุ ถึง 2 GB ไปแล้วซึ่งสามารถเก็บ
ข้อมูลจนลืมไปเลยว่าซื้อมาตอนไหน ไม่รู้จกั เต็มสักที แต่กย็ งั มีราคาที่สูงอยู่
นั้นเอง
3.ความเร็วรอบ
ความเร็ วรอบของฮาร์ดดิสก์น้ นั ย่อมมีผลโดยตรงต่อความเร็ วของ
ฮาร์ดดิสก์ คือถ้าฮาร์ดดิสก์มีความเร็ วรอบสู งแล้ว ข้อมูลก็จะเคลื่อนมาถึง
หัวอ่านได้อย่างรวดเร็ วขึ้น ความเร็ วรอบของฮาร์ดดิสก์น้ นั มีหน่วยเป็ น “รอบ
ต่อนาที (rpm) ในปัจุจบันความเร็ วรอบนั้น 5,400-7,200 rpm แล้ว และยังมี
การพัฒนาความเร็ วได้ถึง 10,000 rpm
4.บัฟเฟอร์ ของ ฮาร์ ดดิสก์
บัฟเฟอร์ ก็คือหน่วยความจาแคชของฮาร์ ดดิสก์นนเองครั
ั้
บ เป็ นสิ่งหนึง่ ที่บง่
บอกความเร็ วและประสิทธิภาพของฮาร์ ดดิสก์ ถ้ าเกิดฮาร์ ดดิสก์ไหนที่มี
ขนาดบัฟเฟอร์ ขนาดใหญ่ก็จะช่วยให้ ไม่ต้องเสียเวลาที่จะกลับไปนาข้ อมูลนัน้
มาใช้ ซ ้าอีก โดยการทางานนันจะท
้ างานรวมกับแรม แรมจะนาข้ อมูลจาก
บัฟเฟอร์ มาใช้ โดยตรง ในปั จจุบนั แล้ วขนาดบัฟเฟอร์ ก็มีจานวน 8-32 MB
ไปแล้ ว
5.ความเร็วในการเข้ าถึงข้ อมูล
ช่วงเวลาในการเข้ าถึงข้ อมูล (Seek Time) คือช่วงเวลาที่ตาแหน่องบน
จานของฮาร์ ดดิสก์นนหมุ
ั ้ นมาพอดีกบั ตรงที่หวั อ่านพอดี ความเร็ วนี ้ก็ต้อง
ขึ ้นอยูก่ บั ความเร็ วรอบของฮาร์ ดดิสก์เอง ยิ่งมีความเร็ วที่น้อยก็สามารถที่จะ
ทาให้ ฮาร์ ดดิสก์นนอ่
ั ้ านเขียนได้ เร็ วขึ ้น
การเลือกการ์ดจอ(Graphic Card)
• การ์ดจอที่เหมาะสมต่อการทางานแต่ละประเภท
1.ให้สาหรับการทางานทัว่ ไป ใช้แบบOn board เหมาะสมสุ ด
2. สาหรับงานด้านกราฟิ ก ใช้แบบที่มีประสิ ทธิภาพสูง
3.สาหรับใช้เล่นเกม ใช้แบบที่ประสิ ทธิภาพระดับกลางถึงสูง
1.ประเภท
ในปัจจุบนั นั้นมีประเภทของการ์ดแสดงผลที่นิยม อยู่ 2 ประเภทคือ
- AGP
สาหรับ AGP นั้นมีความเร็ วที่ 266 MB /s นั้นคือความเร็ วที่ต้ งั แต่
เริ่ มแรก แล้วได้มีการพัฒนาแต่มา คือ 2x – 8x ซึ่งในปัจจุบนั ได้มีการลด
ความสาคัญลงไปเพราะมีสล็อต ที่เร็ วกว่ามาแทน แต่ยงั มีผทู ้ ี่ใช้เมนบอร์ดรุ่ น
เก่าอยูย่ งั ต้องใช้ แบบ AGP อยู่
- PCI Express
จะมีความเร็ วกว่า AGP ซึ่งเป็ นมาตรฐานแบบใหม่ที่เข้าแทนการเชื่อมต่อ
แบบ AGP และแบบ PCI ธรรมดา โยความสามารถของ PCI Express คือมี
การควบคุมการรับส่ งข้อมูลขึ้นมา เรี ยกว่า “สวิตช์(Switch) สาหรับข้อดีที่
ความเร็ วเร็ วกว่า AGP นั้น ซึ่งสามารถรับส่ งข้อมูลได้เร็ วถึง 250 MB/s เลย
ทีเดียว และสามารถปรับขนาดของความกว้างของบัสเองได้มากกว่าทาให้
ความเร็ วไปได้ถึง 4 GB/s มากว่า AGP ถึง 2 เท่า
2.ซิปการฟิ ก
nVidia : ถือได้วา่ เป็ นผูผ้ ลิตที่ได้ผลิตมาตั้งแค่เริ่ มต้นเลย ผลิตมาเป็ น
เวลานาน ที่โด่งดังในตอนนั้นก็คือ TNT 2 ที่เป็ นกราฟการ์ด 3 มิติ ที่มี
ประสิ ทธิภาพในตอนนั้นและมีการพัฒนาต่อมาเรื่ อยๆจน ในปัจจุบนั มี
ชื่อว่า GeForce นั้นเอง ถือได้วา่ เป็ นที่นิยมมากที่สุดในตอนนี้ มีให้เลือก
หลากหลายขนาดหลายราคา ให้เลือก
ATi : ได้พฒั นามาเรื่ อยๆ ซึ่งเป็ นผูผ้ ลิตกราฟิ กตระกูล Radeon ที่มี
ประสิ ทธิภาพสูงได้รับการยอมรับจากคนเล่นเกมส์ต่างๆ ว่ามี
ประสิ ทธิภาพเยืย่ มเลยทีเดียว
3.หน่ วยความจา
ถือได้วา่ เป็ นสิ่ งสาคัญอย่างหนึ่งที่ตอ้ งคานึงถึง เพราะเป็ นส่ วนที่ช่วยให้
ความเร็ วในการแสดงผลรวดเร็ วมากขึ้น ซึ่งหน่วยความจาของการ์ด
แสดงผล เหมือนกับเครื่ องคอมพิวเตอร์จาต้องมีหน่วยความจาแรม ส่ วนของ
การ์ดแสดงผลนั้นก็มีหน่วยความจาที่ทางานเช่นเดียวกัน นั้นมีหลายประเภท
ในปัจจุบนั คือ
1.GDDR 2 เป็ นแรม DDR2 ที่ออกแบบให้เมาะสมกับการ์ดแสดงผล จะ
รองรับการทางานด้วยความเร็ ว 500MHz
2.GDDR3 ได้รับการพัฒนามาจาก DDR2 โดยจะทางานด้วยความเร็ วที่สูง
กว่า 2 เท่าคือ 1 GHz ขึ้นไป
3.GDDR 4 เป็ นแรมที่พฒั นามาจาก DDR3 ซึ่งเป็ นหน่วยความจาที่มีความเร็ ว
สู งกว่า DDR2 ถึง 3 เท่าคือ 1.5 GHz
4.GDDR 5 ก็เป็ นการพัฒนาจาก DDR4 โดยมีความเร็ วสู งที่สุกเลยก็วา่ ไ
การเลือกจอภาพ(Monitor)
• 1.เลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้ งาน
ในการใช้งานจอภาพนั้นจาเป็ นจะต้องเลือก ใช้งานขนาดของจอภาพให้เหมาะสมกับงานเป็ นอย่าง
มาก เพื่อที่จะได้ช่วยให้การทางานนั้นมีประสิ ทธิ ภาพมาก ยิง่ ขึ้น อย่างเช่นการทางานที่เกี่ยวกับงานเอกสาร
นั้น ก็สามารถที่จะเลือกซื้ อจอที่มีขนาดตังแต่ 14"-17" ได้ แต่ถา้ จะใช้จอภาพ ที่มีขนาดใหญ่ไปกว่านี้ก็
จาเป็ น ต้องปรับขนาดของ ตัวหนังสื อให้เล็กลง เพราะถ้าไม่ทาเช่นนี้กอ็ าจจะ ทาให้เกิดอาการปวดตาขึ้น
มากได้ เพราะตัวหนังสื อ ที่แสดงมีขนาดใหญ่จนเกินไป สาหรับ การทางานทางด้านการออกแบบกราฟิ ก
ตกแต่งรู ปภาพ การ ใช้จอภาพที่มีขนาดใหญ่อย่าง 17", 19" และ 21" นั้นก็จะช่วยให้การทางานนั้นมี
ประสิ ทธิ ภาพ เพิม่ ขึ้น เพราะการทางานแบบนี้จะเป็ นต้องใช้ความละเอียด และการมองภาพ และวัตถุบน
จอภาพที่มากกว่าการทางานปกติเป็ นอย่างมาก และสาหรับผูท้ ี่ใช้งาน เครื่ องคอมพิวเตอร์เพื่อความบันเทิง
นั้น สามารถ ที่จะเลือกใช้งานจอภาพได้ตามความเหมาะสมกับงบที่มีอยู่ โดยน่าจะเริ่ มใช้งานที่ 17" ขึ้นไป
เนื่องจากว่าการ ใช้งานจอภาพขนาด 15" นั้นดูเหมือนจะไม่เพียงพอกับการใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกม
และชมภาพยนตร์ แต่สิ่งที่สาคัญนั้นคือจอภาพแบบ LCD นั้นที่มีขนาด ใหญ่น้ นั ราคายังคงแพงอยูเ่ ป็ น
อย่างมาก ซึ่ งเมื่อคิดจะเลือกซื้ อนั้นให้คานึงถึงความเหมาะสม และงบให้เป็ นอย่างมาก
• 2.ความละเอียดของจอภาพ
ในส่ วนของเรื่ องความละเอียดของจอภาพแบบ LCD นั้น จะมีจานวน
ของ Pixel ที่แน่นอน ซึ่งแตกต่างจากจอภาพแบบ CRT ที่มีจานวนของ Dot
pitch ที่ไม่แน่นอน และสามารถที่จะปรับความละเอียดได้หลายค่า ขึ้นอยูก่ บั
แต่ละเทคโนโลยี แต่สาหรับจอภาพแบบ LCD นั้น แม้จอภาพจะใช้
เทคโนโลยีที่แตกต่าง กันแต่ความ ละเอียดสู งสุ ดของจอภาพก็จะเท่ากันเสมอ
เช่น จอภาพขนาด 15" นั้นก็จะมีความละเอียดสู งสุ ดที่ 1024x768 เท่ากัน และ
จอภาพขนาด 17" นั้นก็ จะมีความ ละเอียดสู งสุ ดที่ 1240x1024 เท่ากันอีก
เช่นกัน จะเห็นได้วา่ จอภาพที่มีขนาดใหญ่กจ็ ะมีค่าความละเอียดของภาพ
สู งขึ้นตามลาดับ นี้กเ็ ป็ นอีกข้อหนึ่ง ที่น่าสังเกตในการเลือกซื้อจอภาพแบบ
LCD
• 3.ค่ าของ Dot Pitch
สาหรับค่าระยะห่างของจุดภาพนั้น อย่างที่กล่าวมากข้างต้นนั้นจอภาพ
แบบ LCD อาศัยหลักการเรื องแสงของผลึกเหลว ดังนั้นค่าระยะห่างของ
จุดภาพนั้น จึงมักจะเท่าๆ กันเสมอในทุกๆ เทคโนโลยีที่จอภาพมีการใช้งาน
ซึ่งในส่ วนนี้น้ นั ก็มกั จะมีบา้ งผูผ้ ลิตที่สามารถจะทาการปรับเปลี่ยนระยะให้มี
ขนาดเล็กลง ได้บา้ ง เพียงเล็กน้อย ซึ่งจะเห็นได้ชดั ว่ายิง่ ค่าของ Dot Pitch มี
ขนาดเล็กลงความละเอียด และความคมชัดของภาพ ก็มกั จะมีมากขึ้นตามไป
ด้วย สาหรับจอภาพขนาด 15" นั้นส่ วนใหญ่แล้วก็มกั จะมีค่าของ Dot Pitch ที่
0.297 มิลลิเมตร สาหรับจอภาพนาด 17" นั้นก็ จะมีค่า 0.264 มิลลิเมตร ซึ่ง
จอภาพบ้างจอ อาจจะมีค่าที่ แตกต่างไป แต่ค่าของ Dot Pitch ที่ให้ไว้น้ นั เป็ น
มาตรฐานของจอภาพแบบ LCD เป็ นส่ วนใหญ่
• 4.จานวนของเม็ดสี (Bit Depth)
สาหรับค่าของ Bit Depth นั้นเป็ นค่าตัวเลข ที่จะบอกถึงความสามารถใน
การแสดงของจานวนเม็ดสี ที่จอภาพสามารถที่จะแสดงได้ โดยค่าตัวเลข
ดังกล่าว จะอยูใ่ นรู ปของตัวเลขในรู ปแบบดิจิตอล คือ 8 bit, 16 bit และ 24 bit
ยิง่ มีค่าของ Bit Depth ยิง่ มาก สี ที่แสดงออกมาก็จะยิง่ มากขึ้นตาม นั้นคือถ้า
เป็ นแบบ 8 bit สี ที่ได้ ก็คือ ตัวเลขฐาน 2 คูณกัน 8 ครั้ง นั้นคือ
2x2x2x2x2x2x2x2 ก็จะเท่ากับ 256 สี และถ้าหากเป็ นแบบ 16 bit แล้ว สี ที่ได้
ก็จะมีจานวน 65,536 สี ซึ่งเป็ นค่าที่เพียงพอสาหรับการแสดงภาพถ่าย และ
ภาพ 3 มิติทวั่ ไป ถ้าจะให้ดีและสี ที่แสดง ออกมาไม่มีผดิ เพี้ยน และได้สีที่
ครบถ้วนนั้น ก็ควรที่จะใช้งานที่ ระดับ Bit Depth มากว่า 16 bit ขึ้นไป
• 5.ค่ า Viewing Angle
สาหรับค่าของ Viewing Angle นี้เป็ นค่าของมุมในการแสดงภาพ
ซึ่งเป็ นสิ่ งที่มีอยูใ่ นเฉพาะจอภาพแบบ LCD เท่านั้น เพราะจอภาพแบบ
LCD ดันมักจะมีการสะท้อนของแสงสี ขาวที่ ออกมาจากจอภาพ ทาให้
ภาพที่ได้น้ นั พร่ ามัว และ สี ของภาพจะไม่ชดั เจนไม่เหมือนจริ ง ซึ่งใน
จอภาพ ในแต่ละรุ่ นจะมีค่า นี้เป็ น “องศา” นั้นคือ มุมที่สามารถมองเฉียง
ออกจากกลางจอภาพได้เป็ นระยะ กี่องศา ทั้ง 4 ด้าน โดยจะแบ่งออกเป็ น
2 ทิศทาง เป็ นแนวตั้ง คือ มองจากด้านบน และด้านล่าง แนวนอน คือ
ด้านซ้าย และด้านขวา โดยที่ค่านี้ยงิ่ มากเท่าไร มุมมองทีส่ ามารถจะแสดง
แล้วภาพไม่พร่ ามัว ก็จะยิง่ มากตามขึ้นไปด้วย
• 6.ค่ าความสว่ างของจอภาพ
จอภาพที่ดีน้ นั ควรที่จะมีความสว่างที่เพียงพอกับการใช้งานในระดับ
ปกติ แต่ถา้ จอภาพ นั้นมีแสงสว่างมากจนเกินไปก็จะทาให้แสงสี ขาวมีมาก
เกินไปทา ให้ภาพนั้นดูซีด และไม่เป็ นผลดีกบั สายตาอย่างแน่นอน ซึ่งค่านี้
สามารถที่จะดูได้ที่ค่า Contrast Ratio ซึ่งเป็ นค่าของอัตราส่ วนระหว่าง “ความ
สว่างของแสง สี ขาว” กับ “ความคมชัดของแสงสี ดา” โดยในบ้างครั้ง ค่า
เหล่านี้มกั จะไม่มีผลกับการเลือกซื้อจอภาพแบบ LCD มากนัก เพราะ
เนื่องจากว่าผูซ้ ้ือส่ วนใหญ่แล้ว มักจะตัดสิ นใจเลือกซื้อจอภาพที่ให้แสงสว่าง
ได้เหมาะสมกับผูใ้ ช้เป็ นส่ วนใหญ่ กล่าวคือในการเลือกซื้อนั้นผูซ้ ้ือควรที่ จะ
ทาการทดสอบใช้งานด้วยสายตาตนเอง จะเป็ นดี ที่สุด เพราะว่าความ
เหมาะสมกับแสงสว่างที่ใช้งาน ในสายตาของคนแต่ล่ะคนย่อมที่จะแตกต่าง
กันออกไป การทดสอบด้วยตาตนเองจะเป็ นการดีที่สุด
• 7.ความเร็วในการตอบสนองของภาพ
ความเร็ วในการตอบสนองนั้น เราสามารถ ที่จะวัดได้จาดค่า
Response time ซึ่งเป็ นค่าที่ จะทาการวัดช่วงระยะเวลาที่ภาพสามารถ
ตอบสนอง และ แสดงเป็ นภาพได้ โดยจะมีหน่วยเป็ น “มิลลิ--วินาที” ซึ่ง
ค่านี้ยงิ่ น้อยเท่าไร ก็แสดงว่าจอภาพนั้นสามารถที่จะแสดงภาพได้รวดเร็ ว
มากยิง่ ขึ้น โดยค่านี้จะไม่มีผลกับ ผูท้ ี่ทางานทางด้านเอกสารทัว่ ไป แต่จะ
เห็นผลกับผูท้ ี่ใช้งานจอภาพในด้านการแสดงภาพ วิดีโอ การทางาน
ทางด้านกราฟิ กต่างๆ รวมทั้งการเล่นเกม เพราะถ้าค่า นี้ยงิ่ น้อยเท่าไร
อาการที่จะเกิดการกระตุกของภาพระหว่าง การแสดงภาพยิง่ ลดน้อยลง
การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ ให้ เหมาะสม
ควรคานึงวัตถุประสงค์หลักหรื อความต้องการในการใช้คอมพิวเตอร์
การเลือกคอมพิวเตอร์มาใช้งานจาแนกการใช้งานออกเป็ น 3 กลุ่ม คือ
1.งานทางด้านเอกสาร รายงาน สานักงาน
2.งานด้านกราฟิ ก ออกแบบสิ่ งพิมพ์ และสื่ อมัลติมีเดีย
3.เล่นเกมคอมพิวเตอร์และความบันเทิงเป็ นหลัก
1.งานทางด้ านเอกสาร รายงานหรืองานสานักงาน
โปรแกรมส่ วนใหญ่จะเป็ น Microsoft Office และชุดโปรแกรม
สาเร็ จรู ป
-CPU ใช้ Intel Core 2 Duo หรื อAMD Athlon X2
มีความเร็ วสัญญาณนาฬิกาไม่นอ้ ยกว่า 2.66 GHz
-Main Board รองรับการอัพเกรด มีอุปกรณ์ VGA ,SOUND,
MODEM,LAN,USB และพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ
-Memory RAM DDR2 อย่างน้อย 1GB
-Hard Disk ความจุอย่างน้ อย 320 GB ความเร็ว 7200 rpm
-Graphics Card ควรมีความจาอย่างน้ อย 512 MB
-Monitor LCD/LED Widescreen 18.5 นิ ้วขึ ้นไป
-Optical Drive DVD-RW 22X
-printer Laser Printing
-อุปกรณ์อื่นๆ ลาโพง optical mouse Keyboard
2.งานด้ านกราฟิ ก ออกแบบสิ่งพิมพ์ และสื่อมัลติมีเดีย
โปรแกรมส่ วนใหญ่เป็ น Photoshop,3Dmax,Illustrator
และโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
-CPU ใช้ Intel i7หรื อAMD Phenom II X4มีความเร็ ว
สัญญาณนาฬิกาไม่น้อยกว่า 2.80 GHz
-Main Board รองรับการอัพเกรด มีอปุ กรณ์ VGA ,SOUND,
MODEM,LAN,USB และพอร์ ตเชื่อมต่อต่างๆ
-Memory RAM DDR2/DDR3 อย่างน้ อย 4GB
-Hard Disk ความจุอย่างน้ อย 500 GB ความเร็ว 7200 rpm
-Graphics Card ควรมีความจาอย่างน้ อย 1 GB
-Monitor LCD/LED Widescreen 22 นิ ้วขึ ้นไป
-Optical Drive DVD-RW 22X
-printer Multifunction printer
-อุปกรณ์อื่นๆ ลาโพง optical mouse Keyboard
3.เล่ นเกมคอมพิวเตอร์ และความบันเทิงเป็ นหลัก
การ์ ดจอ (Graphic Card)มีความสาคัญมากที่สดุ สาหรับการใช้
งานประเภทนี ้
-CPU ใช้ Intel i7หรื อAMD Phenom II X4มีความเร็ว
สัญญาณนาฬิกาไม่น้อยกว่า 2.60 GHz
-Main Board รองรับการอัพเกรด มีอปุ กรณ์ VGA
,SOUND,MODEM,LAN,USB และพอร์ ตเชื่อมต่อต่างๆ
-Memory RAM DDR2/DDR3 อย่างน้ อย 4GB
-Hard Disk ความจุอย่างน้ อย 500 GB ความเร็ว 7200 rpm
-Graphics Card ควรมีความจาอย่างน้ อย 2 GB
-Monitor LCD/LED Widescreen 22 นิ ้วขึ ้นไป
-Optical Drive DVD-RW 22X
-อุปกรณ์อื่นๆ ลาโพง optical mouse Keyboard
คอมพิวเตอร์ แบบขายเป็ นชุดมีย่ หี ้ อ(Brand)
ข้ อดี
-มีบริการหลังการขายที่ดี ส่งซ่อมได้ ทนั ทีเมื่อเครื่ องมีปัญหา
ข้ อเสีย
-ไม่สามารถเลือกชิ ้นส่วนอุปกรณ์ตามความต้ องการได้
-ผู้ไม่มีความรู้อาจเลือกซื ้อเครื่ องคอมพิวเตอร์ ผิดวัตถุประสงค์การใช้ งานได้
คอมพิวเตอร์ แบบเลือกชิน้ ส่ วนประกอบเอง
ข้ อดี
-ได้ อปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ ตามความต้ องการ ราคาถูก เลือกได้
ข้ อเสีย
-ต้ องแก้ ไขเองเมื่อคอมพิวเตอร์ เกิดปั ญหา
การเลือกใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ให้
เหมาะสมกับงาน
การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ ให้ เหมาะสม
ควรคานึงวัตถุประสงค์หลักหรื อความต้องการในการใช้คอมพิวเตอร์
การเลือกคอมพิวเตอร์มาใช้งานจาแนกการใช้งานออกเป็ น 3 กลุ่ม คือ
1.งานทางด้านเอกสาร รายงาน สานักงาน
2.งานด้านกราฟิ ก ออกแบบสิ่ งพิมพ์ และสื่ อมัลติมีเดีย
3.เล่นเกมคอมพิวเตอร์และความบันเทิงเป็ นหลัก
1.งานทางด้ านเอกสาร รายงานหรืองานสานักงาน
โปรแกรมส่ วนใหญ่จะเป็ น Microsoft Office และชุดโปรแกรม
สาเร็ จรู ป
-CPU ใช้ Intel Core 2 Duo หรื อAMD Athlon X2
มีความเร็ วสัญญาณนาฬิกาไม่นอ้ ยกว่า 2.66 GHz
-Main Board รองรับการอัพเกรด มีอุปกรณ์ VGA ,SOUND,
MODEM,LAN,USB และพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ
-Memory RAM DDR2 อย่างน้อย 1GB
-Hard Disk ความจุอย่างน้ อย 320 GB ความเร็ว 7200 rpm
-Graphics Card ควรมีความจาอย่างน้ อย 512 MB
-Monitor LCD/LED Widescreen 18.5 นิ ้วขึ ้นไป
-Optical Drive DVD-RW 22X
-printer Laser Printing
-อุปกรณ์อื่นๆ ลาโพง optical mouse Keyboard
2.งานด้ านกราฟิ ก ออกแบบสิ่งพิมพ์ และสื่อมัลติมีเดีย
โปรแกรมส่ วนใหญ่เป็ น Photoshop,3Dmax,Illustrator
และโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
-CPU ใช้ Intel i7หรื อAMD Phenom II X4มีความเร็ ว
สัญญาณนาฬิกาไม่น้อยกว่า 2.80 GHz
-Main Board รองรับการอัพเกรด มีอปุ กรณ์ VGA ,SOUND,
MODEM,LAN,USB และพอร์ ตเชื่อมต่อต่างๆ
-Memory RAM DDR2/DDR3 อย่างน้ อย 4GB
-Hard Disk ความจุอย่างน้ อย 500 GB ความเร็ว 7200 rpm
-Graphics Card ควรมีความจาอย่างน้ อย 1 GB
-Monitor LCD/LED Widescreen 22 นิ ้วขึ ้นไป
-Optical Drive DVD-RW 22X
-printer Multifunction printer
-อุปกรณ์อื่นๆ ลาโพง optical mouse Keyboard
3.เล่ นเกมคอมพิวเตอร์ และความบันเทิงเป็ นหลัก
การ์ ดจอ (Graphic Card)มีความสาคัญมากที่สดุ สาหรับการใช้
งานประเภทนี ้
-CPU ใช้ Intel i7หรื อAMD Phenom II X4มีความเร็ว
สัญญาณนาฬิกาไม่น้อยกว่า 2.60 GHz
-Main Board รองรับการอัพเกรด มีอปุ กรณ์ VGA
,SOUND,MODEM,LAN,USB และพอร์ ตเชื่อมต่อต่างๆ
-Memory RAM DDR2/DDR3 อย่างน้ อย 4GB
-Hard Disk ความจุอย่างน้ อย 500 GB ความเร็ว 7200 rpm
-Graphics Card ควรมีความจาอย่างน้ อย 2 GB
-Monitor LCD/LED Widescreen 22 นิ ้วขึ ้นไป
-Optical Drive DVD-RW 22X
-อุปกรณ์อื่นๆ ลาโพง optical mouse Keyboard
คอมพิวเตอร์ แบบขายเป็ นชุดมีย่ หี ้ อ(Brand)
ข้ อดี
-มีบริการหลังการขายที่ดี ส่งซ่อมได้ ทนั ทีเมื่อเครื่ องมีปัญหา
ข้ อเสีย
-ไม่สามารถเลือกชิ ้นส่วนอุปกรณ์ตามความต้ องการได้
-ผู้ไม่มีความรู้อาจเลือกซื ้อเครื่ องคอมพิวเตอร์ ผิดวัตถุประสงค์การใช้ งานได้
คอมพิวเตอร์ แบบเลือกชิน้ ส่ วนประกอบเอง
ข้ อดี
-ได้ อปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ ตามความต้ องการ ราคาถูก เลือกได้
ข้ อเสีย
-ต้ องแก้ ไขเองเมื่อคอมพิวเตอร์ เกิดปั ญหา
ระยะเวลาในการรับประกัน
•
ระยะเวลาในการรับประกันมักถูกกาหนดโดยผูน้ าเข้าหรื อผูผ้ ลิต
สิ นค้าอยูแ่ ล้ว โดยปกติอุปกรณ์แต่ละชนิดการรับประกันจะมีระยะเวลา
ไม่เท่ากัน ทาให้เวลาเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ตอ้ งสนใจเรื่ องของการ
รับประกันเป็ นสาคัญด้วย
ระยะเวลาในการรับประกัน
อุปกรณ์
CPU
Hard disk
RAM
Mainboard
VGA Card
Power Supply
CD-ROM
ระยะเวลารับประกัน
1-3 ปี
1 ปี 3 ปี 5 ปี ขึ้นอยูก่ บั ผูผ้ ลิต
ตลอดอายุการใช้งาน
1 ปี
1 ปี
1 ปี
1 ปี
สติ๊กเกอร์ รับประกัน
ในสมัยก่อนผูซ้ ้ือจะได้รับเอกสารการรับประกันของผูผ้ ลิต แต่ใน
ปัจจุบนั จะมีสติ๊กเกอร์รับประกัน (Warranty Sticker) ติดอยูท่ ี่อุปกรณ์
แทน เพื่อยืนยันว่าซื้ออุปกรณ์มากจากร้านไหน เมื่อไร และมีระยะเวลา
การประกันนานเท่าไร
•
โดยสามารถแบ่งได้เป็ น 2 รู ปแบบ
•
1. สติ๊กเกอร์ ที่กาหนดเวลาเริ่มต้ นในการรับประกัน
•
สติ๊กเกอร์ที่กาหนดเวลาเริ่ มต้นการรับประกัน ซึ่งเป็ นแบบที่นิยมกัน
มากกว่าเพราะง่ายต่อการบันทึกวันเริ่ มต้นรับประกันไป เนื่องจาก
อุปกรณ์แต่ละชิ้นมีระยะเวลาในการรับประกันไม่เท่ากัน เช่น ซื้อสิ นค้า
ไปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2002 เป็ นต้น
2. สติก๊ เกอร์ กาหนดเวลาสิ้นสุ ดการรับประกัน
•
สติ๊กเกอร์กาหนดเวลาสิ้ นสุ ดการรับประกัน เป็ นสติ๊กเกอร์ที่อานวย
ความสะดวกสาหรับผูซ้ ้ือ เนื่องจากจะทราบเวลาสิ้ นสุ ดการรับประกัน
สิ นค้าได้ อย่างชัดเจนจากการเขียนลงบนสติ๊กเกอร์น้ นั แต่ทางร้านไม่
นิยมใช้แบบนี้ เพราะมีโอกาสที่จะเขียนผิดพลาดได้ง่าย วันสิ้ นสุ ดการ
รับประกันในสิ นค้ามักมีตวั อักษรภาษาอังกฤษเขียนไว้วา่ EXPIRE อยู่
ด้วยเสมอ
การดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ เบือ้ งต้ น
เริ่มต้ นการดูแลรักษา ตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์
•
•
•
•
•
1. สภาพภายนอก
2. สายไฟ สายสัญญาณต่างๆ
3. พื ้นที่วางบนฮาร์ ดดิสก์
4. ตรวจสอบสภาพฮาร์ ดดิสก์
5. ตรวจสอบไวรสบ้ าง
การดูแลรักษา อายุการใช้ งานของอุปกรณ์ ชิ้นส่ วน
ต่ างๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์
1.ซีพยี ู (CPU: Central Processing Unit)
สาเหตุหนึง่ ที่ทาให้ อายุการใช้ งานซีพียสู นั ้
ลงก็คือ พัดลมระบายอากาศ ที่ติดตังอยู
้ ท่ ี่
ชุดจ่ายไฟฟ้า ของคอมพิวเตอร์ เสียทาให้
ซีพียตู ้ องทางานที่ความร้ อนสูงตลอดเวลา
ถ้ าซีพียเู สียก็ต้องซื ้อใหม่อย่างเดียว ไม่
สามารถทาการซ่อมหรื อแก้ ไขได้ ควรทา
ความสะอาดบ่อยๆและเลือกซื ้อให้ ถกู ต้ อง
2.เมนบอร์ ด (Mainboard or Motherboard)
เป็ นอุปกรณ์ที่มี Chip ควบคุมการทางาน
ของอุปกรณ์อื่นๆ ของเครื่ องคอมพิวเตอร์ และ
เป็ นทังตั
้ วรับและจ่ายไฟให้ กบั อุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์อื่น บนเมนบอร์ ด ซึง่ ถ้ ามี
อุปกรณ์สารองไฟฟ้า (UPS) ก็จะช่วยให้ การ
ทางานของเครื่ องคอมพิวเตอร์ เป็ นไปอย่าง
ราบรื่ นสม่าเสมอ และไม่ทาให้ อปุ กรณ์อื่น ๆ
ชารุดเสียหาย ในกรณีที่เกิดไฟตกไฟกระชาก
3.จอภาพ (Monitor)
จอภาพโดยทัว่ ไปมักจะมีอายุการใช้ งาน
ประมาณส่วนใหญ่ ประมาณ 1-3 ปี
เนื่องจากหลอดภาพของแต่ละรุ่นยี่ห้อนัน้
จะมีคณ
ุ ภาพแตกต่างกันไปตาม แต่ละ
บริษัทผู้ผลิต ไม่ควรตังจอไว้
้
ใกล้ บริเวณที่
มีสนามแม่เหล็กมากจนเกินไป และไม่
ควรเช็ดหน้ าจอด้ วยน ้าายาหรื อสารอย่าง
อื่นๆ ที่ไม่ได้ ระบุไว้ สาหรับทาความสะอาด
จอภาพนันๆ
้
4.การ์ ดแสดงผล (Display Card)
• 4.การ์ ดแสดงผล (Display Card)
• โดยทัว่ ไปการใช้ งานในช่วง 1 ปี แรก แต่
ถ้ าเราเลือกใช้ การ์ ดแสดงผลราคาถูก ก็
อาจจะมีปัญหาบ้ างในปี แรก แต่ก็ไม่
มากนัก แต่ถ้าเป็ นการ์ ดแสดงผล
ยี่ห้อดงั ๆ จากอเมริ กาที่มีราคาแพง จะ
มีความเร็ วในการแสดงผลสูงและมีการ
ออกไดรเวอร์ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
• จึงควรเลือกซื ้ออย่างถูกต้ องและไม่ทา
ให้ เครื่ องร้ อนเกินไป
5.เมาส์ (Mouse)
เป็ นอุปกรณ์ Input ที่ใช้ สาหรับป้อน
ข้ อมูลคาสัง่ เข้ าสูเ่ ครื่ องคอมพิวเตอร์
ภายในเม้ าส์ จะประกอบไปด้ วยลูกกลิ ้ง
และฟั นเฟื อง ซึง่ สามารถถอดออกมา
และทาความสะอาด เนื่องจากลูกกลิ ้ง
จะสะสมเอาสิง่ สกปรกต่าง ๆ ไว้ ภายใน
เม้ าส์ ทาให้ ลกู กลิ ้งไม่สามารถที่จะ
เคลื่อนที่ไปได้ โดยอิสระ และควรทา
ความสะอาดภายนอกโดยการเอาผ้ ามา
เช็ดด้ วย
6.แป้ นพิมพ์ (Keyboard)
ควรทาความสะอาดบ่อยๆและการป้อนข้ อมูลจานวนมากทุกวัน หรื อ
เอาแป้นพิมพ์ไปใช้ เล่นเกมส์ จะพบว่าปุ่ มบางปุ่ มจะเสียตังแต่
้ ยงั ไม่
ครบปี อายุ เช่น ไมโครซอฟต์คีย์บอร์ ด หรื อคีย์บอร์ ดของไอบีเอ็ม
แป้นพิมพ์เหล่านี ้จะมีรูปทรงถูกสุขลักษณะ ไม่ทาให้ เกิดอาการปวด
เมื่อยข้ อมือ มีความทนทานสูงและตอบสนองต่อการกดแป้นพิมพ์จะ
ดีกว่าแป้นพิมพ์ราคาถูก
7.ฮาร์ ดดิสก์ (Harddisk)
โดยทัว่ ไปฮาร์ ดดิสก์จะมีอายุการใช้ งาน
อย่างต่า 3 ปี แต่อย่างไรก็ตาม ฮาร์ ดดิสก์
ก็อาจจะเสียได้ ตลอดเวลาดังนันเราควร
้
สารองข้ อมูลในฮาร์ ดดิสก์เอาไว้ อย่าง
สม่าเสมอ เพื่อเวลาที่ฮาร์ ดดิสก์เสีย ข้ อมูล
ก็จะยังไม่สญ
ู หายไป ข้ อควรระวังก็คือ ใน
เรื่ องของไฟตกไฟกระชากซึง่ จะมีผลต่อ
Harddisk อาจทาให้ เกิดควาเสียหาย
ได้

similar documents