ระบบการจัดการเนื้อหา

Report
ระบบการจัดการ
เนื้ อหา
ระบบสารสนเทศกับระบบการ
จัดการเนื้ อหา
1. ฮารดแวร
่ งคอมพิวเตอร ์
์
์ ไดแก
้ ่ เครือ
ในระบบ เครือ
่ งเซิรฟเวอร
์
์ อุปกรณ ์
และเครือ
่ งมือในการสรางเนื
้อหา
้
2. ซอฟแวร ์ ไดแก
แวร
ระบบจั
ดการ
้ ซอฟต
่
์
์
เนื้อหาประเภทตาง
ๆ ทีอ
่ าจไดมาโดย
่
้
การพัฒนาขึน
้ มาเองของทีมงาน
โปรแกรมเมอรขององค
กร
หรือไดมา
์
์
้
จากการซือ
้ ซอฟตแวร
ระบบจั
ดการ
์
์
เนื้อหาแบบสาเร็จรูป
3. ขอมู
ม
่ าจาก
้ ล ไดแก
้ ข
่ อมู
้ ลในองคกรที
์
4. กระบวนการทางาน เป็ น
กระบวนการในการจัดการเนื้อหา
ในระบบ ตัง้ แตการรวบรวม
่
เนื้อหา การจัดการเนื้อหา และ
การเผยแพรเนื
่ อรูปแบบ
่ ้อหาผานสื
่
ตาง
ๆ
่
5. บุคลากร ไดแก
้ บุ
่ คลากรในระบบ
จัดการเนื้อหาทีเ่ กีย
่ วของตั
ง้ แตการ
้
่
หาเนื้อหา การจัดการ การ
ส่วนประกอบหลักของระบบ
จัดการเนื้ อหา
1. ระบบรวบรวมเนื้อหา
(Collection System)
2. ระบบจัดการเนื้อหา
(Management)
3. ระบบเผยแพรเนื
่ ้อหา
(Publication system)
web publication
Electronic
publication
Print publication
Syndications
1.
ระบบรวบรวมเนื้ อหา
(Collection System)
กระบวนการทุก
กระบวนการทีเ่ กิดขึน
้
ทัง้ หมดกอนที
เ่ นื้อหาจะถูก
่
นามาจัดการและเผยแพร่
ออกไปสู่ผูใช
้ ้เนื้อหา
ภายนอก
• Html
<p>………..</p>
• XML
<name>……………..
</name>
ระบบรวบรวมเนื้ อหามี
ส่วนประกอบดังนี้
1. การรวบรวมเนื้อหา
(Collection system)
2. ระบบจัดการ
(Management system)
3. ระบบเผยแพรเนื
่ ้อหา
(Publication sys.)
1. การรวบรวมเนื้อหา
(Collection system)
คือ กระบวนการทุกอยาง
่
กอนที
เ่ นื้อหาจะถูกนามา
่
จัดการและเผยแพรออกไปสู
่
่
ผูใช
้ ้
1.1 การสร้างเนื้ อหา
(Authoring)
คือ กระบวนการทีเ่ กีย
่ วของ
้
กับการสรางหรื
อเขียนเนือ
้ หา
้
ขึน
้ มา ซึง่ การสรางเนื
้อหา
้
ในระบบการจัดการเนื้อหา
ผู้สรางเนื
้อหาทางานไดอย
้
้ างมี
่
ประสิ ทธิภาพดังนี้
1. สามารถเขียนเนื้อหาเขาระบบได
้
้
โดยตรง
2. มีเครือ
่ งมือในการช่วยเหลือในการ
จัดการมากมาย
3. มีเทมเพลตให้เลือกใช้มากมายและ
สามารถพัฒนาขึน
้ เองได้
4. มีลาดับขัน
้ ดาเนินงาน ทีช
่ ด
ั เจน
โดยมีการตรวจสอบสถานะ และมี
การควบคุมการเปลีย
่ นแปลงเนื้อหา
1.2 การรวบรวมเนื้ อหาทาได้
2 วิธีการ คือ
๐ เนื้ อหาที่มีอยู่แล้ว (sources
file) ซึ่งอาจเป็ นไฟล์ข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ใน
คอมพิวเตอร์ และข้อมูลที่
ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของ
อิเล็กทรอนิกส์
ลักษณะของการซินดิเคต
๐ สารสนเทศทีถ
่ ก
ู เผยแพร่
ในรูปแบบของ XML
(Extensive Markup
Language)
๐ สารสนเทศทีม
่ ข
ี อมู
้ ลบอก
1.3 การปรับเนื้ อหา
(Conversion)
เป็ นการเลือกหรือคัดสรร
แตเนื
่ าเป็ นและมี
่ ้อหาทีจ
ประโยชนจากนั
้นจะทา
์
การแปลงในอยูในรู
ปแบบ
่
ทีส
่ ามารถนาเขาระบบได
้
้
ประกอบด้วย
3 เนื
ขั
น
้
ตอน
1. คัดเลือกแต
้
อ
หาที
จ
่ าเป็ น
่
(Stripping) เป็ นการเลือกสรรแต่
เนื้อหาทีจ
่ าเป็ นเทานั
่ ้น ส่วนทีไ่ ม่
จาเป็ นก็ตด
ั ทิง้ ไป
2. ปรับเปลีย
่ นรูปแบบ (Format
mapping) เป็ นการจัดการกับ
สารสนเทศให้เขากั
้ บมาตรฐานของ
การจัดเก็บในระบบการจัดการ
เนื้อหา
1.4 การสรุปรวม
(Aggregation)
่ ได้
การสรุปรวมจะทาไดเมื
้ อ
ทาการแกไขเนื
้อหา
้
แยกแยะหมวดหมูเรี
่ ยบรอย
้
แลวจากนั
้นจะจัดการเนื้อหา
้
ให้อยูในรู
ปแบบของเนือ
้ หา
่
ทีม
่ ค
ี าอธิบายขอมู
้ ล
กระบวนการแกไข
(Editorial
้
processing )
•
•
กฎความถูกตอง
(Correctness
้
rules) กฎขอนี
้ ้จะทาให้แน่ใจวาได
่
้
เตรียมเนื้อหาไดตรงตามที
ต
่ องการ
้
้
เช่น การใช้เครือ
่ งหมายวรรคตอน
การตัดคา การใช้คา การใช้
ไวยากรณ ์ เป็ นตน
้
กฎแหงการสื
่ อสาร
่
(Communication) กฎขอนี
้ ้จะทาให้
แน่ใจไดว
้นตรงตาม
้ าเนื
่ ้อหาทีไ่ ดมานั
้
ความตองการของผู
ใช
้
้ ้
1.5 กระบวนการแบ่ง
ประเภท
(Segmentation processing)
เป็ นกระบวนการแยกสารสนเทศ
ออกเป็ นกลุม
่
ประเภทของเนื้อหาทีจ
่ ะสราง
้
ขึน
้ มาสามารถจาแนกไดดั
้ งนี้
1. ประเภทของเนื้อหาทีส
่ รางขึ
น
้ มา
้
เองโดยผูแต
อเขียนเนื้อหา
้ งหรื
่
2. องคประกอบที
ถ
่ ก
ู กาหนดขึน
้
์
หลังจากทีไ่ ดผ
บ
้ านกระบวนการปรั
่
เนื้อหามาแลว
้
การทีจ
่ ะแยกประเภทของเนื้อหา
นั้นขึน
้ อยูกั
่ าเนื้อหาดวย
่ บแหลงที
่ ม
้
ดังนี้
– ไดมาจากไฟล
ข
้
์ อมู
้ ล
– ไดมาจากฐานขอมูล
1.6 กระบวนการให้
รายละเอียดข้อมูล
(Metatorial processing) เป็ นการ
นาเอาเนื้อหาใหมใส
่ ่ เขาไปในระบบ
้
ทีก
่ าหนด ให้สามารถจัดเก็บและ
นามาใช้ประโยชนได
น
้
่
์ ง้ ายขึ
กวาเดิ
่ ม เช่น การบริการรวบรวม
(Collection service) เกีย
่ วของกั
บ
้
การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอรใน
์
ระบบจัดการเนื้อหาเพือ
่ รวบรวม
เนื้อหาในรูปแบบของเว็บเพจ
2. ระบบจัดการ
(Management system)
มุงเน
นในส
วนของ
่ ้
่
การจัดเก็บเนื้อหา
เพือ
่ ให้คงอยูและใช
่
้
ประโยชนได
ในระยะ
์ ้
ยาว
สิ่ งทีต
่ องตระหนั
กในระบบ
้
จัดการ มีดงั นี้
1. รายละเอียดของเนื้อหาทีร่ วมถึง
ชนิดของเนื้อหาและวงชีวต
ิ ของ
เนื้อหา
2. การใช้ประโยชนจากเนื
้อหาและ
์
อุปสรรคทีอ
่ าจจะเกิดขึน
้ เมือ
่ ใช้
เนื้อหา
3. วิธก
ี ารทีจ
่ ะเผยแพรเนื
่ ้อหา
เนื้อหาใดทีไ่ มใช
่ ้ประโยชนควร
์
ละทิง้ ไป
4. ผูใชคนไหนจะเขาไปใชเนื้อหา
ส่วนประกอบยอยในระบบ
่
จัดการเนื้อหา
1. ส่วนจัดเก็บขอมู
้ ล
(Repository)
ส่วนจัดเก็บขอมู
้ ลเป็ นศูนย ์
รวมของฐานขอมู
้ ล ไฟล ์
และโครงสรางระบบ
้
ส่วนจัดเก็บข้อมูลประกอบไป
ด้วย
1. ฐานขอมู
้ ลเนื้อหาและไฟลที
์ ่
เกีย
่ วของ
ส่วนจัดเก็บส่วนนี้
้
ครอบคลุมส่วนของเนื้อหาที่
จัดเก็บในระบบทัง้ หมด
ฐานขอมู
้ ลเนื้อหาประกอบดวย
้
ฐานขอมู
้ ลเชิงสั มพันธและฐาน
์
ของมูลเชิงวัตถุของ XML
2. ฐานขอมู
าการเก็บ
้ ลเชิงสั มพันธจะท
์
ขอมู
้ ลในรูปแบบของตาราง มีแถว
3. ฐานขอมู
่ ด
ั เก็บเนื้อหาใน
้ ลทีจ
บางระบบอาจออกแบบเป็ น
ลักษณะของฐานขอมู
้ ลเชิงวัตถุ
ถาเนื
่ าเสนออยูใน
้ ้อหาทีน
่
รูปแบบของ XML และมี
โครงสรางข
อมู
่ บ
ั ซ้อน
้
้ ลทีซ
4. ไฟลควบคุ
มและกาหนด
์
คุณสมบัตข
ิ องระบบการจัดการ
ไฟลควบคุ
มและกาหนด
์
คุณสมบัตข
ิ องระบบ
1. ไฟลเทมเพลตส
าหรับการนาเขาและ
้
์
การเผยแพรเนื
่ ้อหา
2. ฐานขอมู
้ ล และไฟลผู
้ ้ระบบ
์ ใช
3. ไฟลข
่ วกับกฎ ระเบียบ ใน
้ ลเกีย
์ อมู
การใช้ระบบจัดการเนื้อหา
4. ไฟลที
์ เ่ ก็บดัชนีของเนื้อหาและการ
อธิบายสารสนเทศ (Meta
information)
2.ส่วนบริหารระบบ
(Administration)
ส่วนบริหารระบบจะทาหน้าทีใ่ น
การกาหนดพารามิเตอรและ
์
โครงสรางของระบบการจั
ดการ
้
เนื้อหา ประกอบดวย
้
1. กาหนดสิ ทธิในการเขาใช
้
้เนื้อหาของ
ผูใช
้ ้ระบบ และกาหนดสิ ทธิในการใช้
ระบบแตกตางกั
นออกไป เช่น
่
ผูดู
้ แลระบบมีสิทธิใ์ นการจัดการระบบ
มากกวาผู
้ ยนเนื้อหาป้อนสู่ระบบ
่ เขี
เป็ นตน
้
2. ผูบริ
้ หารระบบจะทาการดาเนินงาน
เกีย
่ วกับฐานขอมู
้ ลเนื้อหา การสารอง
ขอมู
้ ล การกาหนดชนิดของเนื้อหา
การทาขัน
้ ตอนการดาเนินงาน
3. ผูบริ
้ หารระบบจะทาการตรวจสอบ
้ ตอนการ
3. ส่วนขัน
ดาเนินงาน (Workflow)
เกีย
่ วของกั
บการประสานงาน
้
(Coordinating) การจัด
ตารางเวลา (Scheduling) และ
ควบคุมการทางานของพนักงาน
ให้บรรลุตามทีไ่ ดก
้ าหนดไว้ใน
ตารางทางาน ขัน
้ ตอนการ
1. ในระบบรวบรวมเนื้อหา จะมีการทา
workflow ในส่วนของการรวบรวม
เนื้อหา การสรางเนื
้อหา และการ
้
รวมเนื้อหา
2. ในส่วนของการบริหารระบบ จะมี
การทา workflow สาหรับผูดู
้ แล
ระบบ เช่น การทาสาเนาขอมู
้ ล
การจัดเก็บขอมู
้ ล
3. ในส่วนของการเผยแพร่ จะมีการทา
workflow ของงานแตละขั
น
้ ตอนเพือ
่
่
ตรวจสอบการทางาน เช่น การ
4. การเชือ
่ มตอ
่
(Connection)
1. เชือ่ มตอไปยั
งระบบเครือขาย
่
่
ทองถิ
น
่ ในองคกร
(Local Area
้
์
Network :LAN) ทัง้ นี้เพือ
่ ให้บุคลกร
ในองคกรสามารถส
์
่ งเนื้อหาเขา้
ระบบไดตลอดเวลา
้
2. เชือ
่ มตอไปยั
งระบบของผูใช
่
้ ้ระบบ
การจัดการเนื้อหา เช่น ผูสร
้ าง
้
เนื้อหา (Author) และ
3. ระบบเผยแพร่เนื้ อหา
(Publication system)
componentt
Electronic publication
file
Print publication
records
Syndication
ส่วนประกอบในกระบวนการ
เผยแพรเนื
่ ้อหา
1. เทมเพลต (Template
publishing)
2. ส่วนบริการเผยแพร่
(Publishing service) เป็ น
การผลิตสื่ อเผยแพรจาก
่
เนื้อหาทีถ
่ ก
ู จัดเก็บไว้
หน้าทีข
่ องส่วนบริการ
ลักษณะของการ
เผยแพร่เนื้ อหา
การเผยแพรเนื
่ ้อหาผาน
่
เว็บไซต ์
2. การเผยแพรทางสิ
่ งพิมพ ์
่
3. การเผยแพรผ
่อ
่ านสื
่
อิเล็กทรอนิกส์ เช่น CD และ
DVD
4. การซินดิเคต
1.
กิจการ
เชิงพาณิชย์
1.
การเก็บข้อมูล (Capture)
1. การนาเขาข
อ
้ อมู
้ ลดวยมื
้
(Manual)
2. การนาเขาข
้ อมู
้ ลแบบอัตโนมัต ิ
ผานระบบ
EDI
่
3. การใช้เทคโนโลยีทท
ี่ าให้
คอมพิวเตอร ์ รับรู้ สั มพันธ ์
รวมทัง้ แยกแยะความแตกตาง
่
ระหวางอั
กขระ (Character
่
Character recognition
1. Optical Character Recognition
(OCR) ทาการแปลงเอกสารทีเ่ ป็ น
รูปภาพให้เป็ นตัวอักษร เป็ นการ
ใช้เครือ
่ งสแกนเนอรท
์ างาน
รวมกั
บซอฟตแวร
่
์
์ OCR
2. Handprint Character
Recognition (HCR) ทาการ
แปลงลายมือเขียนให้เป็ นตัวอักษร
3. Optical Mark Recognition
(OMR) อานจุ
ดทีท
่ าการมารค
่
์
4. การสแกนภาพเขาสู
้ ่ ระบบดวย
้
สแกนเนอร ์
5. การนาเขาข
้ อมู
้ ลผาน
่
แบบฟอรมอิ
์ เล็กทรอนิกส์
รูปแบบตางๆ
่
6. การรวมขอมู
้ ล
(Aggregation) เป็ นการรวม
ขอมู
่ ก
ู สรางมาจากหลาย
้ ลทีถ
้
2. การจัดการ (Manage)
1. การจัดการเอกสาร (Document
Management: DM) เป็ นระบบ
คอมพิวเตอร ์ ทีใ่ ช้ติดตามและ
จัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
รวมถึงรูปภาพและเอกสารจาก
กระดาษ
2. ซอฟตแวร
ความร
วมมื
อ
่
์
์
(Collaborative software,
groupware : Collab) เป็ น
3. การจัดการเนื้อหาเว็บ (Web Content
Management :WCM) เป็ นระบบการ
จัดการเนื้อหาชนิดหนึ่ง โดยเป็ นระบบ
ทีเ่ ขียนขึน
้ ดวยภาษาโปรแกรม
เพือ
่
้
ใช้เป็ น เว็บแอพลิเคชัน
่ ใช้ในการ
จัดเนื้อหาของเว็บไซต ์ เพือ
่ ให้งายต
อ
่
่
การจัดการและปรับปรุงเว็บไซต ์
4. การจัดการเรคคอรด
์ (Records
Management: RM) เป็ นกระบวนการ
ทีเ่ ป็ นระบบทีใ่ ช้ในการจัดการเรคคอรด
์
5. ขัน
้ ตอนการดาเนินงานหรือเวิรคโฟล
์
์
(Workflow: WM) ทีอ
่ ธิบายถึง
แนวความคิดและวิธก
ี ารปฏิบต
ั งิ านใน
องคกร
โดยเวิรคโฟล
จะเป็
นแบบแผน
์
์
์
ของกิจกรรมทีช
่ ่ วยในการจัดการ
ทรัพยากร กาหนดแนวทาง กาลังคน
สารสนเทศ ทีจ
่ ะไหลเขาไปยั
ง
้
กระบวนการทางาน โดยจะมีลาดับใน
การดาเนินการตามการสายงานของการ
บริหารงานขององคกร
์
6. การจัดการกระบวนการทางธุรกิจ
3. การจัดเก็บข้อมูล (Store)
1. เก็บในรูปแบบของไฟล ์
(File system)
2. จัดเก็บในระบบจัดการ
เนื้อหา (Content
Management System)
3. จัดเก็บในฐานขอมู
้ ล
(Database)
4. การเก็บรักษาเนื้ อหา
(Preserve)
การเก็บรักษาเนื้อหา
เป็ นเป็ นการจัดเก็บเนื้อหา
เพือ
่ ให้ใช้ไดในระยะเวลาที
่
้
ยาวนานขึน
้ โดยทาการเก็บ
รักษาขอมู
้ ลในสื่ อบันทึก
ขอมู
้ ล เช่น ฮารดดิ
์ สค ์
เทปบันทึกขอมู
้ ล เป็ นตน
้
5. การนาส่งเนื้ อหา (Deliver)
การส่งมอบเนื้อหาเป็ น
กระบวนทีน
่ าเนื้อหาทีผ
่ าน
่
กระบวนการตางๆ
ขางต
น
่
้
้ ส่ง
ตอไปยั
งผู้ทีต
่ องการใช
่
้
้เนื้อหาใน
ลักษณะตางๆ
กัน ในหลาย
่
รูปแบบ เช่น เอกสาร XML,
PDF และ Syndicate เป็ นตน
้
โดยมีช่องทางในการเผยแพร่

similar documents