การดำเนินงานในกลุ่มเสี่ยง - เขตบริการสุขภาพที่ 5

Report
การบริหารจัดการระบบส่งเสริมสุขภาพป้ องกันโรค
บทสรุปสานักตรวจราชการเขต 5
10 สิงหาคม 2555
ศูนย์วิชาการสรุปผลการประเมิน
การบริหารจัดการ NCD
• ขาดการเทียบเคียงข้อมูลวิชาการ ขนาดความรุนแรงปั ญหา
ขาดวิเคราะห์จุดอ่อนของการดาเนินงานเชิงลึก ในเรือ่ งการ
ปรับเปลีย่ นพฤติกรรมไม่ได้ผลอยู่ทีใ่ คร ขาดบูรณาการภาคส่วน
อื่น
• ปั ญหาความชัดเจนของเกณฑ์ มีรูปแบบการดาเนินการโดยยึด
แนวทางมาตรฐานตามหน่วยเจ้าของเงิน นโยบาย
• ปั ญหาการจัดสือ่ ไม่สอดคล้องวิถี ปชช. วิชาการเกินไป
• วัดผลเฉพาะทีจ่ านวน ขาดผลว่าปรับเปลียนพฤติกรรมได้เท่าไร
• กบห. กวป. ผลักดันนโยบายและวิเคราะห์ปัญหาเชิงลึกแก้ไข
ตรงประเด็น แผนติดตาม 3 เดือน 6 เดือน สรุปปั ญหาอุปสรรค
ทีพ่ บนามาปรับปรุงกระบวนงาน
ประจวบคีรีขันธ์
•
•
•
•
•
•
•
•
การวัดผล เรือ
่ ง DPAC ไม่เป็ นรูปธรรม
ี่ ง ปั จจัยเสย
ี่ งมีน ้อยไม่ครอบคลุมทุกตาบล
กิจกรรมกลุม
่ เสย
ี่ งหลายอย่าง
ปั ญหาการทางานปั ญหา DPAC กว ้าง ปั จจัยเสย
ให ้ความสาคัญการปรับเปลีย
่ นพฤติกรรมน ้อย สาคัญคือ กระบวนการปรับเปลีย
่ นยังไม่
ั เจน ซงึ่ ทาให ้ประเมินกว ้างไป
ได ้ผลชด
่ นอยูท
ข ้อสงั เกต มีปัญหาเชงิ ระบบทีซ
่ อ
่ ี่ สคร.หลายท่านมองไม่เห็น คือสงิ่ ลวงตา : รูปแบบ
การดาเนินการในปั จจุบัน พืน
้ ทีมค
ี วามแข็งแรง มีรป
ู แบบของตนเอง ล่วงหน ้าจังหวัดไป
่ อ
่ งยุทธศาสตร์ทศ
ั สน
ก่อน แล ้วการปรับเข ้าสูช
ิ ทางและกระบวนการเดียวกันเกิดความสบ
เมือ
่ รูปแบบ และจังหวัดไม่เข ้มแข็งพืน
้ ทีไ่ ม่ยอมรับ กลับไปทาแยกสว่ น
่ านวนคนทีร่ ว่ มกิจกรรม ผลลัพธ์ คือพฤติกรรมที่
การดาเนินการทีไ่ ด ้ผลจริงๆ ไม่ใชจ
ปรับเปลีย
่ นได ้จริงเท่าไร คนมาร่วมแค่นับหัว
หากประเมินโดยสว่ นกลางแล ้วพืน
้ ทีเ่ สนอเพียงจานวนคนเข ้าร่วม การเก็บข ้อมูลปั จจุบัน
ต ้องมากกว่า การเข ้าร่วมกิจกรรม ซงึ่ ถือว่าโบราณ ให ้จังหวัดพัฒนาการนาเสนอของข ้อมูล
ิ ธิภาพ
ให ้ได ้ระดับว่าได ้ผลหรือไม่ ทัง้ นีอ
้ ยูท
่ ก
ี่ ระบวนการ ทีห
่ ากไม่มก
ี ารพัฒนาและประสท
ิ ธิภาพผู ้ดูแล
หากมีการหนี ออกจากระบบเป็ นเรือ
่ งทีถ
่ อ
ื เป็ นประสท
ั ญาณกระบวนการปรับเปลีย
ประจวบ Drop Out สูง สง่ สญ
่ นพฤติกรรมต ้องปรับปรุง :
กระบวนการ และผลลัพธ์ต ้องไปด ้วยกัน จนท.ไม่เข ้าใจหลักการแนวคิดการปรับเปลีย
่ น
ี ทีท
ึ ษา ดูภาพ จะ
พฤติกรรม ไม่ใชเ่ หมือนฉีดวัคซน
่ าเป็ นครัง้ ๆ เสร็จ กิจกรรมให ้สุขศก
สามารถเปลีย
่ นพฤติกรรมได ้จริงหรือไม่ สคร. +ศูนย์อนามัย+จังหวัด (การปรับพฤติกรรม)
ต ้องเข ้ามาดูตรงประเด็นปั ญหา ถ ้ามีทเี่ ห็นผลเกิดจากบังเอิญหรือมีเหตุผลสาเร็จใด ดังนัน
้
ิ วิทยากรมาบรรยายไม่มป
ต ้องเริม
่ ไปไปดูจริงๆ หากเราไม่เข ้าใจพืน
้ ทีแ
่ ล ้วเชญ
ี ระโยชน์ ต ้อง
ระบุปัญหาในพืน
้ ที่
• การdrop out กลุ่มเสี่ยงไม่ได้ เกิดจากความสมัคร การติดตามระยะไม่เหมาะ
กับพฤติกรรมที่ต้องปรับอย่างตั้งใจทุกวัน : กลไกอะไรผูกมัดตัง้ มัน่ ทำ
พฤติกรรมทีไ่ ม่มี กม.บังคับ หรือใช้กฎสังคมบังคับหรือรำงวัลยัง่ ยืนมี
นน.จูงใจพอ
• ผู้ตรวจเน้ น แนวทำงติดตำมสอบถำม เครือ่ งมืออะไร ที่ประจวบมีสมุด อ่าน
สมุดแล้ วไม่มีอะไรบ่งบอก ตัวพฤติกรรมที่เห็นหรือยอมรับที่ไปปรับยัง
กว้ างๆ เช่น บุคคลนี้ได้ กนิ อาหารครบ 5 หมู่ 3 มือ ไม่ใช่หลักปรับ
พฤติกรรม ทุกคนผ่านหมด เครื่องมือไม่สามารถสร้ างการปรับเปลี่ยน
พฤติกรรม เมื่อเครื่องมือมองไม่เห็นจึงไม่สะท้ อนว่าพฤติกรรมมีการ
ปรับเปลี่ยนจริงตรงไหน= การประเมิน เข้ำร่วม +ตอบรับ +ได้ผล
• สคร.+จังหวัด มาร่วมพิจารณาหากส่วนกลางไม่มีต้องมาทาใหม่
สมุทรสาคร :DPAC
• มีรปู แบบกลาง แต่สามารถจัดเก็บข้ อมูลแสดงถึงความสามารถปรับปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ได้
• ผู้ตรวจ : มีคนเข้ าร่วม มากพอควร 50% จานวนคนเข้ าร่วมไม่ใช่ประเด็นสาคัญ และการ
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ ว 70% การปรับเปลี่ยนไม่ใช่ง่าย การที่ผลงานสูงหากไม่ใช่การ
รายงานผิดพลาดก็เป็ นเรื่องแปลก แน่ใจว่าตัวเลขนี้เป็ นตัวเลขสะท้ อนข้ อเท็จจริง สุดท้ าย
ตัวเลขจะฟ้ องว่ามีคนป่ วยเข้ ามาเหมือนเดิม คนยังมีอ้วน โรคสูง และภาวะแทรกซ้ อนยัง
สูงอยู่ หากตัวเลขได้ จากเครื่องมือแสดงว่าเครื่องมือไม่ได้ ผล ประเด็นชัดว่าการปรับ
พฤติกรรมยังไม่ได้ ผล ยังไม่ตอบข้ อเท็จจริง
• เส้นทางการดาเนินการ ขาดระบบการจัดเก็ บข้อมูลทีน่ ่าเชือ่ ถือ ทีจ่ ะมีลักษณะ Auto
regulation Auto audition
สมุทรสาคร : DPAC
• มีกระบวนการติดตามประเมิน โดยปรับเป็ นเกณฑ์จังหวัด โดยใช้ การวัดรอบเอว
ก่อนหลัง : ความสัมพันธ์จากรูปแบบกับผลกระทบเป็ นปั จจัยจากรูปแบบหรือปั จจัย
อื่น รูปแบบดีแต่สาเร็จหรือไม่
• ผูต้ รวจ เห็นตรงกัน 1.ไม่ชดั เจนทั้งผลลัพธ์และกระบวนการ
และวิธีการ เจ้ าหน้ าที่ผู้ปฏิบัติขาดความเข้ าใจในการแก้ปัญหาและการให้ คาปรึกษา
พฤติกรรมของบุคคล ไม่ใช่ตามคู่มือมากา แล้ ว 2 เดือนมารวบรวม หากทาแบบนี้มี
แบบฟอร์ม อบรมทา วิธกี ารทาอย่างนี้มีปัญหา วิธกี ารไม่ใช่แก้ ปัญหาพฤติกรรม เป็ นเรื่อง
การทากล่องแบบสอบถาม มักตอบว่าทาแล้ ว 2.เครือ
่ งมือประเมินไม่
เพียงพอ ไม่ได้ ช่วยในการให้ คาปรึกษาหรือพฤติกรรม เพียงแค่ติดตามเช็คอย่าง
หยาบๆ คนตอบตอบเพื่อให้ ส้ นิ เรื่อง ข้ างบนเซ้ าซี้มาก ข้ างล่างจึงตอบว่าทาแล้ ว
• ต้ อง 3.ทาอะไรใหม่ เป็ นหน้าที่ของสคร.และจังหวัดทาเครื่องมือ
เสริมเข้ าไป การคาดหวังระยะ 6 เดือน และระยะยาวต่อไปต่อเนื่องคาหวังอะไร
• 3.ตัวจังหวัด กลุ่มงานNCD ต้องใส่ใจประเมินเรือ่ งนี้ โดยดูว่ามีปัญหา
อย่างไร ไม่ใช่ดูเฉพาะคนไข้ ท่รี ่วมปรับพฤติกรรม ดูว่า จนท. ทางานไม่ได้ ผลต้ องหา
รูปแบบใหม่ๆ ที่มีรปู แบบก็พัฒนา ที่ม่มีต้องสร้ างใหม่
การจัดการกลุ่มเสี่ยง
• การประเมินเพื่อระบุกลุ่มเสี่ยง ยังขาดความเข้ าใจ ประจวบทาได้ ดี
• การดาเนินการกลุ่มเสีย่ ง สรุป2 เรื่อง 1.เสีย่ งโรค และ 2. มีปัจจัยเสีย่ ง
ในตัว โดยสัมพันธ์กนั แก้เรื่องเดียว คือ ปั ญหา นน.ตัวเกิน 25% (DM
HT 5%ไม่มาก)
• วัดโอกาสในการเป็ นโรค เบาหวานดูนา้ ตาล ความดันวัดความดัน
• กลุ่มมีความเสี่ยงที่มีปัจจัยเสี่ยง Genetic แก้ ยาก แต่ 1.OVER WEIGT 2. อ้ วน เป็ นตัวบอกความรุนแรง ดู
BMI อ้ วนเป็ นวิชาการ 2 ระดับ Over weight = 25-30 BMI ช/ย และ นน.อ้ วน
• การนาเสนอในพื้นที่ มีคน 5000 ความเสี่ยงที่สนใจคือ นน.ตัว ความเสี่ยงอื่น กินเหล้ า สูบบุหรี่ พฤติกรรม
กินนอน แก้ ยาก เอาตัวเดียวก่อน
• จังหวัดต้องถ่ายทอดให้พนที
ื้ ่ทราบเสีย่ งกีแ่ บบ มีทาข้ อมูล
• กลุ่มเสี่ยงที่จะเป็ นโรค กับกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยง นามาเป็ นเป้าหมายการติดตามต่อเนือ่ ง ไม่ลา้ งบัญชี มีชื่อ
คนต่อเนื่อง
• กลุ่มรุนแรง คือคนที่เป็ นโรค ถือเป็ นหลัก กลุ่มปานกลางยังไม่เป็ นโรคอ้ วนแล้ ว เอา 2 กลุ่มนี้มารวม ใคร
เป็ นกลุ่มเป้ าหมายลาดับแรก วาดับ 2 ส่วนกลุ่มอ่อนอาจเก็บไว้ ก่อน เวลาติดตาม เน้ น 1+2 โดยเน้ นเรื่อง
DPAC กลุ่ม 3 ดูห่างๆ หรือถ้ ามีกาลังทาต่อเนื่องด้ วย
• โจทย์ 2 กาหนดกลุ่มเสีย่ งในพื้ นที่ให้ชดั เจน เสี่ยงโรค+เสี่ยงปัจจัย นามาใช้ ทางาน วาง
ความรุนแรงมากปานกลางน้ อย(ตัวอย่าง) รุนแรงมาก บรรยายเสีย่ งสูงฺBMI35+เสีย่ งโรคกี่คน
• ทาให้ เป็ นมาตรฐานจังหวัด ไม่มีเพียงกลุ่ม preDM HT จังหวัดไปพัฒนาปรับปรุง
• เสนอ BMI เป็ นดัชนีสุขภาพประเมินต้นทางก่อน DALI
การจัดการคนเป็ นโรค
• ไม่ยากเพราะ กระจายตามคลินิก รพสต.
• การดูแลจัดการมาตรฐานไม่เท่ากัน หากรพช.สนใจ รพสต.สนใจ จะป็ นผลดีต่อคนป่ วย
ไม่ใช่มาทุกครั้ง rm
• การประเมิน โรคแทรกซ้ อนมีการประเมินสม่าเสนอ ทั้งตาไตเท้ าให้ ครอบคลุม การ
ติดตามผลลัพธ์ ไม่ยาก เจาะเลือด ดูชา ดูตา แล้ วประเมิน
• หากมาตรฐานไม่ดี บางแห่งทามากน้ อย ต้ องมีผ้ ูบริหารจัดการ คือcase Manager 1
District 1 CaseManager ดูท้งั เครือข่ายไม่ว่าผู้ป่วยไม่ว่าอยู่ท่ไี หนให้ มาตรฐาน มีทะเบียน
กลางอาเภอ โดยจัดการทะเบียนกลาง โดย 1 ปี ประเมิน 1 ครั้ง อย่าให้ ซา้ ที่สญ
ู หายต้ อง
ติดตามปัญหา ตามมาดูแลให้ ได้
• กลุ่มผป.ยิ่งจาเป็ นต้ องทา DPAC โรคจะเสื่อมเร็วหากไม่ปรับพฤติกรรม
• ผป.ทา 2 อย่าง 1 ประเมิน ภาวะแทรกซ้อน 2 ให้คาปรึกษาปรับเปลีย่ น
พฤติกรรม ผู้ป่วยทั้งหมดได้ รับการดูแลมาตรฐาน 1 คัดกรองครบถ้ วน ให้ คาปรึกษา
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มที่พึงกระทา หากดูแลตัวเองได้ กล็ ดภาระเรา
• ต้ องมีคนดู แลภาพรวมทั้งอาเภอ ไม่ใช่ลงไปตระเวนเจาะเลือด แต่เป็ นผู้ดู
ภาพรวม=Supervisor ประเมินและดาเนินการให้ คนดูแลคือจนท.รพสต.ทาได้
มาตรฐาน
โจทย์ 4 การจัดการชุมชน ลดปัจจัยเสี่ยงในภาพ
กว้ าง
• ภาพ 4 +1 ส่วน NCD : DPAC กลุ่มเสีย่ ง กลุ่มป่ วย ภาพชมชนเข้ามา
ขับเคลือ่ นรณรงค์เปลีย่ นแปลงตัวปั จจัยเสีย่ งที่เกิดขึ้ นในชุมชน +การ
บริหารจัดการ
• หากชุมชนมีพฤติกรรมบริโภคที่ผดิ ปกติเช่นดื่มโคกมาก ทาอย่างไร มีผ้ ูขายอาหารมันมาก
ต้ องมีเป้ าที่ต้องสื่อกับชุมชน ว่าเป็ นเรื่องอาหาร ของกินเด็ก
• เป็ นเรื่องการรณรงค์ขับเคลื่อนภาพในชุมชน โดยลดปัจจัยเสี่ยงจากสิ่แวดล้ อมที่ส่งเสริม
สุขภาพดี
• ไม่ว่าจะเรียกหมู่บ้านอะไร ก็คือ การทาให้ ชุมชนควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างไร อาจมีกองทุน
ท้ องถิ่นร่วม อาจหลากหลาย
• การเก็บข้ อมูล อาจเช่น อบต.ไหนมีกจิ จกรรม เอาผลการลดปัจจัยเสี่ยงเป็ นผลลัพธ์
เพื่อให้ ร้ วู ่า กระบวนการรณรงค์สร้ างกระแสได้ ผลหรือไม่
• ต้ องมีคนดู ภาพใหญ่ =system manager โดยมีรายอาเภอ ดูภาพ 4+1 ส่วน
• ประเด็นส่วนใหญ่เป็ นคนปกติ General Population อาจใช้ ประชาคม + Sentinel คัดแยก
ปัญหาสาคัญ โดยจะบอกเพียงมาร่วมกันดูแลสุขภาพกว้ างไม่ชัด ต้ องเลือกประเด็นที่มี
รูปแบบชัด โดยสามารถใช้ ได้ ท้งั ประชาชนทั่วไป และกลุ่มเสี่ยง
ขั้นตอนตาม สคร.
•
•
•
•
แผนปฎิบัติ
การถ่ายทอดแผน
การดาเนินงาน คือการปฏิบัติ
กรณีการดาเนินของอาเภอไม่สอดคล้ อง เช่นมาตรการไม่สอดคล้ อง
การดาเนินงานเพียงรายรอสต.
• การติดตามประเมินผล
• รูปแบบไม่ยืดหยุ่น
• กระบวนการมีแบบแผนตึงตัว
ปัญหาวัยรุ่น
•
•
•
•
•
สถานการณ์ปัญหา
กระบวนการบริหารจัดการ สสจ. / cup
การขับเคลื่อนแผนงานโครงการสู่การปฏิบัติในพื้นที่ สสจ. คัพ
แผนที่ดีเหมาะสม
ข้ อเสนอแนะ
การวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา
มีการใช้ ฐานข้ อมูล แหล่งสารวจหลากหลาย แต่ปัญหา 4 กลุ่ม
1. TEENAGE PREG
2. STD
3. AID
4. ยาเสพย์ติด
ปัญหา การดาเนินการไม่กระทบกลุ่มเสี่ยง สร้ างภูมิค้ ุมกันในกลุ่มปกติ
มากกว่า
เมื่อมองปัญหาไม่ชัดจึงดาเนินการไปตามนโยบาย :ควรรับนโยบาย
ส่วนกลาง + วิเคราะห์ความสาคัญจาเป็ นในพื้นที่
ข้ อมูลเฉพาะด้ านสาธารณสุข ขาดความร่วมมือจากภาคส่วนหลัก
มีการจัดทาแผนยุทธศาสตร์ ระยะยาว แผนบูรณาการ การถ่ายทอดแผน
แผนระดับจังหวัด แผนบังคับกาหนดอาเภอ
ข้ อมูลแหล่งงบประมาณ ขาดที่เพชรบุรี
การประเมินการทางาน มีแผนปฏิบัติงาน
ประเด็นไม่ชัดเจน
• ประเด็นไม่ชัดเจน
• -การควบคุมกากับประเมินการดาเนินการอาเภอไม่ทราบต้ องเน้ น
เร่งรัดเรื่องใด
• -ผลลัพธ์ บอกได้ ไม่ชัดว่าปัญหาเป็ นรายละเอียดอย่างๆ
• -การตัดงบจัดไว้ รองรับการดาเนินการในพื้นที่
• -การประเมินผลทุกเดือน
ขั้นตอนผู้ตรวจส่วนให้ พ้ ืนที่ทา
•
•
•
•
•
•
Matrix : แบ่งอาเภอ ตาบล แล้ ว กาหนด Function
สถานการณ์ การวางแผน นาแผนสู่การปฏิบัติ
อะไรทาจริง ไม่จริง ผลได้ ประเมินผลอย่างๆไร
การทาเพียงกิจกรรมเข้ าค่ายอย่างเดียวไม่ใช่
กิจกรรมที่ทาส่งผลให้ ปัญหาวัยรุ่น ดีข้ นึ หรือไม่
หากดึงประเด็นหลักนี้ไม่ได้ ก็เหมือนผลลัพธ์ไม่ได้ ประเด็นมาก แล้ วเป็ น
ประเด็นเบาไม่ได้ ประโยชน์
• การปฏิบัติ มีปัญหา การประเมินผลในกระบวนการได้ ผลหรือไม่ ทาให้ การ
ประเมินอ่อนไป
• การดาเนินงานตามแผน หายถึงไม่ใช่เพียงมีแผน การมีแผนแต่ไม่ปฏิบัติ
การปฏิบัติไม่ใช่การเขียนแผน การประชุมทารูปแบบ แต่เป็ นการลงมือ
ทางาน ควรนาการดาเนินงานปัจจุบันที่มีปัญหา แล้ วแก้ ปัญหา
ขั้นตอนการพิจารณาการดาเนินงาน
•
•
•
•
นาเสนอกรุปตามเอกสาร
ทาความเข้ าใจหัวข้ อ
ดึงการประเมินเจออะไรในแต่ละขั้นตอน
ขั้นตอนสาคัญ คือขั้นตอนปฏิบัติดาเนินงาน เขต จังหวัดแค่
วางแผนไม่ได้ ปฏิบัติ ต้ องโค้ ช ช่วยเหลือพื้นที่ทางาน เพื่อปรับแต่ง
กิจกรรม เลิก เปลี่ยน
• แผนไม่มี มีไม่ชัด มีแต่กว้ าง งบประมาณต่างคนต่างอยู่ แผนหลบซ่อน หลายฝ่ าย =
ปัญหาการวางแผน
• เรื่องวัยรุ่นทั้งส่งเสริม ควบคุมโรค เสพติด TO bE NO1 ฝ่ ายส่งเสริมเสนอฝ่ ายเดียว เป็ น
ของฝ่ ายส่งเสริม แสดงว่า ปัญหาแต่ละเรื่องแยกกัน มีจ.สมุทรสงครามมีแผนบูรณาการ
• ขั้นตอน 3 ทัพหลวง เป็ นส่วนแตกหัก ทหารราบตายทุกครั้ง มีแต่เสนาธิการวางแผน
ขั้นตอน 2 มีการทายุทธ ประชุม ชี้ แต่ทหารไม่เข้ าใจ การนาเสนอทาในห้ องยุทธการ แต่
ข้ างล่างไม่ร้ วู ่าข้ างบนทาอะไร เกิดความไม่ไปด้ วยกันตามแผนที่คิด ต้ องปรับการร่ววาง
แผนบูรณาการ งบประมาณ
• ทุกที่มีปัญหาขั้นตอนที่ 3คือปัญหาการดาเนินการ ไม่มีการทบทวน ทาซา้ ค่ายเยาวชน จัด
Friend Conner แล้ วมีผลอะไร
แนวทางการจัดการปัญหาวัยรุ่น : ผู้ตรวจ
• จังหวัดต้ องหยิบมาตรการว่าทากับกลุ่มไหน
• ทากับแกนนา แล้วถึงกลุ่มเสีย่ งหรือไม่ อบรมได้ มีชื่อกิจกรรมดูดี
มาก แต่นาไปถึงกลุ่มเสีย่ งไม่ได้ เน้นมาตรการที่มีผลกระทบกลุ่มเสีย่ งให้
เกิดผลลัพธ์ตรงในการดูแลป้องกันปั ญหา
• แบ่งเป้ าหมาย 3 กลุ่ม 1นร.ทัว่ ไป 2.กลุ่มเสีย่ ง เพศ เกมส์ 3.กลุ่ม
ป่ วยเช่นตั้งท้องแล้ ว ป้ องกันไม่ได้ แล้ วเป็ นการฟื้ นฟู
• ปัญหา 1. ไม่มีขอ้ มูลกลุ่มเสีย่ ง และ 2. ไม่มีกิจกรรมในกลุ่มเสีย่ ง 3.
ตามด้วยไม่มีผลลัพธ์กระทบสถานการณ์ปัญหา
• ดูเชิงมาตรการ ดูจากการรับผลเช่นจากกลุ่มเสี่ยง ดูว่ากิจกรรมสอดรับกันหรือไม่
เช่น กลุ่มเสี่ยงที่ปรากฏตามหน้ าหนังสือพิมพ์ กลุ่มดูเว็บโป๊ กลุ่มนี้มีจานวนเท่าไร
กิจกรรมที่ทาไปชนกลุ่มนี้ได้ มากน้ อยแค่ไหน หากนึกไม่ออกแสดงว่าไม่มี
ผลกระทบ
• กิจกรรมจับปลากะพง แต่เรามัวแต่จับปลาซิวปลาสร้ อย
การดาเนินงานของจังหวัด
• จ.ต้ องประเมิน 1.หากลุ่มเสีย่ งให้เจอก่อน 2. จัดกิจกรรม แล้วเชื่อมโยงกับ
ครู 3.การวิเคราะห์การดาเนินงานที่ผ่านมาเป็ นการนาผลการทางานใน
พื้ นที่มาวิเคราะห์ถอื เป็ นการประเมินสถานการณ์เป็ นวงย้ อนกลับมา ไม่ใช่มี
เพียงหญิงตั้งครรภ์ แต่ประเมินผลดาเนินงานสถานการณ์การทางาน ที่ยิงไม่ตรงเป้ า เป็ น
ส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์สถานการณ์ จึงตามด้ วยการวางแผนใหม่ PDCA การ
วิเคราะห์เพือ่ การทางานและวางแผน แผนจึงซา้ ย่ากับที่ เพื่อสะท้อนมาการ
ดาเนินการในข้ อ 1 และ 2 แต่เวลาประเมินที่หวั ใจก่อนว่าสิง่ ที่ทาตรงกลุ่มตรง
เป้าในระดับปฏิบตั ิหรือไม่ เขียนจากหน้ าไปหลัง คิดเป็ นแผนเดียวกัน
• ปั ญหาจังหวัด เป็ นหน่วยบริหารจากัดตามนโยบายและเพียงใช้งบประมาณ
รายปี โครงสร้างการทางานเดิม ไม่พฒ
ั นาองค์การมืออาชีพเจ้าภาพหลัก
บริหารจัดการรองรับการเปลีย่ นแปลง โดยเฉพาะ ขาด นโยบายและการนา
ของจังหวัดที่ชดั เจน ขาดการบูรณาการเชิงระบบในการวางแผน และขาดโครงสร้าง
และเทคโนโลยีการขับเคลือ่ นที่มีประสิทธิภาพ จังหวัดรู้พ้ ืนที่ แต่ไม่มีกระบวนยุทธ์
รวบรวม ขับเคลื่อน
• การทางานเรือ่ งนี้ ซับซ้อน ต้องอาศัยการประสานบูรณาการ ต้องเน้นคิดแผนการ
ประสานบูรณาการแล้วทารูปธรรมให้เกิดให้ทนั การ
• จังหวัดขีดเส้นให้พนที
ื้ ่ทางาน โดยแยกบทบาทจังหวัดทาเท่านี้ แล้ วที่เหลือพื้นที่ทา
จังหวัดวางแผนโดยไม่เข้ าใจหน้ างานไม่ได้ จะกลายเป็ นคิดตามหลักทฤษฎี ต้ องลงไปดู
หน้ างานกับพื้นที่ โดยดูดซับดูดซึมแล้ วมาแก้ ไม่ใช้ หน้ างานให้ อาเภอรับผิดชอบ อย่าจบ
หน้ าที่แค่ออกมาตรการ พื้นที่จะแย่ ต้ องดิ้นรนเอง
• ต้องเปลีย่ นวิธีคิด ไม่ให้เราอาเภออยู่คนละชั้น ไม่เพียงคิดมาตรการ แล้ วถ่ายระดับ
ต้ องมีกลไกวิธกี ารติดตามดูแลกากับ ทาไมทาซา้ ซาก พบว่าจังหวัดปล่อยสิ่งเหล่านี้เป็ น
แผลเรื้อรัง ปล่อยไป แล้ วปี ใหม่ทาเหมือนเดิม จึงต้ อง ประเมินหนองฝี อยู่ที่ใด
• เรือ่ งใหญ่คือการปรับบทบาทสสจ. ปรับกระบวนทัศน์ ภายใต้การดาเนินการใหม่ให้มี
ประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงทาแผนยุทธศาสตร์แล้วถ่ายระดับ แล้วอนุมตั ิ เห็นชอบแผนอาเภอ
• NCD วัยรุ่น เป็ นงานซับซ้อน มีหลายหน่วยเกีย่ วข้อง ไม่เดีย่ วเหมือน HFM DHF
แนวทางมาตรการการดาเนินการในวัยรุ่น ดูอะไร
• 1. เชิงเป้ าหมาย กลุ่มสาคัญคือ กลุ่มเสีย่ ง ต้องประเมินว่ากลุ่มเสีย่ งอยู่ที่ไหน รร.หรือบ้ าน
ในเมือง หรือขอบ ในมีความชัดเจนวัยรุ่นมีปัญหามาก แต่กิจกรรมลงในสถานศึกษาระดับ
วิทยาลัยมีนอ้ ยเป็ นเรื่องแปลก เสนอจับมือกับวิทยาลัยเทคนิค โดยเริ่มก่อนอาจยังไม่มสามารถมี
เทคนิคสมบูรณ์ ประเมินกิจกรรมเข้ าไปกี่มากน้ อย
• 2. การดาเนินงานในกลุ่มเสีย่ ง คือการปรับพฤติกรรม ยากกว่า NCD หากทาไม่ได้ ให้ เขารู้ตัว
ควบคุมตัวเองระดับหนึ่งโดยมีผ้ ูใหญ่ท่ไี ว้ วางใจเตือนสติได้ เช่น พ่อแม่ ครู สธ. เป็ นการให้ คาปรึกษา
หากไม่มีจะเป็ นปัญหาสังคมเข้ าไม่ถงึ กลุ่มเสี่ยง จะลอยไปตามเพื่อน มาตรการสาคัญทาได้ =
การให้คาปรึกษาในรร. โดยดูว่าระบบในรร.ได้ ผลหรือไม่ เช่น รร.สีขาว Friend conner สาย
สัมพันธ์ดึงเด็กไม่ให้เข้าสู่ความเสีย่ งต้ องพัฒนาให้ มี
• 3.บริการในสาธารณสุข อย่าตั้งหลักรับวัยรุ่นที่เกิดปัญหาแล้ ว :คลินิกวัยรุ่น วัยใส รุก
เข้ารร. หากลุ่มเสีย่ งสร้างสายสัมพันธ์
• การเสนองบหลายหน่วยยอดบูรณาการเป็ นเพียงการสร้างตระหนักร่วมมือ แต่สาคัญควรเน้นที่
การแก้ปัญหากลุ่มเสีย่ ง
การประเมินการบริหารจัดการระบบPP
•
•
•
•
•
•
•
•
•
•
•
•
•
•
•
•
•
ภาพรวมแหล่งงบประมาณ งบสปสช. มาก PPE
มีการกระจายงบประมาณมากลงสู่พ้ ืนที่ 63%
PPE กันไว้ จัดทาแผนงานไม่ต่ากว่าร้ อยละ 10 มีเฉพาะประจวบ
แนวโน้ มปริมาณแผนงานโครงการน้ อยลง หลัก 500+ โครงการ
มีการจัดตั้งกรรมการ ดาเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์มีการควบคุมกากับการทาแผนทาแผนแบบมีส่วนร่วมเฉพาะ
บางกรม
ข้ อมูลนาใช้ จากระบาดวิทยาปกติ ข้ อมูลเชิงลึก และเชิงพฤติกรรมน้ อย ยังแยกข้ อในบริการกับข้ อมู ลชุมชน
แผนงานและกิจกรรมมาก
ขาดการประเมินเพื่อการวิเคราะห์ปัญหาที่แท้จริง ทาแบบเดิม ตามกระทรวง Action plan เน้ นตามผลการ
ดาเนินงาน ไม่ใช่ผลลัพธ์
NCD วัยรุ่น เท่านั้นที่มียุทธศาสตร์แผนงานชัด
ยังขาดการบูรณาการแผน ขาดการติดตามกากับ การผ่านงบประมาณยังไม่ชัดในการเชื่อมโยงแผนงานโครงการ
การแบ่งแผนเป็ นระดับทาได้ แต่ขาดการสร้ างระบบข้ อมูล เพื่อประเมินประสิทธิภาพ
ได้ ปัญหามีการแยกมาวิเคราะห์ ทุกโรงมีการกาหนดมาตรการแก้ ปัญหา แต่ยังต้ องพิจารณาว่าดีไม่ ดี ไม่เกิด
โครงการในการแก้ ปัญหา NCD เหมือนเน้ นหนัก แต่โครงการยังไม่เปลี่ยนแปลง
มีการล่าช้ าการเบิกจ่ายงบประมาณจากกองทุน
จุดแข็งจังหวัด เข้ าใจการทาแผน แยกปัญหาได้ ยังต้ องประเมินคุฯภาพแผน จัดสรรงบได้ ตามส่วน ยังไม่แยกแผน
PP ให้ เห็นชัดเจน การเป็ นพี่เลี้ยง CUP
มีความร่วมมือกับท้องถิ่นมากขึ้น
การบูรณาการแผน เห็นผลได้ ยาก มี NCF วัยรุ่น แต่งานอื่นยังบูรณาการงานอื่นน้ อย กิจกรรมยังทางานเป็ น
เอกสารส่วนใหญ่
ขาดบูรณาการจัดการกลุ่มเสี่ยง แยกส่วนกันทางาน
ปัญหา
• มีแผนรองรับการแก้ ปัญหา เรื่องใหญ่ NCD วัยรุ่น แต่ขาดวิเคราะห์
แผนขาลงว่าก้ าวหน้ าอย่างไร
• งบต่ากว่าแผน
• ขาดระบบการติดตามงบประมาณ
• การที่เขตกาหนดนโยบายเน้ น NCD วัยรุ่น ทุกจังหวัดเทมาปัญหาเขต
มาก ขาดการทางานเชิงระบบ ที่ต้องวิเคราะห์ภาพทั้งหมดปัญหาสาคัญ
ซึ่งต้ องมีโครงสร้ าง และแผนงานรองรับกลับขาดหายไป
• เสนอ
• ให้ จ.ติดตามประเมินจริงๆ เพื่อทราบจุดอ่อน อะไรที่ยังไม่ทา ความแตกต่าง
ปี ก่อน
• ไม่ควรแยกการทางาน
• ฝ่ ายยุทธ มีศูนย์ข้อมูลติดตามความก้ าวหน้ า
ผู้ตรวจ
• NCD วัยรุ่น สะท้ อนปรากฎการณ์การทางานจังหวัด เรื่อง บทบาทจังหวัดจากัดตัวเองใน
ชั้นการวางแผนและกาหนดแนวทางการทางาน ทั้งหมดคือ paper work กับจัดประชุม
ในขั้นต่อไปขั้นปฏิบัติงาน เป็ นเรื่องพื้นที่ มีเส้ นแบ่ง สสจ. กับพื้นที่ขีดเส้ นแบ่งกันชัดเจน
เกินไป ในจริงๆ จังหวัดเน้ นนน.การทาแผน พื้นที่เน้ นปฏิบัติ แต่หากไม่ร้ ปู ัญหาแนวคิด
การทางานกันและกันจะเกิดปัญหาทันที แผนดี จ้ างวิทยากรดี พอทางานจนท.ทาไป
ตามปกติ คนทาไม่ตอ้ งคิด คนคิดไม่ตอ้ งทา ทาให้ ปัญหาจึงเกิดขึ้น เป็ นภาพปัญหาเชิง
ระบบ จากการางาน 2 ตัวนี้
• มองจากแผน 3 ระดับ 1.การวางยุทธศาสตร์ :แผนรวมใหญ่สุขภาพทั้งหมด ไม่ระบุ
สุขภาพเดียว บอกหมด แต่ไม่ได้ บอกแก้ ท้งั หมด 2 แผนการแก้ปัญหา: แผนบอก
ปั ญหานี้ จะแก้อย่างไร 1 ปัญหา 1 แผนแก้ 1 ปัญหาใช้ แผนเดียวทุกอาเภอ เช่นแผน
ยุทธแก้ วัยรุ่นวัยรุ่นควรอันเดียวครอบทุกอาเภอ ระบุมาตรการ การดาเนินการจาเป็ น มัก
เน้ นนโยบาย เรื่องอื่นมักไม่มี 3. แผนปฏิบตั ิการ : เป็ นแผนคนทางาน บอกจะไปทา
กิจกรรมทาอะไนชัดเจนมีงบปมาณ มีพ้ ืนที่ชัดเจน อาจมีแผน 3 รองรับ 2 หลายชิ้น หรือ
หลายมาตรการ สาหรับคนลงมือทา เช่น แผนสสจ.ประชุมชี้แจงรร. แผนอาเภอทาแผนวัย
ใสระดับอาแภอ แผนแต่ละอันจะอยู่ 1 ใน 3 นี้เสนอ
• ปัญหามีแผน 2-3 เป็ น 500 ไม่สามารถดูแผนได้ เข้ าใจ ต้ อง รวบกลุ่ม ต้ องมีการกาหนด
กรอบไว้ พร้ อม
• ระดับ1-พัฒน์ยุทธ ระดับ2.วิชาการ ระดับ3.สอ.พื้ นที่แผนปฏิบัติเป็ นแผนของหน่วย
ทางานพื้นที่
• แผนระดับ 2 ไม่ดี ไม่สอดคล้ องปัญหาในพื้นที่กไ็ ม่ได้ ผลดี อาจเขียนกว้ าง ไม่ชัด คน
ทางานจ.ต้ องรู้ปัญหาพื้นที่ชัดเจนจึงเขียน 2 ได้ ชัด
ปัญหาระดับ 1
• ปั ญหาสาคัญบทบาทสสจ.จากัดบทบาทตัวเองเกินไป ต้ องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ อย่าขีดเส้ น ต้ องดูว่าพื้น
ทีทางานอย่างไร กากับการดาเนินการพื้ นที่ แม้ ไม่ได้ รับเงินสสจ. กองทุนท้ องถิ่น ก็ต้องลงดูในบทบาท
กระทรวงสาธารณสุข
• บทบาทสสจ. รับผิดชอบงบจานวนหนึง่ อีกส่วนคือการรับผิดชอบความเป็ นไป และการแก้ปัญหา
สุขภาพในจังหวัด ไม่ว่าจากหน่วยท้ องถิ่น หรือกองทุนอื่น จึงต้ องกากับดูแล และรู้ว่าเขาทางานไปถึงขนาด
ไหนมีปัญหาอย่างไร =จุดอ่อนที่สาคัญ
• สสจ.ต้ องตีบทให้ แตก บททางานในสานักงาน+การจัดการทั้งระบบในจังหวัด ทุกจังหวัดมีไม่มีแผนงาน
พื้นที่อยู่ท่จี ังหวัด จังหวัดเหมือนตาบอด เท่ากับอาเภอโดดเดีย่ ว หรือมีอสิ ระ ทาหน้ าที่ไป มีหน้ าที่เพียง
ส่งรายงาน เป็ นปัญหาใหญ่
• พัฒน์ยุทธ ต้องมีภาพงบประมาณทั้งหมด เพื่อบริหารจัดการงบประมาณทั้งหมด เป็ นเครื่องมือกากับ
ดูแลในภาพรวม ดูความครอบคลุมความเหมาะสมแต่ละแผนงาน บทพัฒน์ยุทธ+สสจ.
• อย่าใช้เวลากับแผนยุทธศาสตร์มากนัก เน้น 2 คือการแก้ปัญหา ไม่ใช่การถ่ายระดับ แต่อยู่ท่กี ารเก็บ
ปัญหาพื้นที่มาแก้ ปัญหาอย่างไร เราไม่ควรคิดแล้ วให้ เขาทาตาม โดยก่อนคิดไปศึกษาการทางานพื้นที่ให้ ดี
แล้ วนามาเป็ นแผนเรา แผนเราไม่ใช่ดีท่สี ดุ ไม่ได้ เป็ นคาตอบที่ดที ่สี ดุ ต้ องปรับตลอด แผนไม่ชัด ถ่ายทอด
อย่างไรก็ไม่ชัด ถ้ าแผนชัด จะกาไร แล้ วถ่ายทอดให้ ชัด
ปัญหาระดับ 2
• เงินลงอาเภอ PPE ลงไป CUP 1/ 3 สสจ. 1/3 ต้ องดูการลงไปสอดคล้ องกับ
ยุทธศาสตร์อย่างไร
• ระดับ 2 กาหนดวิธีการแนวทางการแก้ปัญหา หัวใจคือการกาหนด
มาตรการ เขตยังดีใน 2 ปัญหา NCD วัยรุ่น
• ต้ องเห็นเงิน กองทุนตาบล PPE เงินCUP การดาเนินการสอดคล้ องในระดับที่ 2
• วงจรการทาแผน ขาดตัวปิ ดกลับ เมือ่ จังหวัดทาแผน 2 ให้อาเภอทา 3 ขาดการรวบมา
รวมกันปรับใหม่อีกครั้ง กลายเป็ นภาพปรากฏ 500 โครงการ ไม่ได้ ปรับลดลง ควรปรับ
จัดกรุฟ แบ่งเป็ นระดับลงไป แล้ วพิจารณาการเข้ ากับยุทธศาสตร์ เช่น พอพื้นที่เสนอมามี
แต่คัดกรอง
ปัญหาระดับ 3
• ทีป่ ั ญหามากทีส่ ุด คือ การทางานแก้ปัญหาตรงจุด เป้าหมาย
ตรงผลลัพธ์ทีต่ อ้ งการหรือไม่ ต้ องประเมินกิจกรรมแต่ละอย่าง
หากไม่เป็ นผล ก็ปรับ มิฉะนั้นจะซา้ เดิม สังเกตง่ายแผนอาเภอทา
ไม่เคยเปลี่ยน แสดงว่าขาดการกากับดูแล ปรึกษา
กองทุนท้ องถิ่น
• ท้ องถิ่น 93% เข้ าร่วม
• มีงบประมาณเข้ าสนับสนุน 316 มีเข้ าสนับสนุน 173 ล้ าน เบิก 54% เงินยังค้ างมาก
ประจวบสูงสุด 64%
• ข้ อสังเกต ใช้ งบน้ อยงบสะสมทุกปี บางจ.มีการติดตามบริหารงบทางเว็บ ไม่ตรงกับการใช้
งบประมาณจริง บางอาเภอไม่มีข้อมูลการใช้ งบ ช่วยเหลือจ. บางที่สมทบล่าช้ า
• ควรช่วยให้ ทาแผนงานโครงการเพิ่ม
• มีการวิเคราะห์การดาเนินการ
• ให้ คปสจ. กระตุ้นการดาเนินการลดเงินค้ างท่อ
• คณะกรรมการขาดความรู้ทาแผนงานโครงการ อาเภอต้ องช่วยกากับดูแล
• การที่สปสช.ออกมาตรการใดให้ ดูความเป็ นไปได้ เหลือ 3 เดือนกาหนดห้ ามเกิน 30%
• ขาดการกากับในจังหวัด ต้ องดาเนินการยกาโดยสสจ.รวม สปสช.ควรสนับสนุนเพราะมี
ฐานอยู่แล้ ว
กรรมการ
ภาคีเครือข่าย
ผู บ้ ริหาร/ปฏิบตั กิ าร
1,DPAC
2.กลุ่มเสี่ยง
3.กลุ่มป่วย
4.ชุมชนเข้ามาขับเคลื่อน
+1.การบริหารจัดการ
การเตรียมความพร้อม แผนงานยุทธศาสตร์ระดับ1-3
แบบการจัดการ 4+1/แบบส่วนกลาง
IMPACT MODEL
CASE MANAGER
การประเมินรูปแบบ การวิเคราะห์ปรับเปลีย่ น
เชิงกระบวนการ
Community model
Hospital Service
Administration
Process
1.แผนยุทธศาสตร์
2.แผนการแก้ปญั หา
3.แผนปฏิบตั กิ าร
สุ ขภาพดีวถิ ไี ทย
คลินกิ วัยใส
TO BE NUMBER 1
ฯลฯ
BEHAVIOR CAMPIEGN
SYSTEM MANAGER
.ปรับกระบวนทัศน์ สนับสนุนกากับขับเคลือ่ น
เชิงผลลัพธ์

similar documents