การสื่อสารข้อมูล ppt.

Report
การสื่อสารข้ อมูล
และเครื อข่ ายคอมพิวเตอร์
การสื่อสารข้ อมูล
คือ...?
การแลกเปลี่ยนข้ อมูลข่ าวสารจากผู้ส่งสารผ่ านสื่อกลาง
ไปยังผู้รับสาร
ลักษณะของข้ อมูล
1. ข้ อมูลเกี่ยวกับบุคคล สินค้ า
2. ข้ อมูลที่อยูใ่ นรูปแบบเอกสารหรื อตัวอักขระ
3. ข้ อมูลที่เป็ นรูปภาพต่างๆ
4. ข้ อมูลที่อยูใ่ นรูปของเสียง
ส่ วนประกอบของการสื่อสารข้ อมูล
1. ผู้สง่ สาร (Sender) ทาหน้ าที่เป็ นผู้สง่ ข้ อมูลไปยังผู้รับสาร
เช่น สุนขั เห่าเมื่อเห็นคนแปลกหน้ า
ผู้ส่งสาร คือ.........???
2. ผู้รับสาร (Receiver) ทาหน้ าที่เป็ นผู้รับข้ อมูลจากผู้สง่
สาร เช่น น ้าใจสัง่ ให้ สนุ ขั นัง่ ลง
ผู้รับสาร คือ.........???
ส่ วนประกอบของการสื่อสารข้ อมูล
3. ข้ อมูลหรื อสาร (Message) คือ สิ่งที่ผ้ สู ง่ ต้ องการส่ง
ให้ แก่ผ้ รู ับ เช่น น ้าใจสัง่ ให้ สนุ ขั นัง่ ลง
ข้ อมูลหรือสาร คือ.........???
4. ตัวกลางหรื อสื่อนาข้ อมูล (Media) คือสิ่งที่ทาหน้ าที่เป็ น
ตัวกลางในการนาเสนอข้ อมูลจากผู้สง่ ไปยังผู้รับ ในการสื่อสาร 1 ครัง้
เช่น สุนขั เห่าเมื่อเห็นคนแปลกหน้ า
5. โพโทคอล (Protocol) คือข้ อตกลงหรื อวิธีการสื่อสาร
โพโทคอลที่ใช้ ติดต่อกันระหว่างคอมพิวเตอร์ ที่เป็ นมาตรฐานการ
สื่อสารเรี ยกว่า โพโทคอลทีซีพี/ไอพี (TCP/IP)
สื่อกลางที่ใช้ ในการสื่อสารข้ อมูล
แบ่ งเป็ น 2 ประเภท คือ
1. ตัวกลางแบบมีสาย (Wired Media) เป็ นตัวกลางที่ผ้ ู
สื่อสารสามารถบังคับทิศทางของข้ อมูลได้ ตามที่ต้องการ เช่น
- สายคูบ่ ิดเกลียว (Twisted Pair Cable) มี
ลักษณะเหมือนสายไฟฟ้า ราคาไม่แพง น ้าหนักเบา ภายในมีสายทองแดง
บิดพันกันเป็ นเกลียวคู่ ติดตังได้
้ ง่าย
-สายโคแอกซ์ (Coaxial Cable) มีลกั ษณะ
เหมือนสายเคเบิลทีวี ภายในมีตวั นาไฟฟ้าเป็ นแกนกลางทาหน้ าที่รับและ
ส่งข้ อมูล ภายนอกห่อหุ้มด้ วยฉนวนเป็ นชันๆ
้ ป้องกันสัญญาณรบกวนจาก
ภายนอก
- สายใยแก้ วนาแสง (Optical Fiber Cable)
ทาจากท่อแก้ วหรื อซิลิกาหลอมละลาย ใช้ สาหรับนาข้ อมูลที่ถกู เปลี่ยนให้
เป็ นแสงที่มีความเข้ มของแสงต่างระดับกัน ภายนอกหุ้มด้ วยวัสดุป้องกัน
แสงเพื่อกันสัญญาณรบกวน ส่วนใหญ่การเดินสายจะเดินไว้ ภายในท่อแล้ ว
ติดตังไว้
้ ใต้ ดินเพื่อป้องกันแสงรบกวน
2. ตัวกลางแบบไร้ สาย (Wireless Media)
เป็ นตัวกลางที่ผ้ สู ื่อสารไม่สามารถกาหนดทิศทางของข้ อมูลที่ใช้ ในการ
สื่อสารได้ เช่น
- แสงอินฟราเรด (Infrared) เป็ นการสื่อสารที่ใช้ ใน
ระยะใกล้ ๆ เนื่องจากไม่สามารถส่งข้ อมูลผ่านวัตถุทบึ แสงได้ เช่น การใช้
รี โมตคอนโทรล เพื่อเปลี่ยนรายการโทรทัศน์
- สัญญาณวิทยุ (Radio Wave) เป็ นการสื่อสาร
ด้ วยคลื่นความถี่ สามารถรับและส่งข้ อมูลได้ ระยะทางไกลๆ เช่น การส่ง
สัญญาณ FM จากสถานีวิทยุไปยังวิทยุ
- ดาวเทียม (Satellite) เป็ นการสื่อสารระหว่างสถานี
บนพื ้นโลกกับดาวเทียมที่สง่ ไปโคจรอยูน่ อกโลก ทาให้ สื่อสารในระยะ
ทางไกลๆได้ จึงเหมาะกับการสื่อสารระหว่างประเทศ
รูปแบบของการส่ งสัญญาณข้ อมูล
1. การส่ งสัญญาณทางเดียว (Simplex) คือผู้สง่
สัญญาณจะส่งได้ ทางเดียวโดยที่ผ้ รู ับจะไม่สามารถโต้ ตอบได้
2. การส่ งสัญญาณกึ่งทางคู่ (Half – duplex) คือผู้ส่ง
ได้ ทาการส่งสัญญาณไปแล้ วผู้รับจะรับสัญญาณ หลังจากนันผู
้ ้ รับก็
สามารถเปลี่ยนมาเป็ นผู้สง่ สัญญาณแทน ส่วนผู้ส่งเดิมก็เปลี่ยนมา
เป็ นผู้รับสัญญาณแทนสลับกัน แต่ ไม่ สามารถส่ งสัญญาณพร้ อมกัน
ในเวลาเดียวกันได้
3. การส่ งสัญญาณทางคู่ (Full - duplex) คือการส่ง
และรับข้ อมูลได้ พร้ อมกันทังสองในเวลาเดี
้
ยวกัน หรื อการสื่อสารที่
สัญญาณวิ่งสวนกันได้
พัฒนาการของการสื่อสารข้ อมูล
ตัง้ แต่ อดีตจนถึงปั จจุบัน
1. การสื่อสารยุคโบราณ
เป็ นการสื่อสารที่นิยมใช้ ในอดีต ใช้ ถ่ายทอดข้ อมูลที่ไม่มีความสลับซับซ้ อน
ไม่มีความสะดวกรวดเร็วในการสื่อสาร เช่น
- ภาพบนผนังถา้ เป็ นการสื่อสารรูปแบบแรกของมนุษย์
- ควันไฟ เป็ นการสื่อสารโดยใช้ กลุม่ ของควันไฟแทนสัญลักษณ์
- วิ่งผลัด เป็ นการสื่อสารโดยใช้ บคุ คล
- นกพิราบสื่อสาร เป็ นการสื่อสารโดยใช้ สตั ว์
- ม้ าเร็ว เป็ นการสื่อสารโดยใช้ มนุษย์และสัตว์เป็ นสื่อกลาง
2. การสื่อสารยุคอุตสาหกรรม
เป็ นการสื่อสารที่มงุ่ เน้ นประสิทธิภาพมากกว่าการสื่อสารยุคโบราณ เช่น
- โทรศัพท์ หรื อเทเลโฟน (Telephone) เป็ นการสื่อสารสองทิศทาง
พร้ อมกัน แต่สามารถรับและส่งข้ อมูลได้ ในรูปแบบเสียงเท่านัน้
- โทรสารหรื อแฟ็ กซ์ (Fax) เป็ นการสื่อสารข้ อมูลในรูปแบบอักษรหรื อ
ข้ อความ
- จดหมายและพัสดุ (Letter and Inventories) เป็ นการสื่อสาร
โดยใช้ บริการในการส่งจดหมายและพัสดุจากหน่วยงานให้ บริการ คิดอัตราค่าบริการ
น ้าหนักและระยะทางในการส่งจดหมายและพัสดุ
3. การสื่อสารยุคโลกไร้ สาย
เป็ นการสื่อสารที่มงุ่ เน้ นความสะดวกสบายของผู้ใช้ เช่น
- ไวไฟ (Wi-Fi) เป็ นระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ทางานบนเครื อข่าย
คอมพิวเตอร์ ไร้ สายโดยใช้ คลื่นสัญญาณวิทยุ
- ไปรษณีย์อเิ ล็กทรอนิกส์ หรื ออีเมล (E-Mail) เป็ นการใช้ คอมพิวเตอร์
ส่งข้ อความในรูปของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไปยังบุคคลอื่น
- บลูทูธ (Bluetooth) เป็ นระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อ
สื่อสารระหว่างอุปกรณ์นนๆ
ั ้ โดยอาศัยคลื่นความถี่หรื อสัญญาณวิทยุ
- การสนทนาออนไลน์หรื อแชท (Chat) เป็ นการสนทนาระหว่างบุคคลหรื อ
กลุม่ บุคคล
- วิดโิ อทางไกล (Video Conferencing) เป็ นการสื่อสารข้ อมูลโดย
การส่งภาพและเสียงจากฝ่ ายหนึง่ ไปสูอ่ ีกฝ่ ายหนึง่
พัฒนาการของการสื่อสารข้ อมูล
ตัง้ แต่ อดีตจนถึงปั จจุบัน
พ.ศ. 2379
เซมมัวล์ มอร์ ส คิดค้ นรหัสมอร์ ส ซึง่ ถูกนามาใช้ อย่างกว้ างขวางและการ
สื่อสารด้ วยโทรเลข
พ.ศ. 2419
อเล็กซานเดอร์ เกรแอมเบล ประดิษฐ์ โทรศัพท์เพื่อการสื่อสารด้ วยเสียงผ่าน
สายตัวนา
พ.ศ. 2444
กูกลิโกโม มาร์ โค ทดลองส่งรหัสมอร์ สด้ วยคลื่นวิทยุเพื่อการสื่อสารได้ สาเร็จ
พัฒนาการของการสื่อสารข้ อมูล
ตัง้ แต่ อดีตจนถึงปั จจุบัน
พ.ศ. 2501
สหรัฐอเมริกาส่งดาวเทียมเพื่อการสื่อสารขึ ้นสูอ่ วกาศ
พ.ศ. 2512
อินเทอร์ เน็ต
พ.ศ. 2513
การสื่อสารระหว่างเครื่ องปลายทางที่อยูห่ า่ งไกลเข้ ามายังคอมพิวเตอร์
ศูนย์กลางเพื่อประมวลผล
พัฒนาการของการสื่อสารข้ อมูล
ตัง้ แต่ อดีตจนถึงปั จจุบัน
พ.ศ. 2516
การสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ ในระยะใกล้ เพื่อทางานร่วมกัน
พ.ศ. 2522
ระบบโทรศัพท์เซลลูลาร์ เริ่มมีใช้ ครัง้ แรกที่ประเทศญี่ปนุ่
พ.ศ. 2530
การสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ แบบไร้ สาย
เทคโนโลยีการสื่อสารข้ อมูล
เทคโนโลยีการสื่อสารที่มีลกั ษณะโดดเด่นและนิยมใช้ กนั คือ
โทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์ เน็ต
1. โทรศัพท์ เคลื่อนที่ (Mobile Phone) เป็ นเทคโนโลยีสารสนเทศที่
จะเปลี่ยนข้ อมูลให้ อยูใ่ นรูปแบบของสัญญาณดิจิทลั และใช้ อากาศเป็ นตัวกลางใน
การรับและส่งข้ อมูล
2. อินเทอร์ เน็ต (Internet) เกิดจากการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ และ
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พื ้นที่การให้ บริการครอบคลุมทัว่ โลก อินเทอร์ เน็ตจัดเป็ น
เครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ที่มีขนาดใหญ่ที่สดุ
แบบฝึ กหัดที่ 1 ให้ นักเรียนตอบคาถามต่ อไปนี ้
ให้ นกั เรี ยนเลือกทา Mind Map ตามหัวข้ อต่อไปนี ้ลงในสมุด
1. การสื่อสารยุคโบราณ
2. การสื่อสารยุคอุตสาหกรรม
3. การสื่อสารยุคโลกไร้ สาย

similar documents