ระบบเครือข่ายไร้สาย

Report




อธิบายและกาหนดค่าความปลอดภัยแบบไร้ สายกับอุปกรณ์ Cisco
และ APs รวม ถึง SSID, WEP, EAP
อธิบายการจัดการไร้ สายพื ้นฐานและ WCS
อธิบายการคอนฟิ กส์พื ้นฐาน ของ WCS
อธิบายเรื่ อง WLAN QOS




เครื อข่ายไร้ สายระยะใกล้ หรื อเครื อข่ายส่วนบุคคล(Short- Range
Wireless Network or Personal Area Networks)
เครื อข่ายไร้ สายเฉพาะบริ เวณ (Wireless LAN)
ระบบไร้ สายแบบเข้ าถึงประจาที่ (Fixed-Access Wireless
System)
เครื อข่ายไร้ สายบริ เวณกว้ าง (Wireless WAN)
ระบบเครื อข่ายไร้ สาย (Wireless LANs) เกิดขึ ้นครัง้ แรก ในปี ค.ศ.
1971 บนเกาะฮาวาย โดยโปรเจกต์ของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาวาย ที่ชื่อว่า
“ALOHNET” ขณะนันลั
้ กษณะการส่งข้ อมูลเป็ นแบบ
Bi-directionalส่งไป-กลับง่ายๆ ผ่านคลื่นวิทยุ สื่อสารกันระหว่าง
คอมพิวเตอร์ 7 เครื่ อง ซึง่ ตังอยู
้ บ่ นเกาะ 4 เกาะโดยรอบ และมีศนู ย์กลางการเชื่อมต่อ
อยูท่ ี่เกาะๆหนึง่ ที่ชื่อว่า Oahu
ระบบการสื่อสารข้ อมูลที่มีความคล่องตัวมาก ซึง่ อาจจะนามาใช้ ทดแทนหรื อ
เพิ่มต่อกับระบบเครื อข่ายแลนใช้ สายแบบดังเดิ
้ ม โดยใช้ การส่งคลื่นความถี่วิทยุใน
ย่านวิทยุ RF และ คลื่นอินฟราเรด ในการรับและส่งข้ อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ แต่
ละเครื่ อง ผ่านอากาศ, ทะลุกาแพง, เพดานหรื อสิง่ ก่อสร้ างอื่นๆ โดยปราศจากความ
ต้ องการของการเดินสาย นอกจากนันระบบครื
้
อข่ายไร้ สายก็ยงั มีคณ
ุ สมบัติ
ครอบคลุมทุกอย่างเหมือนกับระบบ LAN แบบใช้ สาย





มีความคล่องตัวสูง
สามารถติดตังได้
้ ง่ายและรวดเร็ ว
สามารถขยายระบบเครื อข่ายได้ ง่าย
ลดค่าใช้ จา่ ยโดยรวม
สามารถปรับขนาดและความเหมาะสมได้ ง่าย
ระบบเครื อข่ายไร้ สาย เป็ นระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ขนาดเล็ก ที่ประกอบไป
ด้ วยอุปกรณ์ไม่มากนักและมักจากัดอยูใ่ นอาคารหลังเดียวหรื ออาคารในละแวก
เดียวกัน การใช้ งานที่น่าสนใจที่สดุ ของเครื อข่ายไร้ สายก็คือ ความสะดวกสบายที่ไม่
ต้ องติดอยูก่ บั ที่ ผู้ใช้ สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้ โดยที่ยงั สื่อสารอยูใ่ นระบบเครื อข่าย


Peer-to-peer ( ad hoc mode )
Client/server (Infrastructure mode)
รูปแบบการเชื่อมต่อระบบแลนไร้ สายแบบ Peer to Peer เป็ นลักษณะ
การเชื่อมต่อแบบโครงข่ายโดยตรงระหว่างเครื่ องคอมพิวเตอร์ จานวน 2 เครื่ องหรื อ
มากกว่านัน้ เป็ นการใช้ งานร่วมกันของ wireless adapter cards
โดยไม่ได้ มีการเชื่อมต่อกับเครื อข่ายแบบใช้ สายเลย โดยที่เครื่ องคอมพิวเตอร์ แต่ละ
เครื่ องจะมีความเท่าเทียมกัน สามารถทางานของตนเองได้ และขอใช้ บริการเครื่ องอื่น
ได้ เหมาะสาหรับการนามาใช้ งานเพื่อจุดประสงค์ในด้ านความรวดเร็วหรื อติดตังได้
้
โดยง่ายเมื่อไม่มีโครงสร้ างพื ้นฐานที่จะรองรับ ยกตัวอย่างเช่น ในศูนย์ประชุม, หรื อ
การประชุมที่จดั ขึ ้นนอกสถานที่
เป็ นลักษณะการรับส่งข้ อมูลโดยอาศัย Access Point (AP) หรื อ
เรี ยกว่า “Hot spot” ทาหน้ าที่เป็ นสะพานเชื่อมต่อระหว่างระบบเครื อข่ายแบบ
ใช้ สายกับเครื่ องคอมพิวเตอร์ ลกู ข่าย (client) โดยจะกระจายสัญญาณคลื่นวิทยุ
เพื่อ รับ-ส่งข้ อมูลเป็ นรัศมีโดยรอบเครื่ องคอมพิวเตอร์ ที่อยูใ่ นรัศมีของ AP จะ
กลายเป็ น เครื อข่ายกลุม่ เดียวกันทันที โดยเครื่ องคอมพิวเตอร์ จะสามารถติดต่อกัน
หรื อติดต่อกับ Server เพื่อแลกเปลี่ยนและค้ นหาข้ อมูลได้ โดยต้ องติดต่อผ่าน
AP เท่านัน้ ซึง่ AP 1 จุด สามารถให้ บริ การเครื่ องลูกข่ายได้ ถงึ 15-50 อุปกรณ์
การเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างเครื่ องคอมพิวเตอร์ กับ Access Point
ของเครื อข่ายไร้ สายจะอยูใ่ นรัศมีประมาณ 500 ฟุต ภายในอาคาร และ 1000 ฟุต
ภายนอกอาคาร หากสถานที่ที่ติดตังมี
้ ขนาดกว้ าง มากๆเช่นคลังสินค้ า บริเวณ
ภายในมหาวิทยาลัย สนามบิน จะต้ องมีการเพิ่มจุดการติดตัง้ AP ให้ มากขึ ้น
เพื่อให้ การรับส่งสัญญาณในบริ เวณของเครื อข่ายขนาดใหญ่ เป็ นไปอย่างครอบคลุม
ทัว่ ถึง
กรณีที่โครงสร้ างของสถานที่ติดตังเครื
้ อข่ายแบบไร้ สายมีปัญหาผู้ออกแบบ
ระบบอาจจะใช้ Extension Points ที่มีคณ
ุ สมบัติเหมือนกับ Access
Point แต่ไม่ต้องผูกติดไว้ กบั เครื อข่ายไร้ สาย เป็ นส่วนที่ใช้ เพิ่มเติมในการรับส่ง
สัญญาณ
ระบบแลนไร้ สายแบบนี ้เป็ นแบบใช้ เสาอากาศในการรับส่งสัญญาณระหว่าง
อาคารที่อยูห่ า่ งกัน โดยการติดตังเสาอากาศที
้
่แต่ละอาคาร เพื่อส่งและรับสัญญาณ
ระหว่างกัน







มาตรฐาน Wireless LAN
การพิสูจน์ ทราบตัวตนของ Wireless
มาตรฐาน IEEE 802.1X
โปรโตคอล EAP
การเข้ ารหัสข้ อมูล Wireless LAN
WEP
WPA, WPA2
มาตรฐาน
ปี ที่ประกาศ
ความถี่
อัตราข้ อมูล
ระยะทาง
IEEE 802.11
1997
2.4 GHz
2 Mbps
N/A
IEEE 802.11a 1999
5 GHz
54 Mbps
30 m
IEEE 802.11b 1999
2.4 GHz
11 Mbps
50 m
IEEE 802.11g 2003
2.4 GHz
54 Mbps
30 m
IEEE 802.11n กาลังพัฒนา
2.4 GHzหรื อ 5 GHz
540 Mbps
50 m







ไคลเอนท์บรอดคาสการร้ องขอเพื่อเชื่อมต่อไปทุกช่องสัญญาณ
Access Point ที่อยูใ่ นพื ้นที่ตอบกลับการร้ องขอของไคลเอนท์
ไคลเอนท์พิจารณาว่า Access Point ไหนที่ดีที่สดุ และส่งการร้ องขอเพื่อ
พิสจู น์ทราบตัวตน
Access Point วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ รับจากไคลเอนท์ แล้ วส่งผลการได้ รับ
อนุญาตกลับไปให้ ไคลเอนท์
ถ้ าการพิสจู น์ทราบตัวตนสาเร็ จ ไคลเอ้ นท์ก็จะส่งข้ อมูลที่เหลือกลับให้ Access
Point
Acces Point ตอบกลับการได้ รับข้ อมูลที่เหลือ
หลังจากนี ้ไคลเอนท์ก็พร้ อมที่จะรับ-ส่งข้ อมูลผ่านเครื อข่าย
การพิสูจน์ ทราบตัวตนแบบเปิ ด จะมีการรั บ-ส่ งเฟรมข้ อมูลอยู่ 2 ประเภท


เฟรมการร้ องขอการเชื่อมต่อ (Authentication request)
เฟรมการตอบกลับการร้ องขอ (Authentication response)


การพิสูจน์ ทราบตัวตนแบบแชร์ คีย์ เป็ นวิธีท่ กี าหนดในมาตรฐาน IEEE
802.11
ไคลเอนท์ ต้องกาหนดคีย์ WEP แบบตายตัวในทุกๆ เครื่อง


เป็ นการพิสจู น์ตวั ตนแบบใช้ หมายเลข MAC ของไคลเอนท์
Access Point จะมีรายการหมายเลข MAC ของไคลเอนท์ที่อนุญาติให้
เข้ าใช้ งาน





EAP-MD5
LEAP (Lightweight Extensible Authentication
Protocol)
EAP-TLS (Transport Layer Security)
EAP-TTLS
PEAP (Protected EAP)



WEP (Wired Equivalent Privacy)
WPA (Wi-Fi Protected Access)
TKIP (Temporal Key Integrity Protocol)
IEEE 802.1x คือ มาตรฐานที่ใช้ในการตรวจสอบและรับรองผูเ้ ข้าใช้ผา่ น
RADIUS server โดยจะให้ผใู้ ช้ทาการ ล็อกออน ด้วย User name และ Password
ซึ่ งเทคนิคนี้มีความยืดหยุน่ มากสามารถนาไปพัฒนาได้ ซึ่ งรายละเอียดและเทคนิค
ต่างๆจะได้กล่าวต่อไป
มาตรฐาน IEEE 802.1x เป็ นมาตรฐานใหม่สาหรับ MAC Layer ที่ช่วยเสริ มให้
การตรวจสอบผูใ้ ช้ (Authentication) ในเครื อข่าย LAN และ WLAN มีความปลอดภัย
สู งขึ้น ในกรณี น้ ีเมื่อผูใ้ ช้ตอ้ งการเข้าใช้เครื อข่าย WLAN จะต้องมีการแสดงหลักฐาน
สาหรับประกอบการตรวจสอบ (credential) ต่ออุปกรณ์แม่ข่าย หลังจากนั้นอุปกรณ์
แม่ข่ายจะส่ งผ่านหลักฐานดังกล่าวต่อไปยัง RADIUS เซิ ร์ฟเวอร์ ซึ่ งเป็ นระบบสาหรับ
ตรวจสอบผูใ้ ช้โดยเฉพาะที่ใช้กนั อยูท่ วั่ ไป โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่าง
RADIUS เซิ ร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ WLAN ซึ่ งวิธีน้ ีจะเป็ นไปตามโพรโตคอลที่เรี ยกว่า
EAP (Extensible Authentication Protocol)
แต่วธิ ี น้ ี Hacker ก็สามารถที่จะ แคร็ กโค้ดได้แต่อาจจะใช้เวลานาน
ด้วยเหตุน้ ีเองจึงได้เกิดการพัฒนา โปรโตคอล EAP ขึ้นในหลายๆรู ปแบบ ซึ่ งในใน
ปั จจุบนั มีการใช้โพรโตคอลดังกล่าวใน 4 รู ปแบบหลักๆคือ EAP-MD5, LEAP,
EAP-TLS, และ EAP-TTLS
EAP-MD5 ในกรณีนี ้หลักฐานที่สง่ ผ่านไปยัง RADIUS เซิร์ฟเวอร์ คือ username
และ password ซึง่ จะถูกเข้ ารหัสด้ วยเทคนิคที่เรี ยกว่า MD5 การใช้ กลไก EAP-MD5
ช่วยแก้ ไขปั ญหาเรื่ องการตรวจสอบผู้ใช้ ในเครื อข่าย WLAN ให้ มีความปลอดภัยมาก
ขึ ้น แต่ไม่ได้ ชว่ ยแก้ ไขปั ญหาเรื่ องความไม่ปลอดภัยของการใช้ รหัสลับเครื อข่าย
(WEP Key) ซึง่ มีความคงที่ (static) ดังนันผู
้ ้ โจมตียงั คงสามารถดักฟั งและเจาะรหัส
ลับของเครื อข่ายซึง่ มีความคงที่ได้ ถงึ แม้ จะมีการใช้ EAP-MD5 เมื่อผู้โจมตีทราบรหัส
ลับของเครื อข่ายแล้ วก็จะสามารถเข้ าใจข้ อมูลที่รับส่งอยูใ่ นเครื อข่ายและอาจทราบ
username และ password โดยอาศัยเทคนิคต่างๆสาหรับการเจาะรหัส MD5 ได้ ในที่สดุ
นอกจากนี ้ข้ อบกพร่องในกลไก EAP-MD5 อีกอย่างหนึง่ คือผู้ใช้ ไม่สามารถตรวจสอบ
อุปกรณ์แม่ขา่ ย ซึง่ ทาให้ ผ้ โู จมตีอาจจะสามารถหลอกลวงให้ ผ้ ใู ช้ ตอ่ เชื่อมเข้ ากับ
อุปกรณ์แม่ขา่ ยของผู้โจมตีได้
LEAP หรื อ EAP-Cisco Wireless โพรโตคอล LEAP (Lightweight
Extensible Authentication Protocol) ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยบริ ษทั Cisco ซึ่ งใน
โพรโตคอลนี้นอกจากจะมีกลไกในการส่ งผ่านข้อมูลเกี่ยวกับ username และ
password ของผูใ้ ช้ไปยัง RADIUS เซิ ร์ฟเวอร์ เพื่อทาการตรวจสอบแล้ว LEAP ยัง
มีการจัดการและบริ หารรหัสลับของเครื อข่าย (WEP Key) ให้มีการเปลี่ยนแปลงค่า
นัน่ คือเมื่อผูใ้ ช้ผา่ นการตรวจสอบเรี ยบร้อยแล้วจะได้รับ WEP Key เพื่อใช้ในการ
เข้ารหัสข้อมูลสาหรับผูใ้ ช้น้ นั ๆ ซึ่ งหมายความว่า WEP Key ของแต่ละผูใ้ ช้สามารถ
มีความแตกต่างกันออกไปได้
และเมื่อใช้งานร่ วมกับ RADIUS ซึ่ งสามารถกาหนดอายุของแต่ละ session
ได้ จะทาให้ WEP Key ของแต่ละผูใ้ ช้เปลี่ยนค่าไปทุกๆช่วงเวลาสั้นๆด้วย ในกรณี
เทคนิคการเจาะรหัสลับเครื อข่าย (WEP Key) ที่มีอยูใ่ นปั จจุบนั จะไม่สามารถ
นามาใช้ประโยชน์ได้ นอกจากนี ้ LEAP ยังกาหนดให้ มีการตรวจสอบทังเครื
้ ่ อง
แม่ข่ายและผู้ใช้ (Mutual Authentication) เพื่อป้องกันไม่ให้ ผ้ โู จมตีสามารถ
หลอกลวงผู้ใช้ ให้ เชื่อมต่อกับเครื่ องแม่ข่ายของผู้โจมตีได้ จะเห็นได้ วา่ LEAP
สามารถเพิ่มความปลอดภัยให้ กบั เครื อข่าย WLAN ได้ มาก แต่อย่างไรก็ตาม
ข้ อเสียอย่างหนึง่ ก็คือในปั จจุบนั LEAP ยังถูกจากัดอยูแ่ ต่ในผลิตภัณฑ์ของ Cisco
เท่านัน้
EAP-TLS โพรโตคอล EAP-TLS (Transport Layer Security) ได้ รับการ
พัฒนาขึ ้นโดยบริษัท Microsoft ซึ่ งในโพรโตคอลนี ้จะไม่มีการใช้ username และ
password ในการตรวจสอบผู้ใช้ แต่จะใช้ X.509 certificatesแทน ซึ่ งการทางาน
ของโพรโตคอลนี ้จะอาศัยการส่งผ่าน PKI ผ่าน SSL (Secure Sockets Layers)
มายัง EAP เพื่อใช้ กาหนด WEP Key สาหรับผู้ใช้ แต่ละคน EAP-TLS กาหนดให้ มี
การตรวจสอบทังเครื
้ ่ องแม่ข่ายและผู้ใช้ (Mutual Authentication) ด้ วยเช่นเดียวกับ
LEAP แต่อย่างไรก็ตามปั ญหาหลักของ EAP-TLS ความยุง่ ยากและค่าใช้ จ่ายใน
การติดตังจั
้ ดการและบริหารระบบ PKI Certificate
EAP-TTLS โพรโตคอล EAP-TTLS ถูกเริ่มพัฒนาโดยบริษัท Funk Software
ซึง่ การทางานของ EAP-TTLS คล้ ายกับ EAP-TLS คือจะมีการตรวจสอบเครื่ อง
แม่ข่ายโดยใช้ Certificate แต่ผ้ ใู ช้ จะถูกตรวจสอบโดยการใช้ username และ
password ซึง่ ความปลอดภัยของ EAP-TTLS จะน้ อยกว่า EAP-TLS และที่สาคัญ
EAP-TTLS อาจไม่ได้ รับความนิยมมากนักในเวลาต่อไปเนื่องจาก Microsoft และ
Cisco ได้ ร่วมมือกันพัฒนาโพรโตคอลขึ ้นมาใหม่ชื่อว่า PEAP (Protected EAP) ซึง่
มีการทางานเช่นเดียวกับ EAP-TLS ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
ในการที่จะติดตั้งระบบเครื อข่าย WLAN ที่มีความปลอดภัยสูงโดยใช้ IEEE
802.1x จะต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างคือ อุปกรณ์แม่ข่ายที่สามารถส่ งผ่านข้อมูลไป
ยัง RADIUS ด้วย IEEE 802.1x ได้ (IEEE 802.1x Enabled AP), เซิ ร์ฟเวอร์
RADIUS ที่สามารถทางานร่ วมกับ EAP ที่ตอ้ งการได้, ซอฟต์แวร์สาหรับ Client
ซึ่ งสามารถทางานร่ วมกับ RADIUS และ IEEE 802.1x ได้
มาตรฐาน IEEE 802.1x จะใช้โพรโตคอลที่เรี ยกว่า EAP ซึ่ งปัจจุบนั มีการใช้
โพรโตคอลดังกล่าวใน 4 รู ปแบบหลักๆคือ EAP-MD5, LEAP, EAP-TLS, และEAPTTLS ซึ่ งโพรโตคอลเหล่านี้สามารถช่วยให้ระดับความปลอดภัยในเครื อข่าย WLAN
สู งขึ้นด้วยวิธีเฉพาะของแต่ละโพรโตคอล แต่การที่จะทาใช้มาตรฐาน IEEE 802.1x
ให้มีความปลอดภัยสู งได้น้ นั เครื่ องแม่ข่ายจะต้องข้อมูลไปยัง RADIUS SEVER ด้วย
มาตรฐาน IEEE 802.1x ได้ RADIUS SEVER จะต้องทางานร่ วมกับ โพรโตคอล
EAP ได้ และจะต้องมี Software สาหรับ Client ที่สามารถทางานร่ วมกับ RADIUS
และ IEEE 802.1x ได้
QoS เป็ นตัวกาหนดชุดของคุณสมบัติของประสิทธิภาพของการติดต่อ หรื อ
เรี ยกว่าเป็ นการส่งข้ อมูลในเครื อข่ายโดยรับประกันว่าการส่งข้ อมูลจะเป็ นไปตาม
คุณภาพหรื อเงื่อนไขที่ต้องการ เช่น ดีเลย์ แบนด์วิดธ์ การเปลี่ยนแปลงของดีเลย์
(jitter) อัตราการสูญหายของข้ อมูล (loss) หลักการทัว่ ไปของ QoS
Routing จึงเป็ นการตรวจวัดและควบคุมการไหลของข้ อมูลให้ เป็ นไปตาม
เงื่อนไขที่กาหนด

Reservation

Prioritization
การรับประกันด้ วยวิธีจองทรัพยากรของเครื อข่าย ก่อนที่จะเริ่มส่งข้ อมูล
ทรัพยากรที่จาเป็ นต้ องจองก็คือ บัฟเฟอร์ , แบนด์วิดธ์ และ ดีเลย์ ในส่วนของการ
คานวณนันจะเน้
้
นไปที่การหาขนาดของบัฟเฟอร์ และแบนด์วิดธ์ที่เหมาะสมที่จะรักษา
ดีเลย์ระหว่างต้ นทางไปยังปลายทางไม่ให้ เกินที่กาหนด




Queueing Delay ดีเลย์ที่เกิดจากการรอคิวส่ง
Processing Delay ดีเลย์ที่เกิดจากการประมวลผลของเราท์เตอร์
Transmission Delay ดีเลย์ที่เกิดจากอัตราการส่งข้ อมูล
Propagation Delay ดีเลย์ของสื่อที่ใช้ สง่ ข้ อมูล
เป็ นการจัดลาดับความสาคัญ คือข้ อมูลที่มีความสาคัญมากจะได้ รับการส่ง
ก่อน หรื อให้ การเซอร์ วิสก่อน การเลือกระดับความสาคัญจะเป็ นไปตามชนิดของ
ข้ อมูลเป็ นหลัก ซึง่ การส่งข้ อมูลที่ต้องการดีเลย์น้อย ๆ จะมีระดับความสาคัญสูง ข้ อดี
ของวิธีการนี ้คือ ไม่ต้องมีการจองทรัพยากรของเครื อข่าย จึงสามารถใช้ งานได้ ในวง
กว้ าง บางครัง้ การทางานแบบ Prioritization จะเรี ยกว่าเป็ น Classof-Service Routing (CoS Routing) เพราะแพ็คเกตจะถูก
แบ่งออกเป็ นคลาส หรื อระดับความสาคัญ ข้ อมูลในคลาสเดียวกันจะมีความสาคัญ
เท่ากัน ใช้ ทรัพยากรทังหมดร่
้
วมกัน ซึง่ เป็ นข้ อเสีย เนื่องจากวิธีนี ้ไม่สามารถรับประกัน
ได้ แน่นอนว่าการจัดส่งจะเป็ นไปตามเงื่อนไข
Configuring Wireless Management Devices
ระบบเครื อข่ายไร้ สายจะก้ าวเข้ ามามีบทบาทในการดารงชีวิตประจาวันมากขึ ้น
เนื่องจากทุกวันนี ้ การเข้ าถึงข้ อมูลเป็ นสิง่ จาเป็ น ใครที่มีข้อมูลมากกว่า และรู้ไวกว่า จะเป็ น
ผู้ได้ เปรี ยบในการตัดสินใจในเรื่ องต่างๆ โดยเฉพาะทางด้ านธุรกิจ ดังนันระบบเครื
้
อข่ายไร้
สายที่สะดวกสบาย รวมทั ้งความรวดเร็ วในการติดต่อสื่อสารถึงกันและกัน ทาให้ เกิดรูปแบบ
ใหม่ๆเกิดขึ ้นมากมาย ทั ้งพัฒนามาจากระบบสื่อสารแบบใช้ สายนาสัญญาณ หรื อพัฒนา
ระบบสื่อสารไร้ สายแบบเดิมให้ มีประสิทธิภาพดีมากขึ ้นกว่าเดิม โดยที่ผ้ ใู ช้ สามารถเลือกใช้
ให้ เหมาะสมกับการใช้ งานและเหมาะสมกับสถานที่ เครื อข่ายไร้ สายก็เป็ นอีกทางเลือกหนึง่
ขององค์กรและสานักงานที่ประสบปั ญหาในการใช้ ระบบเครื อข่ายแบบใช้ สาย ที่จะสามารถ
ใช้ เครื อข่ายไร้ สายดาเนินธุรกิจได้ โดยสะดวก และในอนาคตอาจรวมถึงบ้ านเรื อนที่จะนาเอา
ระบบเตรื อข่ายไร้ สายมาใช้ อานวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารและการปฏิบตั ิงานของ
สมาชิกในบ้ านกันอย่างกว้ างขวางก็ได้ เพราะมีแนวโน้ มการพัฒนาด้ านมาตรฐานของ
อุปกรณ์แบบไร้ สายอย่างต่อเนื่อง รวมทังการพั
้
ฒนาผลิตภัณฑ์ไร้ สายใหม่ๆ ดังนันจึ
้ งคาดได้
ว่าระบบเครื อข่ายไร้ สายจะต้ องเข้ ามามีบทบาทอย่างมากในการดาเนินงานของหน่วยงาน
และองค์กรต่างๆ อย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้ นี ้
Chapter 21
About the Companion CD




สิง่ ที่คณ
ุ จะพบในแผ่นซีดี
ความต้ องการของระบบ
การใช้ แผนซีดี
การแก้ ปัญหาเบื ้องต้ น
ในส่วนนี ้จะมีเนื ้อหาและโปรแกรมแถมมาด้ วย โปรแกรมบางตัวก็จะเป็ นฟรี แวร์
บางตัวก็เป็ นตัวลิขสิทธิ์ให้ ผ้ ใู ช้ เลือกดูในแผ่นซีดีแผ่นนี ้
ซึง่ รวมถึงทดลองการประเมินและบททังหมดตรวจดู
้
คาถามในรูปแบบอิเล็กโทรนิค
เราได้ ใส่เวอร์ ชนั อิเล็กโทรนิคของข้ อความใน รูปแบบ .pdf. คุณสามารถดูอิ
เล็กโทรนิค

ในซีดีแผ่นนี ้มีโปรแกรม Adobe Reader เอาไว้ เปิ ดดูไฟล์ในซีดีนี ้ได้ หรื อ
ตรวจสอบเวอร์ ชนั่ ใหม่ได้ ที่
www.adobe.com/products/reader/.



Microsoft Windows 98, Windows 2 NN 000,
Windows NT4 (with SP4 or later), Windows
Me, Windows XP, or Windows Vista
มีการเชื่อมต่ออินเตอร์ เน็ต
มีไดร์ อา่ นซีดี

ใส่แผ่นไปที่ไดร์ ซีดีของคอมพิวเตอร์

เปิ ดดูข้อมูลที่ต้องการ

ดูความต้ องการของหน่วยความจาของคอมพิวเตอร์

ดูระบบไวรัสของเครื่ อง
รหัสนักศึกษา
กลุ่ม
นายปั ญญา คล้ อยสวาสดิ์
114930407007-5
49347CNM
นายวิเชียร โพธิ์ทอง
114930407056-2
49347CNM
นายณัฐพล ทิพย์กมลธนกุล
115040462055-3
ชื่อนาม-สกุล

similar documents