การรับรู้ (Perception)

Report
การรับรู้
(PERCEPTIO
N)
โดยนักศึ กษาปริญญาตรีชน
้ั ปี ท ี่ 1
หมู่ 3
สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะครุ
ศาสตร ์
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
เสนอ
อาจารยโชติ
ก
า
์
รายวิชา 1051203 จิตวิทยาและการ
ธรรมวิ
เ
ศษ
แนะแนวสาหรับครู
1. นางสาวนิภาพร
ทัพสุรย
ิ ์
รหัส
นักศึ กษา 543410020301
2. นางสาวปาลิตา
สุตนนท ์
รหัส
นักศึ กษา 543410020307
3. นางสาวผกานันท ์ อรัญโชติ รหัสนักศึ กษา
543410020309
4. นางสาวพัตราภรณ์ พวงศรีแกวรหั
สนักศึ กษา
้
543410020311
5. นางสาวมัชฌิมา
มิตรภูมวิ บ
ิ รู ณ ์ รหัส
นักศึ กษา 543410020317
การรับรู้ หมายถึง การแปลความหมาย
จากการสั มผัส โดยเริม
่ ตัง้ แต่ การมีส่ิ งเรามา
้
กระทบกับอวัยวะรับสั มผัสทัง้ ห้า และส่งกระแส
ประสาท ไปยังสมอง เพือ
่ การแปลความ
การรับสั มผัส หมายถึง อาการทีอ
่ วัยวะ
สั มผัสรับสิ่ งเราหรื
อสิ่ งเราเข
บ
้
้ ามากระทบกั
้
อวัยวะสั มผัสตางๆ
เพือ
่ ให้คนเรารับรูภาวะ
่
้
แวดลอมรอบตั
ว ตามปกติเรารับสั มผัสเราจะรับ
้
สั มผัสออกมาเป็ นความหมายเลยทีเดียว
ความรูสึ้ กจากการสั มผัสจึงใกลเคี
้ ยงกับการรับรู้
กระบวนการของการรับรู้ (Process)เป็ น
กระบวนการทีค
่ าบเกีย
่ วกันระหวางเรื
อ
่ งความเขาใจ
่
้
การคิด การรูสึ้ ก (Sensing) ความจา (Memory)
การเรียนรู้ (Learning) การตัดสิ นใจ (Decision
making)
Sensing -----> Memory ------> Learning ------> Decision making
กระบวนการรับรู้ จะเกิดไดจะต
องมี
องคประกอบ
้
้
์
ดังตอไปนี
้
่
1. สิ่ งเรา้ ( Stimulus ) ทีจ
่ ะทาให้เกิด การ
รับรู้ เช่น สถานการณ ์ เหตุการณ ์ สิ่ งแวดลอม
้
รอบกาย ทีเ่ ป็ น คน สั ตว ์ และสิ่ งของ
2. ประสาทสั มผัส ( Sense Organs ) ทีท
่ า
ให้เกิดความรูสึ้ กสั มผัส เช่น ตาดู หูฟัง จมูก
ไดกลิ
่ ลิน
้ รูรส
และผิวหนังรูร
้ น
้
้ อนหนาว
้
3. ประสบการณ ์ หรือความรูเดิ
่ วของ
้ มทีเ่ กีย
้
กับสิ่ งเราที
้ เ่ ราสั มผัส
4. การแปลความหมายของสิ่ งทีเ่ ราสั มผัส
สิ่ งทีเ่ คยพบเห็ นมาแลวย
ในความทรงจ
า
้ อมจะอยู
่
่
ของสมอง เมือ
่ บุคคลไดรั
้ บสิ่ งเรา้ สมองก็จะทา
เมือ
่ มนุ ษยเราถู
กเราโดยสิ
่ งแวดลอม
ก็จะเกิด
์
้
้
ความรูสึ้ กจากการสั มผัส (Sensation) โดยอาศัย
อวัยวะสั มผัสทัง้ 5 คือ ตา ทาหน้าทีด
่ ค
ู อ
ื
้ ทาหน้าทีร่ ู้
่ งั คือ ไดยิ
มองเห็ น หูทาหน้าทีฟ
้ น ลิน
รส จมูก ทาหน้าทีด
่ มคือไดกลิ
่ ผิวหนังทา
้ น
หน้าทีส
่ ั มผัสคือรูสึ้ กไดอย
กตอง
กระบวนการ
้ างถู
่
้
รับรู้ ก็สมบูรณ์

การรับรูจะเกิ
ดขึน
้ ได้ ต้องเป็ นไปตามขัน
้ ตอน
้
ของกระบวนการดังนี้
ขัน
้ ที่ 1 สิ่ งเรา(
้ Stimulus )มากระทบอวัยวะ
สั มผัสของอินทรีย ์
ขัน
้ ที่ 2 กระแสประสาทสั มผัสวิง่ ไปยังระบบ
ประสาทส่วนกลาง ซึง่ มีศน
ู ยอยู
่ มองเพือ
่ สั่ ง
์ ที
่ ส
การ ตรงนี้เกิดการรับรู้ ( Perception )
ขัน
้ ที่ 3 สมองแปลความหมายออกมาเป็ น
ความรูความเข
าใจโดยอาศั
ย ความรูเดิ
้
้
้ ม
ประสบการณเดิ
์ ม ความจา เจตคติ ความ
จิตฟิ สิกส์ คือการศึ กษาหา
ความสั มพันธระหว
างพลั
งงานเรากั
่
้ บการ
์
รับรูในเชิ
งปริมาณ คนแรกทีศ
่ ึ กษาคือ
้
กุสทาฟ เฟคเนอร ์ ( Gustav Fechner )
เป็ นชาวเยอรมัน ไดศึ
้ กษาหา
ความสั มพันธระหว
างจิ
ตกับโลกวัตถุ โดย
่
์
ใช้สูตรทางคณิตศาสตร ์ ถึงแมในการ
้
รับรูปั
ั จะไมค
ใครสนใจสิ่ งทีท
่ าน
้ จจุบน
่ อยมี
่
่
ผู้นี้ศึกษา
แตท
ชื
่ วาเป็
่
่ านได
่
้ อ
่ นผู้ริเริม
1.เทรชโฮลดสมบู
รณ์ ( Absolute Threshold
์
)
นิยมเรียกเทรชโฮลดเพี
์ ยงคาเดียว ใช้
อักษรยอว
่ า่ T or RL R มาจากภาษาเยอรมัน
วา่ Reiz แปลวาสิ
่ ่ งเรา้ L มาจากภาษาลาติน
วา่ Limen แปลวา่ ประตู หรือ จุดเริม
่ ตน
้
 2.เทรชโฮลดอนุ
ั ธ ์ (Differential
์ พน
Threshold, Differential Liman DL or Just
Noticabel Difference JND)
หมายถึงความแตกตางของพลั
งงานทีน
่ ้ อย
่

การรับรูของคนเรานั
้นมีองคประกอบที
เ่ ขา้
้
์
มาเกีย
่ วของมากมาย
นอกจากจะขึน
้ อยูกั
้
่ บ
อวัยวะสั มผัสทีส
่ มบูรณแล
้ อยูกั
์ ว
้ ยังขึน
่ บ
คุณสมบัตข
ิ องสิ่ งเราที
มผัส
้ ไ่ ปกระตุนประสาทสั
้
สิ่ งเราบางชนิ
ดมีอท
ิ ธิพลตอการรั
บรูของเรา
ใน
้
่
้
การรับรูจึ
เ่ ขามาเกี
ย
่ วของ
คือ
้ งมีองคประกอบที
์
้
้
องคประกอบทางสรี
ระ และองคประกอบทาง
์
์
จิตวิทยา
องคประกอบทางสรี
ระ ไดแก
์
้ ่ ความสมบูรณ์
ของอวัยวะสั มผัส และความสามารถของอวัยวะ
สั มผัส ซึง่ มีขด
ี จากัดไมสามารถตอบสนองสิ
่ งเราทุ
่
้ ก
ชนิดได้ ดังทีก
่ ลาวมาแล
วข
น
่
้ างต
้
้ ดังนั้นอวัยวะ
สั มผัสของเราจึงมีความสามารถรับสั มผัสสิ่ งเร้าได้
บางประเภทเทานั
ง
่ ้น นอกจากนี้การรับรูของเรายั
้
ขึน
้ อยูกั
สมรรถภาพการรับ
่ บสุขภาพของรางกาย
่
สั มผัสน้อยลง หรืออิทธิพลของสารเคมีตางๆ
ทีเ่ ขา้
่
สู่รางกาย
่
องคประกอบทางสรี
รวิทยาเขามาเกี
ย
่ วของกั
บการ
้
้
์
รับรูในแง
ที
ม
่ ข
ี ด
ี จากัดในการรับรู้ แต่
้
่ ว่ า่ รางกายที
่
องคประกอบทางจิ
ตวิทยาเขามามี
ส่วนทาให้เกิดความ
้
์
จูงใจทีจ
่ ะรับรูเฉพาะอย
าง
้
่
สิ่ งทีม
่ อ
ี ท
ิ ธิพลตอความตั
ง้ ใจ ( Attention ) ใน
่
การทีเ่ ราจะเลือกรับรูนั
้ ้นอาจแบงได
่
้ 2 ชนิด คือ
1.สิ่ งเราภายนอก
้
2.สิ่ งเราภายใน
้
ความชิน (Adaptation) ถา้
เราอยูในที
ส
่ วางเป็
น
่
่
เวลานานๆ แลวเข
่
้ าไปในที
้
มืดทันที
เราจะมองไมเห็
่ น
อะไรเลยในระยะเวลาหนึ่ง
แลวจึ
นขึน
้
้ งคอยๆมองเห็
่
ตามลาดับ ช่วงเวลานั้นคือ
ช่วงเวลาทีเ่ ราใช้ตาให้ชินกับ
ความมืด (Dark adaptation)
ในทานองเดียวกัน ถาเราอยู
้
่
ในทีม
่ ด
ื เป็ นเวลานานๆ แลว
้
ออกมาในทีส
่ วางทั
นที จะ
่
การชินเสี ยง (Sound
Adaptation) ถาฟั
้ งเสี ยงตอ
่
กันสั กระยะหนึ่ง จะเกิด
ความเคยชินเสี ยง ความ
เคยชินกับสิ่ งเรานี
้ ้จะเกิดกับ
อวัยวะรับความรูสึ้ กทุกชนิด
แตเสี
่ ยงจะเกิดความเคยชิน
น้อยเมือ
่ เทียบกับอวัยวะรับ
ความรูสึ
่ ในขณะ
้ กชนิดอืน
ทีเ่ กิดความชินเสี ยง ระดับ
เทรชโฮลดจะเปลี
ย
่ นเป็ น
์
สูงขึน
้ เล็กนอย และกลับคืน
การชินกลิน
่ ( Smell Adaptation ) ในบรรดา
ประสาทรับความรูสึ
่ จะ
้ กทัง้ 5 ชนิด การไดกลิ
้ น
เกิดการชินมากทีส
่ ุด การชินกลิน
่ สั งเกตไดง้ าย
่
เช่น เมือ
่ เราเขาไปในครั
ว เราจะไดกลิ
่ อาหารใน
้
้ น
ระยะไมกี
่ าทีแรกทีก
่ าวเข
าไปเท
านั
นี้คน
่ น
้
้
่ ้น ดวยเหตุ
้
จึงมีกลิน
่ ตัวแรง บางคนจึงไมรู่ สึ้ กตัว หรือเวลาใช้
น้าหอมเราจะไดกลิ
่ ในระยะเวลาแรกเทานั
้ น
่ ้น
หลังจากนั้นจะเกิดการชินกลิน
่ ทาให้ไมได
่ อีก
่ กลิ
้ น
ตอไป
การเปลีย
่ นระดับเทรชโฮลดของกลิ
น
่ นี้
่
์
บางครัง้ ก็ไมได
่ เกิ
้ ดจากการชิน แตเกิ
่ ดจากสาเหตุ
อืน
่ เช่น เวลาเป็ นหวัดระดับเทรชโฮลดจะสู
งขึน
้
์
มีตวั แปรหลายตัวทีม
่ ผ
ี ลตอเทรชโฮลด
ของการรั
บรส
่
์
เช่น สารเคมีบางชนิด ความเขมข
น้น
ั
้ นของสารเคมี
้
ตาแน่งทีเ่ รา้ ขนาดของสิ่ งเรา้ สภาวะสารเคมีในปาก
กอนการเร
า้ อาหารทีร่ บ
ั ประทานกอนการทดสอบ
่
่
อุณหภูมข
ิ องสารทีท
่ ดสอบ ชนิดของสั ตวทีท
่ ดสอบ
มนุ ษยเมื
่ พบสิ่ งเราไม
ได
ส
่ ่ิ งเร้าปรากฏแตจะ
้
่ รั
้ บรูตามที
้
่
์ อ
นามาจัดระบบตามหลักดังนี้
1.หลักแหงความคล
ายคลึ
ง ( Principle of similarity)
่
้
สิ่ งเราใดที
ม
่ ค
ี วามคลายกั
นจะรับรูว
้
้
้ าเป็
่ นพวกเดียวกัน
2.หลักแหงความใกล
ชิ
่
้ ด (Principle of proximity ) สิ่ ง
เราที
่ ค
ี วามใกลกั
้ ม
้ นจะรับรูว
้ าเป็
่ นพวกเดียวกัน
3.หลักแหงความสมบู
รณ ์ (Principle of closure) เป็ น
่
การรับรูสิ
รณให
้
้ ่ งทีไ่ มสมบู
่
์ ้สมบูรณขึ
์ น
4.กฎแหงความต
อเนื
่
่ ่อง (Principle of continuity) เป็ น
ความคงทีใ่ นการรับรูมี
้ 2 ประการ ไดแก
้ ่
1.ขนาดคงที่ (Size Constancy) หมายถึง
ความสามารถในการรับรูขนาดของวั
ตถุ
้
2.สี คงที่ (Color Constancy) หมายถึง
ความสามารถในการการรับรูความคงที
ข
่ องสี
้
การรับรูของเราบางครั
ง้ อาจจะเกิดความผิดพลาดไปได้
้
ซึง่ มีสาเหตุจาก
1.จากองคประกอบของผู
รั
เช่น
์
้ บรูเอง
้
ประสาทสั มผัสบกพรองขาดประการณ
เดิ
่
์ ม เกิดจาก
ความใส่ใจ ความตองการ
เจตคติ วัฒนธรรม
้
หรือเกิดจากจากประสบการณเดิ
่ ด
ิ หรือผู้รับรูมี
์ มทีผ
้
สารเคมีบางอยางในร
างกาย
่
่
2.เกิดจากองคประกอบของสิ
่ งเรา้ เช่น
์
ก.เกิดจากภาพและพืน
้ สลับกัน
ข.เกิดจากภาพลวงตา ( Illusion ) ภาพลวงตาเกิดจาก
การทีไ่ มสามารถรั
บรูส
่
้ ่ วนยอยแยกออกจากส
่
่ วนรวม
1.การรับรูมี
ยนรู้
้ ความสาคัญตอการเรี
่
การรับรูและการเรี
ยนรูเป็
่ วของกั
น เพราะ
้
้ นสิ่ งทีเ่ กีย
้
คนเราเรียนรูจากประสบการณ
ภายนอก
การทีจ
่ ะ
้
์
ไดรั
มผัสทัง้ 5 จึงต้อง
้ บประสบการณทางประสาทสั
์
ผานการรั
บรูมาก
อน
ถาไม
มี
ยนรูก็
่
้
่
้
่ การรับรูการเรี
้
้ จะ
ไมเกิ
้
่ ดขึน
ดังนั้น การรับรูท
้ าให้เกิดการเรียนรูตามขบวนการ
่
ดังนี้
สิ่ งเราเป็
คนรับสั มผัสกับสิ่ งเรา้
้ นประสบการณ ์
รู้คความหมายจากการสั มผัสหลาย ๆ ครัง้
หรือรูความหมายจากผู
บอกแนะความหมาย
การ
้
้
คุณสมบัตภ
ิ ายในจิตใจของผูรั
ไดแก
้ บรู้
้ ่
ความสนใจ ความตองการ
ทัศนคติ และความใส่ใจ
้
เป็ นตน
เมือ
่ คนเรามีความตองการสิ
่ งใด ประกอบกับ
้
้
ถามี
ั ถุหรือภาพทีม
่ ล
ี ก
ั ษณะกากวมมาปรากฏ
มอง
้ วต
ไมเห็
ั จะปรับสิ่ งเร้าทีม
่ อง
่ นเดนชั
่ ดวาเป็
่ นอะไร เราก็มก
ไมชั
เช่น
่ ดเจนให้เขากั
้ บความตองการภายในเสมอ
้
ให้คนหิวขาว
มองภาพไมชั
่งลอมวง
้
่ ดเจน คลายคนนั
้
้
กัน บุคคลผูนั
นขาวก็
้ ้นอาจรับรูว
้ าก
่ าลังมีคนนั่งลอมวงกิ
้
้
ได้
ความสนใจ (attention)ไมมี
่ ะตอบสนองสิ่ ง
่ ใครทีจ
เรารอบๆตั
วไดพร
น ฉะนั้นเราจึงมักจะเลือกรับรู้
้
้ อมๆกั
้
คุณสมบัตข
ิ องสิ่ งเราภายนอกที
ม
่ ผ
ี ลตอการเรี
ยนรู้
้
่
1.การเปลีย
่ นแปลงของสิ่ งเรา้
2.ขนาดของสิ่ งเรา้
3.การเคลือ
่ นไหวของสิ่ งเรา้
4.การเกิดซา้ ๆ กันของสิ่ งเรา้
การรับรูสั
้ มผัสพิเศษ (Extrasensory Perception)
โทรจิต ( Telepathy)คือการส่งกระแสจิตถึงกัน
จากหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง
การรูทั
่ ะ
้ นที ( Clairvoyance )คือความสามารถทีจ
ระลึกรูวั
้ ตถุหรือเหตุการณได
้ งใจความ
์ ้ เช่น การรูถึ
ของจดหมายทีป
่ ิ ดไวในซองอย
างดี
้
่
โดยไมได
่ รั
้ บสั มผัสตามปกติ
การรูอนาคต
( Precognition ) คือการรูที
้
้ ไ่ มอาจ
่
อธิบายเหตุผลไดเกี
่ วกับเหตุการณในอนาคตเช
้ ย
่น
์
การรูว
่ ใดโทรศั พทจะดั
ง ซึง่ เหตุการณนี
้
้ าเมื
่ อ
์
์ ้จะเกิดขึน
จริง แตไม
าตอบไดว
่ สามารถจะหาค
่
้ า่ เขารูได
้ อย
้ างไร
่
1. การติดตอกั
ษยจะต
อง
่ บสิ่ งแวดลอมของมนุ
้
์
้
ผานเข
ามาทางประสาทสั
มผัสทัง้ สิ้ น พฤติกรรม
่
้
ของมนุ ษยจะไม
มี
์
่ ความหมายหากปราศจาก
กระบวนการสั มผัส
2. การสั มผัสมีผลมาจากการทีส
่ ่ิ งเราภายนอก
้
มากระทบประสาทสั มผัสของอินทรียเป็
์ นครัง้ แรก
ส่วนการรับรูจะมุ
งไปที
ค
่ วามเขาใจและการแปล
้
่
้
ความหมายของสิ่ งทีม
่ ากระทบนั้น
3. สั มผัสทัง้ 5 จะเขาสู
โดยผ
าน
้ ่ รางกายได
่
้
่
อวัยวะสั มผัส ทีป
่ ระกอบ ดวย
ตา หู
้
4. การรับรูความเปลี
ย
่ นแปลงในสั มผัสทีม
่ า
้
กระทบ รวมทัง้ การปรับตัวในการรับสั มผัส ซึง่ มี
ผลตอการตอบสนองของมนุ
ษย ์
่
5. ถึงแมว
บรูทางสายตาของมนุ
ษยจะมี
้ าการรั
่
้
์
ขีดจากัด แตเราก็
สามารถเขาใจโลกได
ถู
่
้
้ กตอง
้
มากขึน
้ เพราะการรับรูของเรามี
สภาวะคงที่
้
6. ดวงตา 2 ข้าง จะช่วยทาให้เกิดการรับรู้
ความลึก แตดวงตาเพี
ยงขางเดี
ยวก็สามารถรับรู้
่
้
ความลึกไดด
ประกอบหลายประการ
้ วยองค
้
์
7. การรับรูของมนุ
ษยจะมี
ลก
ั ษณะเป็ นหมวดหมู่
้
์
8. การับรูของมนุ
ษยมี
้
์ ผลมาจากการเรียนรู้
รวมทัง้ คุณสมบัตภ
ิ ายในตัวมนุ ษย ์ และภายนอก
ของสิ่ งเราเอง
้
9. ปรากฏการณอภิ
์ ธรรมดา เป็ นสิ่ งที่
นักวิทยาศาสตรยั
บไดอย
ด
์ งไมสามารถยอมรั
่
้ างชั
่
เชน เพราะไมสามารถพิ
สจ
ู นได
่
์ ้
10. พุทธศาสนาสอนให้เขาใจการสั
มผัสในสิ่ ง
้
ทีม
่ ากระทบอวัยวะสั มผัส คือ ตา หู จมูก ลิน
้
กายและใจ ให้มีสติคุมไวในทุ
กจุดทีส
่ ั มผัส
้
กระทบ เพือ
่ ไมให
่ ถือมัน
่ จนทาให้เป็ นทุกข ์
่ ้ยึดมัน
1.ส่งเสริมสิ่ งเราที
ี ารสอน
้ เ่ ป็ นบทเรียน วิธก
กิจกรรม อุปกรณ ์ ให้งายต
อการต
อการรั
บรู้
่
่
่
ของเด็ก เช่น จัดห้องให้ถูกสุขลักษณ ์ ใช้
อุปกรณการสอนที
ง่ ายต
อการรั
บรู้ เช่น ใช้ภาพ
์
่
่
ทีเ่ ดนชั
่ ด ใช้เสี ยงพอเหมาะเขียนตัวอักษรเป็ น
ระเบียบชัดเจน เป็ นตน
้
2.การจัดแบบเรียน ควรเริม
่ จากการสราง
้
พืน
้ ฐานทีเ่ ด็กเรียนรูแล
อเขาใจแล
ว
้ วหรื
้
้
้ เพราะ
ในการแปลความหมายในสิ่ งทีจ
่ ะรับรูต
เด็ก
้ อไป
่
ต้องอาศัยความรูเดิ
้ ม ในการสอนครูจงึ ตองรู
้
้
3.ความตัง้ ใจ เจตคติ และอารมณ์ มี
ความสาคัญตอการรั
บรู้ ดังนั้นครูจะตองท
าบทเรียนให้
่
้
น่าสนใจ เช่น ใช้อุปกรณที
่ ่ าสนใจ มีกจ
ิ กรรมและ
์ น
การสอนไมบี
้ ทางอารมณ ์ พยายามให้เด็กสนุ กเพ
่ บคัน
ลิด และครูมค
ี วามเป็ นกันเอง มีความยุตธิ รรม สิ่ ง
เหลานี
ึ้
่ ้จะช่วยให้เด็กรับรูได
้ ดี
้ ขน
4.จัดให้เด็กมีโอกาสไดรั
่ งตาง
ๆ เพือ
่
้ บรูในสิ
้
่
เพิม
่ พูนความสามารถในการรับรู้ อันเป็ นแนวทาง
เสริมสรางการเรี
ยนรูไปด
วย
้
้
้
5.สนใจในเด็กทีม
่ ป
ี ญ
ั หาตอการรั
บรู้ เช่น อวัยวะ
่
สั มผัสบกพรอง
เช่น สายตาสั้ น สายตาเอียง หูตงึ
่
วธู ชูกต
ิ ติกุล. จิตวิทยา (โครงการตาราวิชาการราชภัฏ
เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาส
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหั
่ วทรง
เจริญพระชนมพรรษาครบ
๖ รอบ). ม.ป.พ., 2542
โรเบิรต
จิตวิทยาทัว่ ไป General
์ อี. ซิลเวอรแมน.
์
Psychology. พิมพครั
์ ง้ ที่ 8.
แปลโดย สุปราณี สนธิรต
ั น์
และคณะ. จามจุรโี ปรดักท ์ : กรุงเทพ ฯ, 2545
สิ รอ
ิ ร วิชาวุธและคณะ. จิตวิทยาทัว่ ไป. พิมพครั
์ ง้ ที่ 4.
สานักพิมพมหาวิ
ทยาลัยธรรมศาสตร ์ :
์
http://www.novabizz.com/NovaAce/Behavior/Perceptio
n สื บค้นเมือ
่
วันที่ 13 เดือน ธันวาคม
พ.ศ. 2554
http://club.yenta4.com/view_topic.php?type=content&cl
ub=52_Biology_PK&club_id=29692&table_id=1&cate_id=1&post_id=267496 สื บคนเมื
อ
่ วันที่ 15 เดือน
้
ธันวาคม พ.ศ. 2554

similar documents