การเก็บวัดข้อมูล - กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

Report
สำนักอนุ รกั ษ์และจัดกำรต้นน้ ำ ถูกจัดตัง้ ขึ้นมำตัง้ แต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ในนำมของ
กองอนุ รกั ษ์ตน้ น้ ำ สังกัดกรมป่ ำไม้ โดยแยกตัวมำจำกงำนวิจยั เพื่อรักษำต้นน้ ำ กองรำรุง
กรมป่ ำไม้ ภำรกิจหลักที่ได้รรั มอรหมำยในขณะนั้น คือกำรปลูกป่ ำเพื่อฟื้ นฟูตน้ น้ ำที่เสือ่ มโทรม
ซึ่งต่อมำมีกำรพัฒนำด้วยกำรขยำยพื้นที่ดำเนิ นงำน และกำรเพิ่มกิจกรรมอืน่ ๆ ประกอร คือ
งำนวิจยั ต้นน้ ำ งำนสำรวจและประเมิน งำนปลูกป่ ำ และงำนจัดหมู่รำ้ น กำรปลูกหญ้ำแฝก กำร
สร้ำงฝำยต้นน้ ำ งำนสำรสนเทศ ฯลฯ เป็ นต้น
จำกอดีตจวรจนปัจจุรนั สำนักอนุ รกั ษ์และจัดกำรต้นน้ ำได้รรั เงินงรประมำณแผ่นดิน
จำนวนมำก แต่ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ท่ปี รำกฏให้เห็น คือ พื้นที่ตน้ น้ ำของประเทศไทยยังไม่ฟ้ ื นตัว
กลัรมำสูส่ ภำพที่เป็ นปกติตำมที่คำดหวัง ประกอรกัรสภำวะโลกร้อน ทำให้เกิดกำรกระจุกตัวตก
ของฝนเฉพำะรนพื้นที่สูง ซึ่งเป็ นพื้นที่รรั ผิดชอร ทำให้เกิดปัญหำน้ ำป่ ำไหลหลำก และแผ่นดิน
ถล่มเกิดขึ้นอย่ำงต่อเนื่ อง ส่งผลทำให้เกิดเป็ นข้อสงสัยขึ้นมำว่ำ เงินงรประมำณที่รฐั รำลลงทุนไป
ตัง้ แต่อดีตจวรจนปัจจุรนั นั้น คุม้ ค่ำหรือไม่ ถ้ำไม่คมุ ้ ค่ำและไม่ได้ผลจะทำอย่ำงไร ตลอดจนจะ
วัดผลสำเร็จกันอย่ำงไร
ภำยใต้เป้ ำหมำยของกำรอยู่รอดปลอดภัยในปัจจุรนั และคุณภำพชีวิตที่ดีข้ ึนในอนำคตของ
ประชำชน งำนวิจยั ต้นน้ ำจำเป็ นต้องปรัรเปลี่ยนวิถกี ำรทำงำนเสียใหม่ จำกงำนวิจยั เชิง
วิทยำศำสตร์รริสทุ ธิ์ (pure science) ที่มีอยู่เดิม โดยเพิ่มงำนวิจยั เพื่อท้องถิ่น (community
based research) ขึ้นมำ และเข้ำมำมีรทรำทต่อกำรดำเนิ นงำนของสำนักอนุ รกั ษ์และจัดกำรต้นน้ ำ
มำกขึ้น โดยทำหน้ำที่เสริมกำรทำงำนของหน่ วยจัดกำรต้นน้ ำแต่ละหน่ วย
อย่ำงไรก็ตำม เพื่อให้งำนวิจยั ต้นน้ ำ ตอรสนองกำรดำเนิ นงำนของสำนักอนุ รกั ษ์และจัดกำร
ต้นน้ ำอย่ำงมีประสิทธิภำพ จำเป็ นต้องมีกำรรัรฟังควำมคิดเห็นเกี่ยวกัรปัญหำต่ำง ๆ ในพื้นที่
ทัง้ นี้ เพื่อนำปัญหำเหล่ำนั้นมำปรัรปรุงงำนวิจยั ให้เกิดควำมสอดคล้องกัน ซึ่งจะนำไปสูแ่ นวทำงใน
กำรพัฒนำงำนวิจยั ที่ถูกต้องต่อไป
ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๑๘ งำนวิจยั ต้นน้ ำมีภำรกิจ เพือ่ ค้นหำชนิ ดพันธุไ์ ม้ท่เี หมำะสม
กัรกำรปลูกเพือ่ ทดแทนป่ ำต้นน้ ำที่ถกู ทำลำย และ/หรือ เสือ่ มโทรมในท้องที่ต่ำง ๆ
ของประเทศไทย
ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๓๕ งำนวิจยั ต้นน้ ำมุ่งเน้นไปที่ ๓ ประเด็นหลัก คือ
๑) ศึกษำลักษณะทำงอุทกวิทยำ-นิ เวศวิทยำของป่ ำต้นน้ ำชนิ ดต่ำง ๆ
๒) ศึกษำผลกระทรที่เกิดขึ้นจำกกำรทำลำยป่ ำต้นน้ ำ อำทิ กำรสูญเสียดิน
น้ ำ และธำตุอำหำรจำกกระรวนกำรกัดชะพังทลำยของดิน กำรเปลี่ยนแปลงปริมำณ
และลักษณะกำรไหลของน้ ำท่ำในลำธำร ฯลฯ และ
๓) ค้นหำแนวทำงในกำรปรัรปรุงพื้นที่ป่ำต้นน้ ำที่ถกู รุกรุกทำลำย
ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๓๕-๒๕๔๕ เป็ นช่วงที่งำนวิจยั ต้นน้ ำโอนไปสังกัดสำนักวิชำกำร
ป่ ำไม้ กรมป่ ำไม้ ในช่วงเวลำนี้ งำนวิจยั ต้นน้ ำมุ่งเน้นไปที่กำรประเมินมูลค่ำของป่ ำต้น
น้ ำ และกำรสร้ำงแรรจำลอง (Mathematical model) เพือ่ ประเมินค่ำเสียหำยจำก
กำรทำลำยป่ ำต้นน้ ำทัว่ ประเทศ
ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๕-ปัจจุรนั ส่วนวิจยั ต้นน้ ำได้ยำ้ ยกลัรมำสังกัดสำนัก
อนุ รกั ษ์และจัดกำรต้นน้ ำ กรมอุทยำนแห่งชำติ สัตว์ป่ำ และพันธุพ์ ชื กำรดำเนิ นงำน
วิจยั ในช่วงเวลำดังกล่ำวนี้ มุ่งเน้นไปที่กำรตอรสนองควำมต้องกำรสำนักอนุ รกั ษ์และ
จัดกำรต้นน้ ำ และกรมอุทยำนแห่งชำติ สัตว์ป่ำ และพันธุพ์ ชื อำทิ กำรหำศักยภำพใน
กำรให้น้ ำของป่ ำต้นน้ ำ กำรประเมินมูลค่ำควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพของป่ ำต้นน้ ำ
กำรศึกษำรทรำทของฝำยต้นน้ ำ ต่อกำรชะลอกำรไหลของน้ ำ ประสิทธิภำพในกำรดัก
ตะกอน กำรเพิม่ ควำมชื้นให้กรั ดินสองฝำกฝัง่ ลำห้วย และกำรพัฒนำตัวของสังคมพืช
ริมฝัง่ น้ ำ ตลอดจนงำนวิจยั เพือ่ ส่งเสริมกำรปลูกหญ้ำแฝก เป็ นต้น
วิจยั ต้นน้ ำเพือ่ ท้องถิ่น
อุตนุ ิ ยมวิทยำ
พืชพรรณ
ปฐพีวทิ ยำ
เศรษฐกิจ-สังคม
อุทกภัย
คุณภำพน้ ำ
อุทกวิทยำ
กำรชะล้ำงพังทลำยของดิน
เก็รวัด และวิเครำะห์ขอ้ มูลที่เกี่ยวข้องกัรสภำวะอำกำศ
ข้อมูลน้ ำฝน และช่วงระยะเวลำในกำรตก
โอกำสที่ฝนจะตกในช่วงระยะเวลำต่ำง ๆ ของรอรปี
กำรกระจำยของปริมำณน้ ำฝนในส่วนต่ำง ๆ ของพื้นที่ลมุ่ น้ ำ
เชื่อมโยงถึงกำรระรำยน้ ำให้กรั พื้นที่ทำ้ ยน้ ำ กำรเกิดอุทกภัย และควำมแห้งแล้ง
ศึกษำกระรวนกำรต่ำง ๆ ในระรรกำรหมุนเวียนของน้ ำ
กำรสกัดกัน้ น้ ำฝน
กำรซึมน้ ำผ่ำนผิวดิน
กำรเคลื่อนที่ของน้ ำในดิน
กำรคำยระเหยน้ ำ แล
กำรไหลของน้ ำในลำธำร
ศึกษำกำรหมุนเวียนของน้ ำภำยใต้กำรปกคลุมของพืชชนิ ดต่ำง ๆ
เปรียรเทียรและพยำกรณ์ถงึ ผลที่เกิดขึ้น เมื่อมีกำรเปลี่ยนแปลงพืชคลุมดิน
สมรัตดิ ิน ทัง้ ด้ำนกำยภำพและเคมีในลุม่ น้ ำ และกำรเปลี่ยนแปลงเมื่อมีกำร
ใช้ประโยชน์ท่ดี ินประเภทต่ำง ๆ
มำตรกำรเพือ่ ลดผลกระทรจำกกำรเปลี่ยนแปลง
ผลกระทรและกำรประเมินค่ำควำมเสียหำยในเชิงเศรษฐศำสตร์
กำรกัดชะพังทลำยของดิน
ระรรกำรหมุนเวียนของธำตุอำหำรภำยในระรรนิ เวศต่ำง ๆ
กำรให้ผลผลิตปฐมภูมิสทุ ธิในรูปของมวลชีวภำพ
ผลกระทรที่เกิดขึ้นจำกกำรเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่ำไม้เป็ นพื้นที่ทำกำรเกษตร
รูปแรรของกำรใช้ประโยชน์ท่ดี ินทำงกำรเกษตรที่มีลกั ษณะที่กอ่ ให้เกิดประโยชน์ท่ยี งั ่ ยืนใน
แต่ละพื้นที่
วิเครำะห์กำรลงทุนและผลกระทรเชิงเศรษฐกิจทำง
สิง่ แวดล้อมที่เกิดขึ้นจำกกำรใช้ประโยชน์ท่ดี ินทำง
กำรเกษตรรนพื้นที่ตน้ น้ ำ
เปรียรเทียรผลประโยชน์ทง้ั ทำงตรงและทำงอ้อม
ให้ประชำชนได้ตระหนักถึงคุณค่ำของป่ ำไม้ และสร้ำง
จิตสำนึ กในกำรอนุ รกั ษ์ป่ำต้นน้ ำ ตลอดจนวำงแผน
กำรใช้ประโยชน์ท่ยี งั ่ ยืน
ศึกษำภูมิปญั ญำพื้นร้ำนในส่วนที่เกี่ยวข้องกัรกำรอนุ รกั ษ์ทรัพยำกรธรรมชำติในพื้นที่ลมุ่ น้ ำ
นำกระรวนกำรทำงวิทยำศำสตร์มำใช้ในกำรอธิรำยและปรัรองค์ควำมรูใ้ ห้สำมำรถนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่
อืน่ ๆ ได้
ศึกษำกระรวนกำรมีสว่ นร่วมของประชำชนในท้องถิ่น องค์กรท้องถิ่น และองค์กรเอกชน
ในกำรอนุ รกั ษ์พ้ นื ที่ตน้ น้ ำ เพือ่ ลดปัญหำกำรแก่งแย่งพื้นที่
ประสำนควำมร่วมมือระหว่ำงรัฐและเอกชนในกำรจัดกำรทรัพยำกรธรรมชำติอย่ำงยัง่ ยืน
ให้ประชำชนเข้ำมำมีสว่ นร่วมในกำรเก็รวัดข้อมูลร่วมกัรหน่ วยฯ
- ข้อมูลอำกำศ
- กำรเจริญเติรโตของต้นไม้ในป่ ำ
- กำรให้ผลผลิตทำงกำรเกษตรและกำรวิเครำะห์กำรลงทุน
- กำรซึมน้ ำผ่ำนผิวดินในพื้นที่ป่ำ และพื้นที่ทำกำรเกษตร
ชนิ ดต่ำง ๆ
- ควำมผันแปรของปริมำณน้ ำในชัน้ ดินในพื้นที่ป่ำ และพื้นที
ทำกำรเกษตรชนิ ดต่ำง ๆ
- กำรวัดระดัรน้ ำท่ำที่ไหลในลำธำร
หน่ วยจัดกำรต้นน้ ำ และชุมชนต้นน้ ำร่วมกันวิเครำะห์ขอ้ มูล เพือ่
ค้นหำคำตอร
ให้ควำมรูก้ รั ชุมชนในร่วมกัน เก็รและวิเครำะห์รว่ มกันติดสินใจ
เพือ่ คัดเลือกรูปแรรที่เหมำะสมในกำรใช้ประโยชน์ท่ดี ิน
ประชุมร่วมกันระหว่ำงชุมชนต้นน้ ำ และชุมชนท้ำยน้ ำ เพือ่
กำหนดชนิ ดของกำรใช้ประโยชน์ท่ดี ินรนพื้นที่แต่ละแห่งของต้น
น้ ำที่กอ่ ให้เกิดควำมยัง่ ยืนต่อไปในอนำคต
ขอรัรได้ท่ี ส่วนวิจยั ต้นน้ ำ สำนักอนุ รกั ษ์และจัดกำรต้นน้ ำ กรมอุทยำนแห่งชำติ สัตว์ป่ำ และพันธุพ์ ชื
โทร. ๐๒ ๕๖๑๐๗๗๗ ต่อ ๑๘๒๑ และ ๑๘๒๒ e-mail : [email protected]
แรรจำลอง API เพือ่ กำรเตือนภัยน้ ำป่ ำไหลหลำก ดินถล่ม เพือ่ ให้ประชำชนมีชีวติ อยู่
รอดปลอดภัย
แรรจำลอง มูลค่ำทำงเศรษฐกิจของสิง่ แวดล้อมหลังกำรทำลำยป่ ำต้นน้ ำ
แรรจำลอง มูลค่ำทำงเศรษฐกิจจำกกำรใช้ประโยชน์ควำมหลำกหลำยทำง
ชีวภำพของระรรนิ เวศต้นน้ ำ
แรรจำลอง เหตุกำรณ์กำรใช้ประโยชน์ท่ดี ินทำกำรเกษตรที่เหมำะสมกัรพื้นที่ตน้ น้ ำ
แรรจำลอง ควำมยัง่ ยืนของระรรนิ เวศต้นน้ ำ ใช้ตรวจสอรว่ำกำรใช้ประโยชน์ของ
ชุมชนต้นน้ ำ ส่งผลกระทรต่อชุมชนท้ำยน้ ำหรือไม่
แรรจำลอง คุณภำพชีวติ
ี ภำพของระบบนิเวศต้นนำ
แบบจำลองเพือประเม
่
น
ิ มูลค่ำควำมหลำกหลำยทำงชว
้
Version I
(1)กำรนำเข้ำข้อมูล
เปอร์เซ็นต์การปกคลุมเรือนยอดของป่ า
ั้
จานวนชนเรื
อนยอดของป่ า
เปอร์เซ็นต์พน
ื้ ทีห
่ น ้าตัดลาต ้นต่อหน่วยพืน
้ ที่
ั้ น
ความลึกของชนดิ
85
4
0.31
1.5
(%)
ั้
ชน
(%)
เมตร
ี ภำพ
(2)ประเมน
ิ ค่ำคะแนนควำมหลำกหลำยทำงชว
ค่าความหลากหลายด ้านโครงสร ้าง
ค่าความหลากหลายด ้านการทางานตามหน ้าที่
ค่าความสมบูร ณ์ของป่ า
ี ภาพ
ค่าคะแนนระดับความหลากหลายทางชว
47.86
46.2059
47.52992
5
ี ภำพ
(3)กำรประเมน
ิ มูลค่ำควำมหลำกหลำยทำงชว
ี ภาพ เท่ากับ
มูลค่าความหลากหลายทางชว
124849.6
บาท/ไร่
นำเข้ำข้อมูลอุทกวิทยำ ของ ป่ ำ
ธรรมชำติ ตรวจแก้ดว้ ยข้อมูลจริง
และปรัรเปลี่ยนเป็ นข้อมูลอุทก
วิทยำของ Land Use ชนิ ดต่ำง ๆ
Rainfall(R)
Throughfall
x % of area
100-x % of area
is intercepted
Yes
No
IF; R+Ii>=Ic
Th = R-Ic
I = Ic
Yes
Net rainfall
Net rainfall
(NR)
I= R
SR1=SR
Ii = Ic-(I-E)
No
IF ; I<E
U2 = MC21-S2
MC11=MC1i+NR+U2
Yes
No
IF:MC11>S1
SR =MC11-S1
MC12=MC11
MC12=S1
IF; MC12>=FC1
Ii = Ic
Yes
P=(S1-FC1)*a1
P=(MC12-FC1)*a1
No
MC14 = MC12
P1 = P
MC13 = MC12-P
Yes
No
IF; MC13>=FC1
L1 = L
L=(MC13-FC1)*b1
P1
U1 = MC31-S3
MC14 = MC13
แรรจำลองน้ ำฝนรน
เรือนยอด
แรรจำลองน้ ำ
ผิวดิน
แรรจำลองน้ ำ
ใต้ผิวดิน
MC14 = MC13-L
MC21=P1+MC2i+U1
U2 = MC21-S2
Et1 = Et
Et = GI*k*Ep*(MC14/AWC)^x1
MC1i = MC14-Et
Yes
No
IF; MC21>=S2
P = (S2-FC2)*a2
P = (MC21-FC2)*a2
P2 = P
L2 = L
Et2 = Et
MC22 =MC21-P
Yes
No
IF; MC22>=FC2
L=(MC22-FC2-P)*b2
P2
MC23 = MC22
MC23 = MC22-L
MC31 = P2+MC3i
Et = GI*k*Ep*(MC23/AWC)^x2
U1 = MC31-S3
MC2i
Yes = MC23-Et
No
IF ; MC31>=S3
Yes
No
IF ; MC31>=FC3
G1=G
G = (MC31-FC3)*b3
MC3i = MC31
MC3i = MC31-G
แรรจำลอง
น้ ำใต้ดิน
60
-
50
20.00
40
40.00
30
60.00
20
80.00
10
361
331
301
271
241
211
181
151
121
91
61
100.00
31
0
1
เพือ่ ให้แรรจำลองประเมินค่ำน้ ำท่ำ
หลังกำรเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่ำไม้ เป็ น
พื้นที่ Land Use ชนิ ดต่ำง ๆ
Runoff
(mm)
Rainfall(mm)
Day
rainfall
ForRunoff
RubRunoff
กำรนำเข้ำข้อมูลส่วนที่ 2.
แบบจำลองเพือกำรประเมิ
่
นค่ำควำมยง่ ั ยืนของระบบนิเวศต้นนำ้
Version I
กำรนำเข้ำข้อมูลส่วนที่ 1.
เปอร์เซ็นต์การปกคลุมเรือนยอดของป่ า
้ เรือนยอดของป่ า
จานวนชัน
เปอร์เซ็นต์พน
ื้ ทีห
่ น ้าตัดลาต ้นต่อหน่วยพืน
้ ที่
้ ดิน
ความลึกของชัน
85
4
0.31
1.5
ค่าความหลากหลายด ้านโครงสร ้าง
ค่าความหลากหลายด ้านการทางานตามหน ้าที่
ค่าความสมบูร ณ์ของป่ า
ค่าคะแนนความสมบูร ณ์ของป่ า
(%)
้
ชัน
(%)
เมตร
47.86
46.2059
47.52992
5
กาหนดค่าคะแนนเปอร์เซ็นต์พน
ื้ ทีป
่ ่ าไม ้
2084
มิลลิเมตร
ค่าคะแนนปั จจัย ลักษณะพืน
้ ที่
ป จั จัย พืน้ ที่ลมุ่ น้ ำ (I)Extreme CN
ลัก ษณะภูมปิ ระเทศ พืน้ ที่ภูเขำสู งชัน
ควำมลำดชัน
มำกกว่ำ 30 %
(30-40)
(II) High CN
พืน้ ที่ลำดเชิงเขำ
ควำมลำดชัน
10-30 %
(25-32)
กาหนดค่าคะแนนปั จจัย พืน
้ ที่
(III)Normal CN
พืน้ ที่เนินเขำ
ควำมลำดชัน
5-10 %
(17-24)
(IV) Low CN
พืน้ ที่รำบ
ควำมลำดชัน
0-5 %
(5-16)
30.7
ค่าคะแนนปั จจัย ดิน (ความสามารถในการดูดซับน้ าของดิน)
ป จั จัย พืน้ ที่ลมุ่ น้ ำ
ควำมสำมำรถ
ในกำรดูดซับ น้ ำ
ของดิน
(I)Extreme CN
สภำพพืน้ ที่เป็ นหิน
ชัน้ ดินบำง
(17-20)
กาหนดค่าคะแนนปั จจัย ดิน
(II) High CN
พืน้ ที่เป็ นดิน
เหนีย ว (clay)
ดูดซับ น้ ำช้ำ
(12-16)
(III)Normal CN
พืน้ ที่เป็ นดินร่วน
(loam) ชัน้ ดินลึก
(IV) Low CN
พืน้ ที่เป็ นดินทรำย
(sand) ชัน้ ดินลึก
(7-11)
(2-6)
3
ค่าแนนพืน
้ ทีป
่ ่ าไม ้
5
4
3
2
1
5
ค่าคะแนนการใช ้ประโยชน์ทด
ี่ น
ิ บนพืน
้ ทีต
่ ้นน้ า
การใช ้ประโยชน์ทด
ี่ น
ิ บนพืน
้ ทีต
่ ้นน้ า
ค่าคะแนนการใช ้ทีด
่ น
ิ
้ ที่ 1 และ 2 เป็ นพืน
้ ที่ 3 เป็ นไม ้ผล
ชัน
้ ทีป
่ ่ าไม ้, ชัน
5
้ ที่ 1 เป็ นพืน
้ ที่ 2 และ 3 เป็ นไม ้ผล
ชัน
้ ทีป
่ ่ าไม ้, ชัน
4
้ ที่ 1 ป่ าไม ้, ชัน
้ ที่ 2 ไม ้ผล, ชัน
้ ที่ 3 พืชไร่
ชัน
3
้ ที่ 1 เป็ นพืชสวน, ชัน
้ ที่ 2 เป็ นพืชไร่
ชัน
2
้ ที่ 1 ปลูกพืชไร่
ชัน
1
กำรนำเข้ำข้อมูลส่วนที่ 3.
ปริมาณน้ าฝนรายปี
เปอร์เซ็นต์พน
ื้ ทีป
่ ่ าไม ้บนพืน
้ ทีต
่ ้นน้ า
เปอร์เซ็นต์พน
ื้ ทีป
่ ่ าไม ้บนพืน
้ ทีต
่ ้นน้ า
> 70
41 - 70
21- 40
11. - 20
< 10
กาหนดค่าคะแนนการใช ้ประโยชน์ทด
ี่ น
ิ
ค่าคะแนนปั จจัย พืช
4
4.7
กำรแสดงผลควำมยง่ ั ยืนของระบบนิเวศ
ปริมาณน้ าน ้อยต่อหน่วยพืน
้ ที่ (QL/A,mcm/sq km)
ค่าคะแนนความยั่งยืนของตัวชีว้ ด
ั ปริมาณน้ าน ้อย
ระดับความยั่งยืนของระบบนิเวศต ้นน้ าโดยตัวชีว้ ด
ั ปริมาณน้ าน ้อยต่อหน่วยพืน
้ ที่
ปริมาณผลผลิตตะกอนในลาน้ าต่อหน่วยพืน
้ ที่ (Sd/A,ton.sq km/yr)
ค่าคะแนนความยั่งยืนของตัวชีว้ ด
ั ผลผลิตปริมาณตะกอนในลาน้ า
ระดับความยั่งยืนของระบบนิเวศต ้นน้ าโดยตัวชีว้ ด
ั ปริมาณผลผลิตตะกอนต่อหน่วยพืน
้ ที่
ค่าคะแนนระดับความยั่งยืนของระบบนิเวศโดยรวมของพืน
้ ทีต
่ ้นน้ า
ระด ับควำมยง่ ั ยืนของระบบนิเวศต้นนำ้
0.03831
4
ยั่งยืน
60.395
เตือนภัย
ยง่ ั ยืน
3
4
QL (คุณภำพชีวติ ) = 0.52.Econ + 0.15.Soc + 0.33.Envi
Econ (เศรษฐกิจ) = 0.16.X1 + 0.84.X2
Soc (สังคม)
= 0.05.X3 + 0.47.X4 + 0.21.X5 + 0.21.X6 + 0.06.X7
Envi (สิง่ แวดล้อม) = 0.20.X8 + 0.06.X9 + 0.25.X10 + 0.49.X11
สำหรัรกำรดำเนิ นงำนในอนำคต มีเป้ ำหมำยอยู่ท่คี วำมปลอดภัยของประชำชน
ในปัจจุรนั และคุณภำพชีวติ ที่ดีข้ ึนในอนำคตของชุมชนต้นน้ ำ ควรคู่ไปกัรกำร
ทำงำนตำมหน้ำที่เต็มศักยภำพของพื้นที่ ในกำรให้รริกำร (services) กัรประชำชนที่
อำศัยอยู่ในรริเวณพื้นที่ทำ้ ยน้ ำ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งปริมำณและลักษณะกำรไหลของ
น้ ำท่ำ ต้องมีปริมำณที่เพียงพอ ไม่มำกเกินไปในช่วงฤดูฝน และน้อยเกินไปในช่วงฤด
แล้ง ตลอดจนมีคุณภำพที่ดีพอต่อกำรนำไปใช้ประโยชน์ รทรำทของงำนวิจยั ต้น
น้ ำจะต้องอยู่ในลักษณะที่ช้ ีนำแนวทำงในกำรดำเนิ นงำน และชี้วดั ผลสำเร็จของกำร
ดำเนินงำนของหน่ วยจัดกำรต้นนำ้ แต่ละหน่ วยโดยชุมชนมีสว่ นร่วม
ด้วยกำรปรับเปลีย่ นงำนวิจยั โดยมุ่งเน้นไปที่ “งำนวิจยั เพื่อท้องิิ่น”
ควำมสำเร็จในกำรจัดกำรลุม่ น้ ำ....ต้องดำเนิ นภำยใต้หลักวิชำกำร
ซึ่งขึ้นอยู่กรั ผูป้ ฏิรตั .ิ ...ที่จะนำผลกำรวิจยั ไปใช้ในกำรปฏิรตั งิ ำน
ดินถล่ม
ภูมิอำกำศเปลี่ยนแปลง
โลกร้อน
ปัญหำพื้นที่ตน้ น้ ำ
พื้นที่ตน้ น้ ำถูกรุกรุกทำลำย
ไฟป่ ำ
ภัยแล้ง
อุทกภัย
ดินพังทลำย
ควำมปลอดภัย
ของประชำชน
(ระรรเตือนภัย)
พื้นที่ป่ำต้นน้ ำดีข้ ึน
ประชำชนมีคุณภำพดีข้ ึน
(กำรวำงแผนกำรใช้ประโยชน์ท่ีดิน)
ป่ ำดี น้ ำดี ชีวีมีสขุ
ปลูกป่ ำฟื้ นฟูตน้ น้ ำ
กำรวำงแผนกำรใช้ประโยชน์ท่ีดิน
ส่วนประเมินทรัพยำกรต้นน้ ำ
ส่วนส่งเสริมและพัฒนำชุมชนต้นน้ ำ
ข้อมูลทำงเศรษฐกิจ-สังคม
ข้อมูลทำงกำยภำพ
ส่วนรำชกำร
สถำรันศึกษำ
องค์กรพัฒนำ
นำไปใช้ประโยชน์
ส่วนวิจยั ต้นน้ ำ
ศึกษำ วิจยั
แนวทำงกำรทำงำน
ส่วนจัดกำรทรัพยำกรต้นน้ ำ
ทดลองใช้ ปรัรแผน
ส่วนศึกษำกำรพัฒนำกำรอนุ รกั ษ์ตน้ น้ ำ
ให้ควำมรู ้ ฝึ กอรรม
หน่ วยงำนสนำมจัดกำรต้นน้ ำ
นำไปปฏิรตั ิ
ผลกำรจัดกำร
ชี้วดั ผล
กำรทำงำน
เป้ ำหมำย
ยุทธศำสตร์
กลยุทธ์
แผนงำนวิจยั
ควำมอยู่รอด
ของประชำชน
แรรจำลอง API
กำรเตือนภัย
สร้ำงแรรจำลอง
เตือนภัย
กำรดำเนิ นงำน
ตำมเป้ ำหมำย
ที่กำหนดไว้
สร้ำงจิตสำนึ ก
ส่งเสริมกำรมี
ส่วนร่วม
ลดควำมขัดแย้ง
คุณภำพชีวิต
ที่ดีข้ ึน
ของประชำชน
รริหำรจัดกำร
ทรัพยำกร
ธรรมชำติ
อย่ำงยัง่ ยืน
ศึกษำกำรให้
ผลผลิตรริกำร
Climate Change
กำรให้ผลผลิต
กำรให้รริกำร
กำรใช้ประโยชน์ท่ดี ิน
ศึกษำผลกระทร
ไฟป่ ำ
ค้นหำรูปแรรกำร
ใช้ประโยชน์ท่ดี ิน
อย่ำงยัง่ ยืน
กำรใช้ท่ดี ินที่เหมำะสม
วิจยั ฝำย
วิจยั ร่วมประชำชน / วิจยั เพือ่ ท้องถิ่น
พื้นที่ป่ำสมรูรณ์
พื้นที่ป่ำเสือ่ มโทรม
พื้นที่เกษตรกรรม
พิทกั ษ์
ฟื้ นฟูป่ำ
เกษตร ๔ ชัน้
กำรใช้ประโยชน์
อย่ำงยัง่ ยืน
ชี้วดั ผลสำเร็จกำรดำเนิ นงำน
กำรวำงแผนกำรใช้ประโยชน์
ที่ดินโดยชุมชนมีสว่ นร่วม
ไม่พอใจ
ชุมชนต้นน้ ำ
ชุมชนกลำงน้ ำ
ชุมชนท้ำยน้ ำ
พอใจ
กำรรริกำร
ของพื้นที่ตน้ น้ ำ
รูปแรร
กำรจัดกำรพื้นที่ตน้ น้ ำ
แผนงำนวิจยั
เป้ ำหมำย
๑. งำนวิจยั เพื่อกำรเตือนภัยน้ ำท่วมแผ่นดินถล่ม
- เพื่อควำมอยูร่ อดปลอดภัยของประชำชน
๒. งำนวิจยั มูลค่ำป่ ำต้นน้ ำ
- เพื่อให้ประชำชนตระหนักถึงควำมสำคัญของป่ ำต้นน้ ำ
- หยุดกำรทำลำยป่ ำต้นน้ ำ
๓. งำนวิจยั ผลกระทรจำกกำรทำลำยป่ ำต้นน้ ำ
- สร้ำงจิตสำนึ กให้ประชำชนเห็นผลกระทรที่เกิดขึ้นจำกกำร
เปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่ำไม้ไปเป็ นพื้นที่ทำกำรเกษตรชนิ ดต่ำง ๆ
รนพื้นที่ตน้ น้ ำ
๔. งำนวิจยั เพื่อค้นหำป่ ำกินได้ทดแทนป่ ำต้นน้ ำที่เสื่อมโทรม
- ค้นหำรูปแรรของกำรทำกำรเกษตร ที่กอ่ ให้เกิดรำยได้ท่ี
พอเพียงควรคู่ไปกัรกำรฟื้ นฟูพ้ นื ที่ให้มีกำรทำงำนตำมหน้ำที่
คล้ำยคลึงป่ ำธรรมชำติ
๕. งำนวิจยั เพื่อกำหนดรูปแรรของกำรใช้ประโยชน์ท่ดี ินรนพื้นที่
ต้นน้ ำ
- กำหนดกำรใช้ประโยชน์ท่ีดินชนิ ดต่ำง ๆ ลง ณ จุดต่ำง ๆ ของ
พื้นที่ตน้ น้ ำ ที่กอ่ ให้เกิดผลผลิตโดยรวมที่พอเพียงกัรชุมชนต้น
น้ ำ ในขณะเดียวกันทำให้พ้ นื ที่ตน้ น้ ำทำงำนตำมหน้ำที่ในกำร
ให้ผลผลิตน้ ำกัรชุมชนท้ำยน้ ำอย่ำงพอเพียงและมีคุณภำพดี
๖. งำนวิจยั เพื่อรำยงำนควำมสำเร็จในกำรฟื้ นฟูระรรนิ เวศต้นน้ ำ
- ค้นหำผลลัพธ์ท่ไี ด้จำกกำรดำเนิ นกิจกรรมฟื้ นฟูพ้ นื ที่ป่ำต้นน้ ำ
เช่น กำรปลูกป่ ำ กำรสร้ำงฝำยต้นน้ ำ กำรปลูกหญ้ำแฝก
๑. ให้ประชำชนเข้ำมำมีสว่ นร่วมในกำรเก็รวัดข้อมูลร่วมกัรหน่ วยจัดกำรต้นน้ ำ
ซึ่งประกอรไปด้วย
- ข้อมูลอำกำศ
- กำรเจริญเติรโตของต้นไม้ในป่ ำ
- กำรให้ผลผลิตทำงกำรเกษตรและกำรวิเครำะห์กำรลงทุน
- กำรซึมน้ ำผ่ำนผิวดินในพื้นที่ป่ำ และพื้นที่ทำกำรเกษตรชนิ ดต่ำง ๆ
- ควำมผันแปรของปริมำณน้ ำในชัน้ ดินในพื้นที่ป่ำ และพื้นที่ทำกำรเกษตร
ชนิ ดต่ำง ๆ
- กำรวัดระดัรน้ ำท่ำที่ไหลในลำธำร
๒. หน่ วยจัดกำรต้นน้ ำ และชุมชนต้นน้ ำร่วมกันวิเครำะห์ขอ้ มูล เพือ่ ค้นหำ
คำตอร เช่น ผลผลิตจำกป่ ำ มูลค่ำของป่ ำต้นน้ ำ กำรลงทุนและผลตอรแทนที่ได้รรั
จำกกำรทำกำรเกษตรชนิ ด
ต่ำงๆ ผลกระทรทำงอุทกวิทยำภำยหลังกำรเปลี่ยนป่ ำต้นน้ ำไปเป็ นพื้นที่ทำกำรเกษตร
ชนิ ดต่ำง ๆ ร่วมกันค้นหำรูปแรรของป่ ำกินได้ และร่วมกันกำหนดรูปแรรของกำร
ใช้ประโยชน์ท่ดี ินชนิ ดต่ำง ๆ ลงรนแต่ละจุดของพื้นที่ตน้ น้ ำ
๓. หน่ วยจัดกำรต้นน้ ำจัดกำรประชุมหมู่รำ้ น เพือ่ ให้ผูร้ ่วมเก็รวัดและวิเครำะห์
ข้อมูลนำเสนอต่อที่ประชุม รัรฟังข้อคิดเห็นของประชำคม ร่วมกันติดสินใจ เพือ่
คัดเลือกรูปแรรของป่ ำกินได้ ร่วมกันสร้ำงแปลงสำธิตป่ ำกินได้รูปแรรต่ำง ๆและ
ติดตำมตรวจสอรกำรลงทุนรำยได้และกำรพัฒนำตัวของพื้นที่ ร่วมกันพิจำรณำเพือ่
คัดเลือกรูปแรรของป่ ำกินได้ท่เี หมำะสมที่สดุ
๔. หน่ วยจัดกำรต้นน้ ำจัดกำรประชุมร่วมกันระหว่ำงชุมชนต้นน้ ำ และชุมชน
ท้ำยน้ ำ เพือ่ กำหนดชนิ ดของกำรใช้ประโยชน์ท่ดี ินรนพื้นที่แต่ละแห่งของต้นน้ ำที่
ก่อให้เกิดควำมยัง่ ยืนต่อไปในอนำคต กล่ำวคือก่อให้เกิดเป็ นรำยได้ท่ีพอเพียงกัร
ชุมชนต้นน้ ำ โดยไม่สง่ ผลกระทรต่อกำรทำงำนตำมหน้ำที่ของพื้นที่ตน้ น้ ำ โดยเฉพำะ
อย่ำงยิ่งกำรเอื้ออำนวยผลผลิตน้ ำให้กรั ชุมชนท้ำยน้ ำ
๑. เข้ำรัรกำรฝึ กอรรม เพื่อให้เกิดทักษะในด้ำนต่ำง ๆ
- กำรเก็รวัดข้อมูล
- กำรวิเครำะห์ขอ้ มูล
- กำรใช้แรรจำลอง เพือ่ กำรเตือนภัย มูลค่ำป่ ำต้นน้ ำ
ผลกระทรจำกกำรทำลำยป่ ำ และควำมยัง่ ยืนของพื้นที่
ต้นน้ ำ (ส่วนวิจยั ต้นน้ ำกำลังพัฒนำให้สะดวกต่อกำรใช้
และมีประสิทธิภำพมำกขึ้น)
- ฝึ กกำรเป็ นผูน้ ำในกำรตัดสินใจ
๒. ชักชวนประชำชนให้เข้ำมำมีสว่ นร่วมในกำร เก็รวัดข้อมูล วิเครำะห์
ข้อมูล และกำรแปลผลร่วมกัน
- ถ่ำยทอดองค์ควำมรูเ้ กี่ยวกัรระรรนิ เวศต้นน้ ำ มูลค่ำป่ ำต้นน้ ำ และ
ผลกระทรจำกกำรใช้ประโยชน์ (กำรรัรรูข้ อ้ มูลเดียวกัน และเรียนรูร้ ่วมกัน)
- นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกัรกำรใช้ประโยชน์อย่ำงยัง่ ยืน ด้วยกำรร่วมกัน
กำหนดรูปแรรของป่ ำกินได้ และจัดทำแปลงสำธิตรูปแรรต่ำง ๆ (อัญเชิญแนว
พระรำชดำริ)
- ร่วมกัรประชำชนติดตำมประเมินผลผลิตทำงเศรษฐกิจและผลกำร
พัฒนำกำรทำงำนตำมหน้ำที่ของพื้นที่ตน้ น้ ำ นำข้อมูลทัง้ สองส่วนมำวิเครำะห์ร่วมกัน
เพือ่ หำรูปแรรที่เหมำะสมต่อไปในส่วนของกำรกำหนดรูปแรรของกำรใช้ประโยชน์
ที่ดิน ณ จุดต่ำง ๆ ของพื้นที่ตน้ น้ ำ (ร่วมกัร เก็รข้อมูล วิเครำะห์ และติดตำม)
- จัดกำรประชุมร่วมกันระหว่ำงชุมชนต้นน้ ำ กลำงน้ ำ และชุมชนท้ำยน้ ำ เพือ่
กำหนดรูปแรรที่ก่อให้เกิดผลผลิตจำกกำรเพำะปลูกกัรชุมชนต้นน้ ำ ควรคู่ไปกัร
ผลผลิตน้ ำที่ชมุ ชนท้ำยน้ ำได้รรั จำกพื้นที่ตน้ น้ ำนั้น (กำรสร้ำงเครือข่ำย)
- ส่วน ศูนย์ หน่ วย และเจ้ำหน้ำที่ผูป้ ฏิรตั ติ อ้ งทำหน้ำที่ลดข้อขัดแย้งระหว่ำง
ชุมชนทัง้ สองกลุม่ ชักชวนให้ร่วมกันวำงแผน สำธิตกำรใช้โปรแกรมควำมยัง่ ยืนและ
แสดงผล และหำข้อยุตทิ ่ไี ด้รรั กำรยอมรัรทัง้ สองฝ่ ำย (ร่วมกันวำงแผน ร่วมกันปฏิรตั ิ
ร่วมกันติดตำมผล)
๓. หัวหน้ำหน่ วยฯ จะต้องเป็ นผูจ้ ดั ทำรำยงำนผลกำรปฏิรตั งิ ำน
- ผลผลิต : รำยงำนผลกำรดำเนิ นงำน ข้อมูลที่เกิดขึ้นจำกกำรเก็รวัดและ
วิเครำะห์ ตลอดจนผลที่เกิดขึ้นจำกร่วมกันตัดสินใจ
- ผลลัพธ์ : รำยงำนควำมปลอดภัยของประชำชน กำรเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่ำ
ต้นน้ ำและควำมสมรูรณ์ของป่ ำต้นน้ ำที่เหลืออยู่ กำรเปลี่ยนแปลงรูปแรรของกำรใช้
ประโยชน์ท่ดี ิน และกำรพัฒนำตัวของกำรทำงำนตำมหน้ำที่ของระรรนิ เวศต้นน้ ำ
๔. หัวหน้ำหน่ วยฯ จะต้องประเมินผลกำรปฏิรตั งิ ำนเป็ นระยะ ๆ
- ประสิทธิภำพ : สัดส่วนระหว่ำงผลลัพธ์ท่เี กิดขึ้น กัร เป้ ำหมำยที่กำหนดไว้
- ประสิทธิผล : สัดส่วนระหว่ำงมูลค่ำของสิง่ แวดล้อมที่เกิดขึ้นจำกกำรพัฒนำ
กัร เงินงรประมำณที่ใช้ไป
เรียนรูร้ ว่ มกัน ในกำรเก็ร+วิเครำะห์ขอ้ มูล
แนวทำงปฏิรตั ิ
“กำรวิจยั เพื่อท้องถิ่น”

หัวหน้ำหน่ วยฯ
เจ้ำหน้ำที่ผูป้ ฏิรตั ิ
จัดประชุม
เวทีชำวร้ำน
นำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุม
ผลกระทรกำรเปลี่ยนแปลงพื้นที่ตน้ น้ ำ
เพือ่ กำหนดและคัดเลือกรูปแรร
กำรวำงแผนกำรใช้ประโยชน์ท่ดี ิน
จัดประชุม
ประสังคม
ร่วมรัรฟังข้อคิดเห็นของชุมชน
ร่วมตัดสินใจ ร่วมตรวจสอร
รูปแรรกำรวำงแผนกำรใช้ประโยชน์ท่ดี ิน
กำรพัฒนำตัวของพื้นที่ตน้ น้ ำ
ข้อมูลอำกำศ
กำรเจริญเติรโตของต้นไม้ในป่ ำ
กำรให้ผลผลิตทำงกำรเกษตร และ
กำรวิเครำะห์กำรลงทุน
กำรซึมน้ ำผ่ำนผิวดินในพื้นที่ป่ำ และ
พื้นที่ทำกำรเกษตรชนิ ดต่ำง ๆ
้ ดิน
ควำมผันแปรของปริมำณน้ ำในชัน
ในพื้นที่ป่ำ และพื้นที่ทำกำรเกษตร
ชนิ ดต่ำง ๆ
กำรวัดระดัรน้ ำท่ำที่ไหลในลำธำร
ชุมชนกลำงน้ ำ
ควำมปลอดภัย ชีวติ และทรัพย์สนิ ของประชำชน
กำรเปลีย่ นแปลงพื้นที่ป่ำต้นน้ ำ และควำมสมรูรณ์
กำรใช้ประโยชน์ท่ดี ินเชิงอนุ รกั ษ์ และพอเพียง
กำรพัฒนำกำรทำหน้ำที่ของระรรนิ เวศต้นน้ ำ
ลดควำมขัดแย้งในกำรแย้งชิงทรัพยำกร ดิน น้ ำ ป่ ำ
ชุมชนท้ำยน้ ำ
กำรรริหำรจัดกำรพื้นที่ตน้ น้ ำ
โดยกำรวำงแผนกำรใช้ประโยชน์ท่ดี ิน
ก่อให้เกิดควำมยัง่ ยืน+พอเพียง
อำนวยผลผลิตน้ ำให้กรั กลำงน้ ำ และท้ำยน้ ำ
ชุมชนต้นน้ ำ
จัดประชุมเครือข่ำย
ต้นน้ ำ+กลำงน้ ำ+ท้ำยน้ ำ
งำนวิจยั เพื่อท้องถิ่นเกี่ยวกัรกำรจัดกำรพื้นที่ตน้ น้ ำโดยชุมชนมีสว่ นร่วม :
กรณี ศึกษำร้ำนแม่ออ้ อำเภอเชียงดำว จังหวัดเชียงใหม่
Community Based Research for watershed Management by People Participation :
Case Study at Mae O Village, Chiang Dao District, Chiang Mai Province.
โดย
ดร.พงษ์ศกั ดิ์ วิทวัสชุตกิ ลุ 1 ธรรมนู ญ แก้วอำพุท1 และพิณทิพย์ ธิตโิ รจนะวัฒน์1
Dr.Pongsak Witthawatchutikul, Thammanoon Kaewumput and Pintip Thitirojanawat
1
ส่วนวิจยั ต้นนำ้ สำนักอนุรกั ษ์และจัดกำรต้นนำ้ กรมอุทยำนแห่งชำติ สัตว์ป่ำ และพันธุพ์ ชื
คำนำ
กำรจัดกำรพื้นที่ตน้ น้ ำในปัจจุรนั อยู่ภำยใต้เงือ่ นไข ๓ ประกำร คือ
๑) จะต้องดำเนิ นกำรให้พ้ นื ที่ตน้ น้ ำที่เสื่อมโทรมฟื้ นตัวอย่ำงรวดเร็ว
๒) จะต้องทำให้คนอยู่กรั ป่ ำได้ และ
๓) ประชำชนในท้องถิ่นจะต้องมีสว่ นร่วม
สำหรัรมำตรกำรที่ใช้ในกำรดำเนิ นงำนนั้น จะมีทง้ั มำตรกำรเร่งด่วน เช่น กำรสร้ำงฝำยต้น
น้ ำเพื่อชะลอน้ ำและเพิ่มควำมชุ่มชื้นให้กรั พื้นที่ และมำตรกำรระยะยำว คือ กำรใช้ประโยชน์ท่ดี ิน
ที่ยงั ่ ยืน และเหมำะสมกัรศักยภำพของพื้นที่น้นั ๆ
วัตถุประสงค์
๑) เพื่อสร้ำงจิตสำนึ กให้ประชำชนในท้องถิ่นตระหนักถึงควำมสำคัญของป่ ำต้นน้ ำ และ
ผลกระทรที่เกิดขึ้นจำกกำรเปลี่ยนแปลงป่ ำต้นน้ ำไปเป็ นพื้นที่ทำกำรเกษตรชนิ ดต่ำง ๆ
๒) เพื่อให้ประชำชนเข้ำมำร่วมมือกัรรัฐรำลค้นหำรูปแรรของกำรทำกำรเกษตรที่กอ่ ให้เกิด
รำยได้ท่พี อเพียง ควรคู่ไปกัรกำรรักษำกำรทำงำนตำมหน้ำที่ในกำรให้รริกำรของพื้นที่ตน้ น้ ำ
๓) เพื่อให้ประชำชนเห็นคุณประโยชน์ของฝำยต้นน้ ำในกำรเร่งรัดกำรฟื้ นตัวของพื้นที่ตน้ น้ ำ
พื้นที่ศึกษำ
พื้นที่ศึกษำเป็ นรอยต่อระหว่ำงอุทยำน
แห่งชำติศรีลำนนำ กัรชุมชนร้ำนแม่ออ้ อำเภอเชียงดำว
จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่สว่ นใหญ่มีลกั ษณะเป็ นที่ลำด
เชิงเขำ และลูกเนิ น ที่อยู่ระหว่ำงภูเขำที่สูงชันรริเวณ
ตอนรนของลุม่ น้ ำ กัรพื้นที่รำรตอนล่ำง ซึ่งมีประชำกร
ทัง้ สิ้น ๔๗๘ ครัวเรือน จำนวน ๑,๔๑๗ คน ประชำกร
ส่วนใหญ่เป็ นคนพื้นเมือง หรือคนเมือง
ลุม่ น้ ำศึกษำ
วิธีกำรศึกษำ
กำรดำเนิ นงำนวิจยั เพื่อท้องถิ่นเกี่ยวกัรกำรจัดกำรพื้นที่ตน้ น้ ำโดยชุมชนมีสว่ นร่วมนี้ มี
ลักษณะเป็ นกำรทำงำนแรรคู่ขนำนกันระหว่ำง (ก)กำรมุ่งเน้นกำรเรียนรูข้ องชุมชน และ (ข)กำร
ศึกษำวิจยั เชิงวิทยำศำสตร์ เพื่อใช้เป็ นฐำนข้อมูลในกำรตัดสินใจของประชำชน โดยมีขน้ั ตอนกำร
ดำเนิ นงำนโดยสังเขปดังต่อไปนี้ คือ
๑) ทำควำมเข้ำใจกัรชำวร้ำนเกี่ยวกัรจุดประสงค์ของกำรดำเนิ นงำน และเป้ ำหมำย
๒) คัดเลือกประชำชนที่เป็ นกลุ่มเป้ ำหมำย และรัรสมัครสมำชิกเข้ำร่วมโครงกำร
๓) ติดตัง้ เครื่องมือ ประกอรด้วย สถำนี ตรวจวัดอำกำศ เครื่องวัดปริมำณน้ ำฝนที่
ตกค้ำงรนเรือนยอดต้นไม้ และแปลงตะกอนวัดกำรสูญเสียดินและน้ ำจำก
กระรวนกำรกัดชะพังทลำยของดิน โดยทำกำรติดตัง้ รริเวณพื้นที่ทำกิน
๔) อธิรำยรทรำทของโครงสร้ำงต่อกำรทำงำนตำมหน้ำที่ของระรรนิ เวศต้นน้ ำ กำรใช้
องค์ควำมรูเ้ กี่ยวกัรระรรกำรหมุนเวียนของน้ ำ เพื่อชี้วดั ควำมสมรูรณ์ในกำรทำงำนตำมหน้ำที่ของ
ระรรนิ เวศต้นน้ ำ กำรแนะนำวิธีกำรเก็รวัดข้อมูล และดำเนิ นกำรเก็รวัดข้อมูลร่วมกัรสมำชิกที่
เข้ำร่วมโครงกำร
๕) ร่วมกัรประชำชนที่เป็ นสมำชิกเข้ำร่วมโครงกำร วิเครำะห์เรื้องต้นข้อมูลที่เก็รวัดมำ
ได้ และให้สมำชิกหรือประชำชนที่เข้ำร่วมโครงกำรให้ควำมคิดเห็นในเชิงเปรียรเทียร
๖) จัดประชุมชำวร้ำน เพื่อให้สมำชิกที่เข้ำร่วมโครงกำรนำเสนอข้อคิดเห็นที่เกิดขึ้น
จำกกำรเรียนรู ้ ในขณะที่ทำกำรเก็รวัดและวิเครำะห์เรื้องต้นข้อมูลร่วมกัรเจ้ำหน้ำที่โครงกำรต่อ
ผูน้ ำชุมชน และกรรมกำรหมู่รำ้ น ตลอดจนกำรประชุมเพื่อนำเสนอข้อคิดเห็นต่อประชำชน
ทัง้ หมดในหมู่รำ้ นแม่ออ้
๗) สอรถำมควำมคิดเห็นของผูน้ ำชุมชน กรรมกำรหมู่รำ้ น และประชำชนในหมู่รำ้ น
แม่ออ้ เกี่ยวกัรผลที่เกิดขึ้นจำกกำรทำกำรเกษตรในอดีตที่ผ่ำนมำจวรจนปัจจุรนั และแนวคิดใน
กำรแก้ไข ก่อนที่จะสอดแทรกองค์ควำมรูจ้ ำกกำรทำกำรเกษตร 4 ชัน้ หรือ ป่ ำกินได้ ที่ประสพ
ควำมสำเร็จ เช่นที่รำ้ นคลองเรือ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร หรือที่ ร้ำนคีรีวงค์ อำเภอลำนสกำ
จังหวัดนครศรีธรรมรำช เป็ นต้น
ผลกำรศึกษำ
ประชำชนรูอ้ ะไรร้ำงจำกงำนวิจยั
๑. ผลกระทรจำกกำรทำลำยป่ ำไม้
ผลของกำรนำเสนอข้อสังเกตที่เกิดขึ้น จำกกำรทำงำนวิจยั ของประชำชนที่เป็ น
สมำชิกเข้ำร่วมโครงกำร ต่อผูน้ ำท้องถิ่น และกรรมกำรหมู่รำ้ น ในกำรประชุมเพื่อติดตำมผลกำร
ดำเนิ นโครงกำร พรว่ำ กำรเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่ำไม้ไปเป็ นพื้นที่ทำกำรเกษตร ทัง้ ที่เป็ นไม้ผล
และพืชไร่ของประชำชน เป็ นกำรเปลี่ยนแปลงองค์ประกอรต่ำง ๆ ที่ประกอรตัวกันขึ้นเป็ น
โครงสร้ำง (structure) ของระรรนิ เวศต้นน้ ำ ทำให้กำรทำงำนตำมหน้ำที (function) ของระรร
นิ เวศต้นน้ ำเกิดกำรเปลี่ยนแปลง และส่งผลกระทรทำให้กำรให้รริกำร (services) ของระรร
นิ เวศต้นน้ ำเปลี่ยนแปลงตำมไปด้วย (พงษ์ศกั ดิ์ วิทวัสชุตกิ ลุ และพิณทิพย์ ธิตโิ รจนะวัฒน์, 2552)
ดังรำยละเอียดต่อไปนี้
๑.๑ น้ ำฝนที่ถกู สกัดกัน้ โดยเรือนยอดของต้นไม้ (interception) ประชำชนที่
เป็ นสมำชิกเข้ำร่วมโครงกำร
(ก) พรว่ำ กำรเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่ำไม้ไปเป็ นพื้นที่ทำกำรเกษตรชนิ ดต่ำง ๆ
เช่น สวนมะม่วง ทำให้ฝนตกลงสูพ่ ้ นื ดินมำกขึ้น สำหรัรในส่วนของงำนวิจยั เชิงวิทยำศำสตร์
(ข) พรว่ำ กำรเปลี่ยนแปลงดังกล่ำวทำให้ ควำมสำมำรถสูงสุดในกำรสกัด
กัน้ น้ ำฝนโดยเรือนยอดของต้นไม้จะลดลงจำก ๔.๒ เป็ น ๒.๘ มิลลิเมตร
ควำมสำมำรถสูงสุดในกำรสกัดกัน้ น้ ำฝนของเรือนยอดต้นไม้ในป่ ำธรรมชำติ และสวนมะม่วง
๑.๒ อัตรำกำรซึมน้ ำผ่ำนผิวดิน (infiltration) ประชำชนที่เป็ นสมำชิกเข้ำร่วม
โครงกำร (ก) พรว่ำกำรเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่ำไม้ไปเป็ นพื้นที่ทำกำรเกษตร ทำให้น้ ำซึมลงไปในดิน
ได้นอ้ ยลง ในส่วนของงำนวิจยั เชิงวิทยำศำสตร์ (ข) พรว่ำ กำรเปลี่ยนแปลงดังกล่ำวทำให้อตั รำ
กำรซึมน้ ำสูงสุด หรืออัตรำกำรซึมน้ ำแรกเริ่ม (initial infiltration) ลดลงร้อยละ ๓๐.๑๗ ใน
ทำนองเดียวกันกำรซึมน้ ำผ่ำนผิวดินคงที่ (constant infiltration) จะลดลงร้อยละ ๔๒.๓๓
๑.๓ กำรเคลื่อนที่ของน้ ำในชัน้ ดิน (permeability) เช่นเดียวกันกัรกำรซึมน้ ำ
ผ่ำนผิวดิน ประชำชนที่เป็ นสมำชิกเข้ำร่วมโครงกำร (ก) พรว่ำ กำรเคลื่อนตัวของน้ ำในชัน้ ดินลึก
หนึ่ งเมตรจะลดลงเมื่อพื้นที่ป่ำไม้ถกู เปลี่ยนไปเป็ นพื้นที่ทำกำรเกษตร สำหรัรในส่วนของงำนวิจยั
เชิงวิทยำศำสตร์ (ข) พรว่ำ กำรเปลี่ยนแปลงดังกล่ำวทำให้ควำมสำมำรถในกำรเคลื่อนตัวของน้ ำ
ในชัน้ ดินลึก ๐-๑๕, ๑๕-๓๕,๓๕-๕๕ และ ๕๕-๑๐๐ เซนติเมตรจำกผิวดิน ลดลงร้อยละ ๑๐, ๐,
๓๘.๔๖ และ ๗๕ ตำมลำดัร
๑.๔ กำรสูญเสียดินและน้ ำจำกกระรวนกำรกัดชะพังทลำยของดิน (soil
erosion) ประชำชนที่เป็ นสมำชิกเข้ำร่วมโครงกำร (ก) พรว่ำ กำรเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่ำไม้ไปเป็ น
พื้นที่ทำกำรเกษตรทำให้กำรสูญเสียดินและน้ ำจำกกระรวนกำรกัดชะพังทลำยของดินมีมำกขึ้น
โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งพื้นที่ว่ำงเปล่ำที่ปรำศจำกกำรปกคลุมดินของพืช ปริมำณตะกอนในถังเก็รวัด
ข้อมูลจะมีเป็ นจำนวนมำก
ในขณะที่งำนวิจยั เชิงวิทยำศำสตร์ (ข) พรว่ำ ฝนที่ตกลงมำทัง้ หมดในช่วงระยะเวลำตัง้ แต่
เดือนพฤษภำคมถึงเดือนกันยำยน ๒๕๕๒ ด้วยปริมำณเฉลี่ย ๑,๐๑๘.๗ มิลลิเมตร ทำให้พ้ นื ที่
ว่ำงเปล่ำที่เกิดขึ้นจำกกำรทำลำยป่ ำ พื้นที่กำรทำกำรเกษตรด้วยกำรปลูกข้ำวโพด กำรทำสวนลำไย
และกำรทำสวนมะม่วง มีปริมำณน้ ำไหลร่ำหน้ำผิวดิน (surface runoff) เพิ่มมำกขึ้น ๓.๖๑,
๒.๔๗, ๒.๔๖ และ ๐.๘๗ เท่ำของป่ ำธรรมชำติ ซึ่งมีปริมำณเท่ำกัร ๕.๔๖ มิลลิเมตร
กำรเพิ่มขึ้นของน้ ำไหลร่ำหน้ำผิวดินนี้ ก่อให้เกิดกระรวนกำรกัดชะพังทลำยของดินออกไป
จำกพื้นที่เพิ่มมำกขึ้น ๑๑๒.๕๓, ๓๖.๘๐, ๑๖.๓๐ และ ๑.๗๔ เท่ำของป่ ำธรรมชำติ (๒.๐๓๖๘
ตัน/เฮกแตร์ หรือ ๐.๓๒๕๙ ตัน/ไร่) เมื่อพื้นที่ป่ำไม้ถกู ทำให้ว่ำงเปล่ำ, ปลูกข้ำวโพด, ปลูกลำไย
และปลูกมะม่วงตำมลำดัร
250
200
น้าผิวดิน
150
ตะกอน
100
50
0
ป่ าธรรมชาติ
พืน้ ทีโ่ ล่ง
ไร่ขา้ วโพด
สวนลาไย
สวนมะม่วง
ปริมำณน้ ำไหลร่ำหน้ำผิวดิน (มม.) และดินตะกอน (ตัน/เฮกแตร์) ที่เกิดขึ้นจำก
กระรวนกำรกัดชะพังทลำยของดินในป่ ำธรรมชำติ และพื้นที่ทำกำรเกษตรชนิ ดต่ำง ๆ
๑.๕ ควำมชื้นในดิน หรือ ปริมำณน้ ำในชัน้ ดิน (soil water) ที่เป็ นส่วน
คงเหลือของน้ ำฝนที่ตกลงมำ หลังจำกกำรระรำยให้กรั ลำธำรทัง้ ทำงผิวดิน (surface runoff) และ
ใต้ผิวดิน (interflow + groundwater flow) กัรกำรดึงน้ ำจำกชัน้ ดินกลัรขึ้นไปใช้ใน
กระรวนกำรคำยระเหยน้ ำ (evapotranspiration) ของต้นไม้ ประชำชนที่เป็ นสมำชิกเข้ำร่วม
โครงกำร (ก) ค้นพรข้อมูลเชิงประจักษ์ท่ีปรำกฎให้เห็น คือ ดินผิวรริเวณพื้นที่ทำกำรเกษตรมี
ควำมชื้นน้อย หรือแห้งกว่ำพื้นที่ป่ำไม้ โดยมีขอ้ สันนิ ษฐำนว่ำ เป็ นผลมำจำกกำรซึมน้ ำผ่ำนผิวดิน
และกำรเคลื่อนที่ลงมำตำมระดัรควำมลึกของชัน้ ดินของน้ ำฝนมีนอ้ ยลง ส่วนข้อมูลจำกกำรศึกษำ
ในเชิงวิทยำศำสตร์ (ข) พรว่ำในชัน้ ดินลึก ๑ เมตรของป่ ำธรรมชำติมีค่ำเฉลี่ยของควำมชื้นในดิน
เท่ำกัร ๒๙.๖๕ เปอร์เซ็นต์โดยน้ ำหนัก แต่ในพื้นที่ทำกำรเกษตรจะมีควำมชื้นอยู่ในชัน้ ดินโดย
เฉลี่ยเพียง ๒๐.๔๗ เปอร์เซ็นต์โดยน้ ำหนักเท่ำนั้น
๒.ฝำยต้นน้ ำกัรกำรฟื้ นฟูพ้ นื ที่ตน้ น้ ำ
ใช้ลมุ่ น้ ำเปรียรเทียร (paired watershed) เป็ นเครื่องมือ (Wanielista
et al., 1997) โดยมีขน้ั ตอนของกำรดำเนิ นงำนดังรำยละเอียดต่อไปนี้
๒.๑ ร่วมกัรประชำชนหมู่รำ้ นแม่ออ้ คัดเลือกลุ่มน้ ำย่อยสองลุ่มน้ ำ ที่มีลกั ษณะ
ภูมิประเทศ และชนิ ดดิน ตลอดจนกำรใช้ประโยชน์ท่ีดินที่คล้ำยคลึงกัน และอยู่ใกล้เคียงกันเพื่อ
ลดควำมผันแปรของสภำพอำกำศ .โดยกำหนดให้ล่มุ น้ ำแห่งหนึ่ งเป็ นลุม่ น้ ำสำหรัรกำรสร้ำงฝำย
ต้นน้ ำ ส่วนอีกลุม่ น้ ำหนึ่ งถูกเก็รรักษำไว้ให้เป็ นลุ่มน้ ำเปรียรเทียร
๒.๒ ร่วมกัรสมำชิก เก็รวัดข้อมูลควำมเร็วกระแสน้ ำ และอัตรำกำรไหลของ
น้ ำท่ำในลำห้วย ณ จุดต่ำง ๆ ของลุม่ น้ ำทัง้ สอง ให้ประชำชนสังเกตควำมแตกต่ำงของกระแสน้ ำ
จำกลุม่ น้ ำทัง้ สอง ในขณะเดียวกันจะใช้วิธีกำรวิเครำะห์ควำมถดถอย (regression analysis)
เป็ นเครื่องมือในกำรสร้ำงสมกำรคณิ ตศำสตร์เพื่อประเมินค่ำควำมเร็วกระแสน้ ำ/อัตรำกำรไหลของ
น้ ำท่ำ ของลุม่ น้ ำที่จะทำกำรสร้ำงฝำยต้นน้ ำ (Y) จำกข้อมูลควำมเร็วกระแสน้ ำ/อัตรำกำรไหลของ
น้ ำท่ำ ของลุม่ น้ ำที่ไม่สร้ำงฝำยต้นน้ ำ (X)
๒.๓ ร่วมกัรประชำชนหมู่รำ้ นแม่ออ้ สร้ำงฝำยต้นน้ ำในลำห้วยที่กำหนดให้มี
กำรสร้ำงฝำย ให้ประชำชนที่เป็ นสมำชิกเข้ำร่วมโครงกำรเก็รวัดข้อมูล และสังเกตควำมแตกต่ำง
กันของควำมเร็วกระแสน้ ำระหว่ำงลำห้วยที่มีกำรสร้ำงฝำยและลำห้วยที่ไม่มีกำรสร้ำงฝำยอีกครัง้
กำรสร้ำงฝำยต้นน้ ำร่วมกันของประชำชนร้ำนแม่ออ้ และเจ้ำหน้ำที่โครงกำรวิจยั
ในส่วนของงำนวิจยั เชิงวิทยำศำสตร์ จะนำข้อมูลควำมเร็วกระแสน้ ำ/อัตรำกำรไหลของ
น้ ำท่ำของลำห้วยที่ไม่มีกำรสร้ำงฝำย (X) มำประเมินค่ำควำมเร็วกระแสน้ ำ/อัตรำกำรไหลของน้ ำท่ำ
ของลำห้วยที่จะสร้ำงฝำย (Y) นำควำมเร็วกระแสน้ ำ/อัตรำกำรไหลของน้ ำท่ำที่ประเมินได้ มำ
เปรียรเทียรกัร ควำมเร็วกระแสน้ ำ/อัตรำกำรไหลของน้ ำท่ำของลำห้วยที่สร้ำงฝำยต้นน้ ำที่ เก็รวัด
ได้จริง ควำมแตกต่ำงที่เกิดขึ้นจะเป็ นอิทธิพลจำกกำรสร้ำงฝำยต้นน้ ำ
ผลกำรศึกษำปรำกฏว่ำประชำชนที่เป็ นสมำชิกเข้ำร่วมโครงกำร
(ก) พรว่ำ ควำมเร็วกระแสน้ ำของลุม่ น้ ำทัง้ สองไม่มีควำมแตกต่ำงกัน แต่กำร
ศึกษำวิจยั เชิงวิทยำศำสตร์
(ข) พรว่ำ ควำมสัมพันธ์ของควำมเร็วกระแสน้ ำระหว่ำงลำห้วยทัง้ สองมีเพียง ๒๖.๖๘
เปอร์เซ็นต์ ทัง้ นี้ อำจเป็ นเพรำะขนำดของร่องน้ ำไม่เท่ำกัน แต่ควำมสัมพันธ์ของ
อัตรำกำรไหลของน้ ำระหว่ำงลำห้วยทัง้ สองจะมีค่ำสูงถึง ๙๖.๓๕ เปอร์เซ็นต์
อัตราการไหลของน้ าท่า (ลบ.ม./วินาที)
ความเร็ วกระแสน้ า (เมตร/วินาที)
y = 0.2241x + 0.2293
2
R = 0.2668
0.04
0.2
ไม่สรา้ งฝาย
0.02
0.1
Linear (ไม่สรา้ ง
ฝาย)
0.01
0.4
0.3
0
0
0.1
0.2
0.3
0.4
0.5
y = 3.6437x + 0.0045
2
R = 0.9635
0.03
ไม่สร ้างฝาย
0
0
0.002
0.004
0.006
0.008
ควำมสัมพันธ์ของควำมเร็วกระแสน้ ำ/อัตรำกำรไหลของน้ ำท่ำในลำห้วยระหว่ำง
ลำห้วยที่มีกำรสร้ำงฝำยต้นน้ ำ กัรลำห้วยที่ไม่มีกำรสร้ำงฝำยต้นน้ ำ
Linear (ไม่สร ้าง
ฝาย)
ในทำนองเดียวกันจะได้สมกำรคณิ ตศำสตร์ ที่ใช้ประเมินค่ำอัตรำกำรไหลของน้ ำท่ำในลำ
ธำรของลุม่ น้ ำที่จะมีกำรสร้ำงฝำย (Y, ลร.ม./วินำที) จำกข้อมูลอัตรำกำรไหลของน้ ำท่ำในลำห้วย
ของลุม่ น้ ำที่ไม่มีกำรสร้ำงฝำยต้นน้ ำ (X, ลร.ม./วินำที) ที่มีรูปลักษณะดังนี้ คือ
Y=
0.0045 + 3.6437*X
…(1)
รทสรุป
กำรทำงำนร่วมกันระหว่ำงประชำชนกัรนักวิจยั ตลอดระยะเวลำ 1 ปี ท่ผี ่ำนมำ
สิง่ ที่ประชำชนได้เรียนรูจ้ ำกข้อมูลเชิงประจักษ์ เป็ นเพียงผลของกำรทำลำยป่ ำต้นน้ ำ
และใช้ประโยชน์ท่ดี ินทำกำรเกษตร นัน่ คือกำรสูญเสียดินและน้ ำจำกกระรวนกำรกัด
ชะพังทลำยของดิน และเหตุผลทำงวิทยำศำสตร์ของกำรเกิดกระรวนกำรดังกล่ำว
ตลอดจนรทรำทของฝำยต้นน้ ำในกำรเร่งรัดกำรฟื้ นตัวของพื้นที่ตน้ น้ ำเท่ำนั้น ใน
ส่วนของกำรวำงแผนกำรใช้ประโยชน์ท่ดี ินยังไปไม่ถงึ
ดังนั้นเพือ่ ให้กำรจัดกำรพื้นที่ตน้ น้ ำเกิดควำมสำเร็จ จำเป็ นต้องมีกำรวิเครำะห์
กำรลงทุนของพื้นที่เกษตรชนิ ดต่ำง ๆ และกำรศึกษำมูลค่ำของป่ ำต้นน้ ำ เพือ่ ใช้
ประกอรกำรคัดเลือกชนิ ดพันธุพ์ ชื เศรษฐกิจ และสัดส่วนของกำรปลูกที่เหมำะสมกัร
ศักยภำพของพื้นที่ โดยใช้งำนวิจยั เพือ่ ท้องถิ่นเป็ นเครื่องมือต่อไป
จะทำอะไรต่อไปเพื่อให้กำรจัดกำรพื้นที่ตน้ น้ ำโดยชุมชนสำเร็จ
๑. ฝึ กหัดประชำชนที่เป็ นสมำชิกเข้ำร่วมโครงกำร ประเมินมูลค่ำของผลกระทรในด้ำน
ต่ำง ๆ ออกมำเป็ นจำนวนเงิน ในขณะที่มีกำรเก็รวัดและวิเครำะห์ขอ้ มูล
๒. จัดประชุมชำวร้ำน เพื่อนำเสนอมูลค่ำของผลกระทรด้ำนต่ำง ๆ ที่เกิดขึ้นจำกกำร
เปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่ำไม้ไปเป็ นพื้นที่ทำกำรเกษตรชนิ ดต่ำงๆ ต่อผูน้ ำท้องถิ่นและกรรมกำรหมู่รำ้ น
ดำเนิ นกำรสอรถำมค่ำใช้จำ่ ย และผลตอรแทนที่ได้รรั จำกกำรใช้ประโยชน์ท่ดี ินแต่ละชนิ ด ในแต่
ละจุดของพื้นที่ลมุ่ น้ ำ และร่วมกัรประชำชนทำกำรวิเครำะห์กำรลงทุน ทัง้ นี้ อำจจะต้องใช้
ระยะเวลำในกำรประชุม ๓-๔ ครัง้
๓. จัดประชุมชำวร้ำน เพื่อรัรฟังควำมคิดเห็นเกี่ยวกัรกำรพัฒนำรูปแรรของกำรใช้
ประโยชน์ท่ดี ินในอนำคต โดยมีเป้ ำหมำยที่ประกอรไปด้วย ๑) รำยได้ท่พี อเพียงและต่อเนื่ อง
(เพื่อควำมอยู่รอดของประชำชนเอง) กัร ๒) กำรฟื้ นฟูสภำวะแวดล้อมของพื้นที่ (เพื่อลด และ/
หรือ หยุดผลกระทรต่อพื้นที่ทำ้ ยน้ ำ) โดยสอดแทรกวิถชี ีวิตแรรเกษตร ๔ ชัน้ หรือป่ ำกินได้
(multi-layer cropping system) ด้วยกำรประชุมอย่ำงต่อเนื่ องประมำณ ๔-๕ ครัง้
๔. ร่วมกัรประชำชนร้ำนแม่ออ้ ค้นหำรูปแรรของเกษตร ๔ ชัน้ และ/หรือ ป่ ำกินได้
ที่คำดว่ำจะนำไปสูเ่ ป้ ำหมำยทัง้ สองที่กำหนดไว้ในข้อ (๓) ซึ่งประกอรด้วยสัดส่วนของพืชเศรษฐกิจ
ชนิ ดต่ำง ๆ ที่แตกต่ำงกัน ๒ ถึง ๓ รูปแรร (นำเทคนิ คของ linear programming เป็ น
เครื่องมือในกำรค้นหำ) ร่วมกัรชำวร้ำนสร้ำงแปลงสำธิตเกษตร ๔ ชัน้ ทำกำรติดตำมตรวจสอร
กำรลงทุน ผลตอรแทนที่ได้รรั และผลกระทรด้ำนสิง่ แวดล้อมในเชิงรวกที่เกิดขึ้น เพื่อให้ได้
รูปแรรของเกษตร ๔ ชัน้ ที่เหมำะสมที่สุดกัรกำรทดแทนพื้นที่ทำกำรเกษตรเชิงเดี่ยวในปัจจุรนั
๕. ในส่วนของกำรพัฒนำพื้นที่ตน้ น้ ำด้วยฝำยต้นน้ ำนั้น ร่วมกัรประชำชนที่เป็ น
สมำชิกเข้ำร่วมโครงกำร ฝึ กหัดกำรเก็รวัดข้อมูล และเรียนรู ้ กำรเปลี่ยนแปลงอัตรำกำรไหลของ
น้ ำท่ำ กำรเพิ่มควำมชื้นให้กรั ดิน และกำรพัฒนำตัวของสังคมพืชสองฝัง่ ลำน้ ำหลังกำรสร้ำงฝำย
โดย............... นำยประพันธ์ ผลพันพัว
นักวิชำกำรป่ ำไม้ชำนำญกำรพิเศษ ทำหน้ำที่ผูอ้ ำนวยกำรส่วนส่งเสริมแลพัฒนำชุมชนต้นน้ ำ
สำนักอนุ รกั ษ์และจัดกำรต้นน้ ำ กรมอุทยำนแห่งชำติ สัตว์ป่ำและพันธุพ์ ชื
๒๕๑๕-๒๕๑๖ งำนวนรำล(ลูกจ้ำงกรมป่ ำไม้) ๒๕๑๗ งำนป้ องกันฯ ๒๕๑๘ งำนวนกรรมฯ(สำนักงำนป่ ำไม้เขตลำปำง)
๒๕๑๙-๒๕๕๓ (๓๔ ปี )งำนอนุ รกั ษ์และจัดกำรต้นน้ ำ

similar documents